Home / วาย / พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา / บทที่ 3 พบเจอครั้งแรก

Share

บทที่ 3 พบเจอครั้งแรก

last update publish date: 2026-07-08 14:38:06

ณ เรือนไทยหลังใหญ่

ปุณภัทรไม่คุ้นชินกับภาพตรงหน้าที่กำลังได้พบเจอนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วทำไมเรือนไทยในตอนนี้ถึงได้กลายเป็นเรือนไทยที่เขานั้นฝันถึงมาตลอดได้ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานที่นี่ยังเป็นบ้านคุณย่าเพื่อนสนิทของเขาอยู่เลยแต่เพราะอะไรกันวันนี้ถึงได้มีผู้คนมากมายและยังแต่งกายด้วยชุดโบราณอยู่รายล้อมจนเต็มไปหมดภายในเรือนไทยแห่งนี้หรือว่าเขากำลังฝันอยู่รึไง

ปุณภัทรใช้มือหยิกมาที่แก้มของตัวเองอย่างสุดแรงจนรู้สึกเจ็บชาที่ใบหน้าไปหมด

“โอ๊ย!!..ไม่ใช่ความฝันนี่หว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?”

ในขณะที่ปุณภัทรกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้นสายตาของเขาก็หันไปเห็นหมื่นอินทระที่กำลังเดินกลับมาจากหอ กลางของเรือนเพื่อที่จะผลัดเปลี่ยนผ้าเพื่อจะไปตรวจสอบสินค้าที่จะขึ้นเทียบท่ากลางตลาดท้ายวังในวันนี้กับเจ้า พระยาโกมลซึ่งเป็นบิดาของหมื่นอินทระนั่นเอง

เมื่อปุณภัทรได้ยินเสียงฝีเท้าของหมื่นอินทระที่กำลังเดินมาทางนี้เขาจึงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อหาที่ซ่อนและที่ ๆ เขาจะซ่อนได้ก็มีแค่เพียงซอกข้างเตียงนอนเท่านั้นเอง

.....!!แอด!!.....เสียงประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ.....

หมื่นอินทระเปิดประตูและเดินเข้าไปภายในห้องหอนอนตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้เพื่อผลัดเปลี่ยนหมื่นอินทระถอดเสื้อตัวเดิมออกทำให้เผยเห็นรูปร่างที่กำยำสมกับเป็นชายไทยในสมัยก่อนเมื่อปุณภัทรได้เห็นแบบนั้นเขาก็ตกตะลึงผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้ดูดีไปหมดทั้งหน้าตาและรูปร่างปุณภัทรจ้องมองจนเผลอทำแจกันที่วางอยู่ตรงนั้นหล่นลงมากระแทกที่พื้นจึงทำให้ปุณภัทรตกใจร้องอุทานออกมา

“!!เพล้ง!!” เสียงแจกันตรงโต๊ะหัวเตียงหล่นลงมาที่พื้นในหอนอน

“เฮ้ย!!”

“ผู้ใดกัน?”

“อุ๊บส์!!”

“>_<”

เมื่อได้ยินเสียงแจกันตกแตกหมื่นอินทระจึงเอ่ยถามออก มาแต่ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับเพราะปุณภัทรนั้นตกใจรีบยกมือขึ้นมาปิดที่ปากของตัวเองทันทีหมื่นอินทระพยายามกวาดสายตามองดูไปรอบ ๆ ภายในหอนอนของเขาก่อนจะเดินไปหยิบดาบประจำกายของเขาที่วางอยู่เพื่อมาใช้ป้องกันตัวก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งนึง

“ข้าถามว่านั่นคือผู้ใดกันหากมิยอมเอ่ยวาจาออกมาข้าจักฟันให้ร่างขาดเป็นสองท่อนทีเดียวเชียว”

เมื่อปุณภัทรได้ยินที่หมื่นอินทระพูดจาข่มขู่ออกมาแบบนั้นเขาก็ตกใจกลัวก่อนจะค่อย ๆ ลุกก้าวเดินออกมาหาหมื่นอินทระที่ยืนจังก้าโดยในมือของเขานั้นถือดาบอยู่

“ผะ!!..ผมยอมแล้วครับอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ”

“>_<”

เสียงทุ้มหวานบอกออกมาเมื่อหมื่นอินทระได้ยินและได้เห็นใบหน้าของปุณภัทรในครั้งแรกเหมือนกับว่าเวลานั้นหยุดเดินเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าสวยมีดวงตากลมโตราวกับแม่หญิงแต่ทว่าภายในดวงตากลมโตนั้นกลับแสดงถึงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัดและเมื่อหมื่นอินทระได้จ้องมองดูอย่างพินิจกลับทำให้หมื่นอินทระนั้นรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กหนุ่มคนนี้มากเหลือเกินทั้ง ๆ ที่พึ่งจะได้พบเจอกันเป็นครั้งแรกและเด็กหนุ่มคนนี้ยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูแปลกประหลาดซึ่งไม่เหมือนกับการแต่งกายในยุคสมัยนี้หลังจากจ้องมองอยู่นานหมื่นอินทระก็เอ่ยถามปุณภัทรออกมา

“เอ็งคือผู้ใด? เหตุใดมาอยู่ในหอนอนของข้าได้”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นบุรุษรูปงามในชุดราชปะแตนดวงตาคมกริบและริมฝีปากแดงก่ำเขาคนนี้คือหมื่นอินทระบุรุษในภาพวาดในหนังสือประวัติศาสตร์ของเขาเอง

“เอ่อ..คือว่า..คือผม..”

ปุณภัทรพูดไม่ออกเพราะความกลัวและไม่กล้าที่จะสบตาเมื่อหมื่นอินทระเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังตัวสั่นเทาเขาจึงเดินเข้ามาใกล้และเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

“ว่าอย่างไรเล่าเอ็งเป็นใครกัน?”

เมื่อปุณภัทรเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้และยังถามเขาอย่างด้วยนำเสียงที่จริงจังเป็นครั้งที่สองปุณภัทรจึงตัด สินใจบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายหากเขาโกรธหรือไม่พอใจขึ้นมา

“เอ่อ..ผมชื่อปุณครับ..ผมมาดีนะครับ”

“หากว่าเอ็งมาดีเหตุใดถึงมาอยู่ในหอนอนของข้าได้เล่า?”

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับและก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนนี้ผมนอนอยู่ที่บ้านคุณย่าเพื่อนสนิทของ..”

ปุณภัทรเอ่ยออกมาไม่ทันจบคำจู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของคุณย่าที่บอกกับเขาก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเผลอนอนหลับไป

“หากว่าต้องไปพบเจออะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นสิ่งแรกที่หลานควรจะทำคือต้องมีสติให้มากนะรู้ไหมและหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็จงทำให้ทุกช่วงเวลาที่พบเจอให้มีความสุขเท่านั้นก็เพียงพอ”

และนั่นคือคำพูดที่คุณย่ามณีซึ่งเป็นย่าของไบเบิ้ลเพื่อนสนิทของเขานั้นบอกออกมาแสดงว่าคุณย่ามณีนั้นต้องรู้ว่าตัวเขาอาจจะต้องมาพบเจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นแบบนี้แน่ ๆ ปุณภัทรจึงบ่นออกมาเบา ๆ กับตัวเอง

“นี่มันคือเรื่องจริงหรอวะเนี่ย?”

หมื่นอินทระจ้องมองเด็กหนุ่มคนนี้ที่มีสีหน้ากังวลและกำลังยืนบ่นพึมพำฟังไม่เป็นภาษา

“ตกลงเอ็งเป็นใครกันแน่บอกข้าได้รึยัง”

ปุณภัทรมองดูหมื่นอินทระที่ดูท่าจะเอาจริงหากว่าเขาไม่บอกความจริงตัวเขาอาจจะต้องตายอยู่ที่นี่แน่ ๆ ปุณภัทรจึงบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“คือผมชื่อว่าปุณเป็นนักศึกษาปี ๔ เรียนเอกคณะโบราณ คดีผมมาจากปี พ.ศ.๒๕๖๗ แต่ว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงตัวผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหมื่นอินทระก็จ้องมองมาที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้อีกครั้งก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ลดดาบในมือลงและเก็บเข้าฟักดั่งเดิมหมื่นอินทระเอ่ยถามปุณภัทรออกมา

“เหตุใดเอ็งถึงเอ่ยวาจาแปลก ๆ เอ็งมิใช่คนที่นี่กระนั้นรึ”

“ผมก็บอกคุณไปแล้วไงครับว่าผมมาจากปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ว่าแต่ที่นี่ พ.ศ. อะไรหรือครับ..ผมหมายถึงปีน่ะถ้างั้นเอาอย่างนี้นะครับพระมหากษัตริย์คือใครหรือครับตอนนี้”

“นี่เอ็งไม่รู้กระนั้นรึ”

“นี่มันคือยุคสมัยรัชกาลที่ ๒ จริง ๆ อย่างนั้นเหรอเนี่ย?”

ปุณภัทรเอ่ยออกมาเบา ๆ ถ้าอย่างนั้นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ก็คือ ”หมื่นอินทระ” บุตรชายของเจ้าพระยาโกมลเจ้ากรมท่ากลางจริง ๆ น่ะสิปุณภัทรแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองสักเท่าไหร่ว่าเขานั้นจะได้ข้ามมิติห้วงกาลเวลามายังที่นี่

“ว่าแต่เรือนของเอ็งอยู่แห่งใดกัน”

“เรือนของผม..คุณหมายถึงบ้านน่ะเหรอครับถ้าเป็นในยุคนี้ผมคงไม่มีบ้านหรอกครับ”

ปุณภัทรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือคล้ายกับว่าจะร้องไห้ออกมาเมื่อหมื่นอินทระมองใบหน้าของปุณภัทรที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าก็เห็นว่าคน ๆ นี้กำลังทำหน้าตาเศร้าคล้ายกับจะร้องไห้ออกมาจึงทำให้เขานั้นรู้สึกสงสารจึงเดินขยับเข้ามาหาใกล้อีกนิดจากนั้นหมื่นอินทระก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาใสที่คลออยู่ปลายหางดวงตากลมโตของปุณภัทร

ในจังหวะนั้นเองปุณภัทรที่กำลังเศร้าแทบหยุดหายใจเมื่อดวงตาของเขาได้สบกับดวงตาคมคายที่ดำสนิทของหมื่นอินทระ ความรู้สึกแปลก ๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจปุณภัทรรู้สึกเหมือนดั่งถูกมนต์สะกดเอาไว้ความสง่างามและความมีเสน่ห์ของหมื่นอินทระทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกจนทำให้ปุณภัทรนั้นต้องขยับออกห่างและรีบเบือนสายตาหันหนีมองไปทางอื่นแทนไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าตอนนี้เขานั้นกำลังสับสนรึเปล่าแต่เมื่อจ้องมองใบหน้าของหมื่นอินทระอย่างพิจารณาแล้วถือว่าเขาเป็นคนที่ดูดีจนทำให้ปุณภัทรนั้นรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

“บ้าไปแล้วแน่ ๆ ทำไมเราต้องรู้สึกใจเต้นแรงด้วยวะเนี่ย”

ปุณภัทรบ่นออกมาพร้อมกับยกมือมาจับที่หน้าอกที่กำลังรู้สึกหวั่นไหวและตอนนี้ใบหน้าของเขาก็ยังรู้สึกร้อนผ่าวอีกด้วยไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้นหรอกที่รู้สึกใจเต้นแรงแต่หมื่นอินทระเองก็รู้สึกใจเต้นแรงเช่นกันทั้ง ๆ ที่พึ่งจะเคยได้พบเจอเด็กหนุ่มคนนี้เพียงครั้งแรกแต่ทว่าหมื่นอินทระนั้นกลับรู้สึกเหมือนรู้จักคนตรงหน้ามานานแสนนาน

“เอ่อ..เอ็งเป็นกระไรรึไม่”

หมื่นอินทระเอ่ยถามออกมาพร้อมกับยื่นใบหน้าขยับเข้ามาจ้องมองใบหน้าของปุณภัทรที่กำลังเขินอาย

“ปะ...เปล่า!!..ผมแค่รู้สึกร้อน ๆ น่ะครับ”

“ตกลงเอ็งไม่มีเรือนอยู่ใช่รึไม่”

“อืม..เอ้ย!!..ใช่ครับผมไม่มีเรือนอยู่หรอก”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นเอ็งก็จักอยู่ที่นี่เถิดหนาเดี๋ยวข้าจักให้ไอ้กล้าไปเตรียมหอนอนข้าง ๆ นี้ไว้ให้”

“คุณพูเจริงรึครับ..ขอบคุณนะครับ”

ปุณภัทรจ้องมองมาที่ใบหน้าของหมื่นอินทระด้วยแววตาที่ดีใจก่อนที่ปุณภัทรจะยื่นมือของเขามาจับมือของหมื่นอินทระและส่งรอยยิ้มออกมาให้กับเขาเมื่อหมื่นอินทระได้เห็นรอยยิ้มของปุณภัทรก็ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นอยู่ภายในใจ

“อะ..เอ็ง..จะทำกระไรชายชาตรีที่ไหนเขาจับมือกันเล่าหนา”

“เอ่อ..ผมขอโทษครับพอดีผมดีใจจนลืมตัวไปหน่อย”

ปุณภัทรแอบสังเกตุเห็นว่าใบหน้าของหมื่นอินทระนั้นมีสีแดงระเรื่ออาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกเขินเหมือนกันกับเขาแน่ ๆ เลยตอนนี้ใบหูของหมื่นอินทระก็เริ่มแดงไปด้วยปุณภัทรอมยิ้มและพูดออกมาเบา ๆ กับตัวเอง

“ทำไมเขินน่ารักจัง..เฮ้ยไม่ใช่สิ!!..”

ปุณภัทรตั้งสติและมองมาที่ใบหน้าของหมื่นอินทระอีกครั้งแต่ว่าก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละเขาคิดในใจ

“อย่างไรตอนนี้เอ็งก็อยู่ในหอนอนของข้าไปก่อนประเดี๋ยวข้าจักไปบอกให้ไอ้กล้าจัดหอนอนให้กับเอ็งเข้าใจรึไม่”

“คะ..ครับว่าแต่คุณ..?”

ปุณภัทรทำท่าจะเอ่ยชื่อแต่เขาแกล้งว่าทำเป็นจำชื่อของหมื่นอินทระไม่ได้เมื่อคนตรงหน้าจ้องมองมาใบหน้าของเขาก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาอีกครั้ง

“อินข้าชื่อว่าอินรึเอ็งจักเรียกข้าคุณพี่อินก็ได้เพราะแลดูข้าน่าจักแก่กว่าเอ็งเสียกระมั้งพ่อปุณ”

“คุณพี่อิน..เอ๊ะ!..เมื่อกี้เรียกผมว่าอะไรนะครับ”

“ก็เรียกว่าพ่อปุณไงเอ็งทำท่างงกระไรรึ”

“เอ่อ..คือว่ามันไม่คุ้นน่ะครับคุณเรียกผมว่าปุณก็ได้นะครับไม่ต้องมีคำว่าพ่อปุณหรอก”

“ข้าเรียกเอ็งว่าพ่อปุณน่ะดีแล้วส่วนพ่อปุณเองก็เรียกข้าว่าคุณพี่อินเถิดหนา”

ปุณภัทรมองใบหน้าของหมื่นอินทระก่อนจะยิ้มออกมาให้กับชายหนุ่มโบราณคนนี้หากว่าเขาไปเกิดอยู่ในยุคที่ปุณภัทรนั้นจากมาคงจะจีบสาว ๆ เก่งไม่แพ้พวกเพื่อนสนิทของเขาอย่างแน่นอนเพราะนี่ขนาดตัวเขาเองเมื่อได้ฟังแค่คำพูดที่แสนธรรมดายังดูคล้ายกับว่าชายคนนี้เหมือนกำลังจีบเขาอยู่เลย

“ครับ”

“ถ้าอย่างไรเดี๋ยวข้าจักไปท่าเรือตลาดท้ายวังกับพ่อท่านก่อนพ่อปุณอยู่ในหอนอนนี้ก็อย่าเที่ยวไปเดินซุกซนที่ใดเล่าหนา”

“ครับผมเข้าใจแล้ว”

เมื่อพูดกำชับปุณภัทรเสร็จเรียบร้อยหมื่นอินทระก็เดินออก มาจากหอนอนเขาสั่งให้ไอ้กล้าบ่าวคนสนิทไปจัดหอนอนใหม่ซึ่งอยู่ข้าง ๆ หอนอนของเขาจนไอ้กล้านึกแปลกใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง

“คุณหมื่นท่านให้กระผมจัดหอนอนข้าง ๆ ให้กับผู้ใดรึขอรับ?”

“ข้าสั่งให้จัดเอ็งก็จัดไปเถิดหนาเอ็งจักมาถามข้าเพื่อกระไร

รึไอ้กล้า”

“ขอรับ..รึว่าคุณหมื่นท่านจักแอบพาเมียขึ้นมาอยู่บนเรือนนี้วะ”

“ไอ้กล้า!!”

หมื่นอินทระเอ่ยออกมาเมื่อได้ยินเสียงบ่นงุบงิบของไอ้กล้าบ่าวคนสนิทของตน

“ขอรับ..จัดขอรับ”

ไอ้กล้าเอ่ยขานรับออกมาก่อนจะเดินไปจัดหอนอนตามคำสั่งของหมื่นอินทระ

เมื่อหมื่นอินทระสั่งบ่าวรับใช้คนสนิทเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินไปยังหอกลางเพื่อไปหาพ่อท่านของเขาที่นั่งรออยู่เพื่อเตรียมตัวลงเรือและเดินทางไปยังตลาดท้ายวังเพื่อไปตรวจนับสินค้าที่กำลังจะขึ้นฝั่งในวันนี้

ปุณภัทรที่นั่งรออยู่ภายในห้องเขานั่งคิดจนปวดหัวก็ยังนึกไม่ออกว่าเพราะอะไรเขาถึงได้มาโผล่อยู่ในยุคนี้ได้มันต้องมีตัวสื่ออะไรสักอย่างชักนำพาเขามาสิว่าแต่มันคืออะไรกันแน่ตัวปุณภัทรเองยังคิดไม่ออกเลย

“ต้องหาให้เจอถ้าหากมันทำให้เรามาที่ยุคนี้ได้มันก็ต้องพาเรากลับไปยังยุคที่เรามาได้เช่นกันสิวะ”

“แต่มันคืออะไรกันแน่?”

ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ปุณภัทรนั้นคิดไม่ออกเขาเดินมาดูรอบ ๆ ภายในห้องเพื่อหาทางกลับบ้านแต่ก็ไร้วี่แววดูท่าเขาคงอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปสักพักนึงเลย

“แบงค์..ไบเบิ้ล..ฉันคิดถึงพวกแกจังว่ะ”

ปุณภัทรบอกออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหวังว่าเขาจะได้กลับไปหาพวกเพื่อน ๆ ของเขาบ้างอย่างน้อย ๆ บอกลาสักนิดก็คงยังดี

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   ตอนพิเศษ

    ณ บ้านของปุณภัทร…หลังคาสีขาวสะอาดตาตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านใบไม้ลงมาแตะต้องพื้นไม้ไผ่สีน้ำตาลอ่อนที่ปูอยู่รอบ ๆ บ้านกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมาตามสายลมบรรยากาศอบอุ่นและสงบราวกับภาพวาดปุณภัทรพาหมื่นอินทระมาที่บ้านของเขาเพื่อพบเจอกับแขไขแม่ของตัวเองพวกเขาทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้านหมื่นอินทระในชุดปัจจุบันซึ่งดูดีขับกับใบหน้าที่คมคายดึงดูดสายตาใน ขณะที่ทั้งคู่ยืนจ้องมองกันและกันด้วยความรักและความเข้าใจแขไขก็ถือถาดขนมมาวางที่โต๊ะนั่งเล่นในสวน“แม่ครับ…นี่คือหมื่นอินทระคนรักของผม” ปุณภัทรแนะ นำน้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นแขไขผู้เป็นแม่นั่งลงที่เก้าอี้สีขาวในสวนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มนัยน์ตาฉายแววความอบอุ่นและยินดี“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ” แขไขกล่าว “แม่ได้ยินเรื่องราวของคุณฉันดีใจที่ลูกชายของฉันเจอคนที่ดีต้องขอบใจอินมากนะที่ดูแลลูกชายของแม่” แขไขพูดขึ้นด้วย น้ำเสียงอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรัก “มิเป็นไรขอรับที่จริงกระผมต้องขอบพระคุณแม่ท่านที่เลี้ยงดูพ่อปุณมาอย่างดี” หมื่นอินทระบอกคำพูดของเขาแสดงถึงความเคารพและ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 20 หากันจนเจอ (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนต่อมา....หลังจากที่ปุณภัทรกลับมาเรียนได้หนึ่งเดือนสภาพจิตใจของเขาก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในมหาลัยได้เป็นปกติรอยยิ้มบาง ๆ กลับมาปรากฏบนใบหน้าบ่อยครั้งขึ้นแม้ว่าบางครั้งภาพทรงจำความรักระหว่างเขากับหมื่นอินทระจะกลับมาบ้างแต่เขาก็เรียนรู้ที่จะจัดการกับมันได้ดีขึ้นไม่ปล่อยให้ความเศร้าครอบงำจิตใจเหมือนแต่ก่อนยังดีที่มีเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่ด้วยเขาจึงไม่เคว้งคว้างมาก“วันนี้พวกเราจะไปไหนกันดี?” ไบเบิ้ลถามออกมา“ไปร้านข้าวประจำพวกเราไหมล่ะ” แบงค์พูดเสริมขึ้นมา“อืม..แล้วแต่พวกแกทั้งสองคนเลยฉันยังไงก็ได้”“โอเครงั้นร้านเดิม” ไบเบิ้ลสรุปก่อนจะโทรไปจองโต๊ะเอาไว้จบคลาสเรียนปุณภัทร ไบเบิ้ล แบงค์ ก็พากันขับรถยนต์มาที่ร้านอาหารซึ่งเป็นร้านประจำของพวกเขาทั้งสามคนเมื่อมาถึงร้านอาหารปุณภัทรเปิดประตูลงจากรถเตรียมตัวจะก้าวเข้าไปในร้านอาหารพร้อมกับเพื่อน ๆ ในจังหวะนั้นเองประตูร้านเปิดออก ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากอนามัยสีดำเดินสวนมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขาเฉียดกัน“นี่มัน” ปุณภัทรก็ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ซึ่งคล้ายกับกลิ่นดอกแก้วมันหอมเย็นชื่นใจและ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 19 กลับโลกปัจจุบัน

    ณ หอนอน….ปุณภัทรที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองดูตะวันที่ค่อย ๆ ลับฟ้าลงมันช่างดูสวยงามปุณภัทรรู้ดีว่าเวลาของเขาในยุคนี้กำลังจะหมดลงคืนนี้เขาจะต้องกลับไปยังยุคสมัยที่ตัวเองนั้นจากมายุคที่ไม่มีหมื่นอินทระนั้นเขาจะมีความสุขได้จริง ๆ ใช่ไหมปุณภัทรพยายามจดจำภาพความทรงจำต่าง ๆ ระหว่างเขากับหมื่นอินทระให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้“พ่อปุณ!..พ่อปุณ!” เสียงเรียกหวานใสของหมื่นอินทระดังขึ้นแทรกความเงียบสงัดภายในห้องปุณภัทรที่กำลังจดจ้องดวงตะวันถึงกับสะดุ้งตัวเล็กน้อยความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองพลันหยุดชะงักปุณภัทรหันกลับไปมองใบหน้าคมคานของหมื่นอินทระก่อนจะยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยถามออกมา“มีอะไรรึครับทำไมพี่อินถึงเรียกผมเสียงดัง”“พ่อปุณเหม่อลอยคิดกระไรอยู่รึ?” หมื่นอินทระถามออก มาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเดินมาจับมือของปุณภัทรสัมผัสอุ่นนั้นทำให้ปุณภัทรรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกินปุณภัทรเงยหน้ามองหมื่นอินทระดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยภาพตรงหน้าทำให้ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เขาเก็บซ่อนไว้ภายในใจผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“นี่เราจะทิ้งพี่อินไปแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม” ” ปุณภัทรคิดในใจน้ำตาคลอ

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 18 ยอมจากลา

    ณ หอนอนเรือนดอกแก้ว…แสงจันทร์แผ่วเบาสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างทอแสงระยิบระยับบนพื้นไม้ขัดเงาในค่ำคืนที่เงียบสงบราวกับโลกหยุดหมุนปุณภัทรหนุ่มนอนอยู่ในอ้อมแขนของหมื่นอินทระที่กำลังหลับสนิทดวงตาของปุณภัทรจ้องมองใบหน้าหลับใหลของคนรักด้วยความเจ็บปวดรอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนริมฝีปากแต่ดวงตาบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ที่แสนสาหัสเขาตัดสินใจแล้วการจากไปคือทางออกเดียวที่เขาจะทำได้แม้ว่าหัวใจจะปวดร้าวสักเพียงไหนเพื่อความสุขของหมื่นอินทระเขายอมเสียสละได้ทุกสิ่ง“ขอโทษนะครับที่ผมต้องทำแบบนี้” เขาพึมพำเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้มเขาพยายามกลั้นไม่ให้เสียงสะอื้นนั้นดังออกมา ปุณภัทรลูบไล้เส้นผมนุ่มของหมื่นอินทระอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่น ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทุกอย่างทำให้เขาเจ็บปวดแต่เขากลั้นน้ำตาไว้เขาไม่อยากรบกวนการนอนหลับของคนรักเขาอยากให้หมื่นอินทระจดจำภาพความรักของพวกเขาก่อนที่จะจากไปในคืนนั้นปุณภัทรนอนไม่หลับจนตะวันขึ้นรุ่งเช้าเขาลุกตื่นและเดินออกจากหอนอนไปยังโถงกลางของเรือนดอกแก้วซึ่งเห็นว่าเจ้าพระยาโกมลกับคุณเพียรนั้นนั่งปรึกษาหารือเรื่องของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ปุณภัทรทรุดตัวลงคลาน

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 17 แค่คนเดียว

    ณ โถงรับแขกเรือนคุณเจ้าพระกรมท่าซ้ายในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกำลังปรึกษาหารือกันเรื่องฤกษ์ยามหมื่นอินทระและแม่หญิงแพรไหมก็เดินเข้ามาหาเพื่อยุติเรื่องการแต่งงาน“พ่อท่านแม่ท่านขอรับ!!”“มีกระไรรึพ่ออิน”เจ้าพระยาโกมลเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยที่บุตรชายของเขาพูดแทรกขึ้นมา“คือว่า..คือกระผมกับแม่แพรไหมจะไม่แต่งงานกันขอรับ”“ว่ากระไรนะ!!!” เจ้าพระยาโกมลเอ่ยดังขึ้น“เหตุใดพ่ออินถึงจะไม่แต่งงานกับแม่แพรไหมรึบุตรีของฉันไม่ดีพอรึ?” เจ้าพระยากรมท่าซ้ายเอ่ยขึ้น“มิใช่ขอรับแม่แพรไหมแสนดีเพียงแต่เราสองคนมีความ เห็นตรงกันว่ามิควรแต่งงานกัน” หมื่นอินทระบอกออกมาด้วยน้ำ เสียงที่หนักแน่น“จริงรึแม่แพรไหม?” เจ้าพระยากรมท่าซ้ายหันไปถามบุตรีของตนเอง“จริงเจ้าค่ะพ่อท่านลูกมิได้รักคุณพี่อินฉันท์ชู้สาวหากแต่รักและเคารพดุจดั่งพี่ชาย” แม่หญิงแพรไหมบอกออกมา“อีกทั้งลูกมีคนในใจอยู่แล้วเจ้าค่ะส่วนคุณพี่อินก็มีคนในใจเช่นกันอย่างไรพ่อท่าน ลุงท่าน ป้าท่าน โปรดยกเลิกงานแต่งของพวกเราด้วยเถิดนะเจ้าคะ”“ใช่ขอรับ..แม่ท่านเองก็รู้ว่าลูกมีใจให้กับผู้ใด”หมื่นอินทระเอ่ยออกมาและมองมาที่ใบหน้าของคุณหญิงเพียรด้วย

  • พรหมลิขิตรักข้ามห้วงกาลเวลา   บทที่ 16 ต้องเลือก

    ณ เรือนดอกแก้วปี พ.ศ.๒๓๕๔…เช้าวันรุ่งขึ้นหมื่นอินทระและปุณภัทรเดินออกมาจากหอนอนเดินตรงไปยังโถงของกลางเรือนเพื่อจะไปนั่งทานอาหารร่วม กันกับเจ้าพระยาโกมลและคุณเพียรในระหว่างที่กำลังนั่งทานอาหารคุณหญิงเพียรก็จับจ้องมองพวกเขาทั้งสองอย่างไม่ลดละสายตาจนแน่ใจแล้วจึงเอ่ยพูดเรื่องการแต่งงานกับแม่หญิงแพรไหมขึ้นมา“คุณพี่เจ้าค่ะอิฉันว่าพวกเราควรไปคุยเรื่องงานแต่งของพ่ออินและแม่แพรไหมกับคุณพระกรมท่าซ้ายเสียทีดีรึไม่เจ้าคะ”มือของปุณภัทรที่กำลังตักข้าวเข้าปากต้องหยุดชะงัก ช้อนโลหะหลุดจากนิ้วกระทบกับถ้วยเสียงดังเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม“เป็นกระไรรึพ่อปุณตกใจกระไรเล่า?”ปุณภัทรมองหน้าคุณหญิงเพียรด้วยใบหน้าที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าคุณหญิงเพียรจะเอ่ยเรื่องการแต่งงานของหมื่นอินทระกับ แม่หญิงแพรไหมขึ้นมากลางวงข้าว“มะ!!..ไม่มีอะไรขอรับ” ปุณภัทรตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพยายามกลั้นความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดเอาไว้มือยังคงเกร็งอยู่“กระนั้นดอกรึฉันก็นึกว่าพ่อปุณหวงที่พ่ออินจะแต่งงานกับแม่แพรไหมเสียอีก” คุณหญิงเพียรมองหน้าของปุณภัทรก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดูจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่เพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status