LOGIN@คฤหาสน์วราเจริญภิวัฒน์...
ห้องอาหารขนาดใหญ่ภายในคฤหาสน์ของตระกูลอันเก่าแก่ ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยด้วยความหรูหรา บนโต๊ะอาหารมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดห้าชีวิต นั่งล้อมรอบโต๊ะรับประทานมื้อค่ำในวันหยุดสุดสัปดาห์
“เรื่องปรับปรุงโรงอาหารของพนักงานเป็นยังไงบ้างตาเคน”
‘คณาเดช’ หันไปถามบุตรชายคนโต ที่เขามอบหมายให้บริหารงานแทนเขาในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของตระกูลวราเจริญภิวัฒน์ ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว
คณาเดชเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลนี้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง ตอนนี้ มันถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะได้พักผ่อน ให้ลูกๆ ทั้งสามของเขาสานต่อกิจการของครอบครัวไป
“เรียบร้อยครับป๊า ฝ่ายตรวจงานรายงานผมเมื่อวานครับ ป๊าจะดูรายละเอียดหรือเปล่าครับ”
‘คุณานนท์’ ในนามผู้อำนวยการโรงพยาบาล เขาพึ่งจะสืบทอดตำแหน่งจากบิดาได้เพียงไม่นาน หลังจากที่เขาได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล และเป็นหมอมาแล้ว 12ปี ตอนนี้ในวัย 38 ปีของเขาก็สมควรที่จะรับตำแหน่งบริหารแบบเต็มตัวซะที
“ป๊าจะดูทำไม ลูกของป๊าเก่งขนาดนี้ ไม่ต้องให้ป๊าลงไปแล้ว อีกอย่าง ตาคิมม์ก็เป็นผู้ช่วยลูกอยู่แล้ว ตอนนี้ป๊าวางงานทุกอย่างให้ลูกๆ ของป๊าหมดแล้ว แพลนเที่ยวรอบโลกกับม๊าของลูกก็ถูกจองไว้เรียบร้อยแล้วด้วย”
“ตอนนี้ ตาเคนก็จะหนักหน่อยนะคะคุณพี่ ตาคิมม์ ก็ไม่ได้ช่วยตาเคนเต็มที่เลยนะคะ มัวไปเที่ยวเตร่ ให้ตาเคนต้องบริหารงานคนเดียว”
‘คณานุช’ หันไปค้อนใส่บุตรชายคนกลาง อายุก็ปาเข้าไป 35 แล้ว ยังเที่ยวไปวันๆ เหมือนเด็กวัยรุ่น
“แค่พี่เคนคนเดียว ก็พอแล้วครับม๊า แล้วนายคิณณ์ล่ะ ม๊าไม่เห็นจะบ่นบ้างครับ ธุรกิจครอบครัวก็มี แต่ดันไปเป็นอาจารย์หมอให้กับ*มหาลัยอีก ม๊าต้องบอกให้นายคิณณ์มาช่วยกันบ้างสิครับ”
น้องชายของ ‘คมฐิพัฒน์’ ก็ห่างกับเขาแค่ 3 ปีเอง ทำไม พ่อกับแม่เขาถึงได้โอ๋น้องชายเขานัก
“ผมไปเป็นอาจารย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโรงพยาบาลของเรา สร้างความเชื่อมั่น และค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ไม่ได้แค่สอนนักศึกษาไปวันๆ นะครับ”
“ว่าแต่ *มหาลัย ที่นายไปสอน สาวๆ นักศึกษาแพทย์เยอะหรือเปล่าคิณณ์ เดี๋ยวว่างๆ พี่จะแวะไปดูนายสอนบ้าง”
“ลูกจะไปทำไมคิมม์ ไปวุ่นวายกับน้องเขาทำไม เรื่องสาวๆ น่ะเบาบ้างนะ ม๊ามีลูกชายตั้ง 3 คน ไม่เห็นมีใคร ที่จะแต่งงานสร้างครอบครัว มีหลานให้ม๊ากับป๊าได้ชื่นใจได้เลยสักคน”
“เรื่องนี้ ม๊าต้องถามพี่เคนก่อนเลยครับ พี่เคนอายุ 38 แล้ว สาวๆ สักคนก็ไม่มี ผมว่า พี่เคนมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ หรือพี่จะรอให้สัก 50 แล้วค่อยหาสาวมาแต่งงานครับ”
“นายอย่าหาเรื่องปวดหัวให้พี่นะคิมม์ พี่ทำงานทุกวัน จะเอาเวลาที่ไหนมาจีบสาวเหมือนนายล่ะ นายเองเถอะ คบสาวๆ เยอะแยะ ทำไมไม่เลือกดีๆ มาสักคน มาแต่งงานผลิตหลานให้ป๊ากับม๊าล่ะ จะต้องโยนมาให้พี่ทำไม”
“ก็พี่อายุมากสุดนี่ครับ ส่วนนายคิณณ์ แต่งไม่ทันถึงสามเดือน สาวเจ้า ก็*ชิ่งไปซะก่อน เลยอดทำภารกิจผลิตทายาทไปซะงั้น”
คมฐิพัฒน์หันไปมองน้องชาย เขาเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าเขาจะถามน้องชายอย่างไร น้องเขาก็ไม่เคยปริปากบอกเลย หนำซ้ำฝ่ายหญิงยังหนีไปไกลถึงต่างประเทศ ไม่มีช่องทางให้ถามไถ่เลยสักคำ
“คิมม์!...นี่ลูกจะเอาเรื่องนี้มาพูดอีกทำไม”
“ก็ผมอยากรู้นี่ครับม๊า...ว่านายคิณณ์มันไปทำอะไรน้องสะใภ้ผมครับ แต่งงานไม่ทันไร ก็เลิก ก่อนแต่ง ผมก็เห็นว่ารักกันดีนี่ครับ”
“ผมไม่มีอะไรจะต้องตอบพี่หรอกครับ ถ้าพี่คุณอยากรู้ พี่ก็ไปถามเธอเองสิ ว่าเพราะอะไร”
เรื่องนี้คิณณ์ณภัทรไม่เคยออกมาอธิบายกับใครเลย เขาปล่อยให้ทุกคนคิดไปกันต่างๆ นาๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา มันจบลงไปแล้ว แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต เขาก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาอีก อดีตก็คืออดีต ไม่สลักสำคัญอะไร
“น้องสะใภ้พี่ หนีไปต่างประเทศ พี่จะถามเธอได้ยังไงล่ะ ไหนๆ นายกับใบข้าวก็เลิกกันแล้ว นายบอกพี่มาหน่อยสิ ว่าเพราะอะไรนายสองคนถึงต้องเลิกกัน”
“คิมม์! ลูกจะถามเรื่องนี้แล้วมันได้อะไร น้องไม่ตอบ ลูกก็ควรจะเข้าใจแล้วนะ จะไปเซ้าซี้น้องทำไมอีก”
“อะไรกันครับม๊า ผมก็แค่ถามนะครับ แต่งงานไม่ถึงสามเดือนก็เลิกกัน มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยครับ”
“ป๊าว่า พอเถอะ อย่ามาถามอะไรกันแบบนี้เลย เรื่องมันผ่านมาแล้ว ถามแล้วจะได้อะไรขึ้นมา”
“นายเอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะคิมม์ แล้วค่อยไปสนใจเรื่องคนอื่นเขา”
“พี่เคนก็เหมือนกันครับ ไม่มีสาวมาชอบเลยเหรอครับ ผมว่าพี่น่าจะมีปัญหาทางร่างกายหรือเปล่าครับ”
“มีหรือไม่มี นายก็ไม่ควรเอาเรื่องพวกนี้มาพูดนะคิมม์ อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว นายนี่มันจริงๆ เลย”
“ม๊าเห็นด้วยกับตาเคนนะ เรานี่ไม่รู้จักโตเลย เที่ยวไปว่าคนนั้นคนนี้ แล้วตัวเองเถอะ แม่ไม่เห็นจะมีสาวๆ คนไหนมาสนใจที่จะจริงจังกับเราเลยสักคน จะแต่งตอนไหน ป๊ากับม๊าอายุก็เข้าเลขหกกันหมดแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้อุ้มหลานจากใครเลยสักคน”
“งั้น ม๊าก็ต้องมีเงื่อนไขให้พวกผมแล้วแหละครับ สามคนนี้ ใครจะมีหลานให้ม๊าก่อน อาจจะเป็นหุ้นโรงพยาบาลครึ่งหนึ่งก็ได้ครับ รับรอง ผมจะไม่พลาดเลยครับ”
“ดูลูกจะมั่นใจตัวเองจังเลยนะ ม๊าว่า ลูกลองไปตรวจสุขภาพหน่อยก็ดีนะ ไม่แน่นะ ลูกอาจจะมีปัญหามากกว่าใครก็ได้นะ”
“งั้น ป๊าตั้งไว้เลย หุ้นของโรงพยาบาลครึ่งหนึ่ง ใครทำได้ก่อน ป๊าโอนให้ทันทีเลย ดีมั้ย”
“ได้เลยครับป๊า งั้น ไม่จำเป็นจะต้องแต่งงานก็ได้นะครับ ใครก็ได้ ที่เป็นสายเลือดของพวกผมคนใดคนหนึ่ง ก็ถือว่า ได้หุ้นของโรงพยาบาลแล้วนะครับ”
“ได้สิ...ลูกทั้งสองว่ายังไง ตาเคน ตาคิณณ์”
“ผมว่าป๊าอย่าไปเชื่อนายคิมม์มันมากนะครับ”
“พี่เคนไม่กล้าล่ะสิ ถึงพูดแบบนี้ หรือพี่เคนจะรู้ว่าตัวเองไม่น่าจะทำได้”
“นายก็อย่ามั่นใจให้มันมาก ไม่แน่นะ นายอาจจะเป็นหมันก็ได้ ใครจะรู้ ไม่ได้ตรวจ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นนะ”
“ผมไม่เป็นหมันแน่ ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ตกลงลูกสามคน จะแข่งกันจริงๆ ใช่มั้ย”
“จริงสิครับม๊า หรือม๊า กลัวว่าลูกชายสุดที่รักของม๊า จะลงแข่งไม่ได้กับเขาครับเนี่ย ตอนแรกนายคิณณ์ก็เกือบจะทำได้แล้วนะครับ ถ้าไม่ใช่เพราะ ไปทำอะไรให้น้องสะใภ้หนีไปซะก่อน”
“ผมตกลงแข่งกับพวกพี่ครับ งั้น ป๊ากับม๊ากำหนดมาก็ได้ครับ บอกกติกามาได้เลยครับ”
ร่างกายของคิณณ์ณภัทรก็ไม่ได้บกพร่องอะไร พร้อมจะลงแข่งได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย...
“งั้นม๊า จะเป็นคนตั้งเงื่อนไขและกติกาเอง พวกลูกๆ เตรียม*ฟิตร่างกายให้พร้อมก็แล้วกัน”
.........................
“เธอรู้มั้ย...ว่าตอนนี้...ฉันขาดเธอไม่ได้แล้ว และไม่คิดจะปล่อยเธอไปตามเงื่อนไขสัญญานั้นอีกแล้ว...เพราะงั้น...เธอจะว่ายังไง ถ้าฉันจะขอเธอแต่งงาน และขอให้เธออยู่กับฉันตลอดไป”“คุณ...”“หืม...”“คุณจะแต่งงานกับหนูจริงๆ เหรอคะ? แล้วเรื่องที่หนูไม่ท้องกับคุณล่ะคะ คุณ...”“ฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องท้องหรือไม่ท้อง ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉันอีกแล้วนะ เพราะสิ่งที่สำคัญกับฉันมากที่สุดตอนนี้ ก็คือเธอ”“คุณรู้ว่าหนูกินยาป้องกันไม่ให้ตัวเองท้องด้วยเหรอคะ?”“รู้สิ ฉันเป็นหมอนะ”“หนูขอโทษค่ะ ที่หนูไม่ทำตามสัญญา”“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก เรื่องภารกิจไอ้หุ้น50%นั่น มันถูกยกเลิกไปตั้งนานแล้ว และฉันก็บอกเธอไปแล้วว่าไม่ต้องกดดันตัวเอง ตั้งใจเรียนหมอของเธอให้ดี ก็แค่นั้นเอง”“เอ่อ...ทะ-ทำไมคุณถึง...ดีกับหนูขนาดนี้คะ”“ยัยเด็กบ้า...นี่เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเพราะอะไร หรือเธอคิดว่า ที่ฉันดีกับเธอ ก็เพราะต้องการนอนกับเธองั้นเหรอ คิดว่าเซ็กส์ จะทำให้ฉันดีกับเธอใช่มั้ย”“มันก็...น่าจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่าคะ หรือว่า คุณดีกับหนูเพราะว่า...คุณรักหนูเหรอคะ?”“อืม...ใช่สิ ฉันรักเธอ...เอ...ฉันก็บอกเธอตลอดนะ ว่าฉันชอบเ
“แล้วเรื่องท้องล่ะ! นี่เรียกว่าเชื่อฟังงั้นเหรอ!”เด็กสาวส่ายหน้าเบาๆ“มันไม่ใช่การไม่เชื่อฟังค่ะพ่อ มันคือครั้งแรกที่หนูเลือก ‘หัวใจตัวเอง’”เธอวางมือบนท้องชัดเจนขึ้น“หนูไม่ได้ท้องเพราะความเลินเล่อ หนูไม่ได้ทิ้งการเรียน หนูไม่ได้หนีความรับผิดชอบ หนูยังเรียน ยังสอบ ยังทำหน้าที่ของตัวเองครบทุกอย่าง”น้ำเสียงเธอเริ่มสั่นแรงขึ้น“แต่พ่อแม่ไม่เคยถามเลยว่า หนูเหนื่อยไหม หนูไหวหรือเปล่า หนูอยากใช้ชีวิตแบบไหน”ผู้เป็นแม่เริ่มน้ำตาคลอ“หนูผิดจริงค่ะ ที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่ถ้าพ่อแม่จะโกรธใครสักคน…อย่าโกรธเขาเลยนะคะ”นิรินหันไปมองชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอไม่เคยคิดจะรักเขาเลยสักนิด“เขาไม่ได้บังคับหนู หนูเลือกเองทุกอย่าง”แล้วเธอก็หันกลับมา เผชิญหน้ากับพ่อแม่อีกครั้ง“ถ้าวันนี้พ่อแม่มองหนูแล้วเห็นแค่ ‘ลูกสาวที่ทำผิด’ โดยไม่เห็นในสิ่งที่หนูพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบมาตลอดล่ะก็…”น้ำเสียงเธอแตกพร่า“งั้นหนู...ก็ไม่รู้แล้วว่า หนูต้องดีแค่ไหน พ่อแม่ถึงจะพอใจ”ความเงียบปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่ความกดดัน มันคือความรู้สึกผิดที่ค่อยๆ ซึมเข้าไปในใจของพ่อแม่ เพราะท
กาลเวลาผันเปลี่ยน...จากวันเป็นเดือนและปี...ชีวิตของแต่ละคนค่อยๆ ถูกหล่อหลอมด้วยหน้าที่และเส้นทางที่แตกต่างกันและชัดเจนยิ่งขึ้น ต่างคนต่างใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมายของตัวเอง เวลาที่ผ่านไปไม่ได้พรากทุกอย่าง หากแต่ทำให้ทุกคนเข้าใจชีวิต เข้าใจหน้าที่ และพร้อมจะก้าวต่อไปในเส้นทางของตนเองด้วยหัวใจที่แข็งแรงกว่าเดิม... 2 ปีต่อมา...[ณาลัลน์ & คิณณ์ณภัทร] @บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น... “คุณยายต้องช่วยผมพูดกับเค้กแล้วครับ เรื่องนี้ ผมพูดกับเธอเท่าไหร่ เธอก็ไม่ยอมฟังผมเลยครับ” “ได้เลยหลายเขย...เจ้าหลานสาวคนนี้มันยังไงกันนะ บอกให้เลิกเรียน ไม่ต้องไปเรียนกันแล้ว*มงหมอ ก็ยังจะดื้อที่จะเรียน ครอบครัวเราก็มีทรัพย์สมบัติมากมาย ใช้ไปถึงรุ่นเหลนก็ยังใช้กันไม่หมด...เฮ้อ...” “เดี๋ยวแม่จะช่วยพูดกับยัยเค้กอีกทีนะลูก ตอนนี้น้องเรียนปีสุดท้ายแล้ว แม่คิดว่า จะให้วางแผนท้องเลย ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะ ว่าแต่คิณณ์เถอะลูก เตรียมงานแต่งไปถึงไหนแล้ว นี่ชวนน้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งหรือยังล่ะ” “ชวนไปแล้วครับ แต่เธอบอกว่า ยังหาเวลาว่างไม่ได้เลยครับ” “ตายจริง...ยัยเค
“ใช่สิ...ก็แกบอกว่าหมอเคนก็ชอบแกไม่ใช่เหรอ?” “มันก็ใช่นะ แต่ว่า แกจะให้ฉันจับเขาเหรอ ฉันฐานะทางบ้านต่างกับเขามาก ถ้าฉันไปทำอย่างนั้น มันก็เท่ากับว่า ฉันหวังรวยทางลัดสิ” “แกจะคิดมากทำไมโย สมัยนี้ ใครเขาจะมาคิดเรื่องแบบนี้กันวะ แกยังดีกว่าฉันนะ ฉันเป็นผู้ชาย ฐานะทางบ้านคุณมายด์เธอสูงกว่าฉันมาก” “นั่นสิโย ขนาดไอ้กอล์ฟมันยังไม่คิดมากเลย” “ไม่นะ...ฉันก็คิดมากเหมือนกัน แต่ในเมื่อคุณมายด์กับครอบครัวเขาโอเคแล้ว ฉันก็เบาใจลง แต่จริงๆ มันก็ยังติดอยู่ในใจฉันเหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้แกคิดมากนะโย ถ้าหมอเคน เขาโอเคกับแก ครอบครัวเขาก็โอเค ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วนะ” “จริงอย่างที่ไอ้กอล์ฟมันพูดนะโย แกทำตามที่ฉันบอกไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง ฉันเชื่อว่า หมอเคนเขาต้องขาดแกไม่ได้แน่เลย” “ถึงกับขาดไม่ได้เลยเหรอเค้ก ทำไงอ่ะ” “แกจะอยากรู้ไปทำไมนิริน คุณคิมม์เขาติดแกขนาดนั้น แกยังจะอยากได้วิธีอีกเหรอ” “เปล่า...ฉันถามให้ไอ้โยมันอ่ะ ส่วนคุณคิมม์ก็เกินไปจริงๆ โทรหาฉันเกือบจะ 24ชั่วโมง จะบ้าตาย ผู้ชายหื่นกามคนนี้ ฉันไม่น่าใจร้อนเลย”
@โรงแรมสุดหรู... @ห้องสวีทรูม... “มันต้องขนาดนี้เลยเหรอเค้ก”ภัคนันท์มองรอบๆ ห้องหรูที่เพื่อนเธอนัดรวมตัวกันในวันนี้ “นั่นสิโย ไอ้เค้กนัดพวกเรามาคุยกันในโรงแรมเนี่ยนะ”นิรินเดินไปนั่งบนโซฟาสุดหรูและมองไปรอบๆ ห้อง “ตอนแรกฉัน กะว่าจะกลับแล้ว คิดว่าไอ้เค้กมันบอกผิด”ปริญญ์กวาดสายตาพร้อมกับเดินไปรอบๆ ห้องด้วยความสงสัย นัดอะไรของเพื่อนเขา มันสำคัญ และเป็นความลับขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร “พวกแก...หยุดถาม หยุดสงสัย มานั่งรวมกันอยู่ตรงนี้เลย นัดด่วนของฉันมันไม่เกิดขึ้นหรอก ถ้าเมื่อคืน พวกแกรับโทรศัพท์ฉัน” “เที่ยงคืน ใครจะรับอ่ะ ฉันหลับไปแล้ว” “ฉันก็ด้วย...” “อ่ะ พวกแกนั่งล้อมวงกันเลย วันนี้ ฉันจะคุยกับพวกแก ที่เลือกโรงแรมนี้ ก็เพราะมันเป็นส่วนตัว และอีกอย่าง ถ้าคุยกันยังไม่จบ ก็นอนที่นี่เลย โอเคมะ ฉันเสียค่าโรงแรมคืนละเกือบครึ่งแสน พวกแกต้องคุยให้เคลียร์กันไปเลย” “แกบ้าไปแล้วเหรอเค้ก ลงทุนอะไรขนาดนั้น” “ทำไมกอล์ฟ? ก็ฉันรวยนี่ แค่นี้ ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอก” “เออ...ฉันรู้ว่าแกรวย แต่ช่วยท
“อึ้มม์…ณาลัลน์...”เสียงทุ้มพร่าพึมพำอย่างพอใจ เมื่อร่างเล็กที่กำลังคร่อมอยู่บนตักเขานั้น กำลังโยกตัวลากไล้ช่องทางรักที่ชื้นแฉะกับแท่งใหญ่ไปมาราวกับต้องการอุ่นเครื่อง ‘เธอเก่งมาก’“อะ-อาจารย์...เค้ก”ณาลัลน์หน้าแดงก่ำ เธอกำลังลังเลที่จะทำต่อ เขาจะคิดว่าเธอ... ‘มันจะดูเกินงามไปมั้ยยัยเค้ก’“ทำสิ...ฉันจะตายอยู่แล้วนะที่รัก...อึ้มม์”“เอ่อ...”“เธอทำได้...เรามีอะไรที่จะต้องอายกันอีก เธอเป็นเมียฉันนะ เรามีอะไรกันไปตั้งหลายรอบแล้ว...เธอยังจะอายฉันอีกเหรอ...หืม? เร็วสิ...ฉันไม่ไหวแล้วนะ”สะโพกสอบกระทุ้งขึ้นเพื่อกระตุ้นเร่งร่างบางที่อยู่ด้านบนทำงาน แท่งร้อนแทรกลึกเข้าไปยังร่องรักของเธอ จนร่างอรชรสะท้านขึ้นมาทันที“อ๊ะ! ดะ-ได้ค่ะ...”ณาลัลน์ฝืนความอายทำตามคำบอกของเขา ออกแรงกดแท่งร้อนใหญ่เข้าไปในร่องกุหลาบของเธอขึ้นลงอย่างช้าๆ มือทั้งสองข้างของเธอยึดไหล่กว้างของเขาเอาไว้แน่น“โอวว์...ที่รัก...แรงอีก...ได้โปรด...”มือหนาจับเอวบางเอาไว้พร้อมกับช่วยดันร่างของเธอขึ้นลง ประกอบกับเท้าเปล่าเปลือยทั้งสองข้างของเธอเหยียบพื้นโซฟาเพิ่มแรงส่งขึ้นไปอีก ทำให้แท่งใหญ่สอดลึกในร่องรักของเธอลงจนมิดสุดด้าม!“อ๊







