LOGIN"แอบหนีลงมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์คนเดียวเช่นนี้...ไม่คิดจะชวนสามีมาเป็นเพื่อนคลายเหงาบ้างเลยหรือ เหยาเอ๋อร์..." เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวบางของนางเข้าหาอกกว้างอย่างถือสิทธิ์ หนานกงจิ่งปรากฏกายขึ้นในอาภรณ์หรูหราของมนุษย์ ใบหน้าคมคายยิ้มพราวเสน่ห์ สายตาสีทองทอประกายความรักใคร่และความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "หนานกงจิ่ง เจ้า...เจ้าตามข้ามาถึงที่นี้ได้อย่างไร...? หมิงเหยาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าแดงผ่าวด้วยความตื่นตระหนก นางรีบหมุนตัวสะบัดออกจากอ้อมกอดเขา แต่หนานกงจิ่งกลับโอบกระชับแน่นขึ้น ไม่ยินยอมให้นางถอยห่างไปแม้แต่นิ้วเดียว "คิดหรือว่าร่องรอยสลักรักที่ข้าประทับไว้ทั่วเรือนร่างเจ้าตลอดสามวันสามคืน จะบดบังอักขระอำพรางเพียงแค่นี้ได้ ต่อให้เจ้าหนีไปจนสุดขอบฟ้า...ข้าก็ตามหาเจ้าเจอเสมอภรรยาข้า..." หนานกงจิ่งก้มลงกระซิบชิดใบหูอย่างหยอกเหย้า หมิงเหยากัดริมฝีปากแน่น หน้าร้อนฉ่าจนแทบระเบิดเมื่อนึกถึงรอยรักสีม่วงแดงใต้เสื้อผ้า แต่นางยังไม่ทันได้ด่าทอสามีตัวดี สายตาของหนานกงจิ่งก็เบนไปมองยังประตูจวนตระกูลมู๋เบื้องหน้า แววตาขี้เล่นของเทพสงครามพลัน
ร่างของเทพสงครามตีลังกากลางอากาศร่อนลงมาบนพื้นลานตำหนักได้อย่างงดงามและมั่นคง รอยยิ้มพราวเสน่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคายอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะพึ่งโดนพลังปราณเซียนอันมหาศาลซัดกระเด็นลอยออกมาก็ตาม "โห้...ท่านพ่อ ท่านพ่อเหาะได้สูงยิ่งนักขอรับ..." หมิงหยวนเป่าปรบมือน้อยๆ กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นตากลมโตเป็นประกาย โดยมีเสี่ยวจิ่วส่งเสียง จิ๊ดๆๆ ชูขาหน้าขึ้นอย่างเห็นพ้องต้องกัน "แน่นอนสิเป่าเอ๋อร์ ฝีมือระดับพ่อของเจ้าซะอย่าง...ย่อมต้องสะบัดกายลอยลมได้อย่างสง่างามที่สุดอยู่แล้ว..." หนานกงจิ่งปัดฝุ่นบนอาภรณ์เบาๆ ย่อตัวลงปัดแก้มยุ้ยของบุตรชายอย่างเอ็นดู นัยน์ตาสีทองทอประกายขี้เล่น ฟึ่บ..!! ยังไม่ทันขาดคำ อาภรณ์ตัวนอกของหนานกงจิ่งก็พลันเกิดรอยไหม้เล็กๆ จากพลังปราณโทสะที่พุ่งออกมาจากภายในห้องบรรทม พร้อมกับบานประตูหยกขาวที่ถูกปิดลงดังปัง และร่ายอักขระอาคมสลักแน่นหนากว่าเดิมเป็นเท่าตัว "หนานกงจิ่ง หากเจ้ายังไม่ออกไปให้พ้นหน้าตำหนัก พร้อมกับตาแก่หมิงชางภายในสามลมหายใจ...ข้าจะระเบิดตำหนักหยกสวรรค์ทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ แล้วหนีไปปลีกวิเวกพร้อมกับเป่าเอ๋อร์..." เสียงเกรี้ยวกราดของห
สามวันต่อมา.... แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมงคลสีชาดเข้ามายังแท่นบรรทมหยกขาว ภายในห้องบรรทมบัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายปราณเซียนและปราณสุริยันที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ละอองเซียนส่องประกายระยิบระยับลอยเวียนวนอยู่เบื้องบน บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยความหวานอบอุ่น บนแท่นบรรทมหยกขาว...หมิงเหยานอนซุกตัวอยู่ในอ้อมอกแกร่งของหนานกงจิ่ง ผ้าห่มผืนหนาสีแดงชาดปกคลุมเรือนร่างของคนทั้งสองเอาไว้ ผิวพรรณนวลผ่องของท่านเจ้าดินแดนยามนี้ทอประกายเปล่งปลั่ง นัยน์ตาสีมรกตค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยความอ่อนล้าที่ผ่านศึกหนักมา "อ่ะ...โอ้ยย...เอวข้า.." หมิงเหยาพยายามจะขยับตัว แต่ทว่าทั่วทั้งร่างกลับรู้สึกอ่อนเพลียคล้ายปราณและกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น นางขมวดคิ้วแน่น เมื่อพบว่าเอวบางของตนยังถูกแขนแกร่งของเทพสงครามโอบกอดเอาไว้แน่นหนาราวกับคีมหนีบเหล็ก "ตื่นแล้วหรือ...ภรรยาข้า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างใบหูหมิงเหยา พร้อมกับจุมพิตแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผากเนียนสวย หนานกงจิ่งนอนจ้องมองภรรยาด้วยความรักใคร่ นัยน์ตาของเขาทอประกายสดใสอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดหลายหมื่
ณ ตำหนักหยกสวรรค์... ปัง..!! เสียงบานประตูหยกขาวถูกปิดล็อคอย่างแน่นหนา พร้อมกับอักขระอาคมป้องกันระดับสูงสุดที่หนานกงจิ่งร่ายครอบไว้รอบตำหนักทันทีเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก ร่างบางของท่านเจ้าดินแดนถูกวางลงบนแท่นบรรทมหยกอย่างนุ่มนวลที่สุด ทว่า...อุณหภูมิภายในห้องกลับลดวูบลง จนหยดน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง หมิงเหยาที่บัดนี้อยู่ในอาภรณ์ชุดใหม่ที่เนรมิตขึ้นมาอย่างรีบร้อน นางรีบยันตัวให้ลุกขึ้นยืนบนแท่นหยก ใบหน้างดงามยังคงบึ้งตึงอยู่ นัยน์ตาสีมรกตคู่สวยจ้องมองสามีตัวดีที่ยืนส่งยิ้มแห้งๆอยู่เบื้องหน้า "หนาน..กง..จิ่ง.. เจ้าคนหน้าหนา บังอาจก่อเรื่องให้ข้าต้องอับอายขายขี้หน้าต่อบรรดาเหล่าเทพเซียนทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้ายังไม่พอ ยังกล้าอุ้มข้าหนีออกมากลางพิธีอีก ต่อไปข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด แล้วดูฝีมือของเจ้าวันนี้สิ...ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว..!" หมิงเหยาขบฟันแน่นจนได้ยินเสียง นางก้าวเท้าลงจากแท่นหยกพลางชี้หน้าต่อว่าสามีด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว "โธ่...ภรรยาข้า ข้ามิได้ตั้งใจจริงๆ ที่ข้าทำไปล้วนบริสุทธิ์ใจทั้งสิ้น เจ้ามิเห็นหรือว่า...บรรยากาศยามนั้นหากข้าไม่รีบอุ้มเจ้าออกมา เจ้า
มือหนาเทพสงครามคว้าหมับเข้าที่ชายผ้าคลุมไหล่มงคลสีชาด ผลคือผ้าคลุมไหล่หมิงเหยาหลุดติดมือเขามาทั้งผืน แถมแรงดึงยังลากเอาปิ่นหงส์สวรรค์ทองคำบนศีรษะของหมิงเหยาหลุดติดมาอีกด้วย ส่งผลให้เรือนผมยาวสลวยสยายลงมาปะทะใบหน้านวลผ่อง และชุดมงคลท่อนบนของท่านเจ้าดินแดนหล่นลงมาเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียนต่อหน้าธารกำนัล แต่โชคดีที่หมิงเหยาไหวตัวทัน นางจึงเนรมิตอาภรณ์ขึ้นมาปกคลุมเรือนร่างใหม่ทั้งชุด เทพเซียนนับพันองค์ ยืนตะลึงแข็งทื่อราวกับรูปปั้นแกะสลัก ดวงตาเบิกโตตกตะลึงไปตามๆกันกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า "..." ผู้อาวุโสใหญ่หมิงชาง เคี้ยวผลไม้เซียนค้างอยู่ในปาก พลันตกตะลึงกับภาพที่เห็นด้วยเช่นกัน... "หนาน..กง..จิ่ง..เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย...? หมิงเหยาที่เกือบหน้าคะมำพยุงตัวกลับมาได้ นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความอับอายขั้นสุด แสดงสีหน้าขุ่นเคืองออกมา "ขะ...ข้าขออภัยด้วยเหยาเอ๋อร์ ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะล้ม...ไม่คิดว่าจะทำชุดแต่งงานของเจ้าฉีกขาด.." หนานกงจิ่งหน้าเหวอไปวูบหนึ่ง เทพสงครามผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศึกใดบัดนี้เหงื่อแตกพลั่ก เขาพยายามจะเอาผ้าคลุมไหล่กลับไปคลุมคืนให้ภรรยา แต่ด้วยความลุกลี้
"เดี๋ยวสิ...เหยาเอ๋อร์...!" เสียงร้องตะโกนลอยมาจากทิศทางเรือนไม้หอมสวรรค์เบาๆ ราวกับลมพัดผ่าน หมิงเหยาที่เพิ่งสะบัดปลายนิ้วร่ายเวทเคลื่อนย้ายร่างของหนานกงจิ่งไป หลุดยิ้มออกมาด้วยความสะใจ นัยน์ตาสีมรกตฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้เอาคืนคนฉวยโอกาสได้สำเร็จ "เอ๊ะท่านแม่...ท่านพ่อหายไปไหนแล้วหรือ เมื่อครู่นี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้อยู่เลยแท้ๆ ท่านพ่อหายไปไหนแล้วละ...? หมิงหยวนเป่าขมวดคิ้วมองความว่างเปล่าข้างแท่นหยกด้วยความงงงวย เสี่ยวจิ่วบนไหล่เองก็เอียงคอมองตามอย่างสงสัย "เด็กน้อย...ท่านพ่อของเจ้าเขายังมีงานต้องไปจัดเตรียมอีกมากโข พ่อเจ้าไม่ว่างมาอยู่กวนใจพวกเราหรอก คืนนี้เป่าเอ๋อร์นอนกับแม่แค่สองคนก็ดีแล้ว...มาเถอะ ได้เวลาเข้านอนแล้ว..." หมิงเหยายิ้มอย่างมีเลศนัย นางประคองร่างเล็กของบุตรชายลงนอนบนแท่นหยกขาว คลุมผ้าห่มผืนหนาให้อย่างนุ่มนวล "ขอรับท่านแม่ เป่าเอ๋อร์จะได้นอนกอดท่านแม่แล้ว เย้ดีใจจัง เย้ๆๆ..." เด็กชายตัวน้อยโผเข้าซุกอกมารดาอย่างออดอ้อน แขนเล็กๆ โอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วภาพตรงหน้าจะหายไปดุจความฝัน หมิงเหยาลูบเรือนผมนุ่มของบุตรชายเบาๆ สูดกลิ่นอา







