LOGINยามอรุโณทัย ร่างบางนอนกอดก่ายคนตัวใหญ่ราวกับกอดตุ๊กตาหมี สองแขนกอดพระศอไว้แน่น ข
ลองใช้ใจสัมผัสดูนะมิ้นต์... หลับตาแล้วลองจินตนาการดูสิว่า... ตอนนี้ เฉินอ๋องกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ...”เสียงกระซิบอันนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังชักจูง ทำให้มินตราเผลอหยุดดิ้นรอมร่อ สติสัมปชัญญะเริ่มเคลิบเคลิ้มไปตามคำบอกเล่า ภาพใบหน้าคมคายและรอยยิ้มของเฉินอ๋องลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิดและในขณะที่มินตรากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับจินตนาการนั้นเอง อิงฟ้าก็ใช้มือข้างหนึ่งประคองสะโพกมนของมินตราไว้อย่างมั่นคง แล้วออกแรงดันเบาๆ ให้แยกขาออกกว้าง ถ่างอ้าออกทีละน้อยจนเผยให้เห็นกลีบสาวงามแสนหวาน ฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดน้ำรัก“อ๊า...!” มินตนสสะดุ้งเฮือกยามที่เรียวขาถูกแยกออกกว้าง ความเย็นของลมที่กระทบเข้ากับจุดอ่อนไหวทำให้ร่างกายสะท้านเฮือก ความวาบหวามพุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจเมื่อถูกปิดกั้นการมองเห็น ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ของมินตรากลับตื่นตัวและไวต่อความรู้สึกยิ่งกว่าเก่า ร่างกายของนางสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกผสมผสานกับความวาบหวามที่เริ่มก่อตัวขึ้นอิงฟ้าที่สวมกอดมินตราจากด้านหลัง กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับโน้มริมฝีปากกระซิบกระเส่าชิดใบหูของนางด้ว
ลมเย็นๆ ในยามสายพัดผ่านเข้ามาในศาลากลางอุทยานหลวง ไอความเขียวขจีของหมู่แมกไม้และดอกไม้หลากสีสันช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในสมองของมินตราได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เธอแอบอู้งาน ละทิ้งหน้าที่พยาบาลจำเป็นในการดูแลเฉินอ๋องผู้แกล้งป่วย หลบมุมหนีออกมานั่งพักผ่อนหย่อนใจเงียบๆ คนเดียวในอุทยานแห่งนี้มินตราร่างบางนั่งชันเข่าอยู่บนตั่งไม้แกะสลักในศาลา มือเรียวเด็ดกลีบดอกไม้เล่นแก้เขิน พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดแล้วใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นึกว่าหนีออกมาได้แล้วจะรอดพ้น แต่ใครจะไปรู้ว่าความลับไม่มีในโลก...“แอบหนีงานมานั่งรับลมตรงนี้นี่เอง”สุรเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงสง่าของจวิ้นเหยาอ๋องและอิงฟ้าที่ก้าวเข้ามาในศาลาอย่างเงียบเชียบ มินตราสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองด้วยความตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนทำตัวไม่ถูก“ทะ... ท่านจวิ้นเหยาอ๋อง... ยัยอิง” มินตราอุทานเสียงหลง รีบแก้ตัวพัลวัน “หม่อมฉันไม่ได้หนีนะเพคะ! แค่... แค่ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เผื่อเฉินอ๋อง... อ่า! เฉินอ๋องจะได้หายใจสะดวกๆ ต่างห
บทที่ 50 อ้อนสวาทนางพยาบาลจำเป็นหน้าหงิกแล้วหงิกอีกเพราะเจ้าพ่อประคุณอ้อนจะเอานู่นเอานี่ เธอแทบอยากจะผสมยานอนหลับแล้วจับกรอกใส่พระโอษฐ์ซะให้รู้แล้วรู้รอด“จะเสวยน้ำอีกแล้วเหรอเพคะ เมื่อครู่เพิ่งจะเสวยไปเองนะ” มินตราเริ่มตาขวางใส่คนตัวใหญ่ที่ร้องหาน้ำเป็นรอบที่ 5 และต้องให้เธอประคองป้อนอีกต่างหาก ไม่เช่นนั้นก็จะโอดครวญราวกับเจ็บแทบล้มประดาตายหากไม่ได้รับน้ำจากมือเธอ“ก็เรารู้สึกกระหายน้ำนี่ โอย เจ็บที่มุมปากเหลือเกิน ดื่มได้ทีละนิดเอง ดูสิแผลเขียวช้ำปวดเหลือเกิน เวลาหายใจก็รู้สึกปวดมาก ๆ นะมิ้นต์” เจ้าของชื่อเล่นตาลุกวาว“มินตราเพคะ! ชื่อเล่นของหม่อมฉันมีไว้เฉพาะสำหรับคนที่สนิทสนมด้วยอย่างอิงฟ้าหรือคนในครอบครัว” สาวเจ้ากอดอกแล้วสะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง งอน ไม่ให้เรียกแล้ว!!“ก็รับเราเพิ่มเป็นสมาชิกในครอบครัวของเจ้าสิมิ้นต์” สีพระพักตร์ยิ่งเกลื่อนยิ้มอย่างเป็นสุข แต่เธอไม่ขำด้วย เมื่อครู่มินตราเพิ่งห้ามเรียกชื่อเล่น แต่เฉินหลงเที
พระองค์ไม่รอช้า พลิกร่างบางให้นอนคว่ำลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะจัดแจงให้นางอยู่ในท่าคลานเข่า พระองค์ถลกกระโปรงผ้าไหมของนางขึ้นไปกองไว้บนบั้นท้ายงอนงาม เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องที่ดูนวลเนียนน่าทะนุถนอมไปทุกสัดส่วน"ก้นเจ้า... ช่างสวยงามและน่าอร่อยเสียจริง" เฉินหลงเทียนเอ่ยชมด้วยเสียงแหบพร่า พระองค์ใช้นิ้วถ่างแยกกลีบสาวฉ่ำแฉะออกจนกว้าง เห็นร่องรักสีระเรื่อที่กำลังขมิบตอดรับอากาศอย่างเย้ายวน"อะ... อื้อ! อย่าเพคะ! มิ้นต์อาย... มะ... ไม่เอาแบบนี้!" มินตราสะดุ้งสุดตัว พยายามจะขยับกายหนีด้วยความเขินอายจนหน้าแดงจัดไปถึงแผ่นหลัง"ชู่ว... อย่าดื้อสิ" เฉินหลงเทียนก้มลงต่ำ ใช้ปลายลิ้นร้อนจัดลากไล้ไปตามร่องรักและรอยแยกของกลีบสาวอย่างเชื่องช้าและชำนาญ ก่อนจะกดลิ้นดูดเลียความหวานฉ่ำที่ไหลซึมออกมาจ๊วบบ... ซู้ดด... จ๊วบบ... แผล่บ..."อ๊ะ! อ๊าาา... ท่านอ๋อง! อื้มมม... มะ... มิ้นต์..." เสียงครางกระเส่าของมินตราดังระงมไปทั่วห้องบรรทม มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่นเฉินหลงเทียนหยุดดูดเลียเพียงครู่เพื่อเงยพระพักตร์ขึ้นมองนางด้วยสายตาวาวโรจน์ "บอกข้าสิมิ้นต์... สัมผัสนี
“นะ...หนาว หนาวจังเลย มะ...มิ้นต์อยู่ที่ไหน เราหนาว”เสียงรับสั่งพร่ำเพ้อดังลอดออกมาจากผ้าห่มกองมหึมา ทรงสั่นเป็นลูกนกต้องลมฝน แต่ก็ยังไม่วายแอบเหลือบตาขึ้นมองว่าเป้าหมายมาแล้วหรือยัง เฉินหลงเทียนอดทนไว้แม้ร้อนจนเหงื่อท่วม แต่แล้วเมื่อองครักษ์คนสนิทวิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงาน เสียงเพ้อไข้จึงยิ่งดังสนั่นตั้งแต่ปากทางเข้าตำหนักด้วยซ้ำ“หนวกหูจริง เจ้านายของพวกเจ้าเป็นอะไรไป?”นางพยาบาลนามว่ามิ้นต์เท้าเอวถามพวกองครักษ์ติดตามเฉินหลงเทียนอย่างจับผิด เพราะเหล่าลูกน้องทั้งหลายต่างก้มหน้างุดและไม่ยอมตอบคำถามให้ชัดเจน มินตราชักสีหน้าสงสัย เพราะเมื่อเช้าเจ้าคนตัวใหญ่ยังสบายดีอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับเป็นไข้เสียแล้ว“ถ้าคิดจะเล่นละครล่ะก็ บอกเลยว่าเลิกคิดเพคะ อ้าว! แย่จริง ไม่สบายนี่นา”เธอลองวางมือบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ดูก็ตกใจ มือขาวผ่องเคลื่อนไปแตะที่แก้มสาก ๆ ด้วย แต่ไม่ทันสังเกตรอยแย้มยิ้มชื่นใจ ความอบอุ่นได้ถ่ายทอดมาสู่พระวรกาย แม้เป็นช่วงเวลาเพียงชั่ววูบก็สุขล้ำเกินจะเอ่ย“ต้องเช็ดตัวนะ ปล่อยให
บทที่ 49 นางพยาบาล จุ๊บจุ๊บ เมื่อพระนางเซี่ยเสด็จกลับจากการไหว้พระ และได้พบมินตราเป็นครั้งแรก พระองค์ก็รู้สึกต้องชะตาทันที เพราะความน่ารักสดใสช่างเจรจาคะขาและช่างเอาอกใจจนพระนางเอ่ยชมไม่ขาดปาก คราวนี้จึงมีลูกลิงเกาะแขนแน่นครบทั้งซ้ายขวาจนลูกชายกับหลานถูกลืมไปเลย แต่หลังจากที่ธิดาคนใหม่ถูกเด้งไปประจำที่ตำหนักของอ๋องแคว้นเฉินแล้ว เซี่ยไทเฮาจึงมีรับสั่งกับจวิ้นเหยาอ๋องเกี่ยวกับเด็กสาวนามมินตราผู้นี้“หนูมิ้นต์น่ารักมากจริง ๆ เลยนะแต่น่าเสียดาย ดูท่าว่าทางเราต้องเตรียมยกให้ทางแคว้นเฉินเสียแล้ว สายตาของเฉินหลงเทียนก็ร้อนแรงมิใช่น้อย คงจะเอ่ยปากขอในเร็ว ๆ นี้ล่ะ น้องสาวแม่ก็ไม่ต้องเหงาอีกแล้ว ในเมื่อมีลูกแมวขี้อ้อนแถมแก่นแก้วไปอยู่ด้วยก็จะได้คึกคักกันล่ะ ฮึฮึ”“มิต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ เฉินอ๋องได้เอ่ยปากกับลูกเรียบร้อยนานแล้ว เหลือเพียงแต่นางว่าจะตอบตกลงหรือไม่ แต่ดูท่าทางของพี่ท่านแล้วก็วางใจได้แน่นอนว่าคงมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ ฮึฮึ” มุมพระโอษฐ์ยกขึ้นสูงอย่างชอบใจกับแผนการณ์ที่เพิ่งจะสำเร็จไปสด ๆ ร้อน ๆ“แน่ใจรึเพคะ คิกคิก จะบอกให้นะเสด็จพี่จวิ้นเหยา คุณหนูมินตราน่ะ ใจแข็งดั่งหิน ฆ่าได้แต่หย







