Share

10 เบื้องหลังงานแต่ง

last update Tanggal publikasi: 2026-01-23 21:37:41

หยางหลีเหว่ยที่กำลังตอบจดหมายขุนนางที่ดูแลเมืองรีบวางพู่กันสาวเท้าออกจากห้องตำราไปยังเรือนมารดาด้วยความยินดี

         หยางไท่เฟยเห็นหน้าบุตรชายก็ร้องขึ้น “หลีเหว่ย เจ้าดูสิ แม่หายดีแล้ว”

         “ท่านแม่ ท่านเป็นปกติแล้วจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มเดินไปประคองมารดาลงนั่งที่เตียง “ท่านแม่อย่าเพิ่งเดินมากเลยขอรับ ให้หมอมาตรวจให้ละเอียดเสียก่อน”

         “แต่ว่าแม่รู้สึกว่าทั่วร่างกายคล้ายกับมีกำลังคืนมาดังเดิมแล้ว ไม่สิ ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วย”

 “หากว่าท่านดีขึ้นจริงๆ เราจะได้กลับเฉินม่ายกันขอรับ”

         “มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ”

         “เกิดเหตุดินถล่มแถวตำบลหยินซาน ขุนนางท้องถิ่นหนังสือร้องเรียนมา ข้าสั่งให้คนไปดูแลเบื้องต้นแล้ว เมื่อวานเขียนฎีกาขึ้นถวายฮ่องเต้ พระองค์ทรงอนุญาตให้ข้ากลับเฉินม่ายแล้วขอรับ”

         หยางไท่เฟยฟังแล้วรู้สึกกังวลแทนบุตรชาย การดูแลราษฎรเป็นงานหลักของเขา หากว่าชักช้าเกิดเหตุร้ายกับชาวบ้าน เขาก็ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ

ครั้งนี้ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงกว่าครึ่งปีก็เพราะกองกำลังเมืองเฉินม่ายที่อยู่ในความดูแลของหยางหลีเว่ยมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ฮ่องเต้จึงทรงต้องการดูท่าทีของเขาจึงมีพระราชโองการให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณ

         “หากเจ้ากังวล พรุ่งนี้ก็เชิญหมอหลวงมาตรวจร่างกายแม่อีกครั้งหนึ่งเถิด พวกเราจะได้กลับบ้านกันเสียที”

         ด้วยบรรดาศักดิ์ระดับอ๋องเมื่อแจ้งความประสงค์ไปทางสำนักดูแลวังหลวง หมอหลวงแซ่หวงจึงถูกส่งตัวมาตรวจร่างกายให้กับหยางไท่เฟย

หมอหลวงผู้นี้เป็นคนที่หยางไท่เฟยค่อนข้างคุ้นเคย ในตอนที่นางเข้าวังไปอยู่เป็นตัวประกันในตำหนักของฮองไทเฮา[1]คนผู้นี้เคยมาตรวจรักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้นางหลายครั้ง

         “พวกเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อน ให้หมอหลวงหวงตรวจข้าตามลำพัง”

         เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น หยุนมามาจึงโบกมือให้สาวใช้ในห้องออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูห้องนอนของหยางไท่เฟย ประตูถูกเปิดเอาไว้เพื่อมิให้เกิดข้อครหา

         หยางไท่เฟยจ้องหน้าหมอหลวงนิ่ง “ข้าได้ยินว่าโรคที่ข้าเป็นร้ายแรงมาก และมีเพียงยาสูตรลับของสกุลหลี่ที่ช่วยได้ พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองได้ลูกสะใภ้มาจากฟากฟ้าผู้หนึ่ง ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้คงจะมีผู้เห็นชอบอยู่เบื้องหลัง ใช่หรือไม่

         “หยางไท่เฟย ท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้ข้าพูดมากไม่ได้”

         “ท่านพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ ข้าก็พอจะนึกออกแล้ว”

         ตอนที่หยางไท่เฟยลุกขึ้นนั่งได้ในวันที่สี่ของการรับยาจากสกุลหลี่ หยุนมามาก็เล่าปูมหลังของหลี่หยวนหยวนที่ถูกแต่งงานเข้ามาให้กับนางฟังอย่างละเอียด

‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’ ผู้นี้เป็นบุตรสาวของท่านป๋อหลี่เหวินจั๋ว แม้ตำแหน่งการงานของบิดานางมิได้สำคัญนักในราชสำนัก ทว่าเบื้องหลังของคนผู้นี้เกี่ยวพันกับเสนาบดีชุย

         ‘โรคร้ายของข้ากลายเป็นอาวุธให้ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยส่งหลี่หยวนหยวนมาเป็นชายาของหลีเหว่ยเพื่อป้องกันมิให้สกุลหยางได้ผูกสัมพันธ์กับสกุลเซียว’

         หยางไท่เฟยคิดจนกระจ่างแล้วก็ให้หมอหลวงหวงตรวจร่างกายของนาง “ข้าเชื่อว่ายาของสกุลหลี่ต้องดีสมคำร่ำลือ”

         “เป็นเช่นนั้นขอรับ ท่านไม่เพียงแต่หายจากโรคประหลาดนั่น หากแต่ยังแข็งแรงกว่าแต่ก่อนจริงๆ” หมอหลวงยืนยันเต็มปากเต็มคำ

         “หากเป็นอย่างที่ท่านว่าการแต่งงานนี้ของบุตรชายข้าก็ไม่นับว่าสูญเปล่า อย่างน้อยก็ได้ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของข้าแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องหาซื้อโสมคนมาบำรุงอีกแล้ว”

         “ยินดีกับหยางไท่เฟยด้วยขอรับ สูตรยาลับในการรักษาโรคประหลาดนี้ ท่านป๋อหลี่ยืนยันเองว่าจะมอบให้เฉพาะผู้ที่เป็นญาติสนิทเท่านั้น เท่าที่ข้าได้ยินมา คนในสกุลหลี่ที่เคยดื่มก็มีเพียงญาติสายหลัก ท่านป๋อหลี่ยอมมอบให้กับท่านเพราะท่านอ๋องหยางยอมแต่งงานกับบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเขา”

         หยางหลีเหว่ยได้รับคำยืนยันจากหมอหลวงหวงว่ามารดาของตนร่างกายแข็งแรง ไม่เพียงแต่โรคประหลาดที่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะหายไปสิ้น แต่อาการสามวันดีสี่วันไข้ก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย

         “ยินดีกับท่านอ๋อง หยางไท่เฟยแข็งแรงราวกับสตรีอายุสามสิบเลยขอรับ”

         “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณท่านหมอมาก โปรดรับน้ำใจจากข้าด้วย” หยางหลีเหว่ยหันไปพยักหน้าให้กับองครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

         ซูจิ้งจึงควักเอาถุงเงินออกมาประคองส่งให้กับหมอหลวงหวงอย่างนอบน้อม ท่านหมอยิ้มกว้างค้อมศีรษะขอบคุณท่านอ๋องแล้วจากไป

         หยางหลีเหว่ยเข้าไปประคองมารดานั่งลง “ท่านแม่ขอรับ ท่านเพิ่งหายดี อย่าเพิ่งออกแรงมากเลย นั่งก่อนเถิด”

         “หลีเหว่ย แม่เสียดายนัก ตอนที่เจ้าแต่งงาน แม่ไม่มีโอกาสได้เห็นพิธี ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เหมือนเจ้าจะพาชายามาคารวะน้ำชา แต่ตอนนั้นแม่สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงมิได้มองหาลูกสะใภ้ให้เต็มตา”

         “ช่างเถิดขอรับ นั่นเป็นงานแต่งที่ข้าไม่เต็มใจ ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่ดูพิธีก็ไม่สำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

         หยางไท่เฟยยื่นมือมาแตะที่แขนของบุตรชาย “แม่รู้ว่าเจ้าคับแค้นที่ต้องแต่งกับนาง ทำให้ต้องสูญเสียเซียวหว่านไปให้กับผู้อื่น แต่เจ้ายังทิ้งนางตอนนี้ไม่ได้”

         หยางหลีเหว่ยผงะ “เพราะเหตุใดหรือขอรับ”

         “มองเผินๆ เหมือนหลี่หยวนหยวนหลงใหลชอบใจเจ้า พอสบโอกาสท่านป๋อหลี่ที่รักบุตรสาวคนโตมากจึงใช้โอกาสที่เจ้าต้องการสูตรยาลับจากเขาเพื่อรักษาแม่บีบบังคับให้เจ้าแต่งงาน แต่ความจริง การแต่งงานนี้มีผู้ต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว”

         “ท่านแม่หมายถึง...”

         “ต่อให้เจ้าไม่แต่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแต่งกับนางอยู่ดี ชื่อเสียงของสตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง ทำให้หลี่หยวนหยวนคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการแต่งให้กับเจ้า”

         ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วอึดใจ “เหตุใดท่านแม่จึงคิดเช่นนี้ขอรับ”

         “เจ้าจำได้หรือไม่ ก่อนที่ท่านพ่อของเจ้าจะทำศึกใหญ่กับแคว้นเว่ย แม่เคยมาพำนักในตำแหน่งของฮองไทเฮาอยู่ช่วงหนึ่ง คนภายนอกคิดว่าแม่เป็นที่โปรดปรานของพระองค์ แต่ความจริง แม่มาอยู่เพื่อเป็นตัวประกันต่างหาก”

หยางไท่เฟยถอนหายใจ “ท่านอ๋องต่างแซ่ที่ดูแลบ้านป่าเมืองเถื่อนจนเริ่มมีผู้เข้ามาอาศัยจำนวนมาก ซ้ำยังมีกองทหารที่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าคิดว่าผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะวางใจได้หรือ”

       หยางหลีเหว่ยไม่เคยได้ยินมารดาอธิบายเรื่องนี้มาก่อน ช่วงนั้นเขาเองก็ยังเด็ก ท่านพ่อยกทัพจับศึกอยู่เรื่อยๆ ท่านแม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง ตัวเขาถูกส่งไปอยู่สำนักศึกษา    จินอวี้ในเมืองหลวง

หนึ่งปีนั้นเขาเองก็รู้สึกคล้ายถูกกักขังเพราะมีองครักษ์มาคอยดูแล จะไปแห่งหนใดล้วนต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านอาจารย์ใหญ่

กระทั่งบิดาชนะศึกครั้งใหญ่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อ๋อง คนทั้งครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เขาได้กลับเมืองเฉินม่ายและไปร่ำเรียนวรยุทธ์ในสำนักเดิมของบิดา

“ท่านแม่คิดว่าเป็นแผนของฮองไทเฮาหรือขอรับ”

หยางไท่เฟยพยักหน้า “บัดนี้เจ้ามีทหารในมือร่วมห้าหมื่น ไม่เพียงแต่ดูแลเมืองเฉินม่ายยังมีเมืองจู๋หลิงอีก หากเจ้าแต่งงานกับเซียวหว่าน พ่อตาโหวที่เป็นขุนนางใหญ่ในกรมกลาโหมย่อมจะทำให้เจ้ากลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกใน      ไม่ช้า ตอนที่แม่บอกเจ้าเรื่องหมั้นหมายกับเซียวหว่าน แม่ลืมคิดเรื่องนี้ไป”

“ข้าให้คนไปสืบมาแล้วขอรับ เบื้องหลังของท่านป๋อ หลี่มีเสนาบดีชุย ข้าจึงไม่ต้องการให้หลี่หยวนหยวนอยู่ในจวนของเรา”

“แม่รู้ เจ้าคิดจะหย่าขาดจากนาง”

“ท่านแม่เห็นเช่นไรขอรับ”

“จะหย่านางในเมืองหลวงไม่ได้ เจ้าต้องพานางกลับเฉินม่ายเสียก่อน ขอเพียงพ้นหูพ้นตาป๋อหลี่กับเสนาบดีชุย ค่อยจัดการ”

[1] ฮองไทเฮา เป็นตำแหน่งเรียกสตรีผู้เป็นพระอัยยิกา(ย่า) ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

***********

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   308 เปิดเผยตัว

    เด็กชายเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะลั่น ก่อนจะหันมายิ้มเย้ย “ไม่หลอกเจ้า เจ้าจะยอมแสดงตัวหรือ” ท่านโหวแซ่ต้วนถอยหลังไปสามก้าว องครักษ์รีบพากันมาขวาหน้าเขาเอาไว้ “ฆ่ามัน! อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว” จงอี้โหวร้องสั่ง ครั้นจงอี้โหวถอยหลังไปหลบแล้วก็กระซิบกับองครักษ์ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ตนเอง “รีบหนีกันเถอะ! คนของพวกมันร้ายกาจถึงเพียงนี้ คนของเราอาจจะสู้ไม่ไหว” “ขอรับ!” ครั้นคนทั้งสามหันหลังหมายจะหนี ร่างเล็กๆ ก็ลอยข้ามศีรษะมาขว้างอยู่ข้างหน้า “จะรีบไปไหนเล่า จงอี้โหว เจ้าอยากฆ่าข้ามิใช่รึ!” จงอี้โหวยกยิ้มมุมปาก รีบสั่งองครักษ์ตน “พวกเจ้า! ฆ่าเด็กสองคนนี้เสีย” ยังไม่ทันจะได้ขยับ อาวุธลับก็แหวกอากาศมาโดยเร็วและแม่นยำปักเข้าที่คอด้านหลังขององครักษ์ทั้งสองของจงอี้โหวล้มหน้าคว่ำลงไป จงอี้โหวผงะ หันขวับกลับไปมองคนที่อยู่ด้านหลังก็พบว่าสาวใช้ทั้งสี่ของเด็กแฝดยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มของพวกนางดูเยือกเย็นคล้ายกำลังมองดูเหยื่อที่ใกล้จะสิ้นชีวิต “พวกเจ้า!” “จงอี้โหว เจ้าให้คนมาสืบเรื่องขอ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   307 ลวงท่านโหว

    “ท่านพ่อ ท่านแม่ อนุญาตให้พวกเราออกไปแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” “อืม...ไปเถิด พ่อเดาว่าอาจารย์ของพวกเจ้าน่าจะกำลังตรวจโรงน้ำชาอยู่” เด็กแฝดประสานมือค้อมศีรษะ “ขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่” หลี่หยวนหยวนหันไปทางพี่เลี้ยงทั้งสี่ “ความปลอดภัยของลูกข้า ต้องฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว” “พระชายาโปรดวางใจ พวกเราจะดูแลซื่อจื่อและท่านหญิงด้วยชีวิต” หูเหมยกุ้ยค้อมศีรษะรับ เดิมทีพวกนางทั้งสี่คิดจะลาจากจวนสกุลหยางกลับสู่พรรคมาร ทว่าไม่อาจจะทำใจแยกจากเด็กฝาแฝดที่พวกตนคอยประคบประหงมเลี้ยงดูจึงได้แต่แอบตกลงกันว่ารอให้เด็กทั้งสองเติบโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะขอกลับสู่ยุทธภพ รถม้าคันใหญ่ออกเดินทางจากจวนสกุลหยางไปตามถนนโดยมีสาวใช้ทั้งสี่เดินอยู่คนละมุม ขบวนองครักษ์มีทั้งยอดฝีมือจากหน่วยหยกทมิฬและองครักษ์ที่เป็นกองกำลังส่วนตัวของพระชายาหลี่ เงาดำสองสายวูบลงมาจากหลังคาจวนอย่างรวดเร็ว ข้ามกำแพงออกไปยังรถม้าคันใหญ่ที่จอดซุ่มอยู่ตรอกไม่ไกลนัก “จงอี้โหว ในรถม้าคันนั้นมีเพียงซื่อจื่อและท่านหญิง” ซ่งหลิงส่งเสียงอยู่ห่างๆ แล้วก็กระโจนลับหายไป องครั

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   306 จงรักภักดี

    โจวฮ่องเต้พยักหน้ารับ “ก่อนหน้านี้ เจิ้นเคยคิดจะส่งคนไปฆ่าหลี่หยวนหยวน แต่คาดไม่ถึงว่านางมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ สุดท้ายยังกลายเป็นผู้กอบกู้ทัพสกุลหยางในศึกปราบกบฏแดนเหนือ” จงอี้โหวตะลึง ที่แท้ฮ่องเต้ทรงพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่กลับไม่อาจทำร้ายคนสกุลหยางได้ แม้จะเปลี่ยนเป้าหมายแล้วแต่ก็ยังไม่ต่างจากเอาหัวไปชนกำแพง เด็กฝาแฝดคู่นั้น คนของเขารายงานว่าสามารถต่อสู้กับองครักษ์แบบหนึ่งต่อยี่สิบได้อย่างสบายๆ “ฝ่าบาท กระหม่อมเพิ่งรู้ว่าพระชายาหลี่นางเจ้าแผนการนัก ไม่แน่ว่านิทานทรราชที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจในยามนี้น่าจะเป็นฝีมือของพระชายาหลี่ พ่ะย่ะค่ะ” ท่านโหวต้วนไม่กล้าพูดเรื่องที่ตนสืบพบความจริงว่าเมื่อครั้งคนสกุลต้วนคิดฉวยโอกาสเอาเปรียบราษฎรในช่วงข้าวยากหมากแพงนั้น เป็นหลี่หยวนหยวนที่หาซื้อข้าวสารจากนอกแคว้นมาไว้ และนำมาจำหน่ายในราคายุติธรรม เขาจึงพบว่าพระชายาหลี่ผู้นี้ ช่างเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ และมากแผนการยิ่งนัก “เป็นไปได้!” “ฝ่าบาท กระหม่อมทราบมาว่ารองผู้บัญชาการหนานกงสนิทสนมกับพระชายาหลี่และเด็กแฝดมากเลย พ่ะย่ะค่ะ” โจวฮ่องเต้ยกยิ้ม

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   305 คลื่นใต้น้ำ

    ซ่งสวินผู้เป็นหัวหน้าหน่วยมือปราบหนึ่งในสำนักมือปราบเมืองหลวงสีหน้าตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้น นิทานเรื่องนี้ก็มีเค้าความจริงอยู่มากล่ะสิ พวกเขาเอาเรื่องที่แม่ทัพหยางข่ายเกือบสิ้นชีพบนหน้าผาหมื่นหมาป่ามาเล่าผสมอยู่ด้วย” “นั่นนับเป็นความฉลาดของคนสร้างข่าวลือ เพราะเรื่องแม่ทัพหยางข่ายเป็นเรื่องจริง เสนาบดีชุยส่งทหารของตนไปทำให้ทัพสกุลหยางพ่ายศึก แต่ยังไม่มีการยืนยันว่านั่นคือพระประสงค์ของฮ่องเต้” ซ่งสวินนิ่งไปครู่ก็เอ่ยออกมา “แต่ข้ายิ่งฟัง ยิ่งรู้สึกว่า นิทานเรื่องนี้เหมือนจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะ” ซ่งจิ้นหรานมิได้เปิดเผยเรื่องฝาแฝดสกุลหยางคืออดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่กลับชาติมาเกิดให้ซ่งสวินฟัง “อีกไม่นาน อาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เจ้าคอยสืบข่าวภายนอกให้ดีแล้วเอามาเล่าให้ข้าฟังทุกระยะ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็อย่าได้ละเลย” “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าในราชสำนักเองก็กำลังมีคลื่นใต้น้ำอย่างนั้นหรือ” “อืม...บางที คลื่นนี้อาจจะใหญ่ก็พลิกโฉมหน้าแคว้นของเราก็ได้” เสนาบดีฝ่ายขวาคนใหม่สีหน้าเคร่งเครียด “พี่จิ้นหราน ตัวท่

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   304 ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

    “คุณชายใหญ่ชิวกล่าวได้ถูกต้อง ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่นั่นคือฮ่องเต้ สกุลหยางทำได้เพียงต้องระวังทุกย่างก้าว” ชิวอี้เซ่อมองดูเด็กฝาแฝดที่เดินเข้ามาทำความเคารพตนกับน้องชาย “ข้าได้ยินวีรกรรมของพวกเจ้าสองคนแล้ว ช่างเก่งจริงที่รู้ว่ากำลังถูกวางยา” หยางเยี่ยนฟางยืดอก “นั่นเป็นเพราะข้าสังเกตว่าเนื้อย่างสองสามชิ้นมีคราบผงขาวๆ ติดอยู่ ข้าเห็นมือของนางกำนัลสองคนดูสั่นๆ คล้ายกำลังกลัวจึงเดาว่าพวกนางรู้ว่าอาหารพวกนั้นมีสิ่งผิดปกติปนอยู่” “หากเป็นข้า ป่านนี้คงไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ไปแล้ว” ชิวลี่จิ่นยอมรับออกมา “หากมีข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่ยอมให้ท่านอาจารย์ต้องตายอนาถด้วยยาพิษเป็นอันขาดเจ้าค่ะ” หยางเยี่ยนฟางยิ้มประจบ “ต่อไปคงต้องฝากเจ้าช่วยดูแลข้าแล้ว” ชิวลี่จิ่นหัวเราะน้อย มองศิษย์ตัวน้อยด้วยความเอ็นดู “อีกอย่าง ข้าได้ยินว่าหลิวเหว่ยแสดงฝีมืออันยอดเยี่ยมในการสกัดจงอี้โหวมิให้ฆ่านางกำนัลสองคนมิใช่หรือ” “ขอรับ ข้าเหลือบมองจงอี้โหวก็รู้ว่าเขาคิดจะฆ่านางกำนัลสองคนปิดปาก หากข้าไม่ใช้ตะเกียบปักมือเขาไปเช่นนั้น พยานคนสำคัญก็คงจะตายไปแล้ว”

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   303 ผิดร่วมกัน

    “นั่น! คุณหนูเฉียวยอมรับแล้วว่าพบกับนาง เช่นนั้นคำพูดขององครักษ์หานก็ถูกต้องสินะ” หนานกงโจวจ้องหน้าเขม็ง เฉียวซืออวี่เข่าอ่อนนั่งแปะลงกับพื้น ต้วนกุ้ยเฟยหน้าเสีย รีบหันไปตวาด “พวกเจ้า! พวกเจ้าสมคบกันทำเรื่องชั่วช้า อย่ามาเอาเปิ่นกงไปยุ่งด้วยสิ ซืออวี่ เจ้าใส่ร้ายอ๋องหยางไม่สำเร็จจึงได้สมคบกับนางกำนัลตำหนักเปิ่นกงหวังจะวางยาฆ่าซื่อจื่อกับท่านหญิงสกุลหยางอย่างนั้นสิ” เฉียวซืออวี่มองดูต้วนกุ้ยเฟยด้วยสายตาตะลึง “ต้วนกุ้ยเฟย ท่านคิดจะโยนความผิดนี้ให้ข้าคนเดียวอย่างนั้นหรือ ท่านเป็นคนวางแผนเรื่องพวกนี้เองชัดๆ เหตุไฉนพอถูกจับได้จึงได้โทษข้าผู้เดียวเล่า” ทุกคนพากันตกใจในคำสารภาพของเฉียวซืออวี่ “ต้วนกุ้ยเฟย! เป็นท่านนี่เองที่คิดจะทำลายสกุลหยางของข้า” แม่ทัพใหญ่หยางมองสนมคนโปรดของฮ่องเต้ด้วยความเดือดดาล โจวฮ่องเต้เกรงเรื่องจะลามมาถึงตนจึงแสร้งกริ้ว ลุกขึ้นชี้หน้าต้วนกุ้ยเฟย “เจ้า! เจ้ากล้าคิดทำลายขุนนางผู้ภักดีของเจิ้น ช่างบังอาจนัก!” “ฝ่าบาท! มิใช่ฝีมือหม่อมฉันจริงๆ นะเพคะ” “ต้วนกุ้ยเฟย! ห่อยานั่นท่

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   73 คิดถึงน้องชาย

    หนานกงโจวแต่งตัวเสร็จก็เรียกบ่าวรับใช้ให้ไปเตรียมรถม้า เขาอยากจะเห็นรอบๆ เมืองเฉินม่าย ‘ไหนๆ ก็มาอยู่ยุคโบราณ ไปดูเมืองให้ทั่วๆ หน่อยดีกว่า’ ครั้นหนานกงโจวเดินออกไปหน้าซุ้มประตู ฮั่วเจิ้งหูก็มารออยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายยิ้มเผล่ด้วยความยินดี “ใต้เท้า ท่านเพิ่งกลับมาก็

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-23
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   71 คหบดีคนใหม่

    “นี่หรือนักบัญชีของท่าน” หลี่หยวนหยวนมองเห็นบุรุษตรงหน้าถึงกับผงะ “ถูกต้อง นี่คือโม่เฉิง นักบัญชีมือหนึ่งของข้า เขาช่วยข้าดูแลบัญชีตลาดผีมานานแล้ว กำไรทั้งหมดก็อย่างที่เจ้าเห็น” ชิวอี้เซ่อเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ ใบหน้าของโม่เฉิงผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก มีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-23
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   64 แมลงเลอะเลือน

    หญิงสาวจำนนด้วยเหตุผล ทั้งป่านี้มีเพียงนางกับเขาที่ยังไม่รู้ว่าจะรอดจากป่านี้ได้อย่างไร นางได้ยินทหารหมาป่าพูดกันถึงความน่ากลัวของป่าเก็บเงาแห่งนี้ในตอนที่นางถูกพาเข้ามาหากนางเกิดล้มป่วยจริงๆ ก็จะยิ่งทำให้การออกจากป่ายากเย็นเข็ญใจยิ่งขึ้น “กิ่งไม้พวกนี้มันปกปิดร่างกายของข้าไม่มิด

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   63 ชุดใบไม้

    ฟิ้ว! เปรี๊ยะ! พลุสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกจุดขึ้นส่งประกายสีแดงเต็มท้องฟ้า “ทุกคนถอย! เห็นทีทหารกองใหญ่กำลังมา” หมิ่นฮุยร้องสั่ง ทหารหมาป่าทั้งหมดพากันล่าถอยกลับเข้าสู่เขตแคว้นเว่ยเพื่อรับการช่วยเหลือในฐานะทัพพันธมิตร อ๋องหยางนำกองกำลังทหารนับพันนายมาถึงป

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status