Share

10 เบื้องหลังงานแต่ง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-23 21:37:41

หยางหลีเหว่ยที่กำลังตอบจดหมายขุนนางที่ดูแลเมืองรีบวางพู่กันสาวเท้าออกจากห้องตำราไปยังเรือนมารดาด้วยความยินดี

         หยางไท่เฟยเห็นหน้าบุตรชายก็ร้องขึ้น “หลีเหว่ย เจ้าดูสิ แม่หายดีแล้ว”

         “ท่านแม่ ท่านเป็นปกติแล้วจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มเดินไปประคองมารดาลงนั่งที่เตียง “ท่านแม่อย่าเพิ่งเดินมากเลยขอรับ ให้หมอมาตรวจให้ละเอียดเสียก่อน”

         “แต่ว่าแม่รู้สึกว่าทั่วร่างกายคล้ายกับมีกำลังคืนมาดังเดิมแล้ว ไม่สิ ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วย”

 “หากว่าท่านดีขึ้นจริงๆ เราจะได้กลับเฉินม่ายกันขอรับ”

         “มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ”

         “เกิดเหตุดินถล่มแถวตำบลหยินซาน ขุนนางท้องถิ่นหนังสือร้องเรียนมา ข้าสั่งให้คนไปดูแลเบื้องต้นแล้ว เมื่อวานเขียนฎีกาขึ้นถวายฮ่องเต้ พระองค์ทรงอนุญาตให้ข้ากลับเฉินม่ายแล้วขอรับ”

         หยางไท่เฟยฟังแล้วรู้สึกกังวลแทนบุตรชาย การดูแลราษฎรเป็นงานหลักของเขา หากว่าชักช้าเกิดเหตุร้ายกับชาวบ้าน เขาก็ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ

ครั้งนี้ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงกว่าครึ่งปีก็เพราะกองกำลังเมืองเฉินม่ายที่อยู่ในความดูแลของหยางหลีเว่ยมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ฮ่องเต้จึงทรงต้องการดูท่าทีของเขาจึงมีพระราชโองการให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณ

         “หากเจ้ากังวล พรุ่งนี้ก็เชิญหมอหลวงมาตรวจร่างกายแม่อีกครั้งหนึ่งเถิด พวกเราจะได้กลับบ้านกันเสียที”

         ด้วยบรรดาศักดิ์ระดับอ๋องเมื่อแจ้งความประสงค์ไปทางสำนักดูแลวังหลวง หมอหลวงแซ่หวงจึงถูกส่งตัวมาตรวจร่างกายให้กับหยางไท่เฟย

หมอหลวงผู้นี้เป็นคนที่หยางไท่เฟยค่อนข้างคุ้นเคย ในตอนที่นางเข้าวังไปอยู่เป็นตัวประกันในตำหนักของฮองไทเฮา[1]คนผู้นี้เคยมาตรวจรักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้นางหลายครั้ง

         “พวกเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อน ให้หมอหลวงหวงตรวจข้าตามลำพัง”

         เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น หยุนมามาจึงโบกมือให้สาวใช้ในห้องออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูห้องนอนของหยางไท่เฟย ประตูถูกเปิดเอาไว้เพื่อมิให้เกิดข้อครหา

         หยางไท่เฟยจ้องหน้าหมอหลวงนิ่ง “ข้าได้ยินว่าโรคที่ข้าเป็นร้ายแรงมาก และมีเพียงยาสูตรลับของสกุลหลี่ที่ช่วยได้ พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองได้ลูกสะใภ้มาจากฟากฟ้าผู้หนึ่ง ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้คงจะมีผู้เห็นชอบอยู่เบื้องหลัง ใช่หรือไม่

         “หยางไท่เฟย ท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้ข้าพูดมากไม่ได้”

         “ท่านพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ ข้าก็พอจะนึกออกแล้ว”

         ตอนที่หยางไท่เฟยลุกขึ้นนั่งได้ในวันที่สี่ของการรับยาจากสกุลหลี่ หยุนมามาก็เล่าปูมหลังของหลี่หยวนหยวนที่ถูกแต่งงานเข้ามาให้กับนางฟังอย่างละเอียด

‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’ ผู้นี้เป็นบุตรสาวของท่านป๋อหลี่เหวินจั๋ว แม้ตำแหน่งการงานของบิดานางมิได้สำคัญนักในราชสำนัก ทว่าเบื้องหลังของคนผู้นี้เกี่ยวพันกับเสนาบดีชุย

         ‘โรคร้ายของข้ากลายเป็นอาวุธให้ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยส่งหลี่หยวนหยวนมาเป็นชายาของหลีเหว่ยเพื่อป้องกันมิให้สกุลหยางได้ผูกสัมพันธ์กับสกุลเซียว’

         หยางไท่เฟยคิดจนกระจ่างแล้วก็ให้หมอหลวงหวงตรวจร่างกายของนาง “ข้าเชื่อว่ายาของสกุลหลี่ต้องดีสมคำร่ำลือ”

         “เป็นเช่นนั้นขอรับ ท่านไม่เพียงแต่หายจากโรคประหลาดนั่น หากแต่ยังแข็งแรงกว่าแต่ก่อนจริงๆ” หมอหลวงยืนยันเต็มปากเต็มคำ

         “หากเป็นอย่างที่ท่านว่าการแต่งงานนี้ของบุตรชายข้าก็ไม่นับว่าสูญเปล่า อย่างน้อยก็ได้ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของข้าแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องหาซื้อโสมคนมาบำรุงอีกแล้ว”

         “ยินดีกับหยางไท่เฟยด้วยขอรับ สูตรยาลับในการรักษาโรคประหลาดนี้ ท่านป๋อหลี่ยืนยันเองว่าจะมอบให้เฉพาะผู้ที่เป็นญาติสนิทเท่านั้น เท่าที่ข้าได้ยินมา คนในสกุลหลี่ที่เคยดื่มก็มีเพียงญาติสายหลัก ท่านป๋อหลี่ยอมมอบให้กับท่านเพราะท่านอ๋องหยางยอมแต่งงานกับบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเขา”

         หยางหลีเหว่ยได้รับคำยืนยันจากหมอหลวงหวงว่ามารดาของตนร่างกายแข็งแรง ไม่เพียงแต่โรคประหลาดที่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะหายไปสิ้น แต่อาการสามวันดีสี่วันไข้ก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย

         “ยินดีกับท่านอ๋อง หยางไท่เฟยแข็งแรงราวกับสตรีอายุสามสิบเลยขอรับ”

         “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณท่านหมอมาก โปรดรับน้ำใจจากข้าด้วย” หยางหลีเหว่ยหันไปพยักหน้าให้กับองครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

         ซูจิ้งจึงควักเอาถุงเงินออกมาประคองส่งให้กับหมอหลวงหวงอย่างนอบน้อม ท่านหมอยิ้มกว้างค้อมศีรษะขอบคุณท่านอ๋องแล้วจากไป

         หยางหลีเหว่ยเข้าไปประคองมารดานั่งลง “ท่านแม่ขอรับ ท่านเพิ่งหายดี อย่าเพิ่งออกแรงมากเลย นั่งก่อนเถิด”

         “หลีเหว่ย แม่เสียดายนัก ตอนที่เจ้าแต่งงาน แม่ไม่มีโอกาสได้เห็นพิธี ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เหมือนเจ้าจะพาชายามาคารวะน้ำชา แต่ตอนนั้นแม่สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงมิได้มองหาลูกสะใภ้ให้เต็มตา”

         “ช่างเถิดขอรับ นั่นเป็นงานแต่งที่ข้าไม่เต็มใจ ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่ดูพิธีก็ไม่สำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

         หยางไท่เฟยยื่นมือมาแตะที่แขนของบุตรชาย “แม่รู้ว่าเจ้าคับแค้นที่ต้องแต่งกับนาง ทำให้ต้องสูญเสียเซียวหว่านไปให้กับผู้อื่น แต่เจ้ายังทิ้งนางตอนนี้ไม่ได้”

         หยางหลีเหว่ยผงะ “เพราะเหตุใดหรือขอรับ”

         “มองเผินๆ เหมือนหลี่หยวนหยวนหลงใหลชอบใจเจ้า พอสบโอกาสท่านป๋อหลี่ที่รักบุตรสาวคนโตมากจึงใช้โอกาสที่เจ้าต้องการสูตรยาลับจากเขาเพื่อรักษาแม่บีบบังคับให้เจ้าแต่งงาน แต่ความจริง การแต่งงานนี้มีผู้ต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว”

         “ท่านแม่หมายถึง...”

         “ต่อให้เจ้าไม่แต่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแต่งกับนางอยู่ดี ชื่อเสียงของสตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง ทำให้หลี่หยวนหยวนคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการแต่งให้กับเจ้า”

         ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วอึดใจ “เหตุใดท่านแม่จึงคิดเช่นนี้ขอรับ”

         “เจ้าจำได้หรือไม่ ก่อนที่ท่านพ่อของเจ้าจะทำศึกใหญ่กับแคว้นเว่ย แม่เคยมาพำนักในตำแหน่งของฮองไทเฮาอยู่ช่วงหนึ่ง คนภายนอกคิดว่าแม่เป็นที่โปรดปรานของพระองค์ แต่ความจริง แม่มาอยู่เพื่อเป็นตัวประกันต่างหาก”

หยางไท่เฟยถอนหายใจ “ท่านอ๋องต่างแซ่ที่ดูแลบ้านป่าเมืองเถื่อนจนเริ่มมีผู้เข้ามาอาศัยจำนวนมาก ซ้ำยังมีกองทหารที่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าคิดว่าผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะวางใจได้หรือ”

       หยางหลีเหว่ยไม่เคยได้ยินมารดาอธิบายเรื่องนี้มาก่อน ช่วงนั้นเขาเองก็ยังเด็ก ท่านพ่อยกทัพจับศึกอยู่เรื่อยๆ ท่านแม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง ตัวเขาถูกส่งไปอยู่สำนักศึกษา    จินอวี้ในเมืองหลวง

หนึ่งปีนั้นเขาเองก็รู้สึกคล้ายถูกกักขังเพราะมีองครักษ์มาคอยดูแล จะไปแห่งหนใดล้วนต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านอาจารย์ใหญ่

กระทั่งบิดาชนะศึกครั้งใหญ่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อ๋อง คนทั้งครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เขาได้กลับเมืองเฉินม่ายและไปร่ำเรียนวรยุทธ์ในสำนักเดิมของบิดา

“ท่านแม่คิดว่าเป็นแผนของฮองไทเฮาหรือขอรับ”

หยางไท่เฟยพยักหน้า “บัดนี้เจ้ามีทหารในมือร่วมห้าหมื่น ไม่เพียงแต่ดูแลเมืองเฉินม่ายยังมีเมืองจู๋หลิงอีก หากเจ้าแต่งงานกับเซียวหว่าน พ่อตาโหวที่เป็นขุนนางใหญ่ในกรมกลาโหมย่อมจะทำให้เจ้ากลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกใน      ไม่ช้า ตอนที่แม่บอกเจ้าเรื่องหมั้นหมายกับเซียวหว่าน แม่ลืมคิดเรื่องนี้ไป”

“ข้าให้คนไปสืบมาแล้วขอรับ เบื้องหลังของท่านป๋อ หลี่มีเสนาบดีชุย ข้าจึงไม่ต้องการให้หลี่หยวนหยวนอยู่ในจวนของเรา”

“แม่รู้ เจ้าคิดจะหย่าขาดจากนาง”

“ท่านแม่เห็นเช่นไรขอรับ”

“จะหย่านางในเมืองหลวงไม่ได้ เจ้าต้องพานางกลับเฉินม่ายเสียก่อน ขอเพียงพ้นหูพ้นตาป๋อหลี่กับเสนาบดีชุย ค่อยจัดการ”

[1] ฮองไทเฮา เป็นตำแหน่งเรียกสตรีผู้เป็นพระอัยยิกา(ย่า) ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

***********

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   312 กำจัดให้ได้

    ซ่งหลิงไปรายงานถึงสถานการณ์ในจวนหนานกงต่อฮ่องเต้ โจวฮ่องเต้หรี่พระเนตรด้วยความหวาดระแวง สัญชาตญาณของการไม่วางใจในผู้ใด ทำให้โจวจื่ออี้จ้องหัวหน้าองครักษ์ลับที่ปิดหน้ามิดชิดเขม็ง “เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าเย่ซูเซียวผู้นี้ ยินดีจะช่วยงานเจิ้น” ซ่งหลิงใจหายวาบ เขารู้แล้วว่าฮ่องเต้กำลังระแวงในตัวของเย่ซูเซียว องครักษ์ลับก้มศีรษะลง “กระหม่อมจะจับตามองนางอย่างไม่วางตา พ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของโจวฮ่องเต้พลันเยียบเย็น “อีกไม่นาน เจิ้นต้องกำจัดสกุลหยาง อย่าให้นางเป็นคนทรยศโดยเด็ดขาด หาไม่แล้ว เจ้าคงรู้ว่า ควรทำเช่นไร” “พ่ะย่ะค่ะ!” ซ่งหลิงรับคำหนักแน่น ครั้นหัวหน้าองครักษ์ลับจากไป โจวฮ่องเต้ก็ให้ฉินกงกงไปตามผู้บัญชาการลี้ฮวนมาเข้าเฝ้า สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ไม่สู้ดีนัก ลี้ฮวนเห็นแล้วก็ทรุดกายลงตรงหน้า “ฝ่าบาท ทรงมีอันใดจะสั่งการกระหม่อมหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “เจิ้นเห็นทีต้องหาทางจัดการสกุลหยางให้จบสิ้นเสียโดยเร็ว ครั้งก่อน เจิ้นคิดจะเรียกคืนอำนาจทางการทหาร ทว่าดูแล้วน่าจะเกิดศึกภายใน ยามนี้กองทัพหลวงเพิ่งได้รับความสูญเสียใหญ่จากการร่วมปราบกบ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   311 วาสนาย้อนกลับ

    เย่ซูเซียวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวใช้มือตวัดเอาผ้าคลุมหน้าออก โดยไม่รอให้เจ้าบ่าวเป็นผู้เปิด “ใต้เท้าหนานกง ช่างกล่าวได้ชัดเจนนัก ขอบคุณที่ท่านไม่ขับไล่ข้ากลับไป” หนานกงโจวตะลึงไปอึดใจหนึ่ง “เย่ซูเซียว! เป็นเจ้าได้อย่างไร” หนานกงโจวจำได้ว่าคราที่คนจวนสกุลชุยถูกนำตัวไปเนรเทศ เย่ซูเซียวผู้นี้มิใช่คนในสกุลชุยจึงถูกปล่อยตัวให้กลับบ้านเดิม “เหตุใดจะเป็นข้าไม่ได้เล่า” “เจ้าเป็นหลานสาวของชุยหนิงเทียน ฝ่าบาทยังกล้าใช้งานเจ้าอย่างนั้นหรือ” “ในเมื่อท่านกล้าเอ่ยเช่นนี้ ข้าก็ไม่ปิดบัง ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ข้ามาสืบข่าวในจวนของท่าน เป็นการให้ข้าทำคุณเพื่อแสดงความจงรักภักดี” “หืม...” หนานกงโจวเลิกคิ้ว “นับว่าเจ้าเป็นคนกล้าหาญ เปิดเผย” เขาพูดพลางนั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะสองสามครั้ง “ว่ามาเถอะ เจ้ามีเงื่อนไขใดจะแลกเปลี่ยนกับข้า” “ข้าอยากให้ท่านสบายใจ ขอเพียงท่านสัญญาว่าจะช่วยข้าเล่นงิ้วต่อหน้าคนภายนอก เรื่องใดที่ไม่ควรกราบทูล ข้าจะไม่กราบทูลเป็นอันขาด” “เล่นงิ้วรึ! เล่นงิ้วอันใด” “ฝ่าบาท

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   310 หยกพระราชทาน

    “ดี! คงมีแต่เจ้าที่ทำงานรอบคอบ สมกับที่เจิ้นไว้วางใจ” “กระหม่อม ไม่กล้าทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง” โจวจื่ออี้ถอนหายใจ “สกุลหยางเต็มไปด้วยคนมีฝีมือ เป็นเจิ้นเองที่ประมาทเกินไป” “ฝ่าบาท! กระหม่อมได้ยินมาว่ารองผู้บัญชาการหนานกงสนิทสนมกับพระชายาหลี่มาก ได้ยินว่าเขาเข้านอกออกในจวนสกุลหยางอยู่บ่อยๆ” “อืม...เจิ้นก็พอจะรู้มาบ้าง” ฮ่องเต้มิได้เล่าให้ลี้ฮวนฟังว่าตนเองส่งองครักษ์เงาไปซุ่มดูในจวนสกุลหนานกงอยู่บ่อยครั้ง “คนผู้นี้อยู่ในจวนเมืองหลวงเพียงลำพัง ไร้ภรรยาและบุตร บิดามารดาก็อยู่เมืองเฉินม่าย หากว่าส่งคนเข้าไปอยู่ในจวนของเขาได้สักคนก็น่าจะดี” ฮ่องเต้พยักพระพักตร์เห็นด้วย “ก่อนหน้านี้เสนาบดีชุยกับต้วนกุ้ยเฟยเคยพยายามยัดเยียดฮูหยินให้เขาแล้ว แต่เขาปฏิเสธ เจิ้นกำลังคิดว่า เช่นนั้นส่งเพียงอนุภรรยาพระราชทานให้เขาก่อนก็พอ” “ฝ่าบาททรงพระปรีชา! การพระราชทานอนุภรรยาให้ ถือว่าไม่มากและไม่น้อย ยากที่เขาจะปฏิเสธ พ่ะย่ะค่ะ” “เช่นนั้น พรุ่งนี้เจิ้นจะหาสตรีที่เหมาะสมขึ้นเกี้ยวไปส่งที่สกุลหนานกงเอง” โจวจื่ออี้ยิ้มกริ่ม คืนน

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   309 สละท่านโหว

    “ถ้าอย่างนั้นที่พวกเขาต้องการ คือใช้เราสองคนนำข่าวออกมาบอกจงอี้โหว อย่างนั้นรึ!” เย่ซูเซียวผงะ “เราเป็นเหยื่อของพวกเขาหรือนี่” “จะแปลกอันใด นี่คืออดีตฮ่องเต้กับองค์หญิงใหญ่นะ พวกเขาย่อมไม่ธรรมดา” ซ่งหลิงทำสีหน้าภาคภูมิใจ “เด็กสองคนนั่น กล้าหาญจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะลอบสังหารแต่กลับกล้าออกมาเป็นเหยื่อล่อ” ซ่งหลิงหัวเราะเบาๆ “ผู้ใดว่าเป็นเหยื่อ เจ้าดูนั่นเสียก่อน” เขาพูดจบก็ชี้ไปยังบนกำแพงเรือนใกล้ลานต่อสู้ อ๋องหยางกับพระชายาหลี่พร้อมด้วยคุณชายใหญ่และคุณชายรองชิวยืนเรียงหน้ากระดานมองลงไปยังศพที่เกลื่อนบนพื้น เย่ซูเซียวถึงกับอ้าปากค้าง “ที่แท้พวกเขาก็รู้ตัว” “อืม...เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าทุกคนที่ติดตามซื่อจื่อกับท่านหญิงน้อยในวันนี้ ล้วนมีวรยุทธ์ร้ายกาจ หากข้าจำไม่ผิด เจ้าคนที่ขับรถม้ากับคนที่นั่งข้างหน้านั่น แท้จริงก็คือองครักษ์ข้างกายท่านอ๋องหยาง เจิ้งตู้กับซูจิ้ง” “มิน่า! วรยุทธ์ร้ายกาจจนข้ารู้สึกกลัว” “คนของหน่วยหยกทมิฬที่ติดตามมาในวันนี้ล้วนเป็นผู้ที่ฝึกหนักมาไม่ต่างจากองครักษ์ลับ และอ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   308 เปิดเผยตัว

    เด็กชายเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะลั่น ก่อนจะหันมายิ้มเย้ย “ไม่หลอกเจ้า เจ้าจะยอมแสดงตัวหรือ” ท่านโหวแซ่ต้วนถอยหลังไปสามก้าว องครักษ์รีบพากันมาขวาหน้าเขาเอาไว้ “ฆ่ามัน! อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว” จงอี้โหวร้องสั่ง ครั้นจงอี้โหวถอยหลังไปหลบแล้วก็กระซิบกับองครักษ์ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ตนเอง “รีบหนีกันเถอะ! คนของพวกมันร้ายกาจถึงเพียงนี้ คนของเราอาจจะสู้ไม่ไหว” “ขอรับ!” ครั้นคนทั้งสามหันหลังหมายจะหนี ร่างเล็กๆ ก็ลอยข้ามศีรษะมาขว้างอยู่ข้างหน้า “จะรีบไปไหนเล่า จงอี้โหว เจ้าอยากฆ่าข้ามิใช่รึ!” จงอี้โหวยกยิ้มมุมปาก รีบสั่งองครักษ์ตน “พวกเจ้า! ฆ่าเด็กสองคนนี้เสีย” ยังไม่ทันจะได้ขยับ อาวุธลับก็แหวกอากาศมาโดยเร็วและแม่นยำปักเข้าที่คอด้านหลังขององครักษ์ทั้งสองของจงอี้โหวล้มหน้าคว่ำลงไป จงอี้โหวผงะ หันขวับกลับไปมองคนที่อยู่ด้านหลังก็พบว่าสาวใช้ทั้งสี่ของเด็กแฝดยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มของพวกนางดูเยือกเย็นคล้ายกำลังมองดูเหยื่อที่ใกล้จะสิ้นชีวิต “พวกเจ้า!” “จงอี้โหว เจ้าให้คนมาสืบเรื่องขอ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   307 ลวงท่านโหว

    “ท่านพ่อ ท่านแม่ อนุญาตให้พวกเราออกไปแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” “อืม...ไปเถิด พ่อเดาว่าอาจารย์ของพวกเจ้าน่าจะกำลังตรวจโรงน้ำชาอยู่” เด็กแฝดประสานมือค้อมศีรษะ “ขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่” หลี่หยวนหยวนหันไปทางพี่เลี้ยงทั้งสี่ “ความปลอดภัยของลูกข้า ต้องฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว” “พระชายาโปรดวางใจ พวกเราจะดูแลซื่อจื่อและท่านหญิงด้วยชีวิต” หูเหมยกุ้ยค้อมศีรษะรับ เดิมทีพวกนางทั้งสี่คิดจะลาจากจวนสกุลหยางกลับสู่พรรคมาร ทว่าไม่อาจจะทำใจแยกจากเด็กฝาแฝดที่พวกตนคอยประคบประหงมเลี้ยงดูจึงได้แต่แอบตกลงกันว่ารอให้เด็กทั้งสองเติบโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะขอกลับสู่ยุทธภพ รถม้าคันใหญ่ออกเดินทางจากจวนสกุลหยางไปตามถนนโดยมีสาวใช้ทั้งสี่เดินอยู่คนละมุม ขบวนองครักษ์มีทั้งยอดฝีมือจากหน่วยหยกทมิฬและองครักษ์ที่เป็นกองกำลังส่วนตัวของพระชายาหลี่ เงาดำสองสายวูบลงมาจากหลังคาจวนอย่างรวดเร็ว ข้ามกำแพงออกไปยังรถม้าคันใหญ่ที่จอดซุ่มอยู่ตรอกไม่ไกลนัก “จงอี้โหว ในรถม้าคันนั้นมีเพียงซื่อจื่อและท่านหญิง” ซ่งหลิงส่งเสียงอยู่ห่างๆ แล้วก็กระโจนลับหายไป องครั

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   104 โทษของหวางจิ่งชู

    ศาลเมืองเฉินม่ายในวันนี้มีผู้คนมามุงอยู่เนืองแน่น เป็นเพราะมีคนตีกลองร้องทุกข์ตั้งแต่เช้าตรู่ว่าคุณชายใหญ่สกุลหวางฉุดคร่าข่มเหงสตรีจนทำให้นางต้องปลิดชีพตนเองด้วยผ้าแพรขาว ตุลาการหวางออกมาพบกับบิดามารดาของผู้ตายที่หน้าศาล พร้อมปฏิเสธเสียงแข็ง “บุตรชายของข้า ไม่เคยมีทำเช่นนั้น สตรีม

    last updateHuling Na-update : 2026-03-27
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   97 สกุลหวาง

    กุนซือเฉากับชิวต้าซานขี่ม้าตามกันกลับมาสำนักมือปราบ บนหลังม้าของชายหนุ่มมีร่างหนึ่งถูกพาดคว่ำเอาไว้ มือเท้าของคนผู้นั้นถูกมัด ปากก็ถูกอุดเอาไว้ด้วยผ้า มีรอยเลือดแห้งเกรอะกรังติดตามเสื้อผ้า แขนขาและใบหน้า “หัวหน้าเหลียง เอาคนผู้นี้ไปขังแยกไว้ที ระวังอย่าให้คนเข้าไปลอบฆ่าได้เล่า กว่

    last updateHuling Na-update : 2026-03-26
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   101 สี่ปีศาจ

    หลี่หยวนหยวนจำต้องออกจากหมู่บ้านเพื่อไปดูแลกิจการร้านค้าในเมืองเฉินม่ายในช่วงที่สองผีพี่น้องต้องไปเมืองหลวง นางจึงต้องฝากลูกสองคนไว้ให้ซุนมามากับไป๋เยว่ดูแล ชิวต้าซานจัดยอดฝีมือหลายสิบคนรายล้อมรอบเรือนให้คอยดูแลความปลอดภัย “คุณหนู ท่านสบายใจได้ ข้าเรียกสี่ปีศาจมาคอยดูแลลูกๆ ของท่า

    last updateHuling Na-update : 2026-03-26
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   102 ห้ามรังแกนาง

    ในจวนสกุลหวาง คุณชายใหญ่หวางผู้นี้แต่งเอาคุณหนูคนงามแซ่หนิวมาเป็นฮูหยินเอก และเลือกอนุภรรยาจากสกุลที่ต่ำกว่าตนเองอีกห้าคน ส่วนอีกเจ็ดคนเป็นสตรีที่เขาฉุดคร่ามาข่มเหง สุดท้ายก็เกลี้ยกล่อมพวกนางให้ยอมเป็นอนุภรรยา นอกจากนี้ยังมีหญิงบำเรออีกร่วมยี่สิบคน พวกนางเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่เขารังแก แต่ยอ

    last updateHuling Na-update : 2026-03-26
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status