Share

บทที่ 4 ปัจจุบัน

last update publish date: 2026-07-09 01:48:06

ณ เรือนดอกแก้วในปัจจุบัน พ.ศ. 2567

เมื่อแบงค์กับไบเบิ้ลตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าพวกเขาทั้งสองคนก็พบว่าปุณภัทรเพื่อนสนิทของพวกเขานั้นได้หายตัวจากห้องนอนรับแขกไปซะแล้วพวกเขาทั้งสองคนรีบเดินออกไปหาคุณย่าที่กำลังนั่งทำขนมกลีบลำดวนอยู่ที่ห้องรับแขกตรงกลางของเรือนไทยหลังใหญ่ไบเบิ้ลส่งเสียงร้องออกมาและทำสีหน้าตกใจ

“คุณย่า!!..คุณย่าครับ!!”

“มีอะไรหรือไบเบิ้ล”

มณีพูดถามออกมาเพราะตกใจเสียงร้องเรียกของหลานชายตัวเองก่อนที่แบงค์จะพูดออกมาสมทบอีกคน

“แย่แล้วครับ!!..คือไอ้ปุณมัน..ไอ้ปุณมันหายไปแล้วครับคุณย่า”

“ใช่ครับคุณย่าเมื่อคืนนี้ปุณมันยังนอนในห้องนอนรับแขกอยู่เลยแต่ตอนนี้ในห้องว่างเปล่าคล้ายไม่มีคนอยู่เลยครับ”

ไบเบิ้ลบอกกับคุณย่าของเขาและเมื่อมณีได้ยินที่หลาน ชายของเธอบอกแบบนั้นออกมาตัวมณีเองก็ชะงักไปนิดนึงพร้อมด้วยสีหน้าแววตาที่ตกใจเพราะเธอนั้นคิดไม่ถึงว่าปุณภัทรจะได้ข้ามห้วงกาลเวลาเพื่อไปพบเจอกับบรรพบุรุษของเธอได้อย่างรวด เร็วแบบนี้ถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะดีรู้ว่าไม่ช้าหรือเร็วปุณภัทรนั้นยัง ไงก็ต้องไปยังที่ห้วงแห่งกาลเวลา ณ ที่แห่งนั้นอยู่ดีอย่างหลีกเลี่ยงโชคชะตาไม่ได้ก็ตาม

เมื่อคืนนี้กลิ่นหอมของดอกแก้วนั้นลอยมาตามสายลมจนส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วทั้งเรือนไทยและเมื่อมณีนั้นได้ทอดสายตาออกไปยังนอกหน้าต่างจากห้องนอนของเธอมณีก็พบว่าพระจันทร์กำลังเต็มดวงจนสุกสกาวและสาดส่องแสงสว่างเข้าไปยังภายในห้องนอนที่ปุณภัทรนั้นกำลังนอนหลับอยู่

ซึ่งตัวมณีเองนั้นก็รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อยเพราะนั่นมันคือสัญญาณว่าช่วงของห้วงแห่งกาลเวลานั้นมันกำลังจะเปิดออกเพื่อพาเด็กหนุ่มคนนั้นไปยังอีกห้วงแห่งกาลเวลาอีกที่นึงนั่นเองตอนนี้มณีนั้นเริ่มมั่นใจว่าปุณภัทรนั้นอาจจะได้ข้ามห้วงแห่งกาลเวลานั้นเพื่อไปพบเจอกับ ”เทียดอิน” ของเธอแล้วอย่างแน่นอน

“คุณย่าครับ!!คุณย่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

ไบเบิ้ลเรียกคุณย่าของเขาเพราะเห็นว่าคุณย่าของเขามีท่าทีที่นิ่งเงียบไป

“นั่นอาจจะเป็นโชคชะตานำพาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ แต่หลานอย่าได้เป็นห่วงเพื่อนของหลานจนเกินไปเพราะเพื่อนของหลานเขาจะไม่มีวันเป็นอันตรายอะไรใด ๆ อย่างแน่นอนหลานจงเชื่อย่านะ”

เมื่อไบเบิ้ลและแบงค์ได้ยินแบบนั้นแบงค์ก็ถามคุณย่าของไบเบิ้ลออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกห่วงปุณภัทร

“นี่!!..คุณย่ากำลังจะบอกว่าไอ้ปุณมันไม่ได้อยู่ที่นี่..ไม่ได้อยู่ใน พ.ศ. นี้แล้วหรือครับ”

“เปล่าหรอกจ๊ะเพื่อนของหลานนั้นยังอยู่ในที่เรือนไทย ณ แห่งนี้เพียงแต่ว่าเขาอยู่คนละห้วงกาลเวลากับพวกเราก็เพียงเท่า นั้น”

“คนละห้วงกาลเวลามันจะเป็นไปได้ยังไงกันครับคุณย่า”

ไบเบิ้ลถามเพราะไม่เข้าใจงกับคำตอบที่คุณย่าของเขานั้นบอกออกมา

“ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้เพราะนั่นคือโชคชะตาของเขาน่ะลูก”

เมื่อไบเบิ้ลกับแบงค์ได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็คิดว่านี่มันคือเรื่องมหัศจรรย์อะไรกันแน่แล้วทำไมเพื่อนสนิทของพวกเขาอย่างปุณภัทรถึงได้หายตัวไปอย่างลึกลับแบบนี้และต่อจากนี้พวกเขาทั้งสองคนจะทำยังไงกันดีหรือพวกเขาต้องนั่งรอให้ห้วงแห่งกาล เวลานั้นนำพาปุณภัทรเพื่อนสนิทของเขากลับมาอย่างนั้นเหรอ

“เฮ้อ!!..นี่เราช่วยไอ้ปุณมันไม่ได้จริง ๆ เหรอวะ”

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ..แต่แกก็อย่าเพิ่งคิดมากเลยฉันเชื่อว่าไอ้ปุณมันต้องปลอดภัยตามที่คุณย่าของฉันนั้นบอกแกเองก็ใจเย็น ๆ นะเว้ยไอ้แบงค์”

“แล้วถ้าเกิดไอ้ปุณมันกลับมาไม่ได้ล่ะวะพวกเราจะทำยัง ไงกันดี”

แบงค์บอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเพราะความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่วัยเด็ก

“ไอ้แบงค์แกอย่าคิดแบบนั้นดิวะฉันเชื่อว่าไอ้ปุณมันต้องได้กลับมาหาพวกเราอย่างแน่นอน”

ไบเบิ้ลบอกออกมาและยื่นมือมาตบที่ไหล่ของแบงค์เพื่อเป็นการปลอบใจ

ในขณะที่มณีนั้นกำลังครุ่นคิดนั่งอยู่ภายในห้องรับแขกนั้นเมื่อนานมาแล้วตอนที่เธอนั้นยังเด็กเธอเคยได้อ่านสมุดบันทึกของคุณเทียดจันทร์ซึ่งคุณเทียดจันทร์ได้เขียนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเรือนดอกแก้วแห่งนี้ว่า “หมื่นอินทระ” ต้องเจ็บปวดเพราะไม่สมหวังในความรักซึ่งในบันทึกยังเขียนบอกอีกว่าเพราะตัวเขานั้นเป็นชายที่รักชายด้วยกันซึ่งในสมัยนั้นยังถือเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรมและคนรักของเขาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่อง รอยปล่อยให้ ”หมื่นอินทระ” นั้นต้องถือตัวครองโสดจนหมดอายุขัยไปในที่สุดสมุดบันทึกนี้ถูกเขียนออกมาให้ลูกหลานได้อ่านแต่แล้วมณีก็เอ่ยคำพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับหยดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมา

“มณีหวังว่าในห้วงกาลเวลา ณ แห่งนั้นจะทำให้ประวัติที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มนั้นเปลี่ยนไปนะเจ้าคะคุณเทียดอิน”

วันนี้ไบเบิ้ลและแบงค์นั้นรู้สึกกระวนกระวายใจเรื่องที่ปุณภัทรนั้นหายไปเพราะว่าพวกเขาคงไม่มีคำตอบให้กับ ”แขไข” แม่ของปุณภัทรได้หากเกิดว่าโทรมาหาเพื่อนของพวกเขาทั้งสองคนจะทำยังไงกันดี

“ไบเบิ้ลแกว่าเรื่องนี้มันดูเหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่าวะ”

“ฉันเองก็ไม่แน่ใจแต่แกก็เห็นนี่หว่าว่าไอ้ปุณมันหายไปจากห้องนอนจริง ๆ แถมพวกเราก็ยังหามันไม่เจออีกด้วย”

“แล้วถ้าเกิดแม่ของไอ้ปุณมันโทรมาพวกเราจะตอบกันยังไงดีวะเนี่ย”

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะไอ้แบงค์”

“หรือว่าพวกเราจะบอกว่ามันไม่สบายดีไหมวะ”

“ขืนบอกไปแบบนั้นแม่ของไอ้ปุณได้ขับรถมารับมันกลับบ้านแน่ ๆ ไอ้แบงค์“

“แล้วจะเอาไงกันดีอันนั้นก็ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ได้ฉันเองก็จนปัญญาแล้วน่ะเว้ย!!”

แบงค์บ่นออกมาเพราะคิดหาวิธีไม่ออกแต่ถ้าให้พูดความจริงออกไปพวกเขาทั้งสองคนก็กลัวว่าแม่ของปุณภัทรคงจะไม่เชื่อเรื่องที่ดูเหลือเชื่อแบบนี้แน่ ๆ หรือว่าพวกเขาต้องขอให้คุณย่าเป็นคนช่วยบอกกับแม่ของปุณภัทรเพราะอย่างน้อย ๆ แม่คงจะยอมรับฟังเรื่องราวขึ้นมาบ้าง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   ตอนพิเศษ

    ณ บ้านของปุณภัทร…หลังคาสีขาวสะอาดตาตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านใบไม้ลงมาแตะต้องพื้นไม้ไผ่สีน้ำตาลอ่อนที่ปูอยู่รอบ ๆ บ้านกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมาตามสายลมบรรยากาศอบอุ่นและสงบราวกับภาพวาดปุณภัทรพาหมื่นอินทระมาที่บ้านของเขาเพื่อพบเจอกับแขไขแม่ของตัวเองพวกเขาทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้านหมื่นอินทระในชุดปัจจุบันซึ่งดูดีขับกับใบหน้าที่คมคายดึงดูดสายตาใน ขณะที่ทั้งคู่ยืนจ้องมองกันและกันด้วยความรักและความเข้าใจแขไขก็ถือถาดขนมมาวางที่โต๊ะนั่งเล่นในสวน“แม่ครับ…นี่คือหมื่นอินทระคนรักของผม” ปุณภัทรแนะ นำน้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นแขไขผู้เป็นแม่นั่งลงที่เก้าอี้สีขาวในสวนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มนัยน์ตาฉายแววความอบอุ่นและยินดี“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ” แขไขกล่าว “แม่ได้ยินเรื่องราวของคุณฉันดีใจที่ลูกชายของฉันเจอคนที่ดีต้องขอบใจอินมากนะที่ดูแลลูกชายของแม่” แขไขพูดขึ้นด้วย น้ำเสียงอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรัก “มิเป็นไรขอรับที่จริงกระผมต้องขอบพระคุณแม่ท่านที่เลี้ยงดูพ่อปุณมาอย่างดี” หมื่นอินทระบอกคำพูดของเขาแสดงถึงความเคารพและ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 20 หากันจนเจอ (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนต่อมา....หลังจากที่ปุณภัทรกลับมาเรียนได้หนึ่งเดือนสภาพจิตใจของเขาก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในมหาลัยได้เป็นปกติรอยยิ้มบาง ๆ กลับมาปรากฏบนใบหน้าบ่อยครั้งขึ้นแม้ว่าบางครั้งภาพทรงจำความรักระหว่างเขากับหมื่นอินทระจะกลับมาบ้างแต่เขาก็เรียนรู้ที่จะจัดการกับมันได้ดีขึ้นไม่ปล่อยให้ความเศร้าครอบงำจิตใจเหมือนแต่ก่อนยังดีที่มีเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่ด้วยเขาจึงไม่เคว้งคว้างมาก“วันนี้พวกเราจะไปไหนกันดี?” ไบเบิ้ลถามออกมา“ไปร้านข้าวประจำพวกเราไหมล่ะ” แบงค์พูดเสริมขึ้นมา“อืม..แล้วแต่พวกแกทั้งสองคนเลยฉันยังไงก็ได้”“โอเครงั้นร้านเดิม” ไบเบิ้ลสรุปก่อนจะโทรไปจองโต๊ะเอาไว้จบคลาสเรียนปุณภัทร ไบเบิ้ล แบงค์ ก็พากันขับรถยนต์มาที่ร้านอาหารซึ่งเป็นร้านประจำของพวกเขาทั้งสามคนเมื่อมาถึงร้านอาหารปุณภัทรเปิดประตูลงจากรถเตรียมตัวจะก้าวเข้าไปในร้านอาหารพร้อมกับเพื่อน ๆ ในจังหวะนั้นเองประตูร้านเปิดออก ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากอนามัยสีดำเดินสวนมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขาเฉียดกัน“นี่มัน” ปุณภัทรก็ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ซึ่งคล้ายกับกลิ่นดอกแก้วมันหอมเย็นชื่นใจและ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 19 กลับโลกปัจจุบัน

    ณ หอนอน….ปุณภัทรที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองดูตะวันที่ค่อย ๆ ลับฟ้าลงมันช่างดูสวยงามปุณภัทรรู้ดีว่าเวลาของเขาในยุคนี้กำลังจะหมดลงคืนนี้เขาจะต้องกลับไปยังยุคสมัยที่ตัวเองนั้นจากมายุคที่ไม่มีหมื่นอินทระนั้นเขาจะมีความสุขได้จริง ๆ ใช่ไหมปุณภัทรพยายามจดจำภาพความทรงจำต่าง ๆ ระหว่างเขากับหมื่นอินทระให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้“พ่อปุณ!..พ่อปุณ!” เสียงเรียกหวานใสของหมื่นอินทระดังขึ้นแทรกความเงียบสงัดภายในห้องปุณภัทรที่กำลังจดจ้องดวงตะวันถึงกับสะดุ้งตัวเล็กน้อยความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองพลันหยุดชะงักปุณภัทรหันกลับไปมองใบหน้าคมคานของหมื่นอินทระก่อนจะยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยถามออกมา“มีอะไรรึครับทำไมพี่อินถึงเรียกผมเสียงดัง”“พ่อปุณเหม่อลอยคิดกระไรอยู่รึ?” หมื่นอินทระถามออก มาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเดินมาจับมือของปุณภัทรสัมผัสอุ่นนั้นทำให้ปุณภัทรรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกินปุณภัทรเงยหน้ามองหมื่นอินทระดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยภาพตรงหน้าทำให้ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เขาเก็บซ่อนไว้ภายในใจผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“นี่เราจะทิ้งพี่อินไปแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม” ” ปุณภัทรคิดในใจน้ำตาคลอ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 18 ยอมจากลา

    ณ หอนอนเรือนดอกแก้ว…แสงจันทร์แผ่วเบาสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างทอแสงระยิบระยับบนพื้นไม้ขัดเงาในค่ำคืนที่เงียบสงบราวกับโลกหยุดหมุนปุณภัทรหนุ่มนอนอยู่ในอ้อมแขนของหมื่นอินทระที่กำลังหลับสนิทดวงตาของปุณภัทรจ้องมองใบหน้าหลับใหลของคนรักด้วยความเจ็บปวดรอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนริมฝีปากแต่ดวงตาบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ที่แสนสาหัสเขาตัดสินใจแล้วการจากไปคือทางออกเดียวที่เขาจะทำได้แม้ว่าหัวใจจะปวดร้าวสักเพียงไหนเพื่อความสุขของหมื่นอินทระเขายอมเสียสละได้ทุกสิ่ง“ขอโทษนะครับที่ผมต้องทำแบบนี้” เขาพึมพำเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้มเขาพยายามกลั้นไม่ให้เสียงสะอื้นนั้นดังออกมา ปุณภัทรลูบไล้เส้นผมนุ่มของหมื่นอินทระอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่น ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทุกอย่างทำให้เขาเจ็บปวดแต่เขากลั้นน้ำตาไว้เขาไม่อยากรบกวนการนอนหลับของคนรักเขาอยากให้หมื่นอินทระจดจำภาพความรักของพวกเขาก่อนที่จะจากไปในคืนนั้นปุณภัทรนอนไม่หลับจนตะวันขึ้นรุ่งเช้าเขาลุกตื่นและเดินออกจากหอนอนไปยังโถงกลางของเรือนดอกแก้วซึ่งเห็นว่าเจ้าพระยาโกมลกับคุณเพียรนั้นนั่งปรึกษาหารือเรื่องของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ปุณภัทรทรุดตัวลงคลาน

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 17 แค่คนเดียว

    ณ โถงรับแขกเรือนคุณเจ้าพระกรมท่าซ้ายในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกำลังปรึกษาหารือกันเรื่องฤกษ์ยามหมื่นอินทระและแม่หญิงแพรไหมก็เดินเข้ามาหาเพื่อยุติเรื่องการแต่งงาน“พ่อท่านแม่ท่านขอรับ!!”“มีกระไรรึพ่ออิน”เจ้าพระยาโกมลเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยที่บุตรชายของเขาพูดแทรกขึ้นมา“คือว่า..คือกระผมกับแม่แพรไหมจะไม่แต่งงานกันขอรับ”“ว่ากระไรนะ!!!” เจ้าพระยาโกมลเอ่ยดังขึ้น“เหตุใดพ่ออินถึงจะไม่แต่งงานกับแม่แพรไหมรึบุตรีของฉันไม่ดีพอรึ?” เจ้าพระยากรมท่าซ้ายเอ่ยขึ้น“มิใช่ขอรับแม่แพรไหมแสนดีเพียงแต่เราสองคนมีความ เห็นตรงกันว่ามิควรแต่งงานกัน” หมื่นอินทระบอกออกมาด้วยน้ำ เสียงที่หนักแน่น“จริงรึแม่แพรไหม?” เจ้าพระยากรมท่าซ้ายหันไปถามบุตรีของตนเอง“จริงเจ้าค่ะพ่อท่านลูกมิได้รักคุณพี่อินฉันท์ชู้สาวหากแต่รักและเคารพดุจดั่งพี่ชาย” แม่หญิงแพรไหมบอกออกมา“อีกทั้งลูกมีคนในใจอยู่แล้วเจ้าค่ะส่วนคุณพี่อินก็มีคนในใจเช่นกันอย่างไรพ่อท่าน ลุงท่าน ป้าท่าน โปรดยกเลิกงานแต่งของพวกเราด้วยเถิดนะเจ้าคะ”“ใช่ขอรับ..แม่ท่านเองก็รู้ว่าลูกมีใจให้กับผู้ใด”หมื่นอินทระเอ่ยออกมาและมองมาที่ใบหน้าของคุณหญิงเพียรด้วย

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 16 ต้องเลือก

    ณ เรือนดอกแก้วปี พ.ศ.๒๓๕๔…เช้าวันรุ่งขึ้นหมื่นอินทระและปุณภัทรเดินออกมาจากหอนอนเดินตรงไปยังโถงของกลางเรือนเพื่อจะไปนั่งทานอาหารร่วม กันกับเจ้าพระยาโกมลและคุณเพียรในระหว่างที่กำลังนั่งทานอาหารคุณหญิงเพียรก็จับจ้องมองพวกเขาทั้งสองอย่างไม่ลดละสายตาจนแน่ใจแล้วจึงเอ่ยพูดเรื่องการแต่งงานกับแม่หญิงแพรไหมขึ้นมา“คุณพี่เจ้าค่ะอิฉันว่าพวกเราควรไปคุยเรื่องงานแต่งของพ่ออินและแม่แพรไหมกับคุณพระกรมท่าซ้ายเสียทีดีรึไม่เจ้าคะ”มือของปุณภัทรที่กำลังตักข้าวเข้าปากต้องหยุดชะงัก ช้อนโลหะหลุดจากนิ้วกระทบกับถ้วยเสียงดังเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม“เป็นกระไรรึพ่อปุณตกใจกระไรเล่า?”ปุณภัทรมองหน้าคุณหญิงเพียรด้วยใบหน้าที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าคุณหญิงเพียรจะเอ่ยเรื่องการแต่งงานของหมื่นอินทระกับ แม่หญิงแพรไหมขึ้นมากลางวงข้าว“มะ!!..ไม่มีอะไรขอรับ” ปุณภัทรตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพยายามกลั้นความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดเอาไว้มือยังคงเกร็งอยู่“กระนั้นดอกรึฉันก็นึกว่าพ่อปุณหวงที่พ่ออินจะแต่งงานกับแม่แพรไหมเสียอีก” คุณหญิงเพียรมองหน้าของปุณภัทรก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดูจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่เพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status