Masukฉันกัดริมฝีปากสั่นระริก เนื้อแน่นที่อัดกระแทกบั้นท้ายจนขึ้นสีกำลังตอกหมุดด้วยการร่อนเอวพลิ้วเป็นเวฟคลื่น
มัดกล้ามแน่นเด่นนูนชัดเจน รวมถึงสีหน้าของพี่ทัพที่เสียวจนเหยเกใบหน้า เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มือสองข้างจับก้นกลมแหวกออกแล้วตอกหมุดถี่ๆ
ดวงตาคู่คมวาบวามไปด้วยกามารมณ์ ริมฝีปากเผยอขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากหลุบตามองฉันที่กำลังมองเขาร่อนเอวสอบเข้าใส่
“ชอบมั้ยคะเด็กดี” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แล้วฟาดลงบนก้นฉันทีนึง
น่าแปลกที่ฉันกลับชอบมัน..
สัมผัสเร่าร้อนที่ทวีคูณความรุนแรงของเขา เป็นเหมือนการตกผลึกตัวตนของฉันให้สมยอมอย่างเต็มใจ
“อ๊ะๆ .. ฮึก อ๊าา แรงเกินไปแล้ว อึก.. อ้ะะ” ฉันครางส่ำไม่เป็นภาษา
ร่างกายโยกไปข้างหน้าตามแรงกระแทก รู้สึกได้ถึงน้ำเหนียวที่ปลดปล่อยออกมาเยิ้มไปหมดเลย
“ทำไมตอดเก่งจังวะ”
“อย่าแหวกสิ.. มันเสียวนะ”
“ไม่ชอบหรอคะ หืม”
พูดจบเขาก็บีบก้นฉันอย่างถนัดมือ ก่อนจะแยกมันออกแล้วกระแทกเอ็นอุ่นเข้าร่องสวาทลึกเข้าไปจนมิดลำ
แยงเข้าออกจนร่างกายมันผวาเฮือก จิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่น
ท่านี้มันโคตรลึกเลย
“อ๊าา ฮึก.. จะไม่ไหวแล้วน้า อึก” ฉันร้องบอก ท่ามกลางกลุ่มผมที่ตกลงมาปรกหน้า
“เสร็จเลยเด็กดี..” เขาเร่งจังหวะช่วยอีกแรง
“พี่ทัพชอบแกล้ง”
“หึ”
“อ้ะ.. เสียวค่ะ อื้ออ.. แรงอีก”
ฉันซุกหน้ากรีดร้องในลำคอ รับสัมผัสความอุ่นร้อนที่ขยับเข้าออกในจังหวะเร็วขึ้น ร่องรักร้อนผ่าวรวมถึงขอบตาฉันที่มีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมา
ร้องขอสิ่งไหนได้สิ่งนั้นทันที เขาแรงดีไม่มีตกเลย
ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำครางกระเส่า ร่างกายตอดรัดความแข็งขลึงแน่นจนอีกฝ่ายพ่นเสียงอืออาทุ้มต่ำผ่านลำคอ
เสียงครางของพี่ทัพมันทำให้ฉันฟุ้งซ่านไปหมดเลย น้ำเสียงทุ้มต่ำคล้ายว่าจะกลั้นเสียงคราง ปนเสียงลมหายใจหอบหนัก มันทำให้ฉันบดสะโพกบางเข้าหาเอ็นอุ่น
ไม่นานคนกล้าดีอย่างฉันก็กระตุกตอดถี่ๆ คนตัวสูงกดกายลึกเข้ามาแล้วแช่ค้างเอาไว้ ให้ผนังนุ่มด้านในตอดรัดกลืนกินกลางกายของเขาไว้ในร่างกายฉัน
“เอาแต่ใจเกินไปแล้ว.. ฉันหลับก็ยังจะแกล้งหรอคะ” ฉันทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าอย่างอ่อนแรง
“ใครจะอดใจไหว” เขาตอบกลับ พลางยกมือขึ้นยีหัวฉัน
Limerence..
สภาวะการคลั่งรักใครสักคนมันเกินต้านจริงๆ นะ ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปร่างและสัดส่วนของพี่ทัพทำใจเต้นแรง
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นหุ่นของเขา ทว่าบั้นท้ายที่อัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อของเจ้าตัว ทำเอาฉันอยากจะยกมือขึ้นไปสัมผัสเลย แล้วไหนจะร่องวีไลน์ข้างสีเอวชัดเด่นสะดุดตาอีก
ดูดีราวกับรูปปั้นไม่เกินจริงสำหรับผู้ชายตรงหน้าฉัน..
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ฉันถามเสียงแผ่ว พลางหอบหายใจหนัก
“นานพอที่จะทำให้เธอแฉะทั้งที่ยังหลับนั่นแหละ”
“อื้อ”
ฉันงุดหน้าลง พลางเหลือบมองพี่ทัพถอดถุงยางทิ้ง เขาใช้มือปาดส่วนหัวบานที่มีน้ำกามปริ่มออกมา แลบลิ้นเลียรอบริมฝีปากแล้วดันกระพุ้งแก้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
เขาชำเลืองตามองฉัน จนฉันต้องรีบเบือนหน้าหลบ เพราะเพิ่งจะจดจ้องแท่งอวบยาวรายล้อมไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนนานเกินไป
“จะ.. จะทำอะไร” ร่างกายฉันผวาเฮือก เมื่อคนตัวสูงพลิกกายฉันให้หงายขึ้น
“ขอเลียนะคะ” เสียพี่ทัพเอ่ยขอ
“แต่ว่ามันเพิ่งจะ.. อ๊ะ อึก”
“ซู้ด”
“อ๊า.. ปะ..เปียกหมดแล้วค่ะ”
ไม่ทันจะได้คุยกันรู้เรื่อง พี่ทัพก็ถอยล่นตัวลงไปวางใบหน้าไว้ที่โหนกนูน
เขาตวัดปลายลิ้นหยอกล้อจนฉันแอ่นสะโพกรับ ก่อนจะจับแยกเรียวขาออก จ้องมองรูสีหวานที่กำลังขมิบน้ำเหนียวออกมาจนเปื้อนหว่างขา
น้ำเหนียวเลอะเต็มที่นอนหมดแล้วมั้ง แค่ครั้งเดียวแต่ฉันหลั่งออกมาเยอะมากเลย แต่ก็เหมือนเดิม นั่นคือการที่พี่ทัพปิดจ็อบให้ตลอด
“ฮือ พี่ทัพรังแกจีนจนระบมไปหมดแล้วน้า ..อึก” ฉันร้องบอกเขามือก็ยกขึ้นปิดหน้า กับการอ้าขาให้เขาซดน้ำหวานเสียงดัง
เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะหยุดการกระทำลงหลังจากพึงพอใจ
เขาทำตัวเหมือนหมีป่าที่กระหายน้ำผึ้ง เล่นซะฉันแข้งขาอ่อนแรงไปหมดเลย
“เธอทำฉันโคตรฟินเลยว่ะ”
“ฉันต่างหากที่หมดแรง.. พี่รังแกฉันไม่หยุดเลยนะคนนิสัยไม่ดี”
คนตัวสูงทิ้งกายลงข้างฉัน ก่อนดึงร่างฉันเข้าไปกอดไว้บนแผงอกกำยำ เราสองคนใกล้กันจนฉันได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเลย
น่าแปลกตรงที่ร่างกายเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ แต่กับไม่รู้สึกว่ามันหนาวเย็น กลับกันมันดันมีความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทน
“งั้นพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันเป็นการไถ่โทษดีมั้ย”
“ไปเที่ยวหรอ”
“ฉันมีห้องพักริมทะเล ถ้าเธออยากไป.. ฉันก็ไม่ขัด”
“ปกติพี่ทัพไม่เคยสนใจจีนเลย ทำไมตอนนี้ถึงตามใจ.. แล้วก็เอาใจจังเลยคะ”
“เธอบอกอยากขึ้นเป็นผู้หญิงของฉันไม่ใช่หรือไง นี่คือสิ่งที่เธอควรได้รับ” เขาตอบกลับ พลางเชยปลายคางฉันให้เงยหน้ามอง
เราสองคนสบสายตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นฉันเองที่หลบนัยน์ตาคู่คม แล้วมุดหน้าเข้าวงแขนเขาด้วยความเคอะเขิน
“มีของขวัญมาให้ด้วยนะ”
ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย มองคนตัวสูงที่ผละออกแล้วเดินล่อนจ้อนไปหยิบของบางอย่างออกมาจากถุงกระดาษ
Cartier
ชื่อป้ายแบรนด์บนถุง สีแดงเด่นมาเชียว
“ไถ่โทษที่มาสายแล้วก็ลักหลับด้วยไปเลย”
“กำไลข้อมือหรอคะ”
“อืมฮึ”
ฉันมองคนตัวสูงที่เดินมานั่งลงบนเตียง พลางดึงข้อมือฉันไปสวมกำไลข้อมือให้ มันเป็นคาร์เทียร์ LOVE BRACELET สี Rose gold
พอประดับไว้บนข้อมือ ร่างกายเปลือยเปล่าตอนนี้ก็เหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมา เพราะเหมือนฉันจะพอทราบราคาของมันมาบ้าง
ไม่ใช่เหยียบแสน แต่เกือบสองแสน..
“ให้ฉันหรอ” ฉันถามอย่างไม่เชื่อหู
“ถ้าไม่ให้คนของฉันแล้วจะให้ใครที่ไหน” เขายกยิ้ม พลางทิ้งตัวนอนตะแคงข้าง เท้าแขนมองหน้าฉันด้วยสายตาแพรวพราว
“มันแพง..” ฉันบอกเสียงค่อย ตาละห้อยเพราะไม่เคยมีใส่
มันสวยมาก ระยับระยับวาบวับเหมือนพี่ทัพไม่มีผิด
“เหมาะกับเธอก็คือไม่แพงครับ”
“พี่ทัพปากหวานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สงสัยกินน้ำหวานเข้าไปมั้ง”
“พี่ทัพอ่ะ”
ฉันชกกำปั้นบนอกเขา ก่อนจะเขยิบตัวเข้าหาแล้วซุกหน้าลงบนเรียวแขนแกร่ง
เขาคว้าร่างฉันเข้าไปกอดไว้แนบแน่น ใบหน้าเองก็เคลอเคลียอยู่ที่ใบหู แวะจูบขมับแล้วโอบแผ่นหลังฉันให้เข้าไปใกล้มากกว่าเดิม
“มันไม่มากไปหรอ อันนี้มันราคาแรงอยู่นะ พี่ให้ฉัน..”
“บอกแล้วไง ถ้าเหมาะกับเธอ ไม่มีอะไรที่แพงเกินไป”
“ถ้าขอมากกว่านั้นได้มั้ย..”
“ขออะไร”
“ขอให้พี่รักฉัน..”
พูดจบบทสนทนาตรงหน้าก็เงียบไป นานหลายวินาทีกว่าที่คนตรงหน้าจะยอมตอบ แต่ก็ไม่ตรงกับคำถามที่ฉันพูดออกไปอยู่ดี
“พูดอะไรเด็กน้อย รู้จักความรักดีแล้วหรือไงถึงมาขอ” เขาพูดพลางใช้มือดันหน้าผากฉันอย่างหยอกล้อ
“ขอมากไปหรอคะ” ฉันเปรยสายตาขึ้นมอง
“มากไป”
มากไปงั้นเหรอ..
“อย่าเพิ่งทำหน้างอนสิ ทุกอย่างมันพัฒนาได้อยู่แล้ว”
“.....”
“ถ้าฉันไม่เบื่อซะก่อน”
ตกเย็นหลังเลิกเรียนฉันกำลังจะเดินออกจากตึกคณะ โดยที่มียัยลีนคอยเดินชวนคุยสัพเพเหระก่อนจะแยกทางกลับบ้าน ทว่าสายตาดันกวาดไปปะทะเข้ากับเจ้าของรถหรูยืนรออยู่ก่อนแล้ว“จีน” เขาโบกมือทันทีที่เห็นฉัน“พี่ทัพ” ริมฝีปากพึมพำชื่อเจ้าตัวออกมา พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ดูยุ่งเหยิง เพราะเพิ่งจะเลิกจากคลาสสุดท้ายของวันยัยลีนใช้ศอกสะกิดให้ฉันหันกลับมามอง มันส่งสายตาพยักเพยิด พลางชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง“อะไรวะ” ฉันเลิกคิ้วถาม“เติมลิปสิคะ มึงจะออกไปหาผู้ทั้งที่ปากซีดเนี่ยนะ” มันว่าฉันรีบยืนหันหลังให้พี่ทัพ ก่อนจะหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาปาดบนริมฝีปากบนล่างสองสามที เม้มเข้าหากันเล็กน้อยตามที่เพื่อนสนิททำท่าให้ดู“ไปได้แล้ว พี่ทัพรออยู่” คนตรงหน้าพูดพลางเปรยตาไปทางด้านหลังฉัน“ขอบใจนะมึง โทษทีไม่ได้เดินไปส่งที่รถ”“ไม่เป็นไรค่า โสดสะบัดค่ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”“บาย”“เออ บาย”ฉันไล่สายตามองเพื่อนสนิทที่เดินห่างออกไป ก่อนจะหมุนเท้าหันกลับมาโฟกัสที่พี่ทัพ พลางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวพร้อมรอยยิ้ม“วันนี้เลิกเร็วหรอคะ แล้วมารอนานหรือเปล่า”“ไม่นาน รอได้”ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้าว่ารอไม่นาน แต่บนแก้มขาวกลับมี
จีน พาร์ท“ตอนเช้ากำลังดีมึง ถ้ามีโอกาสก็สร้างความประทับใจเลย”“ถ้าไม่เคยอย่าเอาเข้าลึก อ้วกต่อหน้าผู้ไม่ได้นะคะ”“ใช้มือกับปากพร้อมกันก็ได้ เห็นตรงฐานบอลสองลูกมั้ยเพื่อน เล่นได้แต่อย่าแรง ผู้จุกหดอดรับประทานนะคะ”ไม่รู้ว่าเขาประทับใจหรือเปล่า แต่พี่ทัพยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่เช้าเจ้าตัวส่งรูปตอนถึงห้องมาให้ดู พร้อมกับภาพอาหารเช้าที่มีเพียงคุ้กกี้กับกาแฟ เห็นกินแค่นั้นก็อยากจะแปลงโฉมเป็นแม่บ้านให้เขาเลยกินน้อยขนาดนั้นในช่วงเช้าในได้ยังไง ขนาดฉันซัดทั้งของคาวและของหวานในช่วงเช้า กะเพาะยังร่ำร้องขออาหารเพิ่มนี่ยังไม่ทันไรก็เริ่มหิวอีกแล้ว“แล้วชอบมั้ยคะ ถ้าจีนเป็นเด็กดีพี่ทัพจะรักใช่มั้ย”“รักสิคะ”ภาพของฉันวาดฝันไปไกลหลายหมื่นลี้ ทว่าพอมองย้อนกลับมาปลายเท้าคู่นี้กลับไม่ได้เดินไปไกลนักไม่ได้ใกล้เฉียดคำว่ารักของเขาเลยสักนิด..ฉันส่ายหัวให้กับภาพมัดกล้ามบนหน้าท้องของพี่ทัพ สลับกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทบอกตามตรงว่าฟังอาจารย์บรรยายในคลาสไม่ค่อยรู้เรื่อง พยายามจะจดจ่อบนหน้าจอโปรเจคเตอร์แล้ว แต่ในหัวมันก็ฟุ้งซ่านขึ้นมาครั้งแรกที่ทำแบบนั้นกับเขา..ภาพในหัวติดกับสีหน้าข
เธอไม่ตอบ พลางเสตามองเหมือนเหลือบไปคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะก้มตัวลงไปนั่งคุกเข่าปลายเท้าราบไปกับพื้นขณะเดียวกันผมก็หันหน้ากลับมา ส่วนปลายของความยาวชี้ไปยังใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเธอดูเขินอายเพราะความไม่เคย ทั้งยังดูตระหนกในแววตาแต่ก็ปิดซ่อนมันไว้ไม่มิด ด้วยการพยายามเอื้อมมืออันสั่นเทามาแตะส่วนกลางกายโคตรน่าหงุดหงิดผมแอบจิ๊ปากด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะคว้ามือเล็กมาจับเอ็นอุ่น เล่นเอาอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกผวาราวกับฝันร้ายอยู่“อาา” ผมหลุดครางกระเส่า เพราะมือเธอมันโคตรนิ่มเลยเรียวคิ้วสวยของเธอเลิกขึ้น หลุบตาหลุกหลิกไปมาเหมือนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปผมเลยจับมือเธอให้หยอกล้อเล่นกับท่อนเอ็นในมือ สร้างความคุ้นชินที่จะทำให้ในอนาคตเธอพัฒนาขึ้นมากกว่านี้ก็ได้ทว่าเหมือนเธอจะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แววตาช่างดูใสซื่อทั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยซ้ำ“ตอนใช้ปากก็มองตาฉัน..”“อึก”“มองสิ”เธอเปรยตาขึ้นมอง กะพริบตาสองสามทีแล้วมองตามผมเหมือนรอให้ออกคำสั่งก่อนถึงจะทำตามผมแยกยิ้มบนมุมปากด้วยความพอใจ ก่อนจับแกนกายถูไถที่ริมฝีปากสีสวย สอดใส่เข้ากระทุ้งที่ข้างกระพุ้งแก้มนุ่ม“อย่าให้โดนฟันก็พอ” พ
กองทัพ พาร์ทคุณเคยเห็นรูปร่างที่ชวนใจสั่นมั้ย..คนเราต่างก็มีพื้นฐานความรักและความชอบเป็นของตัวเอง ยอมรับว่าผมเคยเห็นอะไรทำนองนี้มาบ้างแล้ว แต่ร่างกายของเด็กตรงหน้า มันทำให้ผมมีกำลังวังชาขึ้นเยอะเลยรู้สึกชอบจนต้องลุกขึ้นมานั่งวาดรูปของเธอลงบนสมุดสเกตส่วนตัวแต่เช้าไม่ได้วาดออกมาจนสมจริง ก็แค่ร่างเส้นไปตามอารมณ์ข้างใน ลากปลายดินสอไปมา จนกลายเป็นรูปของเธอที่นอนคว่ำหน้าหลับตาพริ้มอยู่ผ้าห่มแทบจะไม่ได้ปกปิดส่วนขาวเนียนบนผิวเธอเลย ร่องรอยร่วมรักยังชัดเจนบนผิวกายของเจ้าตัว ซึ่งมันทำให้ผมพึงพอใจพอสมควรเลย“อา แต่เช้าเลยกู” ผมสบถ ก่อนจะก้มมองกลางกายที่เสือกแข็งตอนวาดรูปเธอผิวขาวเนียนละเอียดนอนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า กำลังผ่อนปรนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอเหน็ดเหนื่อยจากการร่วมรักเมื่อคืนแค่ไหนโคตรเด็ด..ว่าแล้วทำไมเจย์มันถึงหวงน้องมันขนาดนี้“อื้อ..” เสียงใสดังขึ้นจากการขยับตัวบิดขี้เกียจใบหน้าสวยปรือตาขึ้นมอง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า เมื่อเธอเห็นว่าผมกำลังนั่งจ้องเธออยู่ มือขวาก็ถือดินสอวาด ส่วนมือซ้ายคีบบุหรี่สูบไปพลางคาร์เทียร์ยังอยู่บนข้อมือเล็กดูเข้ากัน รวมถึงรอยจูบที่ย
ฉันกัดริมฝีปากสั่นระริก เนื้อแน่นที่อัดกระแทกบั้นท้ายจนขึ้นสีกำลังตอกหมุดด้วยการร่อนเอวพลิ้วเป็นเวฟคลื่นมัดกล้ามแน่นเด่นนูนชัดเจน รวมถึงสีหน้าของพี่ทัพที่เสียวจนเหยเกใบหน้า เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มือสองข้างจับก้นกลมแหวกออกแล้วตอกหมุดถี่ๆดวงตาคู่คมวาบวามไปด้วยกามารมณ์ ริมฝีปากเผยอขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากหลุบตามองฉันที่กำลังมองเขาร่อนเอวสอบเข้าใส่“ชอบมั้ยคะเด็กดี” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แล้วฟาดลงบนก้นฉันทีนึงน่าแปลกที่ฉันกลับชอบมัน..สัมผัสเร่าร้อนที่ทวีคูณความรุนแรงของเขา เป็นเหมือนการตกผลึกตัวตนของฉันให้สมยอมอย่างเต็มใจ“อ๊ะๆ .. ฮึก อ๊าา แรงเกินไปแล้ว อึก.. อ้ะะ” ฉันครางส่ำไม่เป็นภาษาร่างกายโยกไปข้างหน้าตามแรงกระแทก รู้สึกได้ถึงน้ำเหนียวที่ปลดปล่อยออกมาเยิ้มไปหมดเลย“ทำไมตอดเก่งจังวะ”“อย่าแหวกสิ.. มันเสียวนะ”“ไม่ชอบหรอคะ หืม”พูดจบเขาก็บีบก้นฉันอย่างถนัดมือ ก่อนจะแยกมันออกแล้วกระแทกเอ็นอุ่นเข้าร่องสวาทลึกเข้าไปจนมิดลำแยงเข้าออกจนร่างกายมันผวาเฮือก จิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่นท่านี้มันโคตรลึกเลย“อ๊าา ฮึก.. จะไม่ไหวแล้วน้า อึก” ฉันร้องบอก ท่ามกลางกลุ่มผมที่ตกลงมาปรกหน้า“เสร็จเล
หลังจากที่พี่เจย์กลับไป เวลาก็ปาไปเกือบจะห้าทุ่มกว่า เขาเอาแต่นั่งเล่นนอนเล่นเหมือนคนไม่มีอะไรทำ ทั้งที่ตัวเองใกล้จะจบมหาวิทยาลัยอยู่แล้วข้อความจากพี่ทัพส่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นก็ไม่มีข้อความจากเขาอีกเลย ส่วนฉันก็ไม่ได้ทักไป เพราะมัวแต่กลบเกลื่อนอาการพิรุธของตัวเองด้วยการนอนดูหนัง แล้วก็สั่งอะไรมากินด้วยกันพี่เจย์ไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับพี่ทัพ ส่วนเรื่องของพี่เจย์จากปากพี่ทัพก็ยังไม่มีอะไรออกมาเช่นกันทะเลาะกันแน่นอนหนังเรื่องที่สองจบบริบูรณ์ไปแล้ว แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ผ่านสมองฉันเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เปลือกตามันหนักอึ้งใกล้จะหลับฉันคว้ารีโมทกดปิดโทรทัศน์ตรงหน้า พลางลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่สุดท้ายแล้ววันนี้พี่ทัพอาจจะไม่ได้มาหา ส่วนฉันก็ไม่ได้โทรไปเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี นอกจากส่งสติกเกอร์บอกฝันดีเขาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะตรงหน้า ก่อนย้ายสังขารไปนอนบนเตียงแทนกองทัพ..ชื่อของเขามันกวนใจฉันชะมัดเลยผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันถึงอะไรบางอย่าง ที่ทำให้รู้สึกดีจนหลุดเสียงครางบางเบามีแสงสีขาวรายล้อมรอบตัวฉัน ตรงหน้าเป็นสว







