LOGINทางด้านชินอ๋องเฉินอี้หานที่รีบขับไล่ไป๋อวี้ออกไปจากตำหนักส่วนตัวแห่งนี้ได้ก็โล่งใจเพราะห่วงใยว่านางอาจถูกพิษของธูปราคะเล่นงานเอาได้ พอนางจากไปแล้ว เขาจึงใช้นกหวีดที่มีเฉพาะตนเองกับองครักษ์ขึ้นเป่าเพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่ทันที่หลิ่วจื่ออิงจะทันได้ขยับกายเข้าไปนัวเนียกับบุรุษที่นางหมายตามานาน องครักษ์ทั้งสองของชินอ๋องเฉินอี้หานก็พลันปรากฏกายออกมาเสียแล้ว
“นายท่านเกิดอันใดขึ้น”
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าดุดันเอ่ยถามผู้เป็นนายพร้อมกับตรงเข้าไปประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นจากท่านอนหมดสภาพสิ้นกระบวนท่าบนตั่งนอนเล่นทันที ส่วนอีกคนที่รูปร่างผอมกว่าก็ตรงไปควบคุมสตรีที่สภาพเกือบเปลือยพาแยกออกไปอีกห้องทันที
“ไปเอายาถอนพิษมา ข้าถูกวางยาในกาน้ำชาประจำ เห็นทีตำหนักชินอ๋องนี้คงต้องเก็บกวาดครั้งใหญ่แล้วกระมัง”
องครักษ์ข้างกายของชินอ๋องหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีถึงกับตกใจจนแทบปล่อยให้ผู้เป็นนายท่านของตนเองลงไปนอนกองกับพื้นเสียแล้ว
“ระวังหน่อยสิ !” เฉินอี้หานตวาดออกไปแต่เสียงก็ชักจะแผ่วเบาลงไปหลายส่วนไม่ดุดันเด็ดขาดเช่นเดิม
“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะนายท่าน”
องครักษ์ผิวเข้มตัวโตประคองร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นนายนั่งเรียบร้อยก็คุกเข่าหนึ่งข้างขออภัยทันที เฉินอี้หานรีบโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายไปจัดการนำเอาเม็ดยาถอนพิษในห้องลับของเขาออกมา พร้อมเอ่ยสั่งการไปอีกว่าให้คนที่วางใจเตรียมน้ำมาให้เขาแช่ก่อน เนื่องจากรู้สึกว่าพิษของยาปลุกกำหนัดเขาจะควบคุมไม่ไหวแล้ว องครักษ์คู่ใจจึงวิ่งวุ่นเรียกหาของที่ผู้เป็นนายต้องการอย่างรีบเร่ง
“ยาถอนพิษมาแล้วพ่ะย่ะค่ะชินอ๋อง”
อู๋เสียน องครักษ์คู่ใจของชินอ๋องเฉินอี้หาน คนที่มีใบหน้าดุดันและผิวสีเข้มกลับมาพร้อมยาถอนพิษ โดยมีองครักษ์ จินเค่อ คนสนิทอีกคนของเฉินอี้หานควบคุมกำลังองครักษ์กว่าสามร้อยชีวิตไปกวาดต้อนคนงาน นางกำนัล ขันที แม้แต่ทาส มาค้นหาคนที่เป็นของสกุลหลิ่วและคุณหนูสามหลิ่วโดยไม่ต้องรอให้ชินอ๋องต้องออกไปจัดการด้วยตนเอง
เพราะขณะนี้เฉินอี้หานนั้นย้ายมาอีกห้องและกำลังแช่กายอยู่ในถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง พออู๋เสียนรีบร้อนมอบเม็ดยาให้เขาก็รีบรับมาส่งเม็ดยาเข้าปาก และกลืนมันลงไปทันที ใบหน้าและเนื้อตัวของชินอ๋องเฉินอี้หานบัดนี้แดงก่ำ ยากจะคาดเดาได้ว่าเขาโกรธแค้นสตรีเช่นหลิ่วจื่ออิงจนแทบบ้า หรือแดงก่ำเพราะฤทธิ์ร้ายของยาปลุกกำหนัด
คงมีเพียงแต่ตัวของเขาเองที่รู้แจ้งว่าบัดนี้เขาทั้งโกรธแค้นและทรมานจากฤทธิ์ยาของนางปีศาจจิ้งจอกหลิ่วจื่ออิง โกรธแค้นจนแทบจะแยกร่างของนางเลยทีเดียว แต่จะโทษผู้ใดได้ ล้วนเป็นเขาที่โง่เขลามองคนไม่เด็ดขาดเอง แต่ก็เพราะตลอดมานั้นหลิ่วจื่ออิงวางตัวเป็นสหายที่ดีของไป๋อวี้มาตลอดมิใช่หรือ ขนาดสตรีด้วยกันยังแยกไม่ออก แล้วบุรุษที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดสตรียกเว้นมารดาเช่นเขาจะมองจุดประสงค์แอบแฝงของนางออกได้อย่างไร จึงไม่ได้ตรวจสอบนางให้ดีภัยจึงมาถึงตัวให้ต้องลำบากเช่นนี้ คิดแล้วก็ชักจะร้อนใจ ไม่รู้ว่าป่านนี้ไป๋อวี้จะเข้าใจเขาผิดไปไกลเพียงใดแล้วกันแน่
ถึงนับตั้งแต่แต่งงานกับไป๋อวี้มาครึ่งปีเขาจะรับสตรีเข้ามาภายในตำหนักไม่เว้นราตรี แต่ใครเล่าจะล่วงรู้ บุรุษที่ร่วมหลับนอนกับสตรีเหล่านั้นแท้จริงไม่ใช่เขา แต่เป็นบุรุษอื่น และตลอดมาครึ่งปีเขาก็ไม่เคยนอนที่ตำหนักนี้ มีเพียงวันนี้ที่เขาพลาด ถูกหลิ่วจื่ออิงวางยา จนไป๋อวี้มาพบเห็นเข้า ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโหนัก !
ทั้งที่ตั้งใจจะเปิดใจให้กับนางแล้วแท้ ๆ แต่กลับถูกสตรีแพศยาทำเสียเรื่อง คราวนี้ดูแล้วไป๋อวี้จะโกรธมากเสียด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งเคียดแค้นทั้งตนเองและหลิ่วจื่ออิงจริง ๆ
ขณะที่รอให้ยาถอนพิษทำงานอยู่นั้น เฉินอี้หานก็นึกไปถึงอดีตของเขากับไป๋อวี้ แรกเริ่มที่รู้ว่ามารดาซึ่งขณะนั้นยังเป็นฮองเฮาส่วนเขาก็ยังเป็นแค่องค์ชายหก บีบคั้นสตรีที่เขารักให้ไปแต่งงานกับพี่ชายต่างมารดา แล้วจัดการหมั้นหมายเด็กสาวที่อายุแค่สิบสามปีเช่นคุณหนูสามไป๋ เขาก็โกรธจัด แต่โกรธมารดาเขาจะทำอันใดได้ จึงเอาความโกรธแค้นทั้งหมดไปลงที่ไป๋อวี้
ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือรังแกกลับพบว่าที่มารดาของเขาทำเช่นนั้นก็เพราะสตรีที่เขารักแท้จริงนางกลับเป็นคนของพี่ชายต่างมารดาหรือองค์ชายสามที่คิดจะชิงราชบัลลังก์ ซึ่งกว่าเขาจะล่วงรู้บิดาของเขาก็จับกุมและประหารทั้งองค์ชายรองกับพรรคพวกไปจนสิ้นแล้ว ส่วนองค์ชายรองพี่ชายต่างมารดาอีกคนถึงไร้หลักฐานว่ามีส่วนรู้เห็นกับการคิดก่อกบฏสังหารบิดาผู้เป็นฮ่องเต้และไท่จื่อก็จริง แต่เพื่อตัดปัญหา จึงมอบฐานะฉีอ๋องส่งไปปกครองอยู่ที่เป่ยฉีเสีย
หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีต่อมา อดีตฮ่องเต้ที่บาดเจ็บหนักจากสงครามกับแคว้นฉ่งจิ้งคิดก่อกบฏในคราวท่านตาขององค์ชายสามสมคบคิดกับอ๋องจิ้งและเผ่านอกด่านคิดจะแบ่งแยกดินแดนที่ยืดเยื้อมาหลายปีก็สิ้นพระชนม์ เขาต้องรับตำแหน่งชินอ๋อง ส่วนพี่ชายหรือก็คือองค์ไท่จื่อเองก็ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ช่วงนั้นวุ่นวายยิ่งนัก
เพราะต้องตามเก็บกวาดและปราบปรามกบฏที่ยังเหลือรอด ไหนจะยังต้องคอยกำราบขุนนางคิดไม่ซื่อให้รากฐานราชบัลลังก์ของฮ่องเต้มั่นคง จนลืมเลือนเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเขากับไป๋อวี้ไปจนสิ้น จนผ่านไปอีกหนึ่งปี แผ่นดินกลับมาสงบถึงจะไม่ทั้งหมดแต่ก็นับว่าพอจะหายใจสะดวก มารดาของเขาที่กลายเป็นไทเฮา จึงเอ่ยย้ำเตือนกับฮ่องเต้ว่าสมควรชดเชยให้สกุลไป๋ได้แล้ว
ชีวิตคู่ของไป๋อวี้และเฉินอี้หานหลังจากที่ปรับความเข้าใจกันอย่างแท้จริง บัดนี้ก็ผ่านมาเจ็ดปีแล้ว บุตรชายคนแรกของพวกเขาคลอดออกมาเมื่อสองปีแรกหลังร่วมหอ เพราะเฉินอี้หานนั้นอยากใช้ชีวิตคู่เพียงสองคนให้นานสักหน่อย แต่ที่ใช้เวลาเพียงสองปีเพราะเฝิงไทเฮาขอร้อง เนื่องจากทั้งสองแต่งงานหากนับแต่แรกเริ่มก็นานถึงแปดปีแล้วไม่มีบุตร ขุนนางย่อมมองว่าไป๋อวี้บกพร่อง“เหตุใดเอาแต่โทษสตรี เหตุใดไม่โทษว่าบุรุษเช่นข้าไม่เอาไหน ไร้ความสามารถทำให้อิงเจาตั้งครรภ์มีบุตรได้ ช่างพูดจาเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว”นี่คือคำที่เฉินอี้หานถึงกับเอาไปประกาศในท้องพระโรงหลังพวกขุนนางผู้เฒ่าเต่าล้าหลังเอาแต่กราบทูลต่อฝ่าบาทให้ชินอ๋องรับพระชายารอง แต่ถึงจะด่ากราดไปเช่นนั้น สุดท้ายเพราะทนให้ใครมาแอบนินทาลับหลังว่าไป๋อวี้เป็นสตรีไม่เอาไหน ตั้งครรภ์ไม่ได้ ในปีนั้นเฉินอี้หานก็ยินยอมให้พระชายารักหยุดดื่มยาห้ามครรภ์ จนอีกเก้าเดือนต่อมาตำหนักชินอ๋องก็ได้ซื่อจื่อน้อยมาหนึ่งพระองค์“เฉินไป๋อี้”คือนามของบุตรชายคนแรกของทั้งสอง ซึ่งนามนี้ก็เป็นเฉินอี้หานที่ตั้งใจเลือก เพราะเขาบอกกับไป๋อวี้ว่าลูกคนแรกและเป็นชายก็ใช้แซ่ของบิดาแล้วตามด้วยนามของม
กลิ่นหอมหวานจากเรือนกายของพระชายารักช่างหวานล้ำเลิศ เฉินอี้หานหาได้กล่าวแอบอ้างเกินจริง เขาห่อลิ้นจ้วงแทงเข้าไปในร่องรักของไป๋อวี้ถี่ระรัว ปลายลิ้นแกร่งนั้นร้ายกาจเหลือเกิน เขาวนเวียนดื่มกินน้ำหวานอย่างมูมมามจนบังเกิดเสียงลามก ก่อนจะดึงปลายลิ้นขึ้นมาบดขยี้ติ่งเนื้อสีหวานด้านบน ส่งปลายนิ้วกลางลงไปทักทายเบิกทางเอาไว้เพื่อเตรียมให้นางนั้นพร้อมจะรองรับตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่านิ้วหลายเท่า จากหนึ่งเป็นสอง จ้วงแทงจากเนิบช้าเพิ่มเป็นเร็วรี่“อื้อ ! พี่ฮ่าวอิงเจาไม่ไหว เสียวไม่ไหวแล้วจริง ๆ อ้า !!!”ยิ่งได้ยินคนตัวน้อยกรีดร้องเช่นนั้นเฉินอี้หานก็ยิ่งเร่งทั้งปลายนิ้วและปลายลิ้น ตั้งใจส่งพระชายารักไปท่องเที่ยวยังดินแดนสุขาวดีก่อนเป็นครั้งแรก ไม่นานไป๋อวี้ก็กรีดร้องสะบัดหน้าส่ายไปมาอยู่บนที่นอน ร่างกายเล็กเกร็งกระตุก ปลดปล่อยน้ำหวานออกมามากมาย คนตัวโตด้านบนรีบปลดอาภรณ์ของตนเองว่องไวแล้วจับลำเอ็นที่แข็งขันจนแทบระเบิดขยับสาวอยู่ไม่กี่ครั้งก็กดส่วนปลายหัวหยักลงไปบนร่องรักที่มีน้ำหวานเอ่อล้นอยู่ เขาขยับถูไถลากขึ้นลงเป็นจังหวะ ไป๋อวี้ที่เพิ่งจะเสร็จสมกลับยังถูกแท่งรักร้อนบดขยี้ถูไถก็ไปถึงจุดหมายซ้ำ ร่างเ
พอคิดได้ดังนั้นเฉินอี้หานก็ลุกพรวดพราด ติดตามพระชายาของตนเองเข้าไปภายในห้องชั้นในทันที แล้วภาพที่ไป๋อวี้ก้าวออกมาจากหลังฉากเปลี่ยนอาภรณ์ด้วยชุดคลุมตัวยาวสีแดงตลอดร่างก็ทำเอาเฉินอี้หานต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายอึกร่างอรชรชะงักเล็กน้อย แล้วนางก็ก้าวตรงไปยังเตียงนอน นางนั่งลงจากนั้นจึงนำพัดเล่มหนึ่งที่คุ้นตานักเพราะมันคือพัดในวันแต่งงานของพวกเขายกขึ้นมาปิดบังใบหน้า เป็นการบอกด้วยภาษากายว่านางต้องการสิ่งใดไป๋อวี้เองก็เตรียมตัวจะชดเชยค่ำคืนเข้าหอมาสักพักหนึ่งแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้นางเองก็มีงานรัดตัว ไหนจะช่วยงานแต่งงานของเหมี่ยวจ้วงและอู๋เสียน ไหนจะเป็นเรื่องที่นางเตรียมจะสอบเข้าไปเป็นท่านอาจารย์ในสำนักศึกษาแพทย์หลวงอีก เพราะคิดว่าการได้ออกไปท่องเที่ยวรักษาผู้คนที่เจียงหนานมากพอจะนำมาเป็นประสบการณ์สั่งสอนศิษย์มากมาย ส่งต่อความรู้ให้คนที่มีความฝันเช่นนางในอดีต นี่ก็เป็นเป้าหมายใหม่ในชีวิตของนางเช่นกัน แค่นางตั้งใจรอให้สอบผ่านด้วยความสามารถของตนเองแล้วจึงค่อยบอกกับเฉินอี้หานเท่านั้นเฉินอี้หานก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของไป๋อวี้ จากนั้นจึงหยิบพัดของนางออกไปวางเอาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง แล้วจึงฉุดดึงร่
“ท่านดูไม่เคยมีความสุขอย่างจริงใจสักครั้ง มีสิ่งใดท่านก็พูดมาเถอะ หรือว่าท่านไม่พอใจตรงไหนในนิสัยกับการกระทำของข้า หากมันมากเกินไปจนรับไม่ไหวท่านก็บอกข้าได้ ส่วนข้าบัดนี้ไม่ชอบเลยที่ท่านชอบคิดเล็กคิดน้อย มีอะไรก็เก็บไปคิดเอง กังวลเองอยู่คนเดียว”ไป๋อวี้เลือกจะเปิดใจพูดทุกสิ่งออกไปก่อน ชีวิตคู่ไม่เคยสมบูรณ์ พี่สาวกับมารดาและเฝิงไทเฮามักสั่งสอนและแนะนำนางเช่นนี้ คนสองคนเติบโตต่างกัน ถูกเลี้ยงดูและเอาใจต่างกัน โดยเฉพาะนางและเฉินอี้หานนั้นล้วนเป็นลูกและน้องเล็กด้วยกันทั้งคู่ ทุกคนในครอบครัวทั้งรักและตามใจ พอมาร่วมชีวิตคู่จึงต้องค่อย ๆ ปรับและเรียนรู้กันไป ยากจะสงบสุขแค่อยู่ด้วยกันเดือนสองเดือนและคิดแล้วไป๋อวี้ก็เห็นจริง หกปีสำหรับคู่ของนางและเฉินอี้หานก็นับว่ายังไม่ค่อยเข้าใจตรงกันนัก จึงมีสภาพดังที่เห็น ขาดบ้างเกินบ้าง ทะเลาะถกเถียงกันไปบ้าง แต่สุดท้ายเมื่ออารมณ์สงบจึงค่อยมองย้อนกลับไป แล้วเห็นจุดที่ต่างก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ สำหรับนาง ขณะนี้ไม่ว่านางหรือเฉินอี้หานล้วนไม่มีใครถูกเต็มสิบหรือผิดไปทั้งหมด ต่างมีผิดบ้างและถูกบ้าง หากเทียบกับสีแล้วนางกับสวามีคงเป็นสีเทา ไม่ขาวหรือดำสนิท ดังนั้น
ระหว่างทางกลับตำหนักชินอ๋อง เฉินอี้หานก็ขบคิดถึงคำแนะนำของพี่ชายและท่านพ่อตาอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจว่าค่ำคืนนี้เขาจะนำเรื่องที่ตนเองจะย้ายไปอยู่เจียงหนาน ลองเปิดใจพูดกับไป๋อวี้อย่างตรงไปตรงมาดูคำแนะนำของฮ่องเต้และเซี่ยกั๋วกงนั้นเฉินอี้หานไม่กล้าไม่นำมาใส่ใจ เพราะทั้งสองนั้นนับว่าเป็นบุรุษผู้ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าตนเอง ในอดีตเขาเอาแต่ใจตนเองไม่ค่อยฟังคำตักเตือนของผู้ใดมาก่อนแม้แต่มารดา จนเมื่อต้องสูญเสียสตรีในดวงใจไปนานถึงสองปีเศษ เฉินอี้หานก็ไม่กล้าทำตามความคิดของตนเองผู้เดียวอีกแสงจันทร์นวลกระจ่างท้องฟ้าราตรีนี้งดงามยิ่งนัก ไป๋อวี้หลังจากอาบน้ำแล้วก็นอนไปหลับ หยิบตำราสมุนไพรมาอ่าน พร้อมกับคิดไปด้วยว่าตนเองจะพูดเช่นไรให้เฉินอี้หานยอมให้นางรักษาแผลเป็นบนใบหน้าของเขาอย่างเต็มใจได้ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !ไป๋อวี้กำลังรับลมอยู่ริมระเบียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หลู่เจียวรีบไปเปิดเพราะมืดค่ำเช่นนี้คงมีเพียงชินอ๋องที่มาหาพระชายาไป๋ของนาง แต่หลู่เจียวก็อดจะแปลกใจเสียมิได้ ทั้งสองก็คืนดีกันมานาน เหตุใดจึงยังแยกห้องนอนกัน ทว่าสงสัยก็ส่วนหนึ่ง กล้าถามหรือไม่สำหรับนางก็เป็นอีกเรื่อง“เจ้าไปพักผ่
แล้วก็เริ่มนับปีนี้เขายี่สิบห้าปี ส่วนไป๋อวี้นั้นก็ยี่สิบปีพอดี ไม่เป็นไรท่านพ่อตาของเขามีบุตรคนเล็กตอนอายุห้าสิบหก ในขณะที่ท่านแม่ยายของเขาอายุได้สามสิบเก้าพอดี ไม่เป็นไร เขาจะรอจนกว่านางจะใจอ่อน หากนางจะใจแข็งไปอีกสิบแปดปี ขอเพียงมีนางอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้ สิบแปดปีก็ไม่นับว่ายาวนานเกินไปแต่เขาเป็นใครกัน เป็นชินอ๋อง เป็นน้องชายของฮ่องเต้ผู้ทรงพระปรีชา บิดามังกร ไม่สิ พี่ชายพยัคฆ์ เขาจะเป็นสุนัขเห่าหอนอยู่แค่ภายนอกห้องหอรอไปยาวนานไปถึงสิบแปดปีให้พี่ชายต้องอับอายขายหน้าได้อย่างไร ต้องหาหนทางจนได้แต่ก่อนจะปีนไปเข้าหอกับพระชายาตัวน้อยของเขา ตอนนี้เฉินอี้หานต้องคิดก่อนว่าจะอ้อนวอนไม่ให้นางกลับไปเจียงหนานอย่างไรดีมิใช่หรือ ?“เจ้าว่าอย่างไรนะอาฮ่าว อิงเจาจะไปเจียงหนานอีกแล้วหรือ ?”ถูกต้อง เรื่องนี้จะวิ่งไปพึ่งพาใครได้หากไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายพยัคฆ์ของเขาเท่านั้น เพราะเฝิงไทเฮากับไป๋ฮองเฮานั้นเป็นคนของพระชายาไป๋ของเขาไปตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว คนที่เป็นฝ่ายเขาจึงเหลือเพียงฮ่องเต้และ…“ท่านพ่อตา ท่านพอจะมีคำแนะนำหรือวิธีที่จะห้ามไม่ให้อิงเจากลับไปเจียงหนานบ้างหรือไม่ หรือหากไม่ห้ามจะทำเช่นไร







