LOGINหมับ!
“อ๊ะ!”
“ทำไม? มีปัญหาเหรอ” คนที่เดินเข้ามาแย่งรีโมตทีวีจากมือฉันไปถามขึ้น เขาทิ้งตัวลงนั่งโซฟาข้างกันก่อนจะดึงห่อขนมจากมืออีกข้างของฉันไปถือเอาไว้
“เปล่าค่ะ” ก็มันปกตินี่ ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้สิผิดปกติ
“แม่ให้ล้างอ่างเลี้ยงปลากับเปลี่ยนน้ำในแจกัน เธอไปทำให้เสร็จก่อนแม่กลับด้วย”
“ค่ะ”
“วันนี้เวรฉัน รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”
“ห้ามบอกว่าน้องเป็นคนทำค่ะ”
“ดีมาก วันนี้ฉันจะเลิกแกล้งเธอสองชั่วโมง” คนที่นั่งกินขนมดูทีวีเอ่ยก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาเมื่อฉันลุกออกมาแล้ว
บ้านนี้ถึงจะมีพี่ช้อยคอยดูแลความเรียบร้อยและอาหารการกิน แต่งานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ล้วนเป็นหน้าที่ของพวกเราสี่คน แม่กับพ่อไม่เคยให้พวกเราใช้ชีวิตเป็นลูกคุณหนูหยิบจับอะไรไม่เป็น ท่านสอนให้ทำงานบ้านและสอนให้หาเงินเพิ่มเองอยู่เสมอ
เวลาต่อมา…
“มากันครบแล้วก็ดี พ่อมีเรื่องจะบอก” เสียงพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้น ตอนนี้พวกเรานั่งในห้องอาหาร เตรียมรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน
“เรื่องโรงเรียนไอ้เพลิงเหรอพ่อ” พี่พระพายถามขึ้น ซึ่งพ่อก็พยักหน้าให้
“ใช่ เรื่องโรงเรียนของน้องสาวพวกแกด้วย” ประโยคต่อมาของพ่อทำคุณชายทั้งสามของบ้านขมวดคิ้วงง แหงล่ะ เรื่องนี้ฉันไม่เคยบอกใครนอกจากพ่อกับแม่
“ยัยเน่าไม่ได้เรียนต่อที่เดิมเหรอพ่อ” คราวนี้คุณพยัคฆ์เป็นคนถาม แอบเห็นสายตาดุ ๆ ของเขามองมาทางนี้ด้วย คงเพราะฉันไม่เคยบอกละมั้ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะสนใจเรื่องของฉันทำไมนักหนา
“อย่าเรียกน้องแบบนั้นตายัก” แม่ว่าลูกชายคนเล็ก แต่คนโดนว่ากลับทำหูทวนลม
“อืม มอปลายพระเพลิงจะไปต่อที่กรุงเทพ ไปอยู่กับป้าอย่างที่ทุกคนพอจะเดาออกนั่นแหละ ส่วนน้องก็จะเข้าโรงเรียนประจำหญิงล้วนเพราะน้องสอบเข้าที่นั่นได้ พระพายกับพยัคฆ์เองก็สอบเข้าชายล้วนได้ด้วยใช่ไหม เลือกเองแล้วก็ต้องเรียนให้จบนะ หรืออยากจะไปต่อที่กรุงเทพกับพระเพลิงพ่อก็ไม่ว่าอะไร”
“แบบนี้พี่ก็ไม่ได้เจอน้องน้องแล้วสิ ทำไงดี ต้องปีนรั้วไปหาไหม โรงเรียนเราอยู่ข้างกัน” พี่พระพายพูดยิ้ม ๆ ทำให้ฉันต้องยิ้มตอบแต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มลงเพราะเหลือบไปเห็นสายตาดุ ๆ ของใครเข้า
มื้อเย็นของเราผ่านไปอย่างช้า ๆ พ่อกับแม่สร้างข้อตกลงใหม่กับพวกเรา ส่วนมากจะเป็นเรื่องค่าขนมและเรื่องผลการเรียน รวมถึงเรื่องวุ่นวายที่พี่พระเพลิงก่อไว้ด้วย กว่าจะได้แยกย้ายกันไปนอนก็กินเวลาเกือบสองชั่วโมง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“มาแล้วค่ะ” เสียงเคาะประตูห้องจังหวะคุ้นหูดังขึ้น ทำให้ฉันที่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงรีบดีดตัวลุก เขามาหาก่อนนอนแบบนี้ฉันต้องฝันร้ายแน่ ๆ เลย
“รหัสเข้าเครื่องอะไร” คนที่เดินเข้ามาในห้องฉันถามพลางทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียง ในมือเขาถือโทรศัพท์ที่พ่อซื้อให้ฉันมาด้วย วันก่อนโดนยึดไปเขายังไม่คืนให้เลย วันนี้มาเอารหัสผ่านอีกแล้ว
“2812XX ค่ะ วันเกิดน้อง”
“ต่อไปเปลี่ยนรหัสเครื่องเป็นวันเกิดฉัน”
“ทำไมคะ”
“ฉันจะได้จำง่าย ๆ ไง” คราวนี้คนที่นั่งอยู่เริ่มหงุดหงิด
“…แต่น้องจำยากนี่คะ”
“อะไรของเธอ ทีฉันยังเอาวันเดือนปีเกิดเธอตั้งเป็นรหัสทุกอย่างเลย แค่นี้ก็จำไม่ได้เหรอ”
“คุณพยัคฆ์ใช้วันเกิดน้อง…” ทำไมล่ะ?
“ก็เออสิ เดี๋ยวพ่อกับแม่ถามถึงวันเกิดเธอแล้วฉันจำไม่ได้ก็โดนหักค่าขนมพอดี เธอมันลูกรักจะไปรู้อะไร วันเกิดก็ต้องจัดใหญ่โต ลำบากคนอื่นหาของขวัญมาให้อีก ค่าขนมยิ่งไม่พออยู่ด้วย”
“เอาคืนไหมคะ น้องเก็บของขวัญทุกชิ้นของคุณพยัคฆ์ไว้อย่างดีเลยค่ะ เงินที่พ่อกับแม่ให้ไว้น้องก็ใช้เดือนละครึ่ง มีเก็บเยอะเลย” นึกได้แล้วก็รีบถามเขาทันที ฉันรู้ว่าเขาไม่เต็มใจให้แต่ขัดพ่อกับแม่ไม่ได้ พอฉันรับมาก็เลยเก็บมันไว้ ไม่เคยแกะห่อของขวัญพวกนั้นเลย
“พูดแบบนี้อยากตายหรือไง” แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ฉันขนลุก คิดว่าเขาจะดีใจที่ได้ของคืนเสียอีก
“ไอ้นี่ใคร” ประโยคต่อมาดังขึ้นพร้อมหันหน้าจอมือถือมาทางฉัน ภาพพักหน้าจอเป็นรูปถ่ายของฉันกับเพื่อน ๆ ในวันสอบปลายภาควันสุดท้าย รูปนี้มีฉันรวมกับเพื่อนสนิทเป็นสี่คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้ชาย
“เพื่อนค่ะ”
คนที่ได้รหัสเข้าเครื่องจัดการปลดล็อกและเลื่อนดูหลายอย่างในนั้นราวกับตรวจเช็ก ถึงจะไม่ได้มีข้อมูลสำคัญอะไรต้องปิดบัง แต่ฉันก็เครียดอยู่หน่อย ๆ เพราะหลังจากได้โทรศัพท์มือถือมาฉันก็ถ่ายรูปตัวเองกับเพื่อน ๆ ไว้เยอะเลย บางทีมันอาจมีรูปตลก ๆ หรือน่าเกลียด ๆ ของฉัน ถ้าเขาเอาไปโพสต์ลงโซเชียลให้ขายหน้า ฉันคงอายจนไม่รู้จะทำยังไง
“เธอมีเพื่อนผู้ชาย?”
“…ค่ะ”
“อย่าให้รู้นะว่ามีแฟน ไม่งั้นฉันไปกระทืบมันแน่”
“ทำไมคะ”
“ก็เธอยังเด็กอยู่ คิดว่าตัวเองกำลังขึ้นมอหนึ่งนี่เป็นสาวแล้วหรือไง เกิดใจแตกเรียนไม่จบ ค่าเทอมที่พ่อกับแม่ฉันจ่ายให้ก็เสียเปล่าน่ะสิ”
“แต่คีนเป็นเพื่อนน้องจริง ๆ นะคะ ถ้าคุณพยัคฆ์ไม่เชื่อไปถามสาคูกับสายน้ำดูก็ได้”
ตุบ!
“ล็อกอินบัญชีโซเชียลทุกอย่างที่เธอใช้ลงเครื่องฉันให้หมด” คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงโยนโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ฉันแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง
ฉันที่ยืนอยู่ห่าง ๆ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาแล้วรีบทำตาม ไม่จำเป็นต้องถามรหัสผ่านเพราะก่อนหน้านี้เขาบอกแล้วว่ารหัสทุกอย่างคือวันเกิดฉัน
“ล็อกอินทุกอย่างเลยเหรอคะ”
“อือ”
“งั้นน้องกดออกบัญชีคุณพยัคฆ์ก่อนนะ”
“อือ เดี๋ยวเวลาใช้ฉันสลับแอคเคานต์เอง”
“แบบนั้นน้องก็ไม่เป็นส่วนตัวสิคะ”
“แล้วยังไง มีปัญหาเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
พอลองใช้โอกาสนี้กดออกจากหลายแอปพลิเคชันของเขาแล้วเข้าใหม่ รหัสผ่านทุกอย่างก็ยังคงเป็นวันเกิดของฉันทั้งหมดอย่างที่เขาบอก
“อย่าคิดว่าไปอยู่โรงเรียนประจำแล้วฉันจะตามเธอไม่ได้นะ หน้าที่ทำรายงานให้ฉันยังเป็นของเธอ” คนที่ดีดตัวลุกขึ้นเดินเข้ามาหาพร้อมคืนโทรศัพท์มือถือให้ “แล้วก็อย่าให้รู้ว่าเธอไปสมัครบัญชีโซเชียลอื่นไว้แล้วไม่บอกฉัน เพราะฉันจะจับตาดูเธอ ถ้าเธอตุกติกก็หมายความว่าสิ่งที่ฉันคิดไว้มันถูกทุกอย่าง”
“แล้วถ้าสิ่งที่คุณพยัคฆ์คิดไว้มันผิด… คุณพยัคฆ์จะมองน้องเปลี่ยนไปไหมคะ” เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันกล้าสบตากับเขาคนที่สูงกว่า และพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “ถ้าน้องไม่ได้จะมาแย่งหรือแบ่งอะไรจากคุณพยัคฆ์ คุณพยัคฆ์จะมองน้องเป็นน้องสาวคนหนึ่งไหมคะ”
“ไม่”
“…”
__________
>>> ฝากพ่อแม่ ปู่ย่า และรุ่นทวดด้วยนะคะ
- รักนี้ต้องรีเทิร์น (แนวแฟนเก่า+หลัวชั่ว)
- ของเล่นชิ้นสุดท้ายของนายวายร้าย (แนวไอ้โบ้ค่ะ เมียหนี)
- ร้ายแลกรัก (แนวปากหนัก ปากแข็ง โบ้ยกกำลังสอง)
- อาถรรพ์ลานเกียร์ (แนวรักวัยรุ่นโรแมนติก ยิ้มแก้มแตก)
จบจากงานรับน้องใหม่เข้าคณะ ฉันก็แวะร้านหนังสือกับเพื่อนก่อนจะกลับมาที่หอพัก พรุ่งนี้จะเริ่มเรียนแล้ว ยังไม่เตรียมชุดหรือของที่จะใช้ในการเรียนเลย แต่พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็พบว่าบนเตียงมีใครบางคนกำลังนอนกระดิกเท้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ไม่แปลกใจหรอกว่าเขาเข้ามาได้ยังไง เพราะห้องนอนที่บ้านเขาก็เข้าออกได้ตามใจตัวเอง แล้วนี่เขาเป็นเจ้าของหอด้วย แค่เข้าห้องฉันจะไปยากอะไร หอสตรีแล้วยังไง เขาแคร์ที่ไหนกัน“งานจบตั้งแต่บ่ายโมง เธอกลับมาช้านะ” เสียงทุ้มว่าขณะลุกขึ้นนั่ง สองตาที่มองมายังฉันทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนทุกครั้ง “ไปไหนมา” เขาถามต่อพลางไล่ตามองถุงกระดาษของร้านหนังสือที่ฉันถืออยู่“ไปร้านหนังสือมาค่ะ เอาคูปองไปแลก”“ไปกับใคร”“สาคูแล้วก็สายน้ำค่ะ”“แน่ใจ?”“…พี่แฮคเดินไปส่งค่ะ พี่เขาเอาคูปองร้านชานมมาให้” ประโยคต่อมาของฉันเบาลง หลุบตามองต่ำไม่กล้าสบตากับคนที่นั่งอยู่ เขาเงียบไปสักพักก่อนจะหยัดกายยืนขึ้น มองมาที่ฉันแล้วเดินเข้ามาหาช้า ๆ พลันนั้นก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของฉันก็เต้นแรงขึ้น สองมือที่แนบลำตัวกำกระโปรงตัวเองแน่น วันนั้นหลังออกมาจากร้านชานมไข่มุก เขาบอกฉันอย่าไปที่นั่นอีกและอย่าคุย
ช่วงบ่ายหลังกิจกรรมรับน้องจบลงทุกคนก็แยกย้ายกัน บ้างก็กลับห้อง บ้างก็ไปเที่ยวต่อ บ้างก็หาอะไรทำในมอเพราะวันนี้ไม่มีเรียน“ไอ้ยัก มึงแอบมีเมียเหรอ กูเห็นนั่งจ้องจออมยิ้มคนเดียวมาหลายปีแล้วนะมึง”“เออ เอาไปซุกไว้ที่ไหนวะ กูเสือกยังไงก็ไม่เจอ พามาเปิดตัวเลยนะไอ้ห่า จะเรียนจบอยู่แล้วไม่บอกเพื่อนบอกฝูงเลยว่าคบใครอยู่”เสียงเพื่อนในกลุ่มว่าให้ผมขณะเดินเข้ามาหาผมที่นั่งโต๊ะม้าหินอ่อนรออยู่ข้างตึก ผมไม่ได้ตอบคำถามพวกมันแต่เบี่ยงตัวหลบไม่ให้พวกมันเห็นหน้าจอมือถือ ตอนนี้ผมกำลังดูคลิปวิดีโอที่ใครบางคนกำลังเต้นอยู่“เดี๋ยวสักวันกูจะมอมเหล้ามึงแล้วเปิดดูให้ได้ว่ามึงซ่อนอะไรไว้ในมือถือ” พอผมไม่ให้ดูมันก็ขู่ผม“เหี้ย หรือมันจะดูหนังโป๊” ไอ้มงคลว่า“สัส!” ผมยันมันไปทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกง“เออยัก ว่าแต่น้องสาวมึงนี่มีแฟนยังวะ” คราวนี้ไอ้บิ๊กถามขึ้น“กูไม่เคยบอกพวกมึงว่ามีน้องสาวนะ” ผมไหวไหล่ใส่มันก่อนจะหันไปมองทางหนึ่งของถนนซึ่งมีใครบางคนกำลังเดินอยู่กับเพื่อน“กวนตีนอีกแล้ว หวงน้องสาวเหรอมึงอะ” ไอ้บิ๊กยังไม่เลิกถาม พ่อผมกับพ่อพวกมันทำธุรกิจด้วยกันเราเลยต้องเป็นเพื่อนกันด้วย ทำให้
หลายวันต่อมาหลังจากงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่จบไป วันรับน้องเข้าคณะก็เริ่มขึ้น เนื่องจากตอนนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่ง หลายภาควิชา ได้ยกเลิกกิจกรรมรับน้องแบบเดิม ๆ ไปแล้ว วันนี้คณะของฉันจึงมีเพียงการพบปะและเล่นเกมสนุก ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่เท่านั้น“การเรียนในช่วงเทอมแรกของพวกน้อง ๆ ก็จะประมาณนี้ครับ มีใครสงสัยอะไรอีกไหมครับ หรือจะเป็นเรื่องอื่นก็ได้ พวกพี่จะได้ช่วยกันตอบ” ตัวแทนรุ่นพี่ที่ยืนอยู่กลางวงล้อมน้องปีหนึ่งถามขึ้น“เรื่องการแต่งกายกายค่ะพี่” ปีหนึ่งคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม“แต่งเครื่องแบบปกติเลยครับ เอาแค่สุภาพก็พอ นอกจากช่วงสอบอาจจะเนี๊ยบนิดหนึ่ง”“แล้วผู้หญิงใส่ทรงเอได้ตอนไหนคะ มีกำหนดไหมว่าปีไหนต้องใส่อะไร ห้ามใส่อะไร”“แต่งแบบไหนมาก็ได้ค่ะ สั้น ยาว หรือคลุมเข่า เอาที่เราสะดวกเลย แค่ช่วงสอบ ช่วงฝึกงาน ขอสุภาพหรือเป็นทางการนิดหนึ่ง เพราะเราเรียนบริหารเวลาไปพบลูกค้าหรือคู่ค้าในอนาคตก็ต้องแต่งตัวดูดีใช่ไหม การสอบหรือฝึกงานก็เช่นกันค่ะ เป็นตัวของตัวเองได้ในบางเวลา แต่ก็ต้องดูสถานที่ เวลา และบริบทอื่น ๆ ประกอบด้วย”รุ่นพี่หลายคนทั้งหญิงและชายเริ่มเข้ามาแนะนำพวกเราเกี่ยวกับการ
ฉันเอาของขึ้นไปเก็บในห้องแล้วรีบลงมาเพราะกลัวใครบางคนจะรอนาน ทว่ามาถึงแล้วก็ต้องยืนรออยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นว่าเขากำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่หน้าตึก ฉันจำได้ว่าพี่คนนั้นชื่อน้ำหวานเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับคุณพยัคฆ์สมัยมอต้น ไม่คิดเลยว่าพอเข้ามหาลัยแล้วจะเจอกันอีก ดูจากที่มาแถวนี้ก็คงเรียนที่เดียวกันกับคุณพยัคฆ์“เป็นแฟนกันหรือเปล่านะ…” คิดได้ก็พึมพำคนเดียว ดูจากสายตาที่พี่น้ำหวานมองคุณพยัคฆ์แล้วก็น่าจะใช่“นั่นไง มาแล้ว” เหมือนว่าพี่เขาเหลือบมาเห็นฉันพอดีเลยบอกคนที่ยืนหันหลังอยู่“มาแล้วก็เดินมาสิ ยืนเอ๋ออยู่นั่นจะได้ไปไหม” เจ้าของเสียงดุหันมาว่าฉันก็เห็นยืนคุยกับสาวอยู่ใครจะกล้าเข้าไปขัดล่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขนาดนั้นใครจะกล้าแทรก“คนนี้… ใช่น้องคนนั้นป่าวยัก” พอฉันเดินเข้าไปพี่เขาก็มองมาที่ฉันแล้วหันไปถามคนที่ยืนคั่นกลางเราไว้“อือ”“แล้ว… มาเรียนที่นี่เหรอ คณะอะไรล่ะ” เหมือนเขาจะคุยกันแค่สองคนนะแต่เป็นเรื่องของฉัน“บริหาร” คนข้างฉันตอบขณะเดินกดโทรศัพท์มือถือไปด้วย“หืม? เรียนบริหารเลยเหรอ จบไปทำอะไรอะ หรือว่า… พ่อแม่ยักยกธุรกิจให้ แต่จะว่าไปงานในบริษัทยักก็เยอะอยู่นี่เนอะ คงมีตำ
หลังสอบสัมภาษณ์ผ่านไป รอเกือบสองสัปดาห์ผลก็ออก เราทั้งสามคนสอบผ่านด้วยกันทั้งหมด เรียกได้ว่าเรียนด้วยกันตั้งแต่มอต้นยันมหาลัย สำหรับคนที่มีเพื่อนน้อยและเข้ากับคนอื่นยากอย่างฉันแล้วโชคดีมาก ๆ ที่มีเพื่อนสนิทไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ห่างพอถึงวันเปิดเรียนฉันกับสาคูเลือกพักหอสตรีใกล้มหาลัยซึ่งเจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อเจ้าทัพคนหล่อของฉันเอง นอกจากไม่ต้องจ่ายค่าเช่าแล้วเรายังไม่ต้องเดินทางไกล วันไปสอบสัมภาษณ์ฉันได้รับรู้รสชาติของรถติดแล้วว่าเป็นยังไง แม้จะนั่งรถส่วนตัวแต่ก็ไม่ต่างอะไรกับนั่งรถประจำทางเลย จุดหมายอยู่ห่างจากรถของเราไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่ถ้าถนนข้างหน้ายังไม่โล่งเราก็ขยับรถไปไม่ได้ จากต้องใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบนาทีอาจกลายเป็นชั่วโมง ส่วนสายน้ำนางพักกับพี่สาวที่คอนโด นางไม่ได้มาพักกับพวกเรา แต่เวลาเรียนได้เจอกันฉันก็โอเคแล้ว“มาอยู่หอสตรีแบบนี้พ่อก็ต้องนัดเจอลูกสาวข้างนอกสินะ” พ่อเอ่ยขึ้นขณะพาฉันเดินเข้ามาในตึก เราทั้งคู่เดินไปยังห้องนิติบุคคลชั้นล่าง ตรงนั้นพ่อเข้าไปได้ ถึงจะเป็นเจ้าของหอพักแต่ก็ใช่ว่าจะเดินขึ้นลงทุกชั้นได้ตามใจ“งั้นวันไหนที่พ่อกับแม่เข้ากรุงเทพ น้องจะไปอยู่บ
หลายปีผ่านไปอีกครั้ง…“อ๊าย ดีใจจังเลยเราใกล้จะได้เป็นสาวมหาลัยแล้ว” เสียงสายน้ำที่เดินอยู่ข้างฉันหันไปมองทางนั้นทีทางนี้ด้วยท่าทีตื่นเต้น“แก ดูตึกนั่นสิ เขาเขียนว่าวิศวกรรมศาสตร์ใช่ไหม อ๊าย อยากมาเรียนที่นี่เร็ว ๆ อะ” สาคูก็ระริกระรี้อีกคน ตอนนี้พวกเรามาสอบสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยนี้หลังจากรู้คะแนนครั้งก่อน ยังดีที่ติดที่เดียวกันแต่ไม่รู้ว่าพอสัมภาษณ์เสร็จแล้วจะผ่านด้วยกันหมดเลยไหม“พวกแกพอได้แล้วน่า อายเขา” ฉันว่าให้สองนางที่เดินควงแขนฉันคนละข้าง ตั้งแต่เข้ามาในรั้วมหาลัยพวกนางยังไม่หยุดมองคนนั้นคนนี้สักที ส่วนใหญ่ที่มากันก็มีแต่เด็กมอปลายอย่างพวกเรา มีรุ่นพี่มหาลัยที่เรียนที่นี่บ้างแต่ไม่มากเท่าไร อาจเพราะวันนี้พวกพี่เขาไม่มีเรียนเลยไม่ค่อยมีคนมา“อายอะไรกันยะ นาน ๆ ทีจะได้เจอผู้ชายตัวเป็น ๆ นะ เราอยู่หญิงล้วนด้วยกันตั้งแต่มอหนึ่งยันมอหก ได้เจออะไรแบบนี้ที่ไหนกัน ตอนนั้นฉันน่าจะเลือกโรงเรียนที่มีผู้ชายเยอะ ๆ แม่ฉันอุตส่าห์ทักแล้วทักอีกแต่ฉันดันไม่เชื่อ บ้าจริง ๆ ถ้ารู้ว่าโตขึ้นแล้วตัวเองจะแรดขนาดนี้ฉันไม่เรียนหญิงล้วนหรอก” สาคูว่าติดตลก“แหม ก็ตอนนั้นพวกเรายังเด็กไง หวีดแต่ไอดอลเกาห







