Se connecterหมับ!
“อ๊ะ!”
“ทำไม? มีปัญหาเหรอ” คนที่เดินเข้ามาแย่งรีโมตทีวีจากมือฉันไปถามขึ้น เขาทิ้งตัวลงนั่งโซฟาข้างกันก่อนจะดึงห่อขนมจากมืออีกข้างของฉันไปถือเอาไว้
“เปล่าค่ะ” ก็มันปกตินี่ ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้สิผิดปกติ
“แม่ให้ล้างอ่างเลี้ยงปลากับเปลี่ยนน้ำในแจกัน เธอไปทำให้เสร็จก่อนแม่กลับด้วย”
“ค่ะ”
“วันนี้เวรฉัน รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”
“ห้ามบอกว่าน้องเป็นคนทำค่ะ”
“ดีมาก วันนี้ฉันจะเลิกแกล้งเธอสองชั่วโมง” คนที่นั่งกินขนมดูทีวีเอ่ยก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาเมื่อฉันลุกออกมาแล้ว
บ้านนี้ถึงจะมีพี่ช้อยคอยดูแลความเรียบร้อยและอาหารการกิน แต่งานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ล้วนเป็นหน้าที่ของพวกเราสี่คน แม่กับพ่อไม่เคยให้พวกเราใช้ชีวิตเป็นลูกคุณหนูหยิบจับอะไรไม่เป็น ท่านสอนให้ทำงานบ้านและสอนให้หาเงินเพิ่มเองอยู่เสมอ
เวลาต่อมา…
“มากันครบแล้วก็ดี พ่อมีเรื่องจะบอก” เสียงพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้น ตอนนี้พวกเรานั่งในห้องอาหาร เตรียมรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน
“เรื่องโรงเรียนไอ้เพลิงเหรอพ่อ” พี่พระพายถามขึ้น ซึ่งพ่อก็พยักหน้าให้
“ใช่ เรื่องโรงเรียนของน้องสาวพวกแกด้วย” ประโยคต่อมาของพ่อทำคุณชายทั้งสามของบ้านขมวดคิ้วงง แหงล่ะ เรื่องนี้ฉันไม่เคยบอกใครนอกจากพ่อกับแม่
“ยัยเน่าไม่ได้เรียนต่อที่เดิมเหรอพ่อ” คราวนี้คุณพยัคฆ์เป็นคนถาม แอบเห็นสายตาดุ ๆ ของเขามองมาทางนี้ด้วย คงเพราะฉันไม่เคยบอกละมั้ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะสนใจเรื่องของฉันทำไมนักหนา
“อย่าเรียกน้องแบบนั้นตายัก” แม่ว่าลูกชายคนเล็ก แต่คนโดนว่ากลับทำหูทวนลม
“อืม มอปลายพระเพลิงจะไปต่อที่กรุงเทพ ไปอยู่กับป้าอย่างที่ทุกคนพอจะเดาออกนั่นแหละ ส่วนน้องก็จะเข้าโรงเรียนประจำหญิงล้วนเพราะน้องสอบเข้าที่นั่นได้ พระพายกับพยัคฆ์เองก็สอบเข้าชายล้วนได้ด้วยใช่ไหม เลือกเองแล้วก็ต้องเรียนให้จบนะ หรืออยากจะไปต่อที่กรุงเทพกับพระเพลิงพ่อก็ไม่ว่าอะไร”
“แบบนี้พี่ก็ไม่ได้เจอน้องน้องแล้วสิ ทำไงดี ต้องปีนรั้วไปหาไหม โรงเรียนเราอยู่ข้างกัน” พี่พระพายพูดยิ้ม ๆ ทำให้ฉันต้องยิ้มตอบแต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มลงเพราะเหลือบไปเห็นสายตาดุ ๆ ของใครเข้า
มื้อเย็นของเราผ่านไปอย่างช้า ๆ พ่อกับแม่สร้างข้อตกลงใหม่กับพวกเรา ส่วนมากจะเป็นเรื่องค่าขนมและเรื่องผลการเรียน รวมถึงเรื่องวุ่นวายที่พี่พระเพลิงก่อไว้ด้วย กว่าจะได้แยกย้ายกันไปนอนก็กินเวลาเกือบสองชั่วโมง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“มาแล้วค่ะ” เสียงเคาะประตูห้องจังหวะคุ้นหูดังขึ้น ทำให้ฉันที่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงรีบดีดตัวลุก เขามาหาก่อนนอนแบบนี้ฉันต้องฝันร้ายแน่ ๆ เลย
“รหัสเข้าเครื่องอะไร” คนที่เดินเข้ามาในห้องฉันถามพลางทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียง ในมือเขาถือโทรศัพท์ที่พ่อซื้อให้ฉันมาด้วย วันก่อนโดนยึดไปเขายังไม่คืนให้เลย วันนี้มาเอารหัสผ่านอีกแล้ว
“2812XX ค่ะ วันเกิดน้อง”
“ต่อไปเปลี่ยนรหัสเครื่องเป็นวันเกิดฉัน”
“ทำไมคะ”
“ฉันจะได้จำง่าย ๆ ไง” คราวนี้คนที่นั่งอยู่เริ่มหงุดหงิด
“…แต่น้องจำยากนี่คะ”
“อะไรของเธอ ทีฉันยังเอาวันเดือนปีเกิดเธอตั้งเป็นรหัสทุกอย่างเลย แค่นี้ก็จำไม่ได้เหรอ”
“คุณพยัคฆ์ใช้วันเกิดน้อง…” ทำไมล่ะ?
“ก็เออสิ เดี๋ยวพ่อกับแม่ถามถึงวันเกิดเธอแล้วฉันจำไม่ได้ก็โดนหักค่าขนมพอดี เธอมันลูกรักจะไปรู้อะไร วันเกิดก็ต้องจัดใหญ่โต ลำบากคนอื่นหาของขวัญมาให้อีก ค่าขนมยิ่งไม่พออยู่ด้วย”
“เอาคืนไหมคะ น้องเก็บของขวัญทุกชิ้นของคุณพยัคฆ์ไว้อย่างดีเลยค่ะ เงินที่พ่อกับแม่ให้ไว้น้องก็ใช้เดือนละครึ่ง มีเก็บเยอะเลย” นึกได้แล้วก็รีบถามเขาทันที ฉันรู้ว่าเขาไม่เต็มใจให้แต่ขัดพ่อกับแม่ไม่ได้ พอฉันรับมาก็เลยเก็บมันไว้ ไม่เคยแกะห่อของขวัญพวกนั้นเลย
“พูดแบบนี้อยากตายหรือไง” แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ฉันขนลุก คิดว่าเขาจะดีใจที่ได้ของคืนเสียอีก
“ไอ้นี่ใคร” ประโยคต่อมาดังขึ้นพร้อมหันหน้าจอมือถือมาทางฉัน ภาพพักหน้าจอเป็นรูปถ่ายของฉันกับเพื่อน ๆ ในวันสอบปลายภาควันสุดท้าย รูปนี้มีฉันรวมกับเพื่อนสนิทเป็นสี่คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้ชาย
“เพื่อนค่ะ”
คนที่ได้รหัสเข้าเครื่องจัดการปลดล็อกและเลื่อนดูหลายอย่างในนั้นราวกับตรวจเช็ก ถึงจะไม่ได้มีข้อมูลสำคัญอะไรต้องปิดบัง แต่ฉันก็เครียดอยู่หน่อย ๆ เพราะหลังจากได้โทรศัพท์มือถือมาฉันก็ถ่ายรูปตัวเองกับเพื่อน ๆ ไว้เยอะเลย บางทีมันอาจมีรูปตลก ๆ หรือน่าเกลียด ๆ ของฉัน ถ้าเขาเอาไปโพสต์ลงโซเชียลให้ขายหน้า ฉันคงอายจนไม่รู้จะทำยังไง
“เธอมีเพื่อนผู้ชาย?”
“…ค่ะ”
“อย่าให้รู้นะว่ามีแฟน ไม่งั้นฉันไปกระทืบมันแน่”
“ทำไมคะ”
“ก็เธอยังเด็กอยู่ คิดว่าตัวเองกำลังขึ้นมอหนึ่งนี่เป็นสาวแล้วหรือไง เกิดใจแตกเรียนไม่จบ ค่าเทอมที่พ่อกับแม่ฉันจ่ายให้ก็เสียเปล่าน่ะสิ”
“แต่คีนเป็นเพื่อนน้องจริง ๆ นะคะ ถ้าคุณพยัคฆ์ไม่เชื่อไปถามสาคูกับสายน้ำดูก็ได้”
ตุบ!
“ล็อกอินบัญชีโซเชียลทุกอย่างที่เธอใช้ลงเครื่องฉันให้หมด” คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงโยนโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ฉันแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง
ฉันที่ยืนอยู่ห่าง ๆ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาแล้วรีบทำตาม ไม่จำเป็นต้องถามรหัสผ่านเพราะก่อนหน้านี้เขาบอกแล้วว่ารหัสทุกอย่างคือวันเกิดฉัน
“ล็อกอินทุกอย่างเลยเหรอคะ”
“อือ”
“งั้นน้องกดออกบัญชีคุณพยัคฆ์ก่อนนะ”
“อือ เดี๋ยวเวลาใช้ฉันสลับแอคเคานต์เอง”
“แบบนั้นน้องก็ไม่เป็นส่วนตัวสิคะ”
“แล้วยังไง มีปัญหาเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
พอลองใช้โอกาสนี้กดออกจากหลายแอปพลิเคชันของเขาแล้วเข้าใหม่ รหัสผ่านทุกอย่างก็ยังคงเป็นวันเกิดของฉันทั้งหมดอย่างที่เขาบอก
“อย่าคิดว่าไปอยู่โรงเรียนประจำแล้วฉันจะตามเธอไม่ได้นะ หน้าที่ทำรายงานให้ฉันยังเป็นของเธอ” คนที่ดีดตัวลุกขึ้นเดินเข้ามาหาพร้อมคืนโทรศัพท์มือถือให้ “แล้วก็อย่าให้รู้ว่าเธอไปสมัครบัญชีโซเชียลอื่นไว้แล้วไม่บอกฉัน เพราะฉันจะจับตาดูเธอ ถ้าเธอตุกติกก็หมายความว่าสิ่งที่ฉันคิดไว้มันถูกทุกอย่าง”
“แล้วถ้าสิ่งที่คุณพยัคฆ์คิดไว้มันผิด… คุณพยัคฆ์จะมองน้องเปลี่ยนไปไหมคะ” เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันกล้าสบตากับเขาคนที่สูงกว่า และพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “ถ้าน้องไม่ได้จะมาแย่งหรือแบ่งอะไรจากคุณพยัคฆ์ คุณพยัคฆ์จะมองน้องเป็นน้องสาวคนหนึ่งไหมคะ”
“ไม่”
“…”
__________
>>> ฝากพ่อแม่ ปู่ย่า และรุ่นทวดด้วยนะคะ
- รักนี้ต้องรีเทิร์น (แนวแฟนเก่า+หลัวชั่ว)
- ของเล่นชิ้นสุดท้ายของนายวายร้าย (แนวไอ้โบ้ค่ะ เมียหนี)
- ร้ายแลกรัก (แนวปากหนัก ปากแข็ง โบ้ยกกำลังสอง)
- อาถรรพ์ลานเกียร์ (แนวรักวัยรุ่นโรแมนติก ยิ้มแก้มแตก)
“พ่อกับแม่เรียกน้องเหรอคะ” ฉันเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามพ่อกับแม่แล้วถามขึ้น“ใช่จ้ะ แม่กับพ่อมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับน้อง” แม่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าแววตาท่านกลับมีบางอย่างแฝงอยู่ คล้ายกับว่าลังเลที่จะพูด“เมื่อวานพ่อพาคนงานไปทำศาลาให้วัดแถวบ้านมาน่ะ แล้วก็ไปเจอกับหลวงพ่อรูปหนึ่ง” พ่อพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม“พ่อกับแม่พูดมาเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรน้องจะค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ” ฉันส่งยิ้มให้พวกท่าน“พ่อไปเจอพ่อกับแม่ของน้องมาน่ะ พ่อแม่แท้ ๆ ของน้อง”“…” พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันงั้นเหรอ? พอได้ยินแบบนี้ก็สับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง ต้องทำตัวแบบไหน แล้วถ้าเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จะส่งฉันกลับไปหรือเปล่า หลายอย่างในหัวตีกันไปหมด ทุกอย่างมันอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออกว่าต้องพูดอะไรเมื่อได้ฟังเรื่องนี้&ldqu
“เรา… เข้าใกล้กันให้มากกว่านี้ดีไหม” เสียงแหบเอ่ยถามขณะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากัน “ยักอยากเข้าใกล้น้องให้มากกว่านี้”“ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ฉันหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรับรสจูบละมุนที่ป้อนลงมา เรากลืนกินกันและกัน โอบกอดกันและกันเอาไว้อยู่เนิ่นนาน กระทั่งอิ่มเอมจากความหวานล้ำจึงผละออก มือใหญ่กระตุกแขนสองข้างให้ลุกนั่งตรงหน้าเขา เราสบตากันอีกครั้งก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เสื้อนอนตัวบางถูกคนตรงหน้าปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ก็ถูกฉันค่อย ๆ ถลกขึ้นทางศีรษะเขา และดึงมันออกมากองอยู่ข้างตัว วินาทีที่ท่อนบนของเราเปลือยเปล่าต่อหน้ากัน หัวใจฉันมันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง สายตาของเราทั้งคู่ต่างไล่มองกันตั้งแต่ลำคอ หัวไหล่ เนินเนื้อเปลือยเปล่า และไล่ลงต่ำเรื่อย ๆ มาจนถึงหน้าท้อง เมื่อดึงสายตากลับมาประสานกันอีกครั้ง ความร้อนมากมายก็แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
ซ่าา!สายน้ำเย็นยามดึกไหลลงมากระทบผิวกายทำให้อาการมึนหัวหายไปและรู้สึกสบายตัวขึ้น วันนี้ฉันไม่ดื่มเยอะเพราะเข็ดจากวันนั้น วันที่อ้วกใส่รถคุณพยัคฆ์ ตอนนั่งที่โต๊ะเลยดื่มแค่พันซ์กับแอลกอฮอล์ที่สาคูส่งให้ครึ่งแก้ว ทำให้ไม่เมาเหมือนคนอื่นแต่มึนหัวนิดหน่อย พอได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็กลับมาเป็นปกติ“ได้กลิ่นสบู่หอม ๆ แล้วสดชื่นดีแฮะ” ฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ พันผ้าเช็ดตัวรอบตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอจะแกะผ้าออกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อใครบางคนเปิดประตูห้องฉันเข้ามาพอดี “คุณพยัคฆ์!”“…” คนที่ก้าวเข้ามาในห้องชะงักกึกทั้งยังมองมาที่ฉันราวกับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน“เข้ามาทำไมคะ”“ส่งข้อความมาแล้วเธอไม่อ่านก็เลยโทรหา เห็นเธอไม่รับสายเลยเข้ามาดู” เขาตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องมาที่ฉัน“น้องอาบน้ำอยู่ค่ะเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศ
หนึ่งปีต่อมา…♪ ♬ ♫〜 “…แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู~” สิ้นเสียงเพลงฉันก็หลับตาลงอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด ปีนี้ฉันอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว ความจริงวันเกิดของฉันผ่านมาได้สองวันแล้ว แต่เรายุ่งกับเรื่องเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ เลยทำให้ไม่มีเวลาฉลองกัน วันเกิดปีนี้ฉันเข้าผับได้พอดี สาคูกับสายน้ำอยากมาที่นี่นานแล้วเราเลยตกลงจัดงานวันเกิดฉันที่นี่ ส่วนแขกที่มาน่ะเหรอ… พี่บิ๊ก พี่มงคล พี่ซีน พี่พระพาย พี่พระเพลิง แล้วก็คุณพยัคฆ์“สาว ๆ ดื่มแค่พอไหวกันนะ อย่าฝืนดื่มเกินไป แล้วก็อย่าลุกออกจากโต๊ะไปไหนคนเดียวด้วย” พี่พระพายเอ่ยขึ้น“รับทราบค่ะท่านพ่อ” เราสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน ทำให้โดนเคาะหัวไปคนละที“อย่ารับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มาเป็นแก้วเข้าใจไหม” คราวนี้พี่พระเพลิงพูดบ้าง“เข้าใจแล้วค่าา” เราสามคนรับคำพร
และแล้ววันที่ฉันต้องเผชิญหน้ากับความจริงก็มาถึง วันนี้สาคูกับสายน้ำมาหาที่คอนโดตั้งแต่เช้า พวกนางจะไปเรียนพร้อมฉันโดยมีคุณพยัคฆ์ทำหน้าที่ขับรถให้ เขาเองก็มีเรียนเช้าเหมือนกัน จากที่กังวลว่าจะทำตัวยังไงตอนมาถึงมหาลัย แต่พอมีเพื่อนอยู่ด้วยโลกที่หนักอึ้งก็เบาลงทันที“ทำไมพี่ไม่ไปจอดหน้าตึกเราเลยล่ะ มาจอดตรงนี้กว่ายัยน้องจะเดินไปถึงตึกเดี๋ยวคนเขาก็มองนางหรอก” สาคูถามคนที่กำลังเปิดประตูรถ“ก็เดินไปพร้อมกันหมดนี่แหละ จะหลบตลอดไปไม่ได้หรอก เพื่อนเรามีเลือดนักสู้นะ จำวันนั้นไม่ได้หรือไง” คนบางคนว่าพร้อมพยักหน้าให้ฉันลงจากรถ“ก็ได้ ๆ” สาคูพยักหน้าให้เขาแล้วพูดกับฉันในประโยคต่อมา “ถ้ามีใครพูดไม่เข้าหูหรือล้ำเส้นเกินไปแกก็ซัดหน้ามันเลยนะยัยน้อง ถ้าสู้ไม่ไหวเดี๋ยวฉันช่วยรุม”“ฉันด้วย” สายน้ำเสริมทัพ คุณพยัคฆ์เห็นเราคุยกันก็แค่นขำออกมา คงเพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของพวกเรา
“น้องกลับห้องดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะลุกออกจากเตียง แต่คนตัวใหญ่กว่าไม่ยอมผละออกจากตัวฉัน เขายังคงคร่อมฉันไว้ในท่วงท่าเดิม “คุณพยัคฆ์คะ น้องจะกลับห้องแล้ว”“นอนนี่แหละ” เหมือนเขาเพิ่งได้สติ มองหน้าฉันแล้วก็พูดบางอย่างต่อ “เวลาอื่นจะอยู่กันสองคนแทบไม่มีเลย”“แต่คืนนี้น้องไม่สะดวก”“สะดวกสิ แบบนี้แหละสะดวกดี”“คุณพยัคฆ์…” ประโยคแปลก ๆ กับเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าเขาหยดลงมาใส่ฉันทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ทั้งที่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานปกติดีแท้ ๆ แต่เขากลับมีเหงื่อชุ่มหน้าทั้งยังหายใจติดขัด“ขออะไรหน่อยได้ไหม”“ไม่ได้ค่ะ” ฉันตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจังหวะรัวกลองในงานรับน้อง“







