Share

10 เบื้องหลังงานแต่ง

last update Last Updated: 2026-01-23 21:37:41

หยางหลีเหว่ยที่กำลังตอบจดหมายขุนนางที่ดูแลเมืองรีบวางพู่กันสาวเท้าออกจากห้องตำราไปยังเรือนมารดาด้วยความยินดี

         หยางไท่เฟยเห็นหน้าบุตรชายก็ร้องขึ้น “หลีเหว่ย เจ้าดูสิ แม่หายดีแล้ว”

         “ท่านแม่ ท่านเป็นปกติแล้วจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มเดินไปประคองมารดาลงนั่งที่เตียง “ท่านแม่อย่าเพิ่งเดินมากเลยขอรับ ให้หมอมาตรวจให้ละเอียดเสียก่อน”

         “แต่ว่าแม่รู้สึกว่าทั่วร่างกายคล้ายกับมีกำลังคืนมาดังเดิมแล้ว ไม่สิ ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วย”

 “หากว่าท่านดีขึ้นจริงๆ เราจะได้กลับเฉินม่ายกันขอรับ”

         “มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ”

         “เกิดเหตุดินถล่มแถวตำบลหยินซาน ขุนนางท้องถิ่นหนังสือร้องเรียนมา ข้าสั่งให้คนไปดูแลเบื้องต้นแล้ว เมื่อวานเขียนฎีกาขึ้นถวายฮ่องเต้ พระองค์ทรงอนุญาตให้ข้ากลับเฉินม่ายแล้วขอรับ”

         หยางไท่เฟยฟังแล้วรู้สึกกังวลแทนบุตรชาย การดูแลราษฎรเป็นงานหลักของเขา หากว่าชักช้าเกิดเหตุร้ายกับชาวบ้าน เขาก็ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ

ครั้งนี้ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงกว่าครึ่งปีก็เพราะกองกำลังเมืองเฉินม่ายที่อยู่ในความดูแลของหยางหลีเว่ยมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ฮ่องเต้จึงทรงต้องการดูท่าทีของเขาจึงมีพระราชโองการให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณ

         “หากเจ้ากังวล พรุ่งนี้ก็เชิญหมอหลวงมาตรวจร่างกายแม่อีกครั้งหนึ่งเถิด พวกเราจะได้กลับบ้านกันเสียที”

         ด้วยบรรดาศักดิ์ระดับอ๋องเมื่อแจ้งความประสงค์ไปทางสำนักดูแลวังหลวง หมอหลวงแซ่หวงจึงถูกส่งตัวมาตรวจร่างกายให้กับหยางไท่เฟย

หมอหลวงผู้นี้เป็นคนที่หยางไท่เฟยค่อนข้างคุ้นเคย ในตอนที่นางเข้าวังไปอยู่เป็นตัวประกันในตำหนักของฮองไทเฮา[1]คนผู้นี้เคยมาตรวจรักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้นางหลายครั้ง

         “พวกเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อน ให้หมอหลวงหวงตรวจข้าตามลำพัง”

         เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น หยุนมามาจึงโบกมือให้สาวใช้ในห้องออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูห้องนอนของหยางไท่เฟย ประตูถูกเปิดเอาไว้เพื่อมิให้เกิดข้อครหา

         หยางไท่เฟยจ้องหน้าหมอหลวงนิ่ง “ข้าได้ยินว่าโรคที่ข้าเป็นร้ายแรงมาก และมีเพียงยาสูตรลับของสกุลหลี่ที่ช่วยได้ พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองได้ลูกสะใภ้มาจากฟากฟ้าผู้หนึ่ง ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้คงจะมีผู้เห็นชอบอยู่เบื้องหลัง ใช่หรือไม่

         “หยางไท่เฟย ท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้ข้าพูดมากไม่ได้”

         “ท่านพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ ข้าก็พอจะนึกออกแล้ว”

         ตอนที่หยางไท่เฟยลุกขึ้นนั่งได้ในวันที่สี่ของการรับยาจากสกุลหลี่ หยุนมามาก็เล่าปูมหลังของหลี่หยวนหยวนที่ถูกแต่งงานเข้ามาให้กับนางฟังอย่างละเอียด

‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’ ผู้นี้เป็นบุตรสาวของท่านป๋อหลี่เหวินจั๋ว แม้ตำแหน่งการงานของบิดานางมิได้สำคัญนักในราชสำนัก ทว่าเบื้องหลังของคนผู้นี้เกี่ยวพันกับเสนาบดีชุย

         ‘โรคร้ายของข้ากลายเป็นอาวุธให้ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยส่งหลี่หยวนหยวนมาเป็นชายาของหลีเหว่ยเพื่อป้องกันมิให้สกุลหยางได้ผูกสัมพันธ์กับสกุลเซียว’

         หยางไท่เฟยคิดจนกระจ่างแล้วก็ให้หมอหลวงหวงตรวจร่างกายของนาง “ข้าเชื่อว่ายาของสกุลหลี่ต้องดีสมคำร่ำลือ”

         “เป็นเช่นนั้นขอรับ ท่านไม่เพียงแต่หายจากโรคประหลาดนั่น หากแต่ยังแข็งแรงกว่าแต่ก่อนจริงๆ” หมอหลวงยืนยันเต็มปากเต็มคำ

         “หากเป็นอย่างที่ท่านว่าการแต่งงานนี้ของบุตรชายข้าก็ไม่นับว่าสูญเปล่า อย่างน้อยก็ได้ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของข้าแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องหาซื้อโสมคนมาบำรุงอีกแล้ว”

         “ยินดีกับหยางไท่เฟยด้วยขอรับ สูตรยาลับในการรักษาโรคประหลาดนี้ ท่านป๋อหลี่ยืนยันเองว่าจะมอบให้เฉพาะผู้ที่เป็นญาติสนิทเท่านั้น เท่าที่ข้าได้ยินมา คนในสกุลหลี่ที่เคยดื่มก็มีเพียงญาติสายหลัก ท่านป๋อหลี่ยอมมอบให้กับท่านเพราะท่านอ๋องหยางยอมแต่งงานกับบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเขา”

         หยางหลีเหว่ยได้รับคำยืนยันจากหมอหลวงหวงว่ามารดาของตนร่างกายแข็งแรง ไม่เพียงแต่โรคประหลาดที่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะหายไปสิ้น แต่อาการสามวันดีสี่วันไข้ก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย

         “ยินดีกับท่านอ๋อง หยางไท่เฟยแข็งแรงราวกับสตรีอายุสามสิบเลยขอรับ”

         “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณท่านหมอมาก โปรดรับน้ำใจจากข้าด้วย” หยางหลีเหว่ยหันไปพยักหน้าให้กับองครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

         ซูจิ้งจึงควักเอาถุงเงินออกมาประคองส่งให้กับหมอหลวงหวงอย่างนอบน้อม ท่านหมอยิ้มกว้างค้อมศีรษะขอบคุณท่านอ๋องแล้วจากไป

         หยางหลีเหว่ยเข้าไปประคองมารดานั่งลง “ท่านแม่ขอรับ ท่านเพิ่งหายดี อย่าเพิ่งออกแรงมากเลย นั่งก่อนเถิด”

         “หลีเหว่ย แม่เสียดายนัก ตอนที่เจ้าแต่งงาน แม่ไม่มีโอกาสได้เห็นพิธี ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เหมือนเจ้าจะพาชายามาคารวะน้ำชา แต่ตอนนั้นแม่สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงมิได้มองหาลูกสะใภ้ให้เต็มตา”

         “ช่างเถิดขอรับ นั่นเป็นงานแต่งที่ข้าไม่เต็มใจ ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่ดูพิธีก็ไม่สำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

         หยางไท่เฟยยื่นมือมาแตะที่แขนของบุตรชาย “แม่รู้ว่าเจ้าคับแค้นที่ต้องแต่งกับนาง ทำให้ต้องสูญเสียเซียวหว่านไปให้กับผู้อื่น แต่เจ้ายังทิ้งนางตอนนี้ไม่ได้”

         หยางหลีเหว่ยผงะ “เพราะเหตุใดหรือขอรับ”

         “มองเผินๆ เหมือนหลี่หยวนหยวนหลงใหลชอบใจเจ้า พอสบโอกาสท่านป๋อหลี่ที่รักบุตรสาวคนโตมากจึงใช้โอกาสที่เจ้าต้องการสูตรยาลับจากเขาเพื่อรักษาแม่บีบบังคับให้เจ้าแต่งงาน แต่ความจริง การแต่งงานนี้มีผู้ต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว”

         “ท่านแม่หมายถึง...”

         “ต่อให้เจ้าไม่แต่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแต่งกับนางอยู่ดี ชื่อเสียงของสตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง ทำให้หลี่หยวนหยวนคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการแต่งให้กับเจ้า”

         ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วอึดใจ “เหตุใดท่านแม่จึงคิดเช่นนี้ขอรับ”

         “เจ้าจำได้หรือไม่ ก่อนที่ท่านพ่อของเจ้าจะทำศึกใหญ่กับแคว้นเว่ย แม่เคยมาพำนักในตำแหน่งของฮองไทเฮาอยู่ช่วงหนึ่ง คนภายนอกคิดว่าแม่เป็นที่โปรดปรานของพระองค์ แต่ความจริง แม่มาอยู่เพื่อเป็นตัวประกันต่างหาก”

หยางไท่เฟยถอนหายใจ “ท่านอ๋องต่างแซ่ที่ดูแลบ้านป่าเมืองเถื่อนจนเริ่มมีผู้เข้ามาอาศัยจำนวนมาก ซ้ำยังมีกองทหารที่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าคิดว่าผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะวางใจได้หรือ”

       หยางหลีเหว่ยไม่เคยได้ยินมารดาอธิบายเรื่องนี้มาก่อน ช่วงนั้นเขาเองก็ยังเด็ก ท่านพ่อยกทัพจับศึกอยู่เรื่อยๆ ท่านแม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง ตัวเขาถูกส่งไปอยู่สำนักศึกษา    จินอวี้ในเมืองหลวง

หนึ่งปีนั้นเขาเองก็รู้สึกคล้ายถูกกักขังเพราะมีองครักษ์มาคอยดูแล จะไปแห่งหนใดล้วนต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านอาจารย์ใหญ่

กระทั่งบิดาชนะศึกครั้งใหญ่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อ๋อง คนทั้งครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เขาได้กลับเมืองเฉินม่ายและไปร่ำเรียนวรยุทธ์ในสำนักเดิมของบิดา

“ท่านแม่คิดว่าเป็นแผนของฮองไทเฮาหรือขอรับ”

หยางไท่เฟยพยักหน้า “บัดนี้เจ้ามีทหารในมือร่วมห้าหมื่น ไม่เพียงแต่ดูแลเมืองเฉินม่ายยังมีเมืองจู๋หลิงอีก หากเจ้าแต่งงานกับเซียวหว่าน พ่อตาโหวที่เป็นขุนนางใหญ่ในกรมกลาโหมย่อมจะทำให้เจ้ากลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกใน      ไม่ช้า ตอนที่แม่บอกเจ้าเรื่องหมั้นหมายกับเซียวหว่าน แม่ลืมคิดเรื่องนี้ไป”

“ข้าให้คนไปสืบมาแล้วขอรับ เบื้องหลังของท่านป๋อ หลี่มีเสนาบดีชุย ข้าจึงไม่ต้องการให้หลี่หยวนหยวนอยู่ในจวนของเรา”

“แม่รู้ เจ้าคิดจะหย่าขาดจากนาง”

“ท่านแม่เห็นเช่นไรขอรับ”

“จะหย่านางในเมืองหลวงไม่ได้ เจ้าต้องพานางกลับเฉินม่ายเสียก่อน ขอเพียงพ้นหูพ้นตาป๋อหลี่กับเสนาบดีชุย ค่อยจัดการ”

[1] ฮองไทเฮา เป็นตำแหน่งเรียกสตรีผู้เป็นพระอัยยิกา(ย่า) ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

***********

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   160 วัวเคยขาม้าเคยขี่

    เซียวหว่านได้ฟังก็เดือดดาล “ที่แท้ หลี่หยวนหยวนร้ายกาจกว่าที่ข้าคิด นางยั่วยวนท่านอ๋องด้วยการใช้บุรุษสองคนมาทำให้เกิดความหึงหวง และก็ได้ผลเสียด้วย”“จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ แต่เจ้า...” ต้วนเหม่ยหลิงปรายตามองสหายแวบหนึ่ง “บัดนี้ เจ้าเป็นเพียงภรรยาของผู้อื่น”เซียวหว่านนึกถึงใบหน้าของติงหยวนหยวน หญิงสาวที่ทำให้หัวหน้าหยางหวั่นไหว‘ฉันแพ้แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว ชาตินี้ฉันจะไม่แพ้อีก’ ต้วนเหม่ยหลิงเห็นท่าตกใจของสหายก็รีบสำทับ “ท่าทีของอ๋องหยางที่มีต่อนางในยามนี้ ผู้ใดก็ดูออกว่าต้องการจะคืนดี หากไม่มีใต้เท้าหนานกงกับคุณชายสกุลชิวขวางเอาไว้ ไม่แน่ว่าความฝันของเจ้าต้องพังทะลายอีกคราแล้ว”การยุแยงเซียวหว่านก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตนเอง คืนนี้ แม้ว่านางจะยอมให้เซียวหว่านลงมือ แต่นางก็เตรียมการซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ไม่มีทางจะให้หนานกงโจวลุยน้ำขุ่นเท้าเปื้อนโคลนไปกับหลี่หยวนหยวนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ไปบอกกับชุยฮูหยินให้เชิญราชครูซ่งมาด้วย“ไม่มีทาง! ครั้งนี้ข้าต้องทำให้อ๋องหยางเกลียดนางให้จงได้ และต้องเกลียดยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานด้วย” เซียวหว่านยืนยัน ต้วนเหม่ยห

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   159 งานเลี้ยงแฝงภัย

    “ข้าก็ให้คนคอยตามดูนางเหมือนกัน แต่พวกเขาถูกนางหลอกล่อจนตามไม่ทัน” หลี่หยวนหยวนเลิกคิ้ว “คุณชายใหญ่ ท่านให้ผู้ใดสะกดรอยนางกัน เหตุใดจึงเก่งกว่าคนของข้า” ชิวอี้เซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายอมสละแมวผีให้ไปทำภารกิจเพื่อบ่อเงินบ่อทองอย่างท่านเชียวนะ” หลี่หยวนหยวนตะลึง “แค่ข้าส่งแมวผีไปขโมยของ ท่านก็ห้ามข้าแล้ว เหตุใดที่ตนเองจึงได้ส่งไปสะกดรอยเซียวหว่านเล่า” “คุณหนูหลี่ ท่านไม่มีวรยุทธ์ หากไม่มีแมวผีอยู่ข้างกาย ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าต้องปวดใจเป็นแน่ ส่วนข้านั้นต่อให้มีคนคิดทำร้ายสักสิบยี่สิบคนก็ปาดคอพวกเขาจนหมดได้” คำพูดของชิวอี้เซ่อคล้ายจะล้อเล่น แต่หลี่หยวนหยวนรู้จากชิวลู่ชิงว่าวรยุทธ์ของท่านผีเหนือผู้นี้ กระทั่งเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันยังต้องเกรงเขาถึงห้าส่วน ดังนั้นคำพูดที่เขาพูดออกมานี้เกรงว่าจะเป็นความจริง “ท่านพูดคำว่าปวดใจออกมา หากข้าไม่รู้จักนิสัยของท่าน คงคิดว่าท่านใจให้ข้าแล้ว” หลี่หยวนหยวนเอ่ยเย้า ชิวลี่จิ่นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “พี่เหนือของข้าจะปวดใจเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียเงินทองเท่านั้

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   158 ยุแยงให้แตกคอ

    เซียวหว่านไปพบกับเสนาบดีชุยที่โรงน้ำชาใหญ่บนถนนสายรองหลังตลาดตะวันออก โรงน้ำชาแห่งนี้เสนาบดีชุยให้คนผู้หนึ่งออกหน้าเป็นเจ้าของ สถานที่แห่งนี้เขามีไว้นัดพบกับผู้ที่ไม่อาจพบหน้าโดยเปิดเผย “ฮูหยินน้อย เจ้าบอกข้าว่ามีแผนจะทำลายหนานกงโจวอย่างนั้นหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าพบว่าใต้เท้าหนานกงสนิทสนมเกินธรรมดากับอดีตพระชายาของอ๋องหยาง หลี่หยวนหยวน และยามนี้ท่านอ๋องเองก็ดูเหมือนจะกำลังหวนไปคืนดีกับนาง หากว่าทำให้คนทั้งสองหมางใจกันได้ บางทีท่านอ๋องอาจเป็นฝ่ายลงมือกับใต้เท้าหนานกงด้วยตนเอง” ชุยหนิงเทียนมองดูสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า เซียวหว่านเป็นฮูหยินของซางฮ่าวอวี่แต่กลับรู้เรื่องผู้อื่นดีเช่นนี้ หากเขาไม่เคยรู้อดีตของนางกับอ๋องหยางก็คงคิดว่านางกำลังพยายามช่วยสามีสร้างความดีความชอบ “เหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องนี้ละเอียดนัก” เสนาบดีผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง “เดิมทีข้าก็มีแค้นกับหลี่หยวนหยวน และเมื่อไม่นานมานี้นางก็ฉีกหน้าข้าในวันเปิดภัตตาคารจาเรออีก ระหว่างข้ากับนางไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ สายตาแสดงความเกลียดชังคนที่เอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   157 สวมรอยทำลาย

    ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิทของซางฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังก็ย่นหัวคิ้ว “คุณชาย ท่านไม่คิดจะห้ามปรามฮูหยินน้อยหรือ” “เหอะ! ห้ามนางไปไย แต่แรกนางก็มิได้คิดจะแต่งกับข้าอยู่แล้ว แต่งกับนางก็เหมือนแต่งกับสกุลเซียว หากไม่อาศัยสกุลนาง มีหรือตำแหน่งของข้าจะเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่ไปเมืองเฉินม่าย นางก็พยายามให้ท่าอ๋องหยางอยู่ตั้งหลายครา น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสให้ข้าได้จับชู้” บ่าวรับใช้ผงกศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นครานี้ คุณชายคิดจะ...” “สนับสนุนให้นางทำลายอ๋องหยางและคุณหนูหลี่ จากนั้นก็ค่อยจับพวกมันในฐานะชู้ หากข้ากำจัดอ๋องหยางได้ เสนาบดีชุยจะต้องส่งเสริมข้าอย่างแน่นอน” “ขอรับ คุณชายคิดได้แยบยลนัก ไม่ต้องชักกระบี่ ใช้เพียงสมองก็กำจัดศัตรูได้แล้ว เซียวหว

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   156 รักษาความลับ

    “ท่านอ๋อง จะบังคับเขาไปทำไม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย จะร้องไห้บ้างก็ปกติมิใช่หรือ” เสียงของหลี่หยวนหยวนดังขึ้นข้างหลัง หยางหลีเหว่ยหันกลับไปมอง ครั้นเห็นอดีตภรรยาเดินเข้ามาหาลูกๆ ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “หยวนหยวนมาแล้วหรือ อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอ๋อง ข้าบอกท่านแล้วว่าเราหย่ากันแล้ว อย่าเรียกข้าด้วยความสนิทสนมเช่นนี้ ผู้อื่นได้ยินเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้” นางทำเสียงเขียว แต่หยางหลีเหว่ยกลับไม่สนใจ “ผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้าหาถือสาไม่” “ท่านไม่ถือสา แต่ข้าถือ” นางส่งเสียงลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคนเพราะไม่อยากให้คนรับใช้ได้ยิน “ตกลงว่าเจ้า ร่างกายปกตินะ” “ข้าไม่เป็นอันใด ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง” นางสะบัดเสียงเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงอารมณ์ดี ยิ้มให้นางอย่างเบิกบาน “วันหน้าเจ้าก็พาหนานกงโจวมาเยี่ยมลูกเราบ่อยๆ สิ พวกเขาจะได้สนิทสนมกัน” หลี่หยวนหยวนผงะ ก่อนหน้านี้อ๋องหยางยังทำเหมือนจะกระโจนเข้าฟาดฟันหนานกงโจวทุกครั้งที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ท่านอ๋องคงมิได้พูดปร

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   155 พี่สาวของข้า

    หนานกงโจวหายใจแรง “ข้ารู้! แต่แค้นระหว่างข้ากับนาง ยากจะบอกเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ”“ใต้เท้าหนานกง ดูเหมือนเจ้ากับหลี่หยวนหยวนจะมีเรื่องที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่นะ”“ท่านอ๋องอย่าได้คาดเดาเรื่องของข้ากับคุณหนูหลี่เลย หาใช่เรื่องที่ท่านจะเกี่ยวข้องได้ไม่”หยางหลีเหว่ยนั่งลงที่ม้านั่ง “ใต้เท้าหนานกง เจ้ากับ หลี่หยวนหยวนซ่อนสิ่งใดไว้ที่บ้านเก่าสกุลหลี่หรือ”หนานกงโจวสำรวจใบหน้าของอ๋องหยางก็เห็นว่าเขามิได้หึงหวงตนเองเหมือนอย่างเคยจึงได้นั่งลงที่ม้านั่งตรงกันข้าม“ยากที่ข้าจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ”หยางหลีเหว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจทำให้หนานกง โจววางใจจึงได้พูดสิ่งที่ตนคาดคะเนออกมา “ข้าสังเกตมานานแล้วว่าหลี่หยวนหยวนผู้นี้ มิใช่หลี่หยวนหยวนที่เคยต้องการแต่งงานกับข้า ข้าเคยคิดกระทั่งว่านางคือผู้อื่น”“ท่าน!” หนานกงโจวตะลึง“หรือว่าเจ้าเองรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง” หยางหลีเหว่ยโยนหินถามทางสีหน้าพิกลของหนานกงโจวทำให้อ๋องหยางรู้ว่าเขากำลังจะรู้ความลับของคนทั้งสอง “หากท่านคิดว่านางมิใช่หลี่หยวนหยวน แล้วนางจะเป็นผู้ใด” หนานกงโจวถามย้อน หยางหลีเหว่ยแสร้งใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะสองสามคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status