FAZER LOGIN@คฤหาสน์วราเจริญภิวัฒน์...
ห้องอาหารขนาดใหญ่ภายในคฤหาสน์ของตระกูลอันเก่าแก่ ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยด้วยความหรูหรา บนโต๊ะอาหารมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดห้าชีวิต นั่งล้อมรอบโต๊ะรับประทานมื้อค่ำในวันหยุดสุดสัปดาห์
“เรื่องปรับปรุงโรงอาหารของพนักงานเป็นยังไงบ้างตาเคน”
‘คณาเดช’ หันไปถามบุตรชายคนโต ที่เขามอบหมายให้บริหารงานแทนเขาในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของตระกูลวราเจริญภิวัฒน์ ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว
คณาเดชเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลนี้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง ตอนนี้ มันถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะได้พักผ่อน ให้ลูกๆ ทั้งสามของเขาสานต่อกิจการของครอบครัวไป
“เรียบร้อยครับป๊า ฝ่ายตรวจงานรายงานผมเมื่อวานครับ ป๊าจะดูรายละเอียดหรือเปล่าครับ”
‘คุณานนท์’ ในนามผู้อำนวยการโรงพยาบาล เขาพึ่งจะสืบทอดตำแหน่งจากบิดาได้เพียงไม่นาน หลังจากที่เขาได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล และเป็นหมอมาแล้ว 12ปี ตอนนี้ในวัย 38 ปีของเขาก็สมควรที่จะรับตำแหน่งบริหารแบบเต็มตัวซะที
“ป๊าจะดูทำไม ลูกของป๊าเก่งขนาดนี้ ไม่ต้องให้ป๊าลงไปแล้ว อีกอย่าง ตาคิมม์ก็เป็นผู้ช่วยลูกอยู่แล้ว ตอนนี้ป๊าวางงานทุกอย่างให้ลูกๆ ของป๊าหมดแล้ว แพลนเที่ยวรอบโลกกับม๊าของลูกก็ถูกจองไว้เรียบร้อยแล้วด้วย”
“ตอนนี้ ตาเคนก็จะหนักหน่อยนะคะคุณพี่ ตาคิมม์ ก็ไม่ได้ช่วยตาเคนเต็มที่เลยนะคะ มัวไปเที่ยวเตร่ ให้ตาเคนต้องบริหารงานคนเดียว”
‘คณานุช’ หันไปค้อนใส่บุตรชายคนกลาง อายุก็ปาเข้าไป 35 แล้ว ยังเที่ยวไปวันๆ เหมือนเด็กวัยรุ่น
“แค่พี่เคนคนเดียว ก็พอแล้วครับม๊า แล้วนายคิณณ์ล่ะ ม๊าไม่เห็นจะบ่นบ้างครับ ธุรกิจครอบครัวก็มี แต่ดันไปเป็นอาจารย์หมอให้กับ*มหาลัยอีก ม๊าต้องบอกให้นายคิณณ์มาช่วยกันบ้างสิครับ”
น้องชายของ ‘คมฐิพัฒน์’ ก็ห่างกับเขาแค่ 3 ปีเอง ทำไม พ่อกับแม่เขาถึงได้โอ๋น้องชายเขานัก
“ผมไปเป็นอาจารย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโรงพยาบาลของเรา สร้างความเชื่อมั่น และค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ไม่ได้แค่สอนนักศึกษาไปวันๆ นะครับ”
“ว่าแต่ *มหาลัย ที่นายไปสอน สาวๆ นักศึกษาแพทย์เยอะหรือเปล่าคิณณ์ เดี๋ยวว่างๆ พี่จะแวะไปดูนายสอนบ้าง”
“ลูกจะไปทำไมคิมม์ ไปวุ่นวายกับน้องเขาทำไม เรื่องสาวๆ น่ะเบาบ้างนะ ม๊ามีลูกชายตั้ง 3 คน ไม่เห็นมีใคร ที่จะแต่งงานสร้างครอบครัว มีหลานให้ม๊ากับป๊าได้ชื่นใจได้เลยสักคน”
“เรื่องนี้ ม๊าต้องถามพี่เคนก่อนเลยครับ พี่เคนอายุ 38 แล้ว สาวๆ สักคนก็ไม่มี ผมว่า พี่เคนมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ หรือพี่จะรอให้สัก 50 แล้วค่อยหาสาวมาแต่งงานครับ”
“นายอย่าหาเรื่องปวดหัวให้พี่นะคิมม์ พี่ทำงานทุกวัน จะเอาเวลาที่ไหนมาจีบสาวเหมือนนายล่ะ นายเองเถอะ คบสาวๆ เยอะแยะ ทำไมไม่เลือกดีๆ มาสักคน มาแต่งงานผลิตหลานให้ป๊ากับม๊าล่ะ จะต้องโยนมาให้พี่ทำไม”
“ก็พี่อายุมากสุดนี่ครับ ส่วนนายคิณณ์ แต่งไม่ทันถึงสามเดือน สาวเจ้า ก็*ชิ่งไปซะก่อน เลยอดทำภารกิจผลิตทายาทไปซะงั้น”
คมฐิพัฒน์หันไปมองน้องชาย เขาเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าเขาจะถามน้องชายอย่างไร น้องเขาก็ไม่เคยปริปากบอกเลย หนำซ้ำฝ่ายหญิงยังหนีไปไกลถึงต่างประเทศ ไม่มีช่องทางให้ถามไถ่เลยสักคำ
“คิมม์!...นี่ลูกจะเอาเรื่องนี้มาพูดอีกทำไม”
“ก็ผมอยากรู้นี่ครับม๊า...ว่านายคิณณ์มันไปทำอะไรน้องสะใภ้ผมครับ แต่งงานไม่ทันไร ก็เลิก ก่อนแต่ง ผมก็เห็นว่ารักกันดีนี่ครับ”
“ผมไม่มีอะไรจะต้องตอบพี่หรอกครับ ถ้าพี่คุณอยากรู้ พี่ก็ไปถามเธอเองสิ ว่าเพราะอะไร”
เรื่องนี้คิณณ์ณภัทรไม่เคยออกมาอธิบายกับใครเลย เขาปล่อยให้ทุกคนคิดไปกันต่างๆ นาๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา มันจบลงไปแล้ว แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต เขาก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาอีก อดีตก็คืออดีต ไม่สลักสำคัญอะไร
“น้องสะใภ้พี่ หนีไปต่างประเทศ พี่จะถามเธอได้ยังไงล่ะ ไหนๆ นายกับใบข้าวก็เลิกกันแล้ว นายบอกพี่มาหน่อยสิ ว่าเพราะอะไรนายสองคนถึงต้องเลิกกัน”
“คิมม์! ลูกจะถามเรื่องนี้แล้วมันได้อะไร น้องไม่ตอบ ลูกก็ควรจะเข้าใจแล้วนะ จะไปเซ้าซี้น้องทำไมอีก”
“อะไรกันครับม๊า ผมก็แค่ถามนะครับ แต่งงานไม่ถึงสามเดือนก็เลิกกัน มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยครับ”
“ป๊าว่า พอเถอะ อย่ามาถามอะไรกันแบบนี้เลย เรื่องมันผ่านมาแล้ว ถามแล้วจะได้อะไรขึ้นมา”
“นายเอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะคิมม์ แล้วค่อยไปสนใจเรื่องคนอื่นเขา”
“พี่เคนก็เหมือนกันครับ ไม่มีสาวมาชอบเลยเหรอครับ ผมว่าพี่น่าจะมีปัญหาทางร่างกายหรือเปล่าครับ”
“มีหรือไม่มี นายก็ไม่ควรเอาเรื่องพวกนี้มาพูดนะคิมม์ อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว นายนี่มันจริงๆ เลย”
“ม๊าเห็นด้วยกับตาเคนนะ เรานี่ไม่รู้จักโตเลย เที่ยวไปว่าคนนั้นคนนี้ แล้วตัวเองเถอะ แม่ไม่เห็นจะมีสาวๆ คนไหนมาสนใจที่จะจริงจังกับเราเลยสักคน จะแต่งตอนไหน ป๊ากับม๊าอายุก็เข้าเลขหกกันหมดแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้อุ้มหลานจากใครเลยสักคน”
“งั้น ม๊าก็ต้องมีเงื่อนไขให้พวกผมแล้วแหละครับ สามคนนี้ ใครจะมีหลานให้ม๊าก่อน อาจจะเป็นหุ้นโรงพยาบาลครึ่งหนึ่งก็ได้ครับ รับรอง ผมจะไม่พลาดเลยครับ”
“ดูลูกจะมั่นใจตัวเองจังเลยนะ ม๊าว่า ลูกลองไปตรวจสุขภาพหน่อยก็ดีนะ ไม่แน่นะ ลูกอาจจะมีปัญหามากกว่าใครก็ได้นะ”
“งั้น ป๊าตั้งไว้เลย หุ้นของโรงพยาบาลครึ่งหนึ่ง ใครทำได้ก่อน ป๊าโอนให้ทันทีเลย ดีมั้ย”
“ได้เลยครับป๊า งั้น ไม่จำเป็นจะต้องแต่งงานก็ได้นะครับ ใครก็ได้ ที่เป็นสายเลือดของพวกผมคนใดคนหนึ่ง ก็ถือว่า ได้หุ้นของโรงพยาบาลแล้วนะครับ”
“ได้สิ...ลูกทั้งสองว่ายังไง ตาเคน ตาคิณณ์”
“ผมว่าป๊าอย่าไปเชื่อนายคิมม์มันมากนะครับ”
“พี่เคนไม่กล้าล่ะสิ ถึงพูดแบบนี้ หรือพี่เคนจะรู้ว่าตัวเองไม่น่าจะทำได้”
“นายก็อย่ามั่นใจให้มันมาก ไม่แน่นะ นายอาจจะเป็นหมันก็ได้ ใครจะรู้ ไม่ได้ตรวจ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นนะ”
“ผมไม่เป็นหมันแน่ ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ตกลงลูกสามคน จะแข่งกันจริงๆ ใช่มั้ย”
“จริงสิครับม๊า หรือม๊า กลัวว่าลูกชายสุดที่รักของม๊า จะลงแข่งไม่ได้กับเขาครับเนี่ย ตอนแรกนายคิณณ์ก็เกือบจะทำได้แล้วนะครับ ถ้าไม่ใช่เพราะ ไปทำอะไรให้น้องสะใภ้หนีไปซะก่อน”
“ผมตกลงแข่งกับพวกพี่ครับ งั้น ป๊ากับม๊ากำหนดมาก็ได้ครับ บอกกติกามาได้เลยครับ”
ร่างกายของคิณณ์ณภัทรก็ไม่ได้บกพร่องอะไร พร้อมจะลงแข่งได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย...
“งั้นม๊า จะเป็นคนตั้งเงื่อนไขและกติกาเอง พวกลูกๆ เตรียม*ฟิตร่างกายให้พร้อมก็แล้วกัน”
.........................
เวลา 21.30 น.ร้าน Harvest Moon...เชียงใหม่บริเวณรอบๆ ภายในภัตตาคารสุดหรูระดับวีไอพีนั้น ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ผนังไม้ขัดเงาตัดกับแสงไฟสีอำพันที่สาดลงมาอย่างนุ่มนวล โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าขาวสะอาด เครื่องแก้วคริสตัลสะท้อนแสงระยิบระยับ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ แทรกอยู่ในความเงียบหรู ช่วยขับให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูเป็นส่วนตัวราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดไป...“พรุ่งนี้ อาจารย์วางโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนต่อคะ”หลังจากที่เธอกับเขาบินตรงมาถึงเชียงใหม่ เขาก็เช่ารถพาเธอเที่ยวทั้งวัน และตบท้ายด้วยดินเนอร์สุดหรู ราวกับว่าเขาได้เนรมิตทุกอย่างไว้เพื่อณาลัลน์โดยเฉพาะ“คุณอยากไปไหนเป็นพิเศษมั้ย”คิณณ์ณภัทรถามกลับ เขานั่งเอนหลังบนเก้าอี้หนัง มือยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ ของเหลวสีอำพันไหลผ่านลำคออย่างช้าๆ แววตาคมเริ่มพร่าเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอร์ แต่สายตานั้นยังจับจ้องไปที่ใบหน้างามไม่วางตา ริมฝีปากที่มักนิ่งขรึมเริ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ คล้ายกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจ“เปล่าค่ะ เค้กแล้วแต่อาจารย์เลยค่ะ อาจารย์พาเค้กไปไหน เค้กก็ไปทั้งนั้นแหละค่ะ”“คุณบอกผมว่า ให้พูดเป็นกันเอง ทำไมคุณถึงได้เฝ้าแต่เรียกผมว่าอาจารย์ตลอดเลย”เพราะคำว่า
เช้าวันเสาร์ @บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น... “เดี๋ยวแม่ไปส่งเค้กที่สนามบินนะ ไม่ต้องเรียกแท็กซี่หรอก แม่ว่างพอดี”จุดประสงค์ของณฤดีคือ อยากเห็นหน้าว่าที่ลูกเขยของเธอ เมื่อวันก่อนลูกสาวสุดที่รักของเธอ เล่าเรื่องอาจารย์หมอสุดหล่อที่ลูกสาวปลื้มให้เธอฟัง ณฤดีก็เลยอยากจะเห็นหน้าตาและตัวจริง ว่าจะเป็นอย่างไร “ไหนแม่บอกว่าไม่ว่างไงคะ” “เออ...ตอนนี้แม่ว่างแล้ว...ทำไม? กลัวแม่จะเห็นหนุ่มหล่อหวานใจของเราหรือไง” “เปล่าค่ะแม่” “ความจริงให้พ่อหนุ่มนั่นมารับหลานที่บ้านเราก็ได้นะ ยายอยากจะเห็นหน้าค่าตาเหมือนกัน” “อะไรกันคะยาย เค้กพึ่งจะตกลงคบกับเขานะคะ ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ” “ไปเที่ยวเชียงใหม่สองคนเนี่ยนะ จะบอกว่าไม่ถึงขั้นนั้น แม่ว่า โทรบอกให้เขามารับที่บ้านเลย แม่กับยายจะได้เห็นหน้าด้วย จะได้พิจารณากัน ว่าโอเคหรือไม่โอเค เผื่อจะเจอคนไม่ดีไง” “โห่...แม่คะ เขาเป็นอาจารย์หมอสอนมหาวิทยาลัยที่เค้กเรียนอยู่นะคะ แม่กับยายก็ดูรูปไปแล้ว อีกอย่าง เขาก็มีตัวตนค่ะ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่เค้กไปฝึกปฏิบัติอีก ไม่ต้องห่วงหร
“คุณคงไม่ได้ล้อผมเล่นใช่มั้ย” “ไม่ค่ะ เค้กจะล้ออาจารย์เล่นได้ยังไงคะ เรื่องนี้ เค้กจริงจังนะคะ...เอ่อ...เค้กเห็นว่าอาจารย์มีคนมาจีบเยอะมากค่ะ บางที คำสารภาพของเค้ก อาจารย์อาจจะชินแล้วก็ได้ค่ะ”พูดออกไปแล้ว สารภาพออกไปให้หมด ไม่ต้องอาย ถ้าเธอชอบ ก็ลุยให้เต็มที่ไปเลย ‘ยัยเพื่อนตัวแสบบอกเธอไว้อย่างนั้น’ “อืม...อาจจะใช่นะ แต่สำหรับคุณ ผมว่ามันต่างออกไป”‘ถ้าพี่คิณณ์ชอบ พี่ก็ลุยเลยค่ะ อย่ามัวแต่คิดเรื่องผิดถูก จนลืมความสุขของตัวเองนะคะ’ คำพูดของรุ่นน้อง มันยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา ถ้าถามเรื่องความรู้สึกตอนนี้ คิณณ์ณภัทรตอบได้เลยว่าชอบ แต่ถ้าถามถึงสภาพร่างกายของเขานั้น มัน ‘พร้อมมาก’ แทบจะอยากจับเธอกดลงให้ไปอยู่ใต้ร่างของเขาเลยทีเดียว “...??” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับคำพูดของเขา หัวใจของณาลัลน์เต้นไม่เป็นจังหวะ มาปฏิบัติงานวันแรก เธอก็รุกเขาอย่างบ้าระห่ำ ‘ไม่เป็นไร ถ้าเขาปฏิเสธ ก็ถือซะว่าทดสอบความเข้มแข็งของหัวใจตัวเองก็แล้วกัน’ ณาลัลน์แค่ชอบเขา ไม่ได้ถึงขั้นรักเขาจริงๆ ซะหน่อย “ผมหมายถึง คุณพิเศษกว่าใครไงครับ...”คำพูดท้ายประโยคคิณณ์
1 เดือนต่อมา...ณ โรงพยาบาลวราเจริญภิวัฒน์ บรรยากาศห้องทำงานในตึกศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงกระดาษโน้ตที่ถูกพลิกเบา ๆ ณาลัลน์นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานใหญ่ สมุดบันทึกถูกเปิดค้างไว้แต่ปลายปากกากลับหยุดนิ่ง ดวงตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ตัวอักษร หากแต่เป็นร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอต่างหาก “รายละเอียดของการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาแพทย์ก็มีคร่าวๆ อย่างเช่น การซักประวัติคนไข้ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค และให้แนวทางการรักษาเบื้องต้น อาจารย์จะเป็นคนคอยควบคุมดูแลเราอีกที”น้ำเสียงทุ้ม สุขุม จริงจัง ทุกถ้อยคำชัดเจนและมั่นคง ในขณะที่อธิบายรายละเอียดงานให้กับนักศึกษาแพทย์สาวสวยตรงหน้า สายตาคมกริบกวาดมองไปใบหน้าเนียนเป็นระยะ จนมาหยุดที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มเพียงเสี้ยววินาที “เอ่อ...อาจารย์คะ”มือบางบีบเข้าหากันแน่นอย่างชั่งใจ ณาลัลน์รู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขามันค่อนข้างอึดอัด ณาลัลน์ไม่อยากให้เขาพูดกับเธอดูเป็นทางการจนเกินไป ‘พูดแบบนี้ เมื่อไหร่เธอจะได้เข้าใกล้เขาสักทีล่ะ’ “ครับ”สีหน้าของเขายังค
ร้าน Im Oun restaurant...เสียงดนตรีบรรเลงจังหวะช้าๆ คลอเบาๆ ภายในร้านอาหารสุดหรูย่านใจกลางเมืองกรุง โต๊ะอาหารตั้งอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ มองเห็นทัศนียภาพของถนนด้านนอกที่มีแสงไฟจากรถแล่นผ่านเป็นเส้นยาวพร่า เพิ่มความเป็นส่วนตัวในมุมเล็กๆ นี้“นัดพี่มา จะรายงานผลเรื่องของวันนี้เหรอ”คิณณ์ณภัทรนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม แขนเสื้อเชิ้ตถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นนาฬิกาหรูบนข้อมือ เขาเอนหลังพิงพนัก สายตาคมเข้มทอดมองเพื่อนรุ่นน้องตรงหน้าอย่างตั้งใจ“ถ้าไม่มารายงาน วันนี้มายด์คงอกแตกตายแน่นอนค่ะพี่คิณณ์...ร่างกายของมายด์ ดันไปสปาร์คกับนักศึกษาของพี่เข้าอ่ะดิ มายด์ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลยค่ะ”“คนไหนล่ะ หรือคนที่นั่งข้างๆ เราหรือเปล่า”“ใช่ค่ะ ไม่รู้ว่าชื่ออะไร มายด์ไม่กล้าถามเลยค่ะ”แค่นั่งข้างๆ รมย์นลินก็ตื่นเต้น จนแทบทำอะไรไม่ถูกแล้ว“แสดงว่าคนนี้ใช่”“ค่ะ...มายด์ใจเต้นแรงมากค่ะพี่คิณณ์ เกือบจะหลุดโป๊ะแล้วค่ะ น่าอายจริงๆ ไม่รู้ร่างกายของมายด์มันเป็นอะไรกันแน่ ทำไม ต้องมีปฏิกิริยากับเด็กก็ไม่รู้”“งั้น เด็กคนนี้ ก็เป็นยารักษาเราแล้วใช่มั้ย”“จะรักษายังไงคะพี่คิณณ์ เขายังเป็นเด็กอยู่เลยนะคะ อายุห่
3 ชั่วโมงต่อมา... “งานที่อาจารย์สั่งไป ถ้าใครไม่เข้าใจ ทิ้งคำถามไว้ในกลุ่ม เดี๋ยวอาจารย์จะมาตอบ เอาล่ะ เลิกคลาสได้”คิณณ์ณภัทรเก็บเอกสารการสอนของเขา สายตาคมเหลือบมองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่อยู่ตรงหน้าเขา เธอจ้องมองเขาตลอดเวลา ใบหน้านวลเนียนแดงก่ำ ปากบางยิ้มออกมาเล็กน้อย แค่ได้เห็นหน้า หัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร “อาจารย์คะ”เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา ในมือของเธอถือกล่องสีชมพู คาดว่าข้างในอาจเป็นขนมเหมือนอย่างเคยแน่นอน “อืม...ว่าไงครับ...มีอะไรจะถามอาจารย์หรือเปล่า”สายตาคมเหลือบมองเด็กสาวอีกคนอัตโนมัติ ราวกับว่า กลัวใครคนนั้นเข้าใจผิด “หนูเอาขนมมาฝากอาจารย์ค่ะ”ใบหน้าหวานแดงกล่ำเพราะความเขินอาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เธอทำ เธอหลงรักอาจารย์สุดหล่อคนนี้มานาน เธออยากให้รักแรกของเธอ สมหวังกับคนๆ นี้เสียจริง ‘คนอะไรหล่อมาก มีเสน่ห์สุดๆ’ “ทำไมเราจะต้องเปลืองเงินซื้ออะไรมาให้อาจารย์ด้วยล่ะ ความจริงอาจารย์ไม่ค่อยชอบทานขนมหรอกนะครับ”คิณณ์ณภัทรพูดออกไปแบบตรงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขาเลย คิณณ์ณภัทรเจอแทบ







