Share

3

Penulis: RainyStarSea
last update Tanggal publikasi: 2025-08-13 19:41:14

แคว้นอวี้…ดินแดนที่ตั้งตระหง่านเหนือคาบสมุทรตะวันออก แผ่นดินนี้กว้างใหญ่จนแสงอาทิตย์ต้องใช้เวลาสองวันเต็มจึงจะไล้แสงผ่านสุดขอบผืนดิน ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่คือดินแดนแห่งวรรณศิลป์และกลยุทธ์การศึก ขุนนางฝ่ายบุ๋นล้วนเชี่ยวชาญกลอนและพิชัยสงคราม ส่วนฝ่ายบู๊ก็ถือดาบดั่งเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ

ทิศเหนือสุดคือ ป้อมหิมะขาว อันหนาวเยือก คุมเส้นทางสู่แดนเถื่อน ทิศตะวันตกเป็นเทือกเขาตระหง่านที่คั่นแคว้นอวี้กับแคว้นเว่ย ทางทิศใต้ลงไปคือเมืองท่าที่การค้ารุ่งเรือง น้ำทะเลสีนิลและเรือสำเภานับพัน ส่วนทิศตะวันออกนั้นคือวังหลวงหัวใจของแคว้น ที่มีทั้งความงามสง่าและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเกมการเมือง และแน่นอนว่าผู้ครองบัลลังก์สูงสุดในวังนั้น…คือเขา…อวี้เหยียน

พระองค์ไม่ได้เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์ หากแต่เป็นโอรสลำดับสุดท้ายของฮ่องเต้องค์ก่อน เกิดจากสนมขั้นต่ำจนไม่มีใครเหลียวแล เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ ที่ยืนอยู่ท้ายขบวนพี่น้อง ยามเสวยก็มักได้เพียงเศษอาหารที่เหลือ แต่ดวงตาคมเรียวคู่นั้น…กลับเฝ้าสังเกตทุกสิ่งเงียบ ๆ

พระมารดาของเขานั้นหาได้รักใคร่เขาไม่ เพื่อปกป้องชีวิตของเขานางจึงต้องเสียขาทั้งสองข้างไป สูญเสียความโปรดปราน ยามที่นางคับแค้นใจแน่นอนว่าย่อมเอามาลงกับบุตรชายของนางเอง หากว่าเสด็จพ่อของเขามีพระโอรสเพียงเขาคนเดียวหรือน้อยกว่านี้ ไม่แน่เขาอาจได้รับความสำคัญแม้ไม่ได้เกิดจากมารดาตระกูลต่ำศักดิ์ หรือเขาอาจได้เป็นบุตรบุญธรรมของฮองเฮา

แต่ทว่าน่าเสียดาย เสด็จพ่อของเขามีพระโอรสที่เกิดจากทั้งฮองเฮาและพระสนมมากถึงสิบสี่คน ใคร ๆ ต่างพูดกันว่าสวรรค์ต่างเมตตาโอรสสวรรค์พระองค์นี้นัก จึงประทานบุตรชายติด ๆ กันมากถึงเพียงนี้

แต่สำหรับองค์ชายสิบสี่อย่างเขา นับว่าคือนรกเสียมากกว่า เขาที่ต้องเรียนร่วมกับพี่ ๆ มักถูกเปรียบเทียบเสมอ ไม่ว่าจะยศตำแหน่งมารดา ตระกูลมารดาใครมีอำนาจช่วยเสด็จพ่อได้ จนไปถึงใครที่ทั้งเรียนและต่อสู้เก่งที่สุด

เมื่อเด็กผู้ชายวัยคึกคะนองมารวมอยู่ในที่เดียวกัน ความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในเรื่องพละกำลังและความเป็นผู้นำก็ฉายชัดยิ่งขึ้น เขาที่เป็นน้องเล็กสุด ไหนเลยจะสามารถเอาชนะในเรื่องเหล่านั้นได้ อวี้เหยียนพยายามเก็บงำซ่อนความสามารถ ไม่อาจทำตัวเด่น แต่ไหนเลยทุกอย่างจะเป็นดั่งใจคิด ยิ่งเขากดตัวเอง เหล่าพี่ ๆ ยิ่งกดเขาให้ต่ำยิ่งกว่า หาเรื่องแกล้งเขาทุกครั้งที่มีโอกาส

จนวันหนึ่งอวี้เหยียนถูกขังอยู่ในห้องเก็บของเป็นนาน ไม่ว่าจะตะโกนขอความช่วยเหลือเพียงใด ตะกุยตะกายหาทางออกอย่างไร ก็ไม่อาจออกไปได้ คืนนั้นบรรดาสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอย่างหนูและแมลงสาบออกมาเดินพล่านไต่ขึ้นมาตามเนื้อตัวของเขาในยามทีาเขาเผลอหลับไป หนูบางตัวบ้างก็แทะเล็มนิ้วเท้าของเขา บางก็กัดหู เจ็บปวดทรมานจนไม่อาจนอนได้ ห้องที่เล็กแคบนั้นไม่ว่าเขาจะขยับหนีไปทางใดก็ไม่อาจหนีได้พ้น จำต้องทนอยู่อย่างนั้น กว่าจะมีใครมาพบเขาเข้าก็ยามซื่อเข้าไปแล้ว

อวี้เหยียนคับแค้นใจ และนั่นจึงเป็นจุดที่เขาเริ่มจะหมดความอดทน

“ในเมื่อพวกเขาดูถูกเรา…ก็ให้พวกเขาฆ่ากันเอง”

วัยสิบสามหนาวเขาเริ่มปล่อยข่าวลับ ปลุกความระแวงในหมู่พี่น้อง ช่วงนี้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เพราะแว่วข่าวมาว่าเสด็จพ่อกำลังจะแต่งตั้งองค์รัชทายาท เมื่อได้ข่าวที่อวี้เหยียนกระตุ้นเขื้อไฟในใจเพัยงน้อยนิด ไฟในใจพวกเขาก็ลุกโหมจนพวกเขากัดกันและทำร้ายกันอย่างเลือดเย็น มีเพียงองค์ชายสิบสาม พระโอรสคนโปรดของเสด็จพ่อในตอนนั้นคือเพียงคนเดียวที่รอด และเป็นศัตรูสำคัญที่มีขุนนางฝ่ายบุ๋นหนุนหลัง

อวี้เหยียนรู้ดีว่า หากหวังจะเอาชนะพี่ชาย ต้องมีพันธมิตรฝ่ายบู๊อยู่ในมือ และพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด…คือเสนาบดีฝ่ายขวา อวิ๋นจิ้นเหยียน ผู้คุมกองทัพชายแดนและป้อมทหารทั้งสี่ทิศ

[ภาพตัดไป เปลี่ยนเป็นฉาก ราชวังเมื่อสามปีก่อน]

เรือนโถงใหญ่เงียบกริบ ร่างสูงในชุดเกราะครึ่งทางพิธีคุกเข่าลงเบื้องหน้าองค์ชายสิบสี่ อวิ๋นจิ้นเอ่ยเสียงหนักแน่น

“ข้ามีเพียงบุตรสาวคนเดียว…ขอเพียงพระองค์รักษาเกียรติของนาง ไม่ว่าพระองค์จะเป็นเช่นไร สกุลอวิ๋นจะขออยู่ข้างท่าน”

อวี้เหยียนสบตาเขาด้วยสายตาเย็นชาจนอีกฝ่ายสะท้าน

“ท่านยอมโยนบุตรสาวเข้าสู่วังวน…เพื่อแลกกับเกียรติยศตระกูลเช่นนั้นหรือ”

ริมฝีปากเขาโค้งขึ้นน้อย ๆ ราวกับเย้ยหยัน

“เช่นนั้น…ข้าก็จะใช้นาง”

[ภาพเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง]

พิธีแต่งงานของจักรพรรดิในอนาคตกลับไร้ซึ่งความยินดี เทียนแดงมงคลดับไปครึ่งหนึ่งเพราะพายุฝนพัดแรง ร่างเจ้าสาวสีแดงสดในชุดปักดิ้นทองถูกส่งเข้าตำหนักคุนหนิง แต่เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

คืนเข้าหอ เสียงเขาเย็นชา ราวกับคมมีดเฉือนเข้ากลางอก

“เจ้าจะมีชื่อเป็นพระชายาเอกก็จริง แต่ในใจข้า…ไม่มีที่ให้เจ้า”

หญิงสาววัยสิบหกหลับตาแน่น มือกำชายผ้าไว้เสียจนเจ็บเพื่อซ่อนความสั่นไหว และคำพูดนั้นฝังลึกเป็นรอยแผลแรกของชีวิตคู่

เมื่อเขาขึ้นครองบัลลังก์ อวิ๋นซินเยว่ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาตามฐานะ แต่ตำหนักคุนหนิงยังคงเงียบงันราวกับบ้านร้าง ไม่มีคืนไหนที่เขาเคยแวะมา

ในสายตาของทุกคน นางคือฮองเฮาผู้สูงศักดิ์

แต่ในหัวใจของเขา…นางเป็นเพียงพันธะที่ไม่อาจปฏิเสธ!

……..

ภาพทั้งหมดดับลง เหลือเพียงแสงตะเกียงวูบไหวอีกครั้งในตำหนักอันเงียบงัน

น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงข้างแก้มอวิ๋นซินเยว่โดยไม่รู้ตัว

เธอพึมพำกับตัวเอง

“…ภายใต้ความเย็นชาเช่นนั้น กลับมีอดีตที่เจ็บปวดขนาดนี้”

เสี่ยวหลิงยกมือเท้าสะเอว ยิ้มแหย

“ทีนี้หม่าม๊าเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าทำไมจักรพรรดิถึงไม่ยอมให้หัวใจตกเป็นเชลยของใครง่าย ๆ”

อวิ๋นซินเยว่นิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบของตำหนักคุนหนิง

อดีตที่เสี่ยวหลิงฉายให้เห็นนั้น…ราวกับเพิ่งสลักลึกเข้าในหัวใจเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   65

    กำแพงเมืองชั้นนอก ยามโพล้เพล้เสียงกลองศึกดังสนั่นกัมปนาทราวกับฟ้าจะถล่มดินจะทลาย กลิ่นเขม่าควันไฟเริ่มลอยอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศที่เคยสงบเงียบของเมืองหลวงแคว้นอวี้ ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นสีครามยามเย็นบัดนี้กลับอาบชโลมด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่ลุกโหมอยู่บนหอคอยทิศตะวันตก เสียงโห่ร้องของทหารแคว้นเยี่ยน

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   64

    คุกใต้ดินหลวง ยามค่ำ ความเย็นยะเยือกของอิฐหินที่เปียกชื้นซึมผ่านอาภรณ์หรูหราของฮองเฮาจนถึงผิวหนัง อวิ๋นซินเยว่ ถูกจองจำอยู่ในห้องขังลึกที่สุดของวังหลวง ที่นี่ไม่มีแสงตะวัน มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินสม่ำเสมอรราวกับเสียงเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่ความตาย นางนั่งนิ่งอยู่บนกองฟางแห้ง ดวงตาเรียบเ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   63

    ตำหนักบรรทมส่วนพระองค์ ยามวิกาลที่มืดมิดที่สุดกลิ่นกำยานหอมอ่อน ๆ ที่เคยทำให้จิตใจสงบ บัดนี้กลับถูกกลบด้วยกลิ่นขื่นปร่าของสมุนไพรเคี่ยวเข้มข้นที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องบรรทม แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของร่างสูงสง่าบนเตียงมังกรที่บัดนี้ดูเปราะบางราวกระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลาย องค์จักรพรรดิอวี้เหยียน ท

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   62

    ตำหนักบรรทมส่วนพระองค์สามวันหลังจากการแต่งตั้งกุ้ยเฟยบรรยากาศในตำหนักดูเคร่งเครียดกว่าปกติ องค์จักรพรรดิอวี้เหยียน กำลังเข้าสู่ช่วง วิกฤตการรักษาตามที่ ซูกุ้ยเฟย ได้เตือนไว้ พระวรกายของพระองค์ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ไข้สูงกลับมาเป็นระยะ และทรงหลับลึกกว่าปกติ... ราวกับสลบไป!อวิ๋นซินเยว่ เฝ้าดูแลอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status