LOGINหลังพุ่มไม้ริมลำธาร ซึ่งห่างออกมาไกลพอควรจากตัวบ้านไม้ไผ่ที่มีรอยถูกไฟไหม้เสียหายไปหลายส่วน
สายน้ำเย็นใสไหลเอื่อยเฉื่อยสะท้อนแสงตะวันแผดกล้า บุรุษหนุ่มหลังค่อมสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบทั้งเก่าทั้งขาด นั่งตกปลาอย่างเงียบงัน ท่าทางเคร่งขรึมเย็นชา แผ่กลิ่นอายแห่งราชันย์ออกมา
เยื้องไปทางข้างกายด้านซ้ายของเขา คือชายชุดดำกำลังค้อมศีรษะ ประสานมือ คุกเข่าหนึ่งข้างอยู่อย่างเงียบเชียบ
ภายใต้หนวดเครารุงรังเต็มไปด้วยริ้วรอยแผลเป็นอันปิดบังรูปโฉมหล่อเหลาจนเผยเพียงความน่าเกลียดน่ากลัวออกมา กำลังมีแววตาเย็นเยียบทวีความหงุดหงิดอย่างรุนแรง สืบเนื่องจากเรื่องราวอันแสนจะอัปยศเมื่อคืนวาน
ถังจ้าวเหว่ย คือนามที่แท้จริงของเขา
น้ำเสียงแหบพร่าฟังดูแปล่งหูทว่ากลับแฝงความทรงอำนาจเอาไว้ เริ่มเอ่ยคำออกมาจากริมฝีปากได้รูปที่ถูกหนวดสากระคายปกคลุมจนมิด
“เมื่อคืนข้าถูกวางยาปลุกกำหนัด หาไม่คงมิทำเรื่องหยาบช้าเช่นนั้นกับนางเป็นแน่!”
บุรุษชุดดำสะดุ้งสุดตัว นึกตระหนกกับความผิดของตน ที่เจ้านายถูกวางยาแต่ไม่อาจช่วยเหลือ เขาเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า
“เพื่อความแนบเนียนในการซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงของพระองค์ กระหม่อมจึงไม่อาจขัดขวางแผนการบ้านหานพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวเหว่ยปรายตามองอย่างเยือกเย็น แม้ว่ารูปร่างยามนี้จักมีกระดูกโค้งงอผิดรูปจนอัปลักษณ์ หากแต่สายตาคมกล้าภายใต้เรียวคิ้วกระบี่เข้มหนากลับแผ่บารมีกดข่มรุนแรงออกมา
ชายชุดดำข่มกลั้นอาการไหล่สั่นหนาวสะท้าน ค่อยๆ เหลือบตามองเจ้านายหนุ่ม เอ่ยอย่างระมัดระวังอีกว่า
“ยามนี้พระองค์จำต้องเป็นกงหนิว ชายอัปลักษณ์พิการหลังค่อมแสนโง่เขลาที่ผู้คนคุ้นชินไปก่อน ใช้ชีวิตสามัญมิอาจแตกต่างจากคนทั้งหมู่บ้าน ทั้งไม่อาจให้เรื่องราวไร้สาระลุกลามใหญ่โตไปถึงทางการ อันอาจจะนำพาให้คนร้ายล่วงรู้ตัวตนพระองค์ งานแต่งนี้ยังมีพยานเป็นชาวบ้านมากมาย ทั้งยังไม่แน่ว่าอาจมีสายลับแฝงตัวมาด้วย หลายคนยังยืนอยู่รอบห้องหอตามประเพณี การหยุดยั้งมิอาจกระทำ”
เขากลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก กลั้นใจเอ่ยต่อ
“อีกอย่าง...หากกล่าวกันตามจริง แค่รับสตรีอุ่นเตียงสักคนมิใช่เรื่องใหญ่ ได้แต่งงานด้วยซ้ำนับเป็นเรื่องดี สตรีนางนั้นก็เป็นคนของพระองค์แล้ว แค่หญิงชาวบ้านผู้หนึ่ง ไม่นับว่าเป็นอะไร การปรนนิบัติรับใช้ยิ่งสมควร ได้ปลดปล่อยตัวตนไม่ต่างจากครั้งอยู่ในวังบูรพา พระองค์จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้าหอคณิกา นางเองก็งดงามมิใช่น้อยนะพ่ะย่ะค่ะ”
จบคำก็ยกยิ้มเอาใจนายเหนือหัว คิดว่าตนเองคงได้รางวัลที่รู้ใจเป็นแน่แท้
ทว่านอกจากมิได้คำชมจากปากบุรุษตรงหน้า ยังได้เห็นเพียงสายตาเย็นชา สีหน้าเย็นเยียบ และปราณอันตรายแผ่ซ่าน องครักษ์อู๋เจี๋ยคนสนิทรีบก้มหน้าหยุดวาจาทันที
อันที่จริง ...เขาพยายามปลอบใจองค์รัชทายาทผู้สูงส่งหยิ่งทะนงอย่างสุดความสามารถ หาใช่ดูแคลนหญิงชาวบ้านไม่
เพราะสายตารังเกียจของสตรีนางนั้นต่างหากที่เป็นปัญหา มิใช่ศึกบนเตียงนอนยามเข้าหอเพราะถูกวางยา
ชายชุดดำกำลังร่ำไห้อยู่ในอก คล้ายมีนรกอยู่ในใจ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า
“แม่นางชิงหลินก็ไม่เลวนะพ่ะย่ะค่ะ ผ่านไปซักพักนางคงทำใจได้ กิริยาเยี่ยงนั้นย่อมไม่เกิดขึ้นอีก นางต้องชอบพระองค์แน่นอน” ยิ่งพูดเสียงยิ่งเบา หากเขาเงียบไปน่าจะดีกว่านี้
จ้าวเหว่ยเอ่ยเสียงเย็น “ข้ามิได้ชอบนาง และการที่นางรังเกียจข้าย่อมสมควรแล้ว”
ครานี้องครักษ์อู๋เจี๋ยเผยสีหน้าเจ็บปวด ดั่งถูกคมมีดกรีดเฉือนไปทั่วหัวใจ
เขาอยู่ข้างกายองค์ชายมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์รูปงามสมบูรแบบดั่งเทพสวรรค์ลงมาจุติยากหาใครเทียม รัศมีแห่งเอกบุรุษแผ่กำจายไปทั่วไม่ว่าจะเยื้องกรายไปทางใด ใบหน้ายิ่งงดงามราวเทพเซียนจำแลง ทุกสารทิศที่องค์ชายปรากฏกายล้วนเป็นที่หมายปองของอิสตรี ใครเห็นต่างชมชอบพร้อมพลีกายทั้งสิ้น หากแต่ยามนี้กลับต้องถูกสายตาดูแคลนถึงเพียงนั้น ถูกสตรีสามัญนางหนึ่งแสดงท่าทีขยะแขยงกันถึงเพียงนี้ เขาทำใจมิได้จริงๆ
อู๋เจี๋ยยิ่งคิดยิ่งรวดร้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวจนยับย่น
ทว่าสีหน้าจ้าวเหว่ยยังคงเย็นชา เขาเอ่ยเสียงเนิบช้า
“จงไปเสีย ข้าอยากอยู่เงียบๆ”
องครักษ์ได้แต่ก้มหน้าล่าถอย พริบตาก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่ออยู่คนเดียว จ้าวเหว่ยจึงค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้านึกระอาในโชคชะตาของตนไม่น้อย
ริมลำธารห่างจากบ้านไม้ไผ่ ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ยอดหญ้าโอนเอน มีบุรุษอัปลักษณ์นั่งตกปลาอยู่อย่างเดียวดาย
แท้จริงชายร่างใหญ่หลังค่อมผู้นี้มิได้พิการกระดูกส่วนใด ทั้งยังมิได้เป็นใบ้ และที่สำคัญยังเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งต้าถัง ผู้เร้นกายจากศึกภายในราชวงศ์ ตามรับสั่งพระบิดา
จ้าวเหว่ยนับเป็นเอกบุรุษผู้หล่อเหลาสง่างามและสูงส่ง ยามเยื้องย่างปรากฏโฉมไปทางใด ล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องใจเต้นระส่ำ ทว่ายามนี้กลับไม่เหลือเค้าโครงของหนุ่มเจ้าเสน่ห์แม้แต่น้อย ทั้งยังถูกสายตาเหยียดหยันดูแคลนอย่างเหลือร้ายส่งให้
เดิมทีเขามีรูปร่างสูงใหญ่ตามเชื้อสายแห่งองค์ราชันย์ รูปลักษณ์สมบูรณ์พร้อมตามแบบฉบับเชื้อสายพระวงศ์ผู้เป็นว่าที่โอรสแห่งสวรรค์ ยามนี้แม้ว่าเขาอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น แต่กลับโดดเด่นสะดุดตานับเป็นยอดบุรุษแล้ว
เพียงแต่ต่อมาตัวเขากลับถูกลอบทำร้ายอย่างแสนสาหัส วรยุทธ์ถูกทำลายจนสิ้น ความทรงพลังที่มีจึงอันตรธานหายไป ความงามสง่าไม่มีเหลือ กระทั่งกระดูกโก่งโค้งงอข้อเคลื่อนเสียรูปดูไม่ได้ ยามเดินเหินจึงงุ้มไหล่งอตัวก้มหน้าด้วยท่วงท่าทึ่มทื่อไปเช่นนั้น
ส่วนเรื่องอาการเบื้อใบ้เป็นเพราะถูกยาพิษทำลายลำคอจนเสียหาย แม้ยังคงพูดได้แต่ทว่าน้ำเสียงกลับแหบพร่าน่าเกลียด เขาจึงคล้ายกับกลายเป็นคนใบ้ไป และด้วยไม่จำเป็นต้องเสวนากับใครจึงปล่อยไปเช่นนี้ ไม่คิดแก้ต่าง
ทุกสิ่งทั่วร่าง มีเพียงริ้วรอยแผลเป็นเท่านั้นที่จ้าวเหว่ยจงใจทำขึ้น เพื่ออำพรางรูปโฉมงดงาม หนวดเคราก็เช่นกันล้วนต้องการบดบังใบหน้าที่แท้จริงจนสิ้น
ส่วนนามกงหนิวก็เป็นชาวบ้านที่ตั้งชื่อให้ตามอำเภอใจ
ทั้งหมดล้วนเกิดจากการลอบสังหารครั้งล่าสุดจนต้องระหกระเหินมาเร้นกายแถบนี้ นานร่วมปีแล้ว
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น จ้าวเหว่ยจึงกลายเป็นคนที่ไม่ต่างจากชายพิการอย่างแท้จริง จำต้องหลบซ่อนอย่างน่าละอาย
หนึ่งปีมาแล้วที่ราชวังต้าถังตกอยู่ในภาวะเลวร้าย
หลังจากจ้าวเหว่ยได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรัชทายาทเพียงไม่นานก็ถูกลอบสังหารจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องเสียท่าอย่างไม่น่าให้อภัย
ฮ่องเต้ต้าถังผู้รับรู้เรื่องราวของโอรสเป็นอย่างดี จึงออกคำสั่งผ่านองครักษ์เงาว่าให้เขาเร้นกายรั้งอยู่ในสถานที่ปลอดภัยไปก่อน จนกว่าเรื่องวุ่นวายจะคลี่คลาย
ตำแหน่งผู้ครองตำหนักบูรพาของจ้าวเหว่ยคล้ายราบรื่น ทว่าเรื่องกลับไม่ง่ายนัก เส้นทางแห่งบัลลังก์ทองของตัวเขาที่เป็นองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ในยามนี้ยิ่งไม่ง่ายดายเช่นกัน
การคงอยู่ด้วยตัวตนอันอัปลักษณ์นามว่ากงหนิวจึงจำต้องดำเนินต่อไป อย่างไร้ทางเลือก
แต่เมื่อเหลือบตาไปมองสามีที่อยู่ในห้องอีกฝั่ง นางก็ยังทำใจให้ห่างกันไม่ได้อยู่ดีเป็นถังลู่หลิ่งที่ล้วงเข้าอกเสื้อตนเอง แล้วหยิบกำไลหยกกับปลอกนิ้วหยกออกมายื่นใส่มือลี่เซียน“หากทนคิดถึงไม่ได้ก็ไม่ต้องทน พี่สาวมอบหยกสื่อรักคู่นี้ให้เจ้า เอาไปเลย”หยกสื่อรักคู่นี้เป็นสิ่งที่จอมมารหั่วซานแอบหลอมขึ้นด้วยตนเอง แต่ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งถือตัวทั้งยังปากแข็งที่สุดในใต้หล้า เขาจึงมอบให้ถังลู่หลิ่งทั้งสองอัน แล้วรอดูว่าเมื่อใดที่ฝ่ายหญิงจะสวมกำไลหยกใส่ข้อมือของนางเองและสวมปลอกนิ้วใส่ในนิ้วมือของเขาด้วยมือนางเช่นกันถังลู่หลิงส่งทั้งหมดให้ลี่เซียน ไม่สนใจบุรุษจอมทะนงตน หากเขารู้เข้าว่านางมอบให้น้องสะใภ้คงจะทนมิได้ ย่อมต้องแอบหลอมขึ้นมาใหม่ แล้วก็ปากแข็งต่อไปลี่เซียนรับหยกสื่อรักมาพินิจดู ชั่วครู่จึงได้ครุ่นคิดถึงวิธีใช้จนกระจ่างแจ้งอยู่ในใจปลอกนิ้วหยกถูกสวมอยู่บนหัวแม่มือของถังไห่เฉิงตลอดเวลาส่วนกำไลหยกถูกสวมบนข้อมือลี่เซียนตลอดเวลาเช่นกันเนิ่นนานผันผ่าน วันเวลาหมุนเวียน ผ่านคืนหนาวเหน็บ ผ่านราตรีเย็นเยียบ ทุกวันพวกเขาสามีภรรยาไม่เคยเหงาเลย เพราะเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดถึงกัน เพียงส่งเสียงเรียกแค
หญิงสาวเสมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ น่ารักน่าชังในสายตาของทุกคน สามารถเรียกรอยยิ้มจากคนในครอบครัวถังองค์หญิงน้อยทั้งสองคนผู้เป็นน้องสาวของถังไห่เฉิงชอบลี่เซียนมาก หลังจากร่วมมื้ออาหารก็พากันไปเล่นซนครู่ใหญ่ภายในตำหนักฮวาหยางยามนี้ไม่มีคนนอก ไม่มีตำแหน่งสูงส่งแบ่งแยกชนชั้น ทุกคนคือครอบครัวรักใคร่ปรองดองกัน เรียกขานกันว่าท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง น้องรอง น้องเล็ก เสมือนสามัญชนทั่วไปจ้าวเหว่ยนั่งเล่นหมากล้อมกับบุตรเขยที่โต๊ะเตี้ยฝั่งหนึ่งถังไห่เฉิงนั่งจิบชากับถังไท่หลินที่โต๊ะเตี้ยอีกฝั่งหนึ่ง พลางเมียงมองลี่เซียนตลอดเวลา กระทั่งถูกพี่ชายเอ่ยเย้ายิ้มๆ“หวงภรรยาปานนั้น?”อ๋องหนุ่มวางถ้วยชาลงแต่ยังไม่วางใจจึงมองออกไปนอกหน้าต่างทางลี่เซียนตลอดเวลาพลางเอ่ย“ไม่หวงได้หรือ? ดูเถิด ...ท่านแม่รวมพลพี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง และน้องๆ ทั้งสองประกบรอบตัวนางแล้ว ข้าคิดว่าท่านแม่มีแผนรับตัวลี่เซียนไว้ดูแลด้วยตนเองเป็นแน่”ถังไท่หลินมองตามสายตาน้องชายไปทางกลุ่มสตรี ก่อนหันกลับมาเลิกคิ้วแล้วเอ่ย “ไม่ดีหรือไร? อีกไม่นานเจ้าต้องออกรบรอบทิศเช่นเดิม ภรรยาของเจ้าต้องอยู่ในความคุ้มครองของท่านแม่อยู่แล้ว”
ซานซานกล่าวต่อ “ความรักของมนุษย์มีหลายรูปแบบ มิใช่เชิงชู้สาวอย่างเดียว บางที วิญญาณของชิงเอ๋อร์อาจกลับมาเกิดเป็นบุตรของพวกเจ้า รีบแต่งงานรีบเข้าหอรอเลี้ยงเด็กที่กำลังจะมาเกิดเถอะ จักได้เพิ่มแม่ทัพชั้นเลิศให้กองพลของบุตรชายข้า ช่วยกันสร้างคุณงามความดี ไล่ล่าฆ่าฟันศัตรูผู้รุกรานเพื่อปกป้องลูกหลานสานสกุลสืบไป”เมื่อถ้อยวาจานี้จบลง อู๋จวินพลันเงยหน้า สายตามีความกระจ่างแจ้งทุกสิ่งในบัดดลชิงเอ๋อร์เกิดเป็นลูกของเขาหรือ เหตุใดเขาไม่คิดถึงข้อนี้ซานซานยังคงเป็นพยัคฆ์ร้าย แม้อยู่ในอาภรณ์สตรีชั้นสูง มิได้ถือดาบหอกทวนควบตะบึงบนอาชาศึกบัญชาการทหารกล้า แต่นางเป็นสตรีที่แตกฉานในทุกเรื่องราวตั้งแต่บรรพกาลยามนี้นางเป็นถึงองค์ไทเฮาต้าถัง พระราชเสาวนีย์เช่นนี้ย่อมมีผลทันที แม้แต่ฮ่องเต้ยังไม่อาจทัดทาน พระองค์มีเพียงต้องประทับตราลัญจกรมอบราชโองการสมรสพระราชทานในวันรุ่งการจัดการวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แว่นแคว้นจำต้องเริ่มตั้งแต่การจัดการระดับครัวเรือนเช่นนี้การมอบงานมงคลให้แก่อู๋จวินและหลิงเจิน ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้สองคนนี้ได้หลุดพ้นเสียที อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อมิให้เกิดปัญหาครอบครัวกับบุตรชายคนรองและพระชา
ค่ำคืนหนาวเหน็บยังคงคืบคลานผ่านไป อ๋องหนุ่มยืนมององครักษ์เกราะเหล็กผู้นี้อยู่เงียบๆหลังผ่านพ้นภาวะสะเทือนใจจากการได้รับรู้ความจริงบางประการ อู๋จวินจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แต่ยังคงหันหลังไม่หันหน้าไปทางผู้เฝ้ามอง เขาเพียงเอ่ยเสียงแหบพร่า“ทั้งหมดคือสาเหตุที่ท่านอ๋องเรียกกระหม่อมมากระมัง”ถังไห่เฉิงตอบเสียงเรียบ “ย่อมใช่”อู๋จวินแค่นยิ้มขื่น ฝืนข่มความทุกข์ใจแสนสาหัสเอาไว้ ให้เงาจันทร์อันยาวนานกลืนหายไป พร้อมวิญญาณของสตรีอันเป็นที่รักได้ไปสู่สุคติภูมิที่ดี“เป็นกระหม่อมที่ทำผิดต่อนางเหลือเกิน พยายามยื้อนางทุกวิถีทาง กระทั่งเดินทางไปขอสิ่งของบางอย่างจากนักพรตในอารามบนยอดเขา เพื่อตรึงวิญญาณของนางเอาไว้ให้วนเวียนอยู่ข้างกายตลอดเวลา แม้ไม่อาจเห็น ไม่อาจสัมผัส ไม่อาจสนทนา แต่ขอเพียงรู้ว่านางยังอยู่ ไม่หายไป...”ความลับเช่นนี้เมื่อถูกเอ่ยออกมา ผู้ฟังพลันเลิกคิ้วสูงถังไห่เฉิงถึงกับพูดไม่ออก เขามองอู๋จวินอย่างคาดไม่ถึง ได้ยินองครักษ์หนุ่มเอ่ยอีกว่า “เป็นกระหม่อมที่ไม่ยอมปล่อยวาง จนเป็นการทำร้ายนางอย่างร้ายแรง”อ๋องหนุ่มยังคงไร้ซึ่งวาจาอู๋จวินเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อจากนั้นทั้งสองปล่อย
ราชองครักษ์หนุ่มปรายสายตามองสำรวจทุกสิ่งอยู่นิ่งๆ หาได้ประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด เพียงนึกแปลกใจเท่านั้นชั่วครู่ประตูห้องพลันปิดลงเองทั้งยังลั่นดาลจากด้านนอก ทั้งๆ ที่ไม่ใครอยู่หน้าห้องสักคนอู๋จวินขมวดคิ้วฉงน ร่างสูงยืนตระหง่านไม่ขยับบนดวงหน้าราบเรียบเพิ่มความเย็นเยียบขั้นสุด ดวงตาอันแสนจะเย็นชาเริ่มมีโทสะไหววูบ กระบี่ในมือเตรียมออกจากฝักได้ทุกเวลา ทว่าอึดใจกลับชะงักงันตัวเกร็ง ก้อนเนื้อในอกแกร่งด้านซ้ายคล้ายกับหยุดเต้นฉับพลันเมื่อเขาหันไปเห็นหญิงสาวงดงามผู้หนึ่งค่อยๆ ผุดพรายออกมาจากกำแพงห้องรับรอง นางมีใบหน้าสะคราญโฉมเกินใคร ท่าทางองอาจสง่างามเกินอิสตรีทั่วไป แต่มีรอยยิ้มหวานล้ำที่สุดในใต้หล้านางผู้กุมหัวใจของอู๋จวินเอาไว้ทุกห้วงเวลาแม้ยามนิทราเส้นเสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกขานภรรยาผู้ลาลับแสนคะนึง“ชิงเอ๋อร์...” ...ห่างออกมาจากห้องรับรองคือห้องเก็บของจิปาทะ มีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งซ่อนตัวอยู่ในนั้นถังไห่เฉิงเลือกเรือนลึกลับแห่งนี้ให้ลี่เซียนกระทำบางสิ่ง เขาไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด มิให้ผู้ใดรับรู้หรือรบกวนทั้งสิ้นประตูหน้าต่างของห้องรับรองอันมืดมิดที่อู๋จวินเดินเข้าไปล้วน
อ๋องทมิฬผู้นี้กำลังได้ค้นพบตนเองอีกด้านอย่างคาดไม่ถึงทว่าความกลัวของถังไห่เฉิงพลันสลายหายไปจนสิ้น เพราะลี่เซียนถึงขั้นเก็บเรื่องในสวนบุปผาไปฝันร้ายนางละเมอออกมาคล้ายเด็กหญิงตัวน้อยว่าเขากลับไปหาหญิงอื่นที่เป็นคนรักเก่า ในฝันของนาง หญิงผู้นั้นเป็นหลิงเจิน นางพูดออกมายามหลับฝันว่าต่อให้หลิงเจินเป็นคนดีสักปานใด และเขากับหลิงเจินจักรักกันมากแค่ไหน นางก็ยังไม่อาจวางใจนางพร้อมจะหลีกทางให้จริงๆ เพียงแต่กลับมิอาจตัดใจจากเขาได้เลย จึงคิดเอาไว้แบบไม่บอกใครว่าจะใช้พลังเร้นกายลอบติดตามปกป้องเขาเงียบๆ ไม่ต้องเป็นพระชายาก็ได้หลิงเจินคงไม่รู้ใช่ไหม? ว่านางมีความคิดชั่วร้ายเช่นนี้!แม้ไม่สามารถกดกอดคลอเคลียร่วมรักกันได้เหมือนเก่า แต่นางขอตามปกป้องเงียบๆ แบบหญิงแพศยาลอบมีความรู้สึกอันดีกับเขาได้หรือไม่เขาที่กำลังกล่อมนางนอนถึงกับกลั้นยิ้มจนปวดกราม ลี่เซียนมีความคิดเถรตรงเหมือนมารดาของเขามากเลยทีเดียวอ๋องหนุ่มคิดไปคิดมาก็สรุปได้ว่าสตรีที่เขารักสองคนนี้เหมือนกันจริงๆกาลก่อนเสด็จแม่ก็ลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเสด็จพ่อแม้มิใช่ความคิดที่ดีเท่าใด หากแต่เสด็จแม่เป็นนางมารที่ต้องกลับใจมิให้ทำเรื่องชั







