Share

6

Author: RainyStarSea
last update Last Updated: 2025-08-20 11:57:38

บ่ายคล้อย ลมหนาวพัดอวลเข้ามาในตำหนักคุนหนิงพร้อมเงาร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาพร้อมขันทีประจำตำหนัก

“ถวายพระพรเพคะ ฮองเฮา...หม่อมฉันชื่อฝูซิน เพิ่งถูกส่งมาเพื่อปรนนิบัติพระองค์เพคะ” เสียงสาวใช้ใหม่แหลมเล็ก ดวงตากลมใสระยิบระยับ ดูไร้พิษภัยติดจะทึ่ม ๆ เสียด้วยซ้ำ

อวิ๋นซินเยว่มองอย่างสงสัย “ทำไมถึงส่งคนใหม่มาอีก...?”

ขันทีโค้งตัว “เป็นคำสั่งฝ่ายในบอกว่าเพื่อแบ่งเบาภาระฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ ในใจกลับไม่วางใจนัก แต่สายตาใสซื่อของฝูซินกลับทำให้ยากจะจับผิดได้

‘ช่างเถอะ เราคงคิดมากไปเอง หากมีอะไรจริง ๆ เสี่ยวหลิงคงเตือนเราแล้วล่ะ’ อวิ๋นซินเยว่คิดในใจ

……….

ยามค่ำวันนั้น อวิ๋นซินเยว่ตัวสั่นเทา แม้นางกำนัลคนสนิทอย่างจื่อเยว่จะนำเสื้อคลุมขนมิ้งค์สวมทับ และนำผ้านวมเนื้อหนามาคลุมทับให้เจ้านายอีกชั้น แต่ฮองเฮาก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น

“ฮองเฮาเพคะ ให้หม่อมฉันไปตามหมอหลวงดีไหมเพคะ” จื่อเยว่เอ่ยด้วยเสียงเจือสะอื้น

“ไม่เอา ข้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ กินอะไรร้อน ๆ ห่มผ้าหนา ๆ แล้วนอนสักตื่นก็หายแล้ว” แม้จะพูดแบบนั้นแต่ร่างบางภายใต้ผ้านวมหนาก็สั่นเทาจนเสียงที่ออกมาจากลำคอสั่นไปด้วย

“แต่ว่า…” จื่อเยว่ยังไม่ละความพยายาม

“นี่เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ ตกลงใครเป็นนาย ใครเป็นบ่าวกันแน่” อวิ๋นซินเยว่อยากนอนพักสงบ ๆ จึงแกล้งเลียนแบบฮองเฮาในซีรี่ย์ที่เธอชอบดู น้ำเสียงของเธอที่เปล่งออกมา แม้จะสั่นเทาแต่ก็แฝงด้วยอำนาจ และแววตาที่มองไปยังนางกำนัลนั้นยังคมดุอีกด้วย

“ออกไป!”

จื่อเยว่เห็นเช่นนั้นมีหรือจะกล้าเอ่ยปากอันใดอีก นางทำได้เพียงลุกขึ้นยืนก่อนจะย่อตัวทำความเคารพผู้เป็นนาย และเดินออกไปเฝ้าหน้าประตูกับนางกำนัลคนอื่น ๆ และขันทีที่ยืนเฝ้าหน้าตำหนักคุนหนิง

ขณะที่ห้องเครื่องประจำตำหนักกำลังเคี่ยวซุปร้อน ๆ ให้เจ้านายอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างนางกำนัลคนหนึ่งเข้ามาภายในห้องเครื่อง นางเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่ามีเพียงนางกำนัลตัวเล็กท่าทางขี้กลัวยืนเฝ้าหม้อต้มซุปอยู่ นางก็เดินอาด ๆ เข้าไปทันที

“นี่! เจ้าน่ะ พ่อครัวหลวงเรียกเจ้าไปหา” ฝูซินเอ่ยเสียงเข้ม

“เอ่อ…แต่ว่า ข้าได้รับคำสั่งให้คอยเฝ้าอยู่ที่นี่ ถ้าหากข้าไปแล้วใครจะเฝ้าตรงนี้ล่ะเจ้าคะ?” เสียงเล็ก ๆ แผ่วเบาเอ่ยตอบโต้กลับไป

“เจ้าก็รีบไปรีบกลับสิ หากปล่อยให้พ่อครัวหลวงขุ่นเคือง ต่อไปชีวิตของเจ้าที่อยู่ในห้องเครื่องก็ลำบากแล้วล่ะ เจ้าก็คิดเอาละกัน ข้าไปล่ะ” ฝูซินว่าก่อนจะแกล้งเดินออกไป แต่แท้จริงแล้วกลับแอบซุ่มมองอยู่ไกล ๆ ในพุ่มไม้ที่มองเห็นทางเข้าออกของห้องเครื่องได้อย่างสะดวกดาย

และเป็นดังคาด นางกำนัลคนนั้นรีบร้อนเดินออกไปทันที เท่ากับว่าภายในห้องเครื่องยามนี้ปลอดคนแล้ว หลังจากหันมองไปรอบ ๆ ไม่พบใคร นางก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเร่งเดินเข้าไปยังหม้อต้มซุปทันที

เมื่อไปถึง นางก็ควักขวดยาขนาดเล็กออกมาพลางพึมพำ “เอ...กุ้ยเฟยบอกว่าต้องใส่ปริมาณเท่าไหร่นะ ช่างเถอะ ใส่เยอะยิ่งเห็นผลไว ไม่แน่ว่าครั้งหน้าข้าจะยังมีโอกาสเช่นนี้อีก”

มือเล็กสั่นไหว หยิบผิดขวดโดยไม่ทันสังเกต แทนที่จะเป็นยาพิษ แท้จริงแล้วเป็น ยากระตุ้นจิตประสาท แต่ด้วยความขี้ลืมของฝูซิน นางกลับกะปริมาณผิดมหันต์!

……….

“ฮองเฮาเพคะ ซุปร้อน ๆ มาแล้วเพคะ” จื่อเยว่เอ่ยรายงาน ขณะที่นางกำนัลในห้องเครื่องยกถาดอาหารเข้ามา ก่อนที่นางกำนัลผู้นั้นจะยกถ้วยซุปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะยอบกายและถอยออกไป

จื่อเยว่รับหน้าที่ต่อทันที

“ฮองเฮาเพคะ รีบเสวยตอนยังร้อน ๆ เถิดเพคะ” นางกำนัลคนสนิทยกชามซุปส่งให้เจ้านาย อวิ๋นซินเยว่ยื่นมือออกไปรับชามด้วยสองมือสั่นระริก

หญิงสาวดื่มน้ำซุปนั้นโดยไม่เอะใจ แม้จะมีรสขมซ่านติดปลายลิ้น แต่กลับทำให้ร่างกายเริ่มอุ่นวาบ เมื่อจื่อเยว่เห็นเจ้านายยอมกินซุปอย่างว่าง่าย นางก็ถอยออกไป ให้ฮองเฮาได้พักผ่อนเพียงลำพัง

แต่เพียงไม่นาน อวิ๋นซินเยว่ก็สลัดผ้านวมที่ห่มกายออกรวมถึงเสื้อคลุมตัวหนาด้วย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้า และแผ่นหลัง เธอรู้สึกได้เลยว่าหัวใจเต้นแรงผิดปกติ สติที่มีก็เริ่มพร่าเลือน

“นี่...ทำไมร้อนแบบนี้...”

ดวงเนตรหงส์สั่นไหว ริมฝีปากเผยอออกโดยไม่รู้ตัว คำพูดที่ไม่เคยกล้าเอ่ยถูกหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“ข้า...ทำไมข้ายังต้องอยู่ที่นี่ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่เลย...แต่ทุกครั้งที่มองเขา... ข้ากลับ...”

แก้มของเธอร้อนผ่าวแดงระเรื่อ เสียงสั่นพร่า “กลับเจ็บ...และหวั่นไหว... ฝ่าบาท ทำไมท่านต้องเย็นชาเช่นนี้ด้วย ท่านทำให้ทุกอย่างมันยากไปหมด...แต่ถึงอย่างนั้น...ข้าก็ยัง”

เสียงเธอขาดหาย แต่ความนัยชัดเจนจนทำให้ฝูซินที่แอบอยู่ด้านหลังหน้าซีดเผือด เพราะในเงามืดของบานประตู จักรพรรดิอวี้เหยียนยืนอยู่เงียบ ๆ

สายตาคมเข้มใต้แสงตะเกียงสะท้อนอารมณ์ที่แม้แต่ใครก็ยากจะอ่านออก เขาได้ยินทุกถ้อยคำที่นางเพิ่งเผลอสารภาพ...

บรรยากาศตึงเครียดราวกับเวลาหยุดเดิน ฝูซินมือไม้สั่นไม่รู้ว่าความผิดครั้งนี้จะทำให้เธอถูกจับได้หรือไม่ แต่สิ่งที่อันตรายกว่ายาพิษใด ๆ คือ... ความลับในใจของฮองเฮา ที่จักรพรรดิได้รับรู้แล้ว

(มุมมองจักรพรรดิอวี้เหยียน)

เสียงของนาง...

คำพูดพร่ำเพ้อในห้วงสติพร่าเลือนนั้น ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาราวกับระฆังทองที่สั่นสะท้อนลงกลางอก

“ฝ่าบาท...ทำไมท่านต้องเย็นชาเช่นนี้...แต่ถึงอย่างนั้น...ข้าก็ยัง”

เพียงประโยคที่ไม่ทันจบ กลับรุนแรงพอที่จะทำให้ปลายนิ้วที่เขากำแก้วชาหนักแน่นจนแทบแตกสั่นสะท้าน

ข้า…จักรพรรดิอวี้เหยียน ผู้ไม่เคยยอมให้สิ่งใดแตะต้องหัวใจแข็งกระด้างของตัวเอง กลับรู้สึกเหมือนกำแพงที่สร้างไว้อย่างสูงใหญ่พังทลายลงไปเพียงชั่วอึดใจ

ข้าจ้องร่างบางที่นั่งซบพนักเก้าอี้ แก้มแดงจัด ริมฝีปากสั่นระริก เผยความอ่อนแอออกมาโดยไร้เกราะกำบัง ราวกับเด็กน้อยในความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทอดทิ้งให้อยู่ท่ามกลางสายฝนเพียงลำพัง

ในอก...อุ่นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แต่แววตาดำสนิทที่ทอดมองไปยังร่างบางยังคงนิ่งสงบ เย็นยะเยือกดุจหยกน้ำแข็งพันปี

“นาง...กล้าเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้กับข้า...หรือเป็นเพียงพิษไข้ที่ทำให้นางเพ้อเช่นนี้?”

เขาเอ่ยถามตัวเองในใจ แต่หัวใจกลับไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่เขาได้ยินนั้น จริงเกินกว่าจะเป็นเพียงภาพลวงตา

กว่าจะรู้ตัว สองขาของข้าก็ก้าวเข้าไปใกล้ เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังแผ่วเบา นางกำนัลที่หลบอยู่มุมห้องรีบคุกเข่าก้มหน้า ตัวสั่นราวกับลูกนกในกำมือพญาเหยี่ยว

ดวงเนตรคมดุจคมมีดกวาดมองเพียงครั้งเดียวก็ทำให้สาวใช้ใหม่แทบขาดใจ แต่ข้าก็ไม่ได้เอ่ยตำหนิ ไม่ได้เปิดโปง เพียงปรายตาผ่านไป เหมือนรับรู้ทุกสิ่ง...แต่เลือกจะยังไม่ลงโทษ แต่เพียงเท่านั้นก็เพียงพอจะทำให้นางกำนัลเล็ก ๆ รีบเร่งออกไปทันที ในห้องนี้จึงเหลือเพียงตัวข้าและนางเท่านั้น

ข้าหยุดยืนตรงหน้าฮองเฮาผู้กำลังเบลอเพราะพิษไข้

พระหัตถ์เรียวเอื้อมออกไป...แต่กลับหยุดค้างกลางอากาศ

ข้าอยากสัมผัสแก้มนุ่มนั้น อยากเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากให้นาง

แต่ในวินาทีเดียวกัน ก็หวาดกลัวสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หวาดกลัวว่าการยอมให้นางเข้ามาใกล้ชิด อาจทำลายเกราะที่ข้าใช้ปกป้องหัวใจมาตลอด

ริมฝีปากหนาเม้มแน่น สุดท้ายเอ่ยเพียงเสียงทุ้มต่ำ

“...น่าขันยิ่งนัก”

(จบมุมมองจักรพรรดิอวี้เหยียน)

เขาเบือนพระพักตร์เล็กน้อย ราวกับปิดบังความสั่นไหวที่ไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน ก่อนจะก้าวถอยออกไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหงาอ่อน ๆ และบรรยากาศกดดันที่ยากจะอธิบาย

แต่ในอกลึก ๆ หัวใจที่เคยเงียบงันมานานกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

จังหวะการก้าวเดินของจักรพรรดิอวี้เหยียนชะงักไปเมื่อเกือบพ้นธรณีประตู สายลมยามค่ำพัดวูบเข้ามา กลิ่นบุหงาจากร่างบางยังตามหลอนอยู่ในโสตสัมผัส ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย

...ไม่เข้าใจตนเองเลยสักนิดว่าทำไมจึงไม่อาจก้าวออกไปได้

เสียงครางแผ่วของสตรีที่นั่งพิงเก้าอี้ดังขึ้นอีกครั้ง

ริมฝีปากนางยังขยับ พึมพำเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา แต่เขากลับได้ยินอย่างชัดเจน

หัวใจที่แข็งกร้าวดั่งศิลาเหมือนถูกใครหยดไฟลงไปจนมันลุกวาบขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่

เพียงชั่วอึดใจ ร่างสูงก็หันหลังกลับ ก้าวยาว ๆ ตรงไปยังร่างบางในชุดผ้าแพรบางสีอ่อนที่กำลังซวนเซอยู่กับพนักพิง

“...เฮอะ สตรีโง่เง่า”

เสียงทุ้มต่ำคล้ายตำหนิ หากแต่แววตากลับอ่อนแสงลง ไม่แข็งกร้าวดังเช่นก่อนหน้า

อวี้เหยียนก้มตัวลง สอดแขนแข็งแรงอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม นางตัวเบาเหมือนกลีบบัวในยามเช้า ใบหน้าซบลงบนอกเขาโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจอุ่น ๆ กระทบผิวผ่านชุดมังกรทอง

“อืมม” เสียงหวานครางแผ่ว คล้ายว่าจะพูดอะไร เขาจึงเอียงหน้าเข้าไปใกล้ กลับถูกริมฝีปากร้อน ๆ ของนางจูบเบา ๆ เข้าที่แก้ม อีกทั้งยังสอดแขนโอบรั้งรอบคอของเขาอีกด้วย

กล้ามเนื้อบนใบหน้าชายหนุ่มกระตุก สันกรามขบแน่น ความร้อนแผ่วเบาที่แทรกซึมจากนางทำให้เกราะน้ำแข็งที่ห่อหุ้มใจเริ่มร้าว ลมหายใจคล้ายว่าจะติดขัดขึ้นมาทันที

ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเห็นมารยาและเล่ห์กลของสตรีในวังหลังมามากมาย แต่ก็มิมีสตรีนางใดจะทำให้เขาหวั่นไหว และก้าวข้ามกำแพงของเขามาได้แม้แต่คนเดียว แต่เหตุใดนางถึงทำให้เขารู้สึกสั่นไหวในอกเช่นนี้

“ฮองเฮา นี่เจ้าเล่นอะไรอยู่!?” เขาจ้องเขม็งไปยังใบหน้านั้น แต่อวิ๋นซินเยว่ก็ยังหลับตาพริ้มไม่ได้สติเช่นเดิม

“…”

เขาไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดอีก ก้าวย่างมั่นคงพาร่างบางไปวางลงบนเตียงลายเมฆ ห่มผ้าแพรให้แน่นหนา ความระมัดระวังในท่าทางช่างไม่เหมือนชายผู้เคยเอ่ยปากว่า ‘ไม่เชื่อในรัก’ เลยแม้แต่น้อย

นิ้วเรียวยาวเผลอไล้เส้นผมที่หล่นบนแก้มออกเบา ๆ

ชั่วขณะนั้น แววตาคมเข้มอ่อนลงราวกับกำลังจ้องสิ่งที่ไม่กล้าครอบครอง

ขณะที่คิดจะเตรียมผละจากไป อวิ๋นซินเยว่ก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดสด ๆ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status