Masuk“เจ้า! เสด็จพี่ใหญ่ เจ้าคนนั้นที่แย่งหยกข้าไปจนมันแตกหัก” เสียงเล็กพูดขึ้นมาดังพอควร ทำให้คนรอบข้างต่างก็หันมอง“เสี่ยวซินนั่นองค์รัชทายาทแคว้นตงหลี่ ชี้หน้าเขาเช่นนั้นมิได้” ไป่เฉิงจับมือน้องสาวลง พลางค้อมศีรษะเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอาหลานฝั่งตรงข้ามมองมาทางนี้เช่นกัน“รัชทายาทหรือ ตะ แต่นิสัยเขาแย่มากเลยนะเพคะ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า” ซินหรานหันไปกะพริบตาปริบๆ ทำตัวให้น่าสงสาร“เป็นรัชทายาทแล้วอย่างไร ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษเช่นนี้ ก็ต้องโดนดีเสียบ้าง”“จริงอย่างพี่รองว่า ท่านจะทำอันใดข้าเอาด้วย” พี่ชายทั้งสี่เห็นน้องสาวกลับเข้าวังมาร้องห่มร้องไห้ตาแดง เอ่ยว่าของขวัญที่จะให้เสด็จแม่เสียหายไปเพราะชายผู้หนึ่ง ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นใครที่ทำน้องสาวร้องไห้ ย่อมต้องโดนดีเสียบ้าง“อย่าทำสิ่งใดที่เป็นอันตรายเล่า แคว้นตงหลี่มีสัมพันธ์อันดีกับเรามาโดยตลอด”“พี่ใหญ่วางใจ พกข้าเพียงเล่นสนุกขำๆ เท่านั้น” สี่พี่ชายกับน้องสาวอีกหนึ่ง แอบแวบออกมาอยู่สวนหลวง หลังจากที่พิธีการเสร็จสิ้น ซินหรานมองผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองปักลายเองให้เป็นของขวัญพระมารดาแทนกำไลหยกที่ตั้งใจซื้อพอเข้าช่วงสังสรรค์ ซินหรานก็แอบกระ
‘อยากรู้นักว่าผู้ใดมันกล้าแตะต้องแก้วตาดวงใจของคนแคว้นต้าหยาง’แคว้นต้าหยางในหลายสิบปีที่ผ่านมา เจริญรุ่งเรืองทั้งการค้า การทหาร และอยู่ดีมีสุข เหตุผลหลักคงเพราะสถาบันกษัตริย์ที่เข้มแข็งและรักราษฎร ขุนนางคนใดคิดฉ้อฉลคดโกงประชาชนล้วนถูกลงโทษจนผู้อื่นมิกล้าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเหล่าองค์หญิงองค์ชายในราชวงศ์เจิ้งต่างก็เป็นที่รักของคนในแคว้น โดยเฉพาะองค์หญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ เจิ้งซินหราน“เสี่ยวถัง เจ้าว่ากำไลหยกวงนั้นเป็นอย่างไร เหมาะกับเสด็จแม่หรือไม่”“เหมาะกับฮองเฮายิ่งนักเพคะ” บ่าวสาวพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย“พ่อค้า ข้าเอาวงนั้น-”“พ่อค้า ข้าเอาวงนี้-” สองเสียงดังประสานขึ้นพร้อมกัน ตำแหน่งที่ชี้ไปก็เป็นตำแหน่งเดียวกัน ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเด็กสาววัยเพียงสิบห้าหนาวสบสายตากับเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดี ทว่าลวดลายและรูปแบบของเสื้อผ้านั้นแปลกตา ราวกับมิใช่คนแคว้นต้าหยาง“ขออภัยคุณชาย ข้ายืนดูอยู่นานแล้ว”“แต่ข้าหยิบก่อน” เด็กหนุ่มผู้นั้นหยิบฉวยเอากำไลหยกที่ซินหรานอยากได้ไปต่อหน้าต่อตา ช่างเป็นกิริยาที่ต่ำนัก“ไร้มารยาท ข้ายืนมองก่อนแล้ว ต่อรองกับพ่อค้าก่อนเจ้าเสีย
งานเลี้ยงสังสรรค์การแต่งงานของบ้านสกุลหม่าเป็นไปอย่างครึกครื้นและยิ่งใหญ่ ชาวบ้านต่างเอ่ยว่าจัดงานได้ดีทัดเทียมงานแต่งของเชื้อพระวงศ์ ถึงขั้นมีฮ่องเต้และฮองเฮาที่กำลังตั้งครรภ์มาร่วมงาน“พวกเขาดูมีความสุขมาก” ชายหญิงนั่งรถม้ามุ่งหน้าไปหอเลี่ยงซีตามที่หนิงจินได้เอ่ยขอไว้ตั้งแต่แรก ข้างกันมีเด็กชายที่จริงจังกับการแก้กลเครื่องเล่นไม้ที่ได้จากแม่ทัพเติ้ง“อืม วันเวลาผ่านไปเร็วเสียจริง ยังจำได้ตอนที่พี่ไปเจรจากับท่านแม่ทัพ เพราะหม่าซานดันปีนกำแพงเข้าไปหาซูหลินถึงในเรือนสกุลเติ้ง”“คิก มิคิดว่าคนเงียบขรึมเช่นองครักษ์หม่าจะถูกพิษรักเล่นงานได้ถึงเพียงนี้”“เรื่องพิษรักต้องถามเจ้ามิใช่หรือ” คนเอ่ยค่อนแคะถูกตีไปหนึ่งที อวี่เกอก็เป็นเช่นนี้ มักเอาเรื่องเก่ามาเย้าแหย่นางอยู่เรื่อย“ตอนนี้หม่อมฉันมิได้มัวเมาแล้วเพคะ เสี่ยวไป่ไปกันเถิด ท่านป้ารอแล้วกระมัง” ว่าเพียงเท่านั้นว่าที่มารดาก็เดินลงรถม้าไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่พึ่งจะเข้าใจความหมายของประโยคนั้น ถึงกับนั่งเหม่อ“นางเอ่ยเช่นนั้น มิใช่หมายความว่าไม่รักข้าแล้วหรอกหรือ...จะ จินเอ๋อร์ รอพี่ก่อน” ขาแกร่งรีบสาวเข้าใกล้ร่างท้วม รวบตัวพยุงแม่ของลูกให้เด
‘แม้จะเสียเวลา แต่ข้ากลับรู้สึกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม’กำไลหยกในกล่องไม้ถูกหยิบขึ้นมาเชยชมอีกครั้ง เมื่อถึงวันครบรอบการตายของเสิ่นตงเป่า ปีที่แล้ว วันนี้เป็นวันที่เจิ้งเฟยอวี่และเสิ่นหนิงจินแทบล้มทั้งยืน เมื่อได้รับรายงานจากหม่าซานว่ามารดาและบิดาของพวกเขาจบชีวิตลงที่อารามหลิงเซียนพวกเขาผ่านเวลานั้นมาอย่างยากลำบาก ต่างคนก็ต่างเข้าใจเหตุผลของเรื่องราวในวันนั้นดี ท่านพ่อได้ลบล้างความเจ็บแค้นที่อดีตสนมทำไว้กับครอบครัว และจบชีวิตของตนเองลง“พวกเขามิคิดถึงข้าเลยสักนิด”“ฮองเฮาอย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลยเพคะ นายท่าน ฮูหยิน และคุณชายต่างก็รักฮองเฮาของหม่อมฉัน” แม่นมซูกล่าวปลอบใจ“อืม อย่างน้อยท่านพ่อก็ยังทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ข้า...ช่วยเอาไปเก็บให้ข้าที” หนิงจินยื่นกล่องกำไลให้นางกำนัลเอาไปเก็บหากเอ่ยว่าไม่น้อยใจก็คงโกหก แม้จะได้รับการดูแล เลี้ยงดูอย่างดี แต่ก็ไม่เหมือนกับที่พี่ใหญ่ได้รับ นางยังเคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดเป็นหญิงแต่ยังดีที่พี่ชายของนางแสนดีเป็นที่สุด“ทำสิ่งใดอยู่หรือ”“ฝ่าบาท” หนิงจินลุกขึ้นคำนับสวามี ข้ารับใช้ในตำหนักรู้ความ รีบลุกออกไปด้านนอกทันที ไม่ต้องรอให้ฝ่าบาทไล่เหมื
“เจิ้งฟานเฉิงผู้นั้น เขาขวางทางของลูก”“พ่ะย่ะค่ะ!?”“แม่เพียงจัดการมิให้เขาขัดวาสนาเจ้าก็เท่านั้น” สายตาของเสวียนฟางว่างเปล่าจนน่ากลัว นางเอ่ยความผิดมหันต์นั้นออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป“เสด็จแม่ หมายความว่าเช่นไร ลูกมิเคยต้องการนั่งบัลลังก์”“ก็เพราะเป็นเช่นนั้น เขาจึงต้องตาย! หากไม่แล้ว เจ้าก็จะยอมอยู่เป็นเงาของเขาตลอดไป เสด็จพ่อของเจ้าลำเอียง ทั้งที่เจ้ามีความสามารถมากกว่า สร้างคุณงามความดีให้บ้านเมืองมากมาย แต่กลับยกบัลลังก์ให้ฟานเฉิง” ความในใจของเสวียนฟางถูกกล่าวออกมาจนหมด สีหน้าที่เรียบเฉย บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธเคืองเสวียนฟางเป็นสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางเป็นรองเพียงฮองเฮา โอรสของนางมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งรัชทายาท ทันทีที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ นางคิดว่าตนเองจะได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นแทน แต่กลับเป็นมารดาของฟานเฉิงที่เป็นเพียงเฟย ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาแทนที่จะเป็นนางเพราะความไม่เป็นธรรมนี้ โอรสของนาง จึงกลายเป็นเงาของฟานเฉิงผู้เป็นพี่ชายมาโดยตลอด ทั้งที่ตำแหน่งรัชทายาทควรเป็นของอาอวี่ต่างหาก“...”“แต่อันที่จริง จะว่าแม่สังหารเขาก็ไม่ถูก เพราะแม่
‘สุดท้ายแล้วกลายเป็นข้าที่ทำให้ท่านต้องตายหรือ’ขันทีเหล่ยลู่เปียวยืนมองแผ่นหลังของนายเหนือหัว ที่บัดนี้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากตัดสินโทษ พระราชทานผ้าแพรขาวให้กับเพ่ยไทเฮา ฝ่าบาทก็มีอาการเช่นนี้“ท่านขันที ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”“ยืนเหม่อมานานกว่าชั่วยาม (2 ชั่วโมง) แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา” เหล่ยลู่เปียวเห็นว่าเจ้าของดวงใจจักรพรรดิเดินเข้ามา จึงรีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง“ท่านขันทีไปพักเถิด ข้าจะไปพูดคุยกับฝ่าบาทเอง” หนิงจินรู้เรื่องราวของเพ่ยไทเฮาจึงไม่แปลกใจ เพราะอย่างไรเสียเพ่ยไทเฮาก็มิได้มีเรื่องบาดหมางกับอวี่เกอมาก่อน คงรู้สึกไม่ดีที่ต้องตัดสินโทษเช่นนั้น“ยืนรับลมเย็น ประเดี๋ยวจะประชวรเอาได้นะเพคะ”“จินเอ๋อร์...เจ้าต่างหากที่จะไม่สบาย เดินฝ่าหิมะมาได้อย่างไร” เจิ้งเฟยอวี่ปัดเกล็ดหิมะที่เกาะตามผ้าคลุมขนสัตว์ออก ก่อนจะหันไปปิดหน้าต่าง เพราะกลัวคนรักจะหนาว“หม่อมฉันเป็นห่วงเพคะ กลัวฝ่าบาทจะคิดมากเรื่องไทเฮา อย่าได้รู้สึกผิดไปเลยนะเพคะ ถือเสียว่าทวงความยุติธรรมให้เฉิงเกอและพี่ใหญ่”“พี่มิได้รู้สึกผิดเรื่องนั้น เพ่ยเหมยเหลียนสมควรได้รับโทษตาย”“แล้วเรื่องอันใดกันเพคะ เหตุใ
“เงียบ! เรื่องนี้ข้าส่งสารถึงราชสำนักซ่งแล้ว ซ่งรั่วซีย่อมได้รับโทษตามสมควร ส่วนนักพรตสายดำที่ทำพิธีพวกนั้น ข้ามิเว้นโทษตาย”“ฝ่าบาทตัดสินได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ การส่งสารไปแจ้งกับแคว้นซ่ง จะทำให้แคว้นซ่งมิอาจนำเรื่องการลงโทษซ่งกุ้ยเฟย มาเป็นข้ออ้างในการทำสงครามได้ ทั้งยังทำให้เราอยู่ลมบน ใช้เรื่อง
“ฮองเฮา พวกนางกำนัล-” อู่เต๋อคุนทำหน้าตื่นวิ่งเข้ามาในโถง“เจ้าดูทางนี้ เรียกหมอหลวงมาดู หากพวกเขาไม่มาก็นำหมอจากนอกวังเข้ามา” ว่าเพียงเท่านั้น ร่างบางก็ฮึดฮัดจะมุ่งหน้าไปตำหนักเทียนตง ก็ถูกเต๋อคุนรั้งไว้ เอ่ยว่าแม้ฝ่าบาทจะรู้ว่าฮองเฮาออกไปด้านนอกมา แต่คนในวังไม่ควรรับรู้เรื่องนี้ มิเช่นนั้นเรื่องจ
“เจ้าเด็กตาโตนี่เป็นใคร ลูกเจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ นี่ไป่เฉิง บุตรชายของข้าเอง” มือเรียวลูบแผ่นหลังเล็ก แนะนำให้พี่สาวได้รู้จัก“เหมือนบิดาหรือ อุ้มท้องเสียเปล่า มิได้เจ้ามาสักเสี้ยว”“มิใช่หรอกขอรับ มารดาผู้ให้กำเนิดข้าอยู่บนสวรรค์แล้วขอรับ ส่วนเสด็จแม่เป็นมารดาที่เลี้ยงดูข้า ดูแลข้ามาตั้งแต่เด็กเลยขอร
เจิ้งเฟยอวี่เปิดอ่านบันทึกของท่านหมอหลวง หลังจากที่พี่ชายของเขาสิ้นลมไป เฟยอวี่ก็สงสัยเรื่องการตายของพี่ชายมาโดยตลอด เพราะฝีมือการต่อสู้ของท่านพี่และเสิ่นชุนถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของแคว้น ทว่าในสถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้น้อยเกินไปความสงสัยเล็กๆ นั่นทำให้เฟยอวี่ตัดสินใจสืบสาเหตุการตายของพี่ชา





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

