Partager

4

Auteur: RainyStarSea
last update Date de publication: 2025-08-16 01:23:49

หลินซินเยว่นั่งเงียบอยู่ในศาลากลางน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตำหนักคุนหนิงเท่าใดนัก เดินเพียงหนึ่งเค่อก็ถึง บริเวณรอบ ๆ มีขันทีและนางกำนัลรายล้อมคอยดูแลรับใช้ไม่ห่าง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทหารคอยเดินตรวจตราอยู่รอบนอก ระมัดระวังความปลอดภัยรอบด้านให้แก่สตรีผู้มีศักดิ์สูงส่งที่สุดในวังหลัง

“ระบบ” หลินซินเยว่พึมพำเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ ไม่นานรอบตัวก็เหมือนถูกหยุดเวลา ทุกสิ่งหยุดนิ่ง หลินซินเยว่รับรู้ได้เลยว่ามันได้ผล

[หม่าม๊าเรียกหาผมมีอะไรเหรอครับ?]

คราวนี้ไม่ใข่แค่เสียงอีกต่อไป แต่กลับปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยดูแล้วอายุน่าจะไม่เกินห้าขวบ ผมหยักศกสีดำสนิทดูนุ่มน่าสัมผัส ริมฝีปากสีแดงเรื่อ ๆ ดูจิ้มลิ้มนั้นกำลังบอกข้อมูลเธออยู่ เด็กน้อยบอกว่าตนเองชื่อเสี่ยวหลิง เป็นระบบเอไอสุดอัจฉริยะที่จะคอยเป็นผู้ช่วยของเธอในโลกนี้ อวิ๋นซินเยว่มองริมฝีปากช่างเจรจานั้นอย่างเพลิดเพลิน เสียงเสี่ยวหลิงดังเจื้อยแจ้วอยู่ใกล้หู ขณะร่างโฮโลแกรมลอยวนรอบ ๆ ซินซินด้วยความกระตือรือร้น

“ขอบใจมากนะเสี่ยวหลิง แล้ววันนี้มีภารกิจอะไรที่ฉันต้องทำไหม”

[ขอแสดงความยินดี! มิชชันของวันนี้: จีบผ่านกระเพาะ ทำอาหารให้ฝ่าบาทด้วยตนเอง!]

เสียงใสกิ๊งของระบบดังลั่นราวกับกำลังประกาศผลรางวัลระดับจักรวาล

“ทำอาหารเหรอ!?” ร่างบางร้องเสียงหลง “นี่ฉันมาเป็นฮองเฮา ไม่ใช่เชฟกระทะเหล็กนะยะ!”

[เป้าหมายภารกิจ: กระตุ้นความทรงจำด้านกลิ่นและรสชาติให้เชื่อมโยงกับความรู้สึก “บ้าน” และ “คนสำคัญในหัวใจ”]

หลินซินเยว่อยากจะกรี๊ด แต่ไม่มีเวลาพอจะโต้เถียง เมื่อระบบแจ้งว่าฝ่าบาทจะมาเสวยพระกระยาหารเที่ยงที่ตำหนักของนางในอีก 2 ชั่วยาม

[ความเสี่ยง: หากฝ่าบาทไม่ประทับใจ = ระดับภัยพิบัติระดับ 3 ท่านอาจจบลงด้วยการโดนสั่งโบยหลายสิบไม้]

หญิงสาวลุกพรวดจากที่นั่ง เรียกนางกำนัลให้ไปตามพ่อครัวหลวงมาตระเตรียมครัวของตำหนักในทันที ในใจสวดมนต์ภาวนารัว ๆ ว่า “ขอให้โลกนี้ไม่พังเพราะการทำอาหารของฉันเลยยย…”

กลิ่นเปลวถ่านอุ่น ๆ ปะทะปลายจมูก อุปกรณ์ในครัวสะอาดสะอ้าน เครื่องครัวเรียงเป็นระเบียบบนโต๊ะไม้ บ่าวไพร่ยืนขนาบสองฝั่ง ไม่กล้าถามแม้แต่ว่าฮองเฮาคิดจะลงมือทำอาหารเองจริงหรือ

“ระบบ! ขอสูตรที่ง่ายที่สุด! ขอแบบอร่อยแต่ไม่ต้องมีเตาอบไฟนรกอะไรทั้งนั้น!”

[มิชชันปลดล็อกเมนู: “เป็ดอบน้ำผึ้งวังหลัง” ระดับความยาก: ปานกลาง ความเสี่ยง: สูง โอกาสสร้างความประทับใจต่อพระเอก 20%]

[คำแนะนำ: อย่าให้เปลวไฟสูงเกิน 10 เมตร มิฉะนั้นจะโดนกล่าวหาว่าคิดลอบวางเพลิง]

ซินซินตวัดตาใส่ข้อความระบบ แล้วถอนหายใจแรง ใครมันจะบ้าทำอะไรแบบนั้นกัน ต่อให้นางจะทำอาหารได้ไม่กี่อย่าง แต่ก็ไม่เคยทำไหม้ก็มาก่อน

หลินซินเยว่ล้างมือ หยิบเนื้อเป็ดตัวโตมาล้างทำความสะอาด ลูบเบา ๆ เหมือนกำลังขอโทษ

‘เจ้าเป็ดเอ๋ย ช่วยฉันด้วยนะ หากภารกิจนี้สำเร็จ ฉันจะบวชให้แกเลย เฮ้ย! ไม่ได้สิ เอาเป็นทำบุญให้แกชุดใหญ่ไฟกระพริบเลย’

หลังจากอธิษฐานในใจต่อเป็ดในมือแล้ว ร่างโปร่งบางก็ลงมือคลุกซอสที่ระบบบอกสูตรมาแบบโบราณ ซึ่งมีวัตถุดิบที่หาได้ไม่ยากในครัวหลวงประจำตำหนักคุนหนิงนี้ ซึ่งมีน้ำผึ้งอุ่น ซอสถั่วเหลือง พริกแดง หอมแดง ขิงบด และเหล้าจีน เมื่อนำมาตำและยัดเข้าไปภายในตัวเป็ดรวมถึงทาทั่วบริเวณลำตัวด้านนอก หลินซินเยว่ก็สั่งให้พ่อครัวนำไปอบให้

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมละมุนอบอวลทั่วห้อง จนแม้แต่ขันทีที่ยืนเฝ้าด้านหน้ายังเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ฮองเฮาทรงทำด้วยพระองค์เองจริง ๆ…”

“นั่นสิ ปกติมีแต่สั่งอย่างเดียว น่าแปลกพิกล”

“ฉันได้ยินนะ!” ผู้ถูกนินทาระยะเผาขนหันขวับ

เสียงหัวเราะของระบบดังขึ้นราวกับเด็กน้อยขำคนลื่นเปลือกกล้วย

[เสี่ยวหลิงบันทึกไว้ในฐานข้อมูล: ฮองเฮากำลังอยู่ในโหมด “แม่บ้านขุ่นเคือง”]

ก่อนเวลาเสวย 15 นาที

กลิ่นเป็ดย่างคลุ้งทั่วตำหนัก น้ำซอสสีทองฉ่ำถูกตักราดบนตัวเป็ดกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟคู่หมั่นโถวฟูนุ่มละลายในปาก รากบัวลวกโรยหน้าสีขาวใสเรียงอย่างงดงาม

[วิเคราะห์ระดับความน่ากิน: 98%]

[ระดับกลิ่น: 91%]

หลินซินเยว่ยกมือปาดเหงื่อ สูดลมหายใจลึกยาว

“ถ้าโลกจะรอดด้วยความอร่อย ฉันก็จะทำให้มันรอด!”

ห้องเสวย

จักรพรรดิอวี้เหยียนเสด็จเข้ามาในชุดผ้าต่วนสีดำปักมังกรเงิน สง่างาม เย็นชา ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ขันทีและสาวใช้คุกเข่าก้มหน้าจนแทบติดพื้น

หลินซินเยว่ยืนก้มหน้า ประสานมืออยู่หน้าโต๊ะเสวย

“ถวายพระกระยาหารฝีพระหัตถ์ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประกาศ

อวี้เหยียนปรายตามองจานเป็ดย่างในความเงียบ ไม่มีคำพูด ไม่มีสีหน้า ไม่มีแม้แต่การขมวดคิ้ว

[เริ่มกระบวนการ “ชิมครั้งแรก”]

[คลื่นสมอง: นิ่งสนิทแบบทะเลทรายไร้ฝน]

‘แหม ขนาดทำน่ากินขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอะไรสักนิดเลยเหรอเนี่ย แต่ว่าไม่ได้หรอก อะไรบ้างที่ฮ่องเต้อย่างเขาอยากกินแต่ไม่ได้กิน รู้งี้ทำเพิ่มอีกสักอย่างสองอย่างดีกว่า’ หลินซินเยว่คิดในใจอย่างเสียดาย

ก่อนที่ฝ่าบาทจะเสวย ได้มีขันทีคนสนิทที่ยืนใกล้เคียง ชิมก่อนหนึ่งคำ ขันทีเฒ่าถึงกับตาลุกวาว ทำท่าจะคีบกินอีกอย่างลืมตัว แต่เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นสายตาของฝ่าบาทที่มองมาทางตน มือที่จับตะเกียบก็สั่นไหวรุนแรงจนแทบจะจับตะเกียบในมือไว้ไม่อยู่ หลินซินเยว่ที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับเกือบจะหลุดขำดังพรืดออกมา หญิงสาวกลั้นขำจนตัวสั่น นางก้มหน้านิ่ง สองมือกำชายกระโปรงแน่น

แน่นอนว่ากิริยาตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำนั้นของหลินซินเยว่ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอวี้เหยียนไปได้

‘นางกลัวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ’

“เชิญพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเฒ่าถอยหลังอย่างรู้งาน ปล่อยให้โต๊ะนั้นเหลือเพียงฝ่าบาทและฮองเฮาประทับนั่ง

ฮ่องเต้หนุ่มหยิบตะเกียบมาถือในมือ ภาพเป็ดสีเหลืองทองอร่ามเป็นมันวาวด้วยน้ำผึ้งและซอสเคลือบผิวชั้นนอก ประกอบกับกลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกก็เพิ่มความอยากอาหารมาได้หน่อย พระหัตถ์คีบเป็ดคำแรกเข้าพระโอษฐ์...

หลินซินเยว่กลั้นหายใจ คำแรกถูกเคี้ยวด้วยจังหวะช้า ๆ จากนั้นก็หยุดนิ่ง

‘รสชาติเช่นนี้เหมือนข้าเคยได้กินที่ไหนมาก่อน’

[อัปเดต: ไม่มีการคายทิ้ง / ไม่มีการหยิบจานฟาดใส่หัวคน]

‘แค่ไม่ตายก็บุญแล้วโว้ย!’ หลินซินเยว่กรีดร้องในใจ

ยามที่ฝ่าบาททรงหยุดเคี้ยวหลังจากกินคำแรกไปนาน โดยไม่มีคำที่สองต่ออีก หลินซินเยว่ก็คอตก เตรียมรับชะตากรรมของตนเอง ในขณะที่ขันทีเฒ่าเห็นเป็นเรื่องปกติ จึงเตรียมอ้าปากสั่งนางกำนัลให้เข้ามายกจานออกไป

แต่แล้วตะเกียบในมือของฝ่าบาทก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง

คำที่สอง… คำที่สาม… คำที่สี่…

[อัปเดตคลื่นหัวใจ: เพิ่ม 0.2 / ตะเกียบเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเล็กน้อย / คิ้วกระดิก 1 มิลลิเมตร]

‘พระเจ้าช่วยกล้วยแขกทอด…เขากินต่อ! เขาไม่หยุด! เขากินต่อ!’

หลินซินเยว่ดีใจจนแทบจะลุกขึ้นเต้น คำแล้วคำเล่าผ่านเข้าริมฝีปากหยักหนา จากเป็ดตัวโตในตอนแรก ณ เวลานี้เป็ดในจานหมดเกลี้ยง หลินซินเยว่แทบจะเข่าทรุด

[มิชชันสำเร็จขั้นสูงสุด!]

[คะแนนอบอุ่นหัวใจ +5]

[ปลดล็อก: พระเอกเริ่มยอมรับอาหารจากมือท่านเท่านั้น]

[ปลดล็อกสกิล: ข้าวกล่องฮองเฮา]

เมื่อเป็ดอบน้ำผึ้งหมดไปทั้งจาน ความเงียบในห้องเสวยกลับกดทับเหมือนหมอกหนา

จักรพรรดิอวี้เหยียนทรงยกสายพระเนตรขึ้นเพียงชั่วขณะ แววตาคมเข้มสะท้อนเปลวไฟจากเชิงเทียน เย็นชาแต่แฝงเงาลึกที่หลินซินเยว่ไม่อาจเข้าใจได้

เพียงเสี้ยวอึดใจนั้น นางกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในห้วงบางอย่าง...

หัวใจเต้นแรงจนเกือบลืมหายใจ

อวี้เหยียนไม่พูดคำใด ไม่เอ่ยชม หรือตำหนิ แต่ลุกขึ้นช้า ๆ เหลือบตามองหญิงสาวเพียงนิด หากจะมีใครลองสังเกตสักนิดจะพบว่า ฝ่าบาทลอบยิ้มบางเบาก่อนเสด็จกลับอย่างเงียบงัน

ทิ้งไว้เพียงความเงียบในห้อง และสายตาของขันทีเฒ่าที่มองฮองเฮาด้วยแววตาเปลี่ยนไปเป็นเคารพมากขึ้น

“ฝ่าบาท... เสวยหมดจาน...นานเพียงใดแล้วที่พระองค์ไม่ได้เสวยอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้” เขาพึมพำราวกับฝัน

……

หลินซินเยว่กลับมายังห้องบรรทมของตน ทิ้งตัวลงกับเบาะนวมทันที หัวใจนางเต้นแรงไม่แพ้ตอนสบตากับพระเอกในวันแรก

“ฉัน...รอดตายอีกหนึ่งวัน...เฮ้ออออออ”

[ติ๊ง! มิชชันพิเศษเปิดใช้งานใหม่: “ทำให้ฝ่าบาทหัวเราะให้ได้!”]

“...เสี่ยวหลิง นายเกลียดฉันใช่ไหม!?”

[ไม่ครับ เสี่ยวหลิงรักหม่าม๊าเสมอ <3]

“แต่ว่านะ เสี่ยวหลิง?”

[ครับ?]

“ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่าหม่าม๊าล่ะ”

เด็กน้อยโฮโลแกรมนั่งขัดสมาธิ หว่างคิ้วขมวดมุ่น ราวกับคิดหนักกับการหาคำตอบสำหรับคำถามนี้ อวิ๋นซินเยว่ที่รอคำตอบเห็นสีหน้าเด็กน้อยก็เตรียมจะเอ่ยขัดว่าไม่ต้องตอบก็ได้ แต่เด็กน้อยกลับโพล่งออกมาว่า

[แม้เสี่ยวหลิงจะเป็นเอไอ แต่คนแรกที่เสี่ยวหลิงลืมตาขึ้นมาและเห็นเป็นคนแรกก็คือ หม่าม๊า เสี่ยวหลิงแค่อยากเรียนรู้ และอยากมีแม่เหมือนคนอื่น แต่ถ้าหม่าม๊าไม่ชอบ เสี่ยวหลิงจะไม่เรียกแบบนี้อีก] จากนั้นริมฝีปากน้อย ๆ ก็ปิดสนิท ไม่พูดสิ่งใดอีก

คำตอบของเสี่ยวหลิงน้อยทำเอาหญิงสาวถึงกับอดสงสารไม่ได้ ไหนใครบอกว่าเอไอไม่มีความรู้สึกไง ในโลกเดิมที่เธออยู่นั้นโลกพัฒนาไปไกลถึงขนาดที่มีหุ่นยนต์และเอไอประจำตัวทุกคน แต่พวกมันไร้อารมณ์และตอบโต้แบบบอท ๆ แต่อวิ๋นซินเยว่ยังไม่เคยเห็นระบบเอไอที่ดูมีชีวิตจิตใจและทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูได้ขนาดนี้

“เอาเถอะ อยากเรียกแบบไหนก็เรียกละกัน” หลังจากที่ได้ยินคำตอบเช่นนี้จากปากอวิ๋นซินเยว่ เสี่ยวหลิงก็ยิ้มกว้างทันใด ก่อนจะพุ่งมากอดเธอ แต่เพราะเสี่ยวหลิงไม่มีร่างกาย ภาพโฮโลแกรมของเด็กน้อยจึงพุ่งทะลุผ่านตัวของอวิ๋นซินเยว่ไป

หญิงสาวรู้สึกสงสาร จึงเรียกเสี่ยวหลิงให้กลับมาหา และทำท่ากอดร่างของเสี่ยวหลิงไว้ น่าแปลกที่หูของเธอกลับได้ยินเหมือนเสียงหัวใจเต้นถี่รัว เสียงมันดังมาจากที่ไหนกัน! หรือว่า…เป็นไปได้ยังไง? อวิ๋นซินเยว่เลิกใส่ใจคิดว่าเธอคงนอนน้อยเกินไปเสียมากกว่า

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   27

    สามวันผ่านไปนับตั้งแต่อวิ๋นซินเยว่ถวายบัญชีทรยศของตระกูลอวิ๋นแด่องค์จักรพรรดิ ความสัมพันธ์ของเธอกับอวี้เหยียนเข้าสู่ภาวะสงครามเย็นที่เต็มไปด้วยการสังเกตการณ์ อวี้เหยียนไม่มาพบเธอ แต่กลับส่งของกำนัลราคาแพงและตำรับชาหายากมาให้ทุกวัน เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่กล่าวคำใด ๆ ขณะเดียวกันก็มีสายลับของ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   26

    สามวันหลังจากการสั่งจับกุมครั้งใหญ่ในราชสำนัก ความตึงเครียดในวังหลวงยังคงหนาแน่น แต่ตำหนักคุนหนิงกลับสงบอย่างน่าประหลาดใจ องค์จักรพรรดิอวี้เหยียนยังคงเก็บตัวทรงงานอย่างหนัก แต่ความไม่ไว้ใจยังคงตามหลอกหลอนพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ความไม่ไว้ใจในตัวฮองเฮาที่สามารถทำลายตระกูลของตนเองได้ด้วยความเยือ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   25

    สวนหลังตำหนักคุนหนิง ยามค่ำคืนเงียบสงบกว่าที่ใดในวังหลวง อวี้หลาง ยืนรออยู่ใต้เงาต้นหลิวที่พริ้วไหว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด หลังได้เห็นการตัดสินใจที่โหดร้ายของสตรีอันเป็นที่รักอวิ๋นซินเยว่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือของเธอยังกุมแขนเสื้อไว้แน่น ร่องรอยการจูบที่รุนแรงขององค์จักรพรรดิยังคงตรา

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   24

    ทันทีที่ อวี้อ๋องเดินออกไปจากตำหนักทรงงาน องค์จักรพรรดิอวี้เหยียน ก็ทรุดตัวลงนั่งบนบัลลังก์ด้วยความอ่อนแรงอย่างแท้จริง คำสารภาพรักที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของพี่ชาย ทำให้รากฐานความไม่ไว้ใจของเขาสั่นคลอน“อี้จิ้ง!” พระองค์เรียกเสียงต่ำ “ส่งคนไปตรวจสอบคำกล่าวอ้างของอวี้อ๋องทั้งหมด! เกี่ยวกับขุนนางที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status