LOGINคืนนั้นชิงลี่แอบมาหาจางฉวนแล้วบอกกล่าวเรื่องราว
ทั้งสองจึงแอบตามหาชิงหลินอย่างเงียบเชียบ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็บังเอิญเห็นไกลๆ ว่าชิงหลินอยู่กับกงหนิวที่ริมธาร
คู่หมั้นบัดซบกับนังน้องสาวแพศยาจึงสบโอกาสเหมาะที่จะผลักไสชิงหลินให้พ้นตัวอย่างหมดจดงดงาม
พวกมันว่าจ้างพยานมาบีบคั้นชิงหลินเรื่องกงหนิว
วันนั้นจางฉวนทำทีเป็นโกรธกรุ่นหึงหวงไม่ฟังความ ทำให้ชิงหลินที่พูดช้าเสียงเบาไม่อาจทัดทาน เพื่อให้หานอี้ซวนเรียกคุย หมายยุติเรื่องราวมิให้ใหญ่โตบานปลายเสื่อมเสียชื่อเสียง
เมื่อเข้าห้องหนังสือกับหานอี้ซวน จางฉวนทำทียอมสงบสติอารมณ์
เอ่ยปากยินยอมว่าไม่ถอนหมั้น เพื่อเป็นการปกป้องมิให้บ้านหานเสื่อมเกียรติก็ย่อมได้ หากแต่เจ้าสาวของเขาต้องมิใช่สตรีที่ลักลอบมีสัมพันธ์กับชายอื่นอย่างชิงหลิน
นั่นจึงทำให้บิดาลอบเปลี่ยนสถานะคู่หมั้นของคนพี่เป็นของคนน้องทันที เพื่อที่จะได้ไม่กระทบต่อแวดวงการค้าของเขา
ส่วนมารดาผู้รักสามีเหลือเกินล้วนรู้เห็นเป็นใจมิกล้าขัด
ในขณะที่ชิงลี่ยังปลอบประโลมชิงหลินไม่ห่างกาย บอกอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานไร้เดียงสาว่าเรื่องเลวร้ายจะผ่านไป จางฉวนย่อมให้อภัย และแต่งงานแน่นอน
จากนั้นคนทั้งหมด ก็ช่วยจัดการงานแต่งนี้ให้แก่ชิงหลิน
จางฉวนยังคงทำตัวเป็นคู่หมั้นแสนดี น้องสาวอย่างชิงลี่ยังคงสดใสไร้เดียงสาต่อเนื่อง ทุกคนทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
การแต่งงานผ่านพ้นราบรื่นด้วยดี เพราะชิงหลินดื่มชาที่ต้มจากหญ้าเมามาย ทำให้สมองมึนงง ยิ่งคลุมหน้าพามาทำพิธีก็ยิ่งเห็นภาพไม่กระจ่าง กระทั่งถูกพาตัวเดินเข้ามาที่บ้านหลังนี้ ก็ยังจับสังเกตมิได้
ซานซานเหลือบตามองกราดไปทั่วบ้านทรุดโทรมหลังนี้ ที่เมื่อคืนชิงหลินเห็นไม่ถนัด หากแต่เวลานี้กลับชัดเจนยิ่งนัก
นางเห็นมีร่องรอยการถูกเผาไหม้บางส่วนที่ได้รับการซ่อมแซมแล้ว ซึ่งก็คาดเดาสถานการณ์ได้ไม่ยาก
แผนขู่บังคับชายผู้มีพระคุณย่อมเกิดขึ้น
บ้านหานพาคนบุกบ้านหลังนี้อย่างเอิกเกริกอุกอาจ
ทั้งยังข่มขู่คำรามก้องใส่หน้ากงหนิวว่า หากไม่ยอมรับชิงหลินเป็นเจ้าสาวจะไปแจ้งทางการ ให้มาจับ โทษฐานล่วงเกินฝ่ายหญิงแล้วปฏิเสธความรับผิดชอบ ให้เรื่องราวใหญ่โตโด่งดังไปทั้งเมือง
ชายพิการหลังค่อมผู้หนึ่ง จะไม่ยินยอมได้อย่างไร
เพื่อการค้าไม่เสียหายของบิดา เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมารดา เพื่อที่น้องสาวจักแย่งชิงคู่หมั้นของพี่สาว เพื่อสลัดสตรีน่ารำคาญออกจากชีวิตของจางฉวน เรื่องราวจึงเป็นเช่นนี้
ชิงหลินผู้โง่เขลาต้องถูกกระทำอย่างมิอาจเลี่ยงได้
ดูเถิดว่าผู้ที่ช่วยเหลือชิงหลินจากการตกน้ำกลับกลายเป็นหมากให้ชายโฉดหญิงชั่วไปเสียได้ กระทั่งชาวบ้านยังถูกทำให้กลายเป็นเครื่องมืออย่างง่ายดาย
กงหนิวถูกชาวบ้านรุมด่า ถูกข่มขู่สารพัด ถึงขั้นมาสาดน้ำมันสนเผาบ้านจนเกือบจะมอดไหม้ ยังดีที่ยับยั้งได้ทัน
จากนั้นพวกชาวบ้านก็ยัดเยียดชิงหลินให้กับเขา
การแต่งงานจึงเกิดขึ้นเช่นนี้
ทุกสิ่งล้วนเป็นเพราะชายหญิงต่ำช้าคู่นั้น
พอคิดถึงกงหนิว ซานซานพลันขมวดคิ้ว
ถึงแม้จะนางเป็นจอมยุทธ์ที่ฝึกวิชาเลวทรามกว่าผู้ใด ความเมตตาเปี่ยมคุณธรรมไม่เคยเผย ทว่าความคิดในแง่เหตุและผลยังคงมี
ศึกบนเตียงนอนเมื่อคืนย่อมไม่อาจโกรธเคืองเขา
นางรู้ดีว่าชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมามิได้มีความผิดอันใด และตัวเขาก็กลายเป็นเพียงเครื่องมือให้จางฉวนกับชิงลี่เช่นกัน
ที่สำคัญการเข้าหอในคืนแต่งงานล้วนต้องกระทำอยู่แล้ว
อีกอย่าง…ในความรู้สึกของซานซานนั้น ชายผู้นี้ก็หาได้น่าเกลียดน่ากลัวตามความรู้สึกของสตรีผู้มีสายตาคับแคบดังเช่นชิงหลินไม่ ตรงกันข้าม...ซานซานกลับรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์เร้าใจ รูปร่างหรือก็สูงใหญ่ ล่ำสันน่าขยำยิ่ง แค่มีแผลเป็นบนใบหน้าเท่านั้นเอง ชาติที่แล้วก่อนตายนางก็มีเช่นกัน ไม่นับว่าเป็นอันใด
ถึงแม้ว่าใบหน้าจะมีแผลเป็นและหนวดเคราสากระคาย แต่นั่นกลับมิใช่เรื่องใหญ่ เรื่องราวอันน่ารังเกียจเกี่ยวกับชายผู้นี้มีเรื่องเดียว คือเข้าหออย่างอุกอาจจนเกินไป
หากต้องร่วมเตียงครั้งหน้า นางต้องบอกให้เขานุ่มนวลกว่านี้ จะได้ไม่ฝากความเจ็บระบมให้ร่างนี้มากนัก ควรมีเพียงความเสียวซ่านมากสักหน่อยก็พอ...
ซานซานปิดเปลือกตาลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรมนี้แต่โดยดี นางยันกายลุกขึ้น เดินไปยังหีบเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่กับสินเจ้าสาว หลังจากมองอยู่ครู่หนึ่ง จึงสังเกตได้ว่าสินเดิมเหล่านี้ช่างน้อยนิดประหนึ่งแค่ย้ายบ้านเท่านั้น
คนบ้านหานช่างตระหนี่เสียนี่กระไร!
เมื่อหาชุดมาใส่จนเรียบร้อย เกล้าผมเรียบง่าย ปักปิ่นไม้หนึ่งอัน ก็หยิบคันฉ่องขึ้นมามองดวงหน้าของตนเนิ่นนาน
ชิงหลินผู้นี้งดงามไม่เบา ดวงหน้าอ่อนหวาน คิ้วโก่งสวย ดวงตาดำขลับ จมูกโค้งงามรับกับริมฝีปากชุ่มชื่นสีแดงระเรื่อ ผิดกับซานซานคนเดิมที่อัปลักษณ์อย่างสิ้นเชิง
อา...สตรีตรงหน้าคือนางจริงรึ?
ซานซานเอียงหน้าซ้ายขวา น้ำตาปริ่มๆ ด้วยความตื้นตัน ในใจหายโกรธเคืองอาจารย์ที่ลงทัณฑ์ในบัดดล
ชั่วขณะที่กำลังขอบคุณอาจารย์ที่ฆ่ากันให้ตายจนวิญญาณกระเด็นออกมาเข้าร่างสตรีอาภัพผู้งดงาม ซานซานก็เหลือบตามองสภาพอันยับย่นบนเตียงแวบหนึ่ง เห็นมีคราบเลือดสีแดงบนผ้าขาวก็กะพริบตาเบาๆ ในใจนึกเสียดายไม่น้อย ที่ไม่อาจรับรู้ความรู้สึกเสียวซ่านแห่งการเข้าหอ เพราะร่างนี้ทิ้งไว้เพียงความเจ็บหน่วงช่วงกลางลำตัว
เฮ้อ!
หญิงสาวถอนหายใจเสียดายมาก จากนั้นก็เดินสำรวจภายในบ้านอย่างใจเย็น เห็นมีร่องรอยการถูกไฟเผาไหม้เต็มไปหมดก็ให้รู้สึกผิดต่อผู้มีพระคุณของชิงหลิน ที่บัดนี้กลายเป็นสามีของนางแล้ว
แต่เมื่อเหลือบตาไปมองสามีที่อยู่ในห้องอีกฝั่ง นางก็ยังทำใจให้ห่างกันไม่ได้อยู่ดีเป็นถังลู่หลิ่งที่ล้วงเข้าอกเสื้อตนเอง แล้วหยิบกำไลหยกกับปลอกนิ้วหยกออกมายื่นใส่มือลี่เซียน“หากทนคิดถึงไม่ได้ก็ไม่ต้องทน พี่สาวมอบหยกสื่อรักคู่นี้ให้เจ้า เอาไปเลย”หยกสื่อรักคู่นี้เป็นสิ่งที่จอมมารหั่วซานแอบหลอมขึ้นด้วยตนเอง แต่ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งถือตัวทั้งยังปากแข็งที่สุดในใต้หล้า เขาจึงมอบให้ถังลู่หลิ่งทั้งสองอัน แล้วรอดูว่าเมื่อใดที่ฝ่ายหญิงจะสวมกำไลหยกใส่ข้อมือของนางเองและสวมปลอกนิ้วใส่ในนิ้วมือของเขาด้วยมือนางเช่นกันถังลู่หลิงส่งทั้งหมดให้ลี่เซียน ไม่สนใจบุรุษจอมทะนงตน หากเขารู้เข้าว่านางมอบให้น้องสะใภ้คงจะทนมิได้ ย่อมต้องแอบหลอมขึ้นมาใหม่ แล้วก็ปากแข็งต่อไปลี่เซียนรับหยกสื่อรักมาพินิจดู ชั่วครู่จึงได้ครุ่นคิดถึงวิธีใช้จนกระจ่างแจ้งอยู่ในใจปลอกนิ้วหยกถูกสวมอยู่บนหัวแม่มือของถังไห่เฉิงตลอดเวลาส่วนกำไลหยกถูกสวมบนข้อมือลี่เซียนตลอดเวลาเช่นกันเนิ่นนานผันผ่าน วันเวลาหมุนเวียน ผ่านคืนหนาวเหน็บ ผ่านราตรีเย็นเยียบ ทุกวันพวกเขาสามีภรรยาไม่เคยเหงาเลย เพราะเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดถึงกัน เพียงส่งเสียงเรียกแค
หญิงสาวเสมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ น่ารักน่าชังในสายตาของทุกคน สามารถเรียกรอยยิ้มจากคนในครอบครัวถังองค์หญิงน้อยทั้งสองคนผู้เป็นน้องสาวของถังไห่เฉิงชอบลี่เซียนมาก หลังจากร่วมมื้ออาหารก็พากันไปเล่นซนครู่ใหญ่ภายในตำหนักฮวาหยางยามนี้ไม่มีคนนอก ไม่มีตำแหน่งสูงส่งแบ่งแยกชนชั้น ทุกคนคือครอบครัวรักใคร่ปรองดองกัน เรียกขานกันว่าท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง น้องรอง น้องเล็ก เสมือนสามัญชนทั่วไปจ้าวเหว่ยนั่งเล่นหมากล้อมกับบุตรเขยที่โต๊ะเตี้ยฝั่งหนึ่งถังไห่เฉิงนั่งจิบชากับถังไท่หลินที่โต๊ะเตี้ยอีกฝั่งหนึ่ง พลางเมียงมองลี่เซียนตลอดเวลา กระทั่งถูกพี่ชายเอ่ยเย้ายิ้มๆ“หวงภรรยาปานนั้น?”อ๋องหนุ่มวางถ้วยชาลงแต่ยังไม่วางใจจึงมองออกไปนอกหน้าต่างทางลี่เซียนตลอดเวลาพลางเอ่ย“ไม่หวงได้หรือ? ดูเถิด ...ท่านแม่รวมพลพี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง และน้องๆ ทั้งสองประกบรอบตัวนางแล้ว ข้าคิดว่าท่านแม่มีแผนรับตัวลี่เซียนไว้ดูแลด้วยตนเองเป็นแน่”ถังไท่หลินมองตามสายตาน้องชายไปทางกลุ่มสตรี ก่อนหันกลับมาเลิกคิ้วแล้วเอ่ย “ไม่ดีหรือไร? อีกไม่นานเจ้าต้องออกรบรอบทิศเช่นเดิม ภรรยาของเจ้าต้องอยู่ในความคุ้มครองของท่านแม่อยู่แล้ว”
ซานซานกล่าวต่อ “ความรักของมนุษย์มีหลายรูปแบบ มิใช่เชิงชู้สาวอย่างเดียว บางที วิญญาณของชิงเอ๋อร์อาจกลับมาเกิดเป็นบุตรของพวกเจ้า รีบแต่งงานรีบเข้าหอรอเลี้ยงเด็กที่กำลังจะมาเกิดเถอะ จักได้เพิ่มแม่ทัพชั้นเลิศให้กองพลของบุตรชายข้า ช่วยกันสร้างคุณงามความดี ไล่ล่าฆ่าฟันศัตรูผู้รุกรานเพื่อปกป้องลูกหลานสานสกุลสืบไป”เมื่อถ้อยวาจานี้จบลง อู๋จวินพลันเงยหน้า สายตามีความกระจ่างแจ้งทุกสิ่งในบัดดลชิงเอ๋อร์เกิดเป็นลูกของเขาหรือ เหตุใดเขาไม่คิดถึงข้อนี้ซานซานยังคงเป็นพยัคฆ์ร้าย แม้อยู่ในอาภรณ์สตรีชั้นสูง มิได้ถือดาบหอกทวนควบตะบึงบนอาชาศึกบัญชาการทหารกล้า แต่นางเป็นสตรีที่แตกฉานในทุกเรื่องราวตั้งแต่บรรพกาลยามนี้นางเป็นถึงองค์ไทเฮาต้าถัง พระราชเสาวนีย์เช่นนี้ย่อมมีผลทันที แม้แต่ฮ่องเต้ยังไม่อาจทัดทาน พระองค์มีเพียงต้องประทับตราลัญจกรมอบราชโองการสมรสพระราชทานในวันรุ่งการจัดการวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แว่นแคว้นจำต้องเริ่มตั้งแต่การจัดการระดับครัวเรือนเช่นนี้การมอบงานมงคลให้แก่อู๋จวินและหลิงเจิน ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้สองคนนี้ได้หลุดพ้นเสียที อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อมิให้เกิดปัญหาครอบครัวกับบุตรชายคนรองและพระชา
ค่ำคืนหนาวเหน็บยังคงคืบคลานผ่านไป อ๋องหนุ่มยืนมององครักษ์เกราะเหล็กผู้นี้อยู่เงียบๆหลังผ่านพ้นภาวะสะเทือนใจจากการได้รับรู้ความจริงบางประการ อู๋จวินจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แต่ยังคงหันหลังไม่หันหน้าไปทางผู้เฝ้ามอง เขาเพียงเอ่ยเสียงแหบพร่า“ทั้งหมดคือสาเหตุที่ท่านอ๋องเรียกกระหม่อมมากระมัง”ถังไห่เฉิงตอบเสียงเรียบ “ย่อมใช่”อู๋จวินแค่นยิ้มขื่น ฝืนข่มความทุกข์ใจแสนสาหัสเอาไว้ ให้เงาจันทร์อันยาวนานกลืนหายไป พร้อมวิญญาณของสตรีอันเป็นที่รักได้ไปสู่สุคติภูมิที่ดี“เป็นกระหม่อมที่ทำผิดต่อนางเหลือเกิน พยายามยื้อนางทุกวิถีทาง กระทั่งเดินทางไปขอสิ่งของบางอย่างจากนักพรตในอารามบนยอดเขา เพื่อตรึงวิญญาณของนางเอาไว้ให้วนเวียนอยู่ข้างกายตลอดเวลา แม้ไม่อาจเห็น ไม่อาจสัมผัส ไม่อาจสนทนา แต่ขอเพียงรู้ว่านางยังอยู่ ไม่หายไป...”ความลับเช่นนี้เมื่อถูกเอ่ยออกมา ผู้ฟังพลันเลิกคิ้วสูงถังไห่เฉิงถึงกับพูดไม่ออก เขามองอู๋จวินอย่างคาดไม่ถึง ได้ยินองครักษ์หนุ่มเอ่ยอีกว่า “เป็นกระหม่อมที่ไม่ยอมปล่อยวาง จนเป็นการทำร้ายนางอย่างร้ายแรง”อ๋องหนุ่มยังคงไร้ซึ่งวาจาอู๋จวินเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อจากนั้นทั้งสองปล่อย
ราชองครักษ์หนุ่มปรายสายตามองสำรวจทุกสิ่งอยู่นิ่งๆ หาได้ประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด เพียงนึกแปลกใจเท่านั้นชั่วครู่ประตูห้องพลันปิดลงเองทั้งยังลั่นดาลจากด้านนอก ทั้งๆ ที่ไม่ใครอยู่หน้าห้องสักคนอู๋จวินขมวดคิ้วฉงน ร่างสูงยืนตระหง่านไม่ขยับบนดวงหน้าราบเรียบเพิ่มความเย็นเยียบขั้นสุด ดวงตาอันแสนจะเย็นชาเริ่มมีโทสะไหววูบ กระบี่ในมือเตรียมออกจากฝักได้ทุกเวลา ทว่าอึดใจกลับชะงักงันตัวเกร็ง ก้อนเนื้อในอกแกร่งด้านซ้ายคล้ายกับหยุดเต้นฉับพลันเมื่อเขาหันไปเห็นหญิงสาวงดงามผู้หนึ่งค่อยๆ ผุดพรายออกมาจากกำแพงห้องรับรอง นางมีใบหน้าสะคราญโฉมเกินใคร ท่าทางองอาจสง่างามเกินอิสตรีทั่วไป แต่มีรอยยิ้มหวานล้ำที่สุดในใต้หล้านางผู้กุมหัวใจของอู๋จวินเอาไว้ทุกห้วงเวลาแม้ยามนิทราเส้นเสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกขานภรรยาผู้ลาลับแสนคะนึง“ชิงเอ๋อร์...” ...ห่างออกมาจากห้องรับรองคือห้องเก็บของจิปาทะ มีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งซ่อนตัวอยู่ในนั้นถังไห่เฉิงเลือกเรือนลึกลับแห่งนี้ให้ลี่เซียนกระทำบางสิ่ง เขาไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด มิให้ผู้ใดรับรู้หรือรบกวนทั้งสิ้นประตูหน้าต่างของห้องรับรองอันมืดมิดที่อู๋จวินเดินเข้าไปล้วน
อ๋องทมิฬผู้นี้กำลังได้ค้นพบตนเองอีกด้านอย่างคาดไม่ถึงทว่าความกลัวของถังไห่เฉิงพลันสลายหายไปจนสิ้น เพราะลี่เซียนถึงขั้นเก็บเรื่องในสวนบุปผาไปฝันร้ายนางละเมอออกมาคล้ายเด็กหญิงตัวน้อยว่าเขากลับไปหาหญิงอื่นที่เป็นคนรักเก่า ในฝันของนาง หญิงผู้นั้นเป็นหลิงเจิน นางพูดออกมายามหลับฝันว่าต่อให้หลิงเจินเป็นคนดีสักปานใด และเขากับหลิงเจินจักรักกันมากแค่ไหน นางก็ยังไม่อาจวางใจนางพร้อมจะหลีกทางให้จริงๆ เพียงแต่กลับมิอาจตัดใจจากเขาได้เลย จึงคิดเอาไว้แบบไม่บอกใครว่าจะใช้พลังเร้นกายลอบติดตามปกป้องเขาเงียบๆ ไม่ต้องเป็นพระชายาก็ได้หลิงเจินคงไม่รู้ใช่ไหม? ว่านางมีความคิดชั่วร้ายเช่นนี้!แม้ไม่สามารถกดกอดคลอเคลียร่วมรักกันได้เหมือนเก่า แต่นางขอตามปกป้องเงียบๆ แบบหญิงแพศยาลอบมีความรู้สึกอันดีกับเขาได้หรือไม่เขาที่กำลังกล่อมนางนอนถึงกับกลั้นยิ้มจนปวดกราม ลี่เซียนมีความคิดเถรตรงเหมือนมารดาของเขามากเลยทีเดียวอ๋องหนุ่มคิดไปคิดมาก็สรุปได้ว่าสตรีที่เขารักสองคนนี้เหมือนกันจริงๆกาลก่อนเสด็จแม่ก็ลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเสด็จพ่อแม้มิใช่ความคิดที่ดีเท่าใด หากแต่เสด็จแม่เป็นนางมารที่ต้องกลับใจมิให้ทำเรื่องชั







