Share

29. ระดู

last update Tanggal publikasi: 2026-08-31 08:26:48

​มู๋ชิงเหยาก้าวลงจากหลังม้าหน้าประตูเมืองหลวงด้วยสภาพอิดโรย หลังจากเดินทางไกลติดต่อกันหลายวัน เพื่อ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พระชายาสารพัดพิษ   35. ฮองเฮาทรงประชวร

    เสียงก้องกังวานของขันทีอาวุโส ดังขึ้นที่หน้าประตูสำนักศึกษาหลวง พร้อมด้วยทหารองครักษ์เสื้อเหลืองนับสิบนาย เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด ​"มีพระราชโองการด่วน มู๋ชิงเหยารับราชโองการ!" ​คนในสำนักศึกษาต่างรีบคุกเข่าลงรวมถึงพวกคุณชายและคุณหนูที่ยังไม่ทันหายตกตะลึง มู๋ชิงเหยาและมู๋ชิงเย่ประสานสายตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะก้าวออกมารับราชโองการอย่างสงบนิ่ง ​"เนื่องด้วย ฮองเฮา ทรงประชวรด้วยโรคประหลาดอย่างกะทันหัน หมอหลวงทั่วทั้งสำนักโอสถหลวง มิอาจหาสาเหตุและรักษาได้ ทรงทราบว่าคุณหนูมู๋ชิงเหยามีวิชาแพทย์พิสดาร จึงมีพระบรมราชโองการเรียกตัวเข้าวังหลวง เพื่อตรวจรักษาเป็นการด่วน จบราชโองการ..." ​บรรยากาศพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัด เว่ยไป่หลิน และหลิงซีซี ที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังแอบยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ขณะที่หนานกงจิ่งที่นั่งบนรถเข็นดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายรังสีอันหนาวเย็น ​"อาการประชวรของฮองเฮามาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก รัชทายาทคงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ" มู๋ชิงเหยากระซิบบอกพี่ชาย ​ฮองเฮาคือพระมารดาเลี้ยงขององค์รัชทายาท องค์รัชทายาทมีพระนามว่า หนานกงเฉิง การที่ฮองเฮาประชวรด่วนเ

  • พระชายาสารพัดพิษ   34. คาบเรียนวิชาขี่ม้า

    ณ สนามฝึกยุทธค่ายฟ้าคำราม... นอกอาคารสำนักศึกษาหลวง สายลมปลายฤดู พัดเอาฝุ่นละอองกระจายฟุ้ง เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงต่างอยู่ในชุดฝึกขี่ม้ากระชับรัดกุม ทว่าสภาพของพวกคุณหนูจากเมืองหลวงหลายคนกลับดูลนลาน แค่พยายามจะปีนขึ้นหลังม้าให้มั่นคงก็แทบหมดแรงแล้ว ​"วิชาขี่ม้ายิงธนู คือวิชาของบุรุษและยอดคนที่ควรเรียนรู้..." อาจารย์หวัง แม่ทัพผู้ฝึกสอนร่างกำยำกล่าววาจาฉะฉาน เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงหลายคนยืนตั้งใจฟังคำบรรยาย แต่อีกส่วนน้อยที่เหลือ กลับรู้สึกลนลานและหวาดกลัว เพราะบิดา มารดา ไม่เคยให้ออกมาท่องโลกกว้าง.... "เป้าเคลื่อนที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบก้าว บนหลังม้าที่กำลังวิ่งเต็มกำลัง ใครสามารถยิงเข้าเป้าได้ ย่อมถือว่ามีฝีมือคู่ควรแก่การปกป้องบ้านเมือง และน่ายกย่อง..." ​หลิงซวี๋ บัณฑิตหนุ่มผู้เคยท้าประลองหมากรุก ควบม้าสีขาวออกไปเป็นคนแรก เขาเหนี่ยวคันธนูแล้วยิงเข้าเป้าตรงกลางได้อย่างแม่นยำ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากบรรดาคุณหนูตระกูลดังรอบสนาม ​หลิงซวี๋หันมามองมู๋ชิงเหยา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล... "เหยาเอ๋อร์...วิชาขี่ม้ายิงธนูนี้มีความอันตรายยิ่ง หากเจ้าไม่ถนัด ข้

  • พระชายาสารพัดพิษ   33. บทกวี

    ณ สำนักศึกษาหลวง.... แสงแดดยามเช้าทอดผ่านฉากกั้นไม้แกะสลักเข้ามายังเรือนวารีฟื้นอักษร ซึ่งเป็นสถานที่เรียนวิชาบทกวีและกาพย์กลอนของสำนักศึกษาหลวง กลิ่นหอมฟุ้งของหมึกจีนคุณภาพดีผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงหอมกรุ่น อบอวลไปทั่วทั้งห้องเรียนที่มีเหล่าคุณหนูคุณชายชนชั้นสูงนั่งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ​มู๋ชิงเหยา ในชุดนักศึกษาปักลายเมฆาสีฟ้าอ่อน นั่งอยู่ตรงโต๊ะเรียนพฤกษาหลังสุดริมหน้าต่าง นางกำลังใช้พู่กันขนจิ้งจอกฝนหมึกจีนอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเสี่ยวจิ่ว เจ้าแมงมุมพิษตัวน้อย ซุกตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ในตลับแก้วข้างเอวนาง ​ผู้สอนในคาบเรียนนี้คือ อาจารย์ใหญ่ฝาน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและเคร่งครัดในกฎระเบียบวินัย เขาก้าวขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียนพร้อมสะบัดพัดขุนนางในมือ ก่อนจะสอดส่องสายตาอันแหลมคมไปทั่วห้อง ​"คาบเรียนนี้คือวิชาบทกวี วิชาบทกวีมิใช่เพียงการจับร้อยถ้อยคำให้ไพเราะ ทว่าคือการถ่ายทอดจิตวิญญาณ ตัวตน และปัญญาของผู้แต่งวันนี้เป็นคาบแรก ข้าจะทดสอบปัญญาของพวกเจ้าทุกคน โดยการให้แต่งบทกวีสี่ท่อน..." อาจารย์ฝานเอ่ยเสียงดังทรงพลัง ​ยังไม่ทันที่อาจารย์ฝานจะกล่าวจบ เสียงแค่นหัวเราะเบาๆ

  • พระชายาสารพัดพิษ   32. พิษกลืนกระดูกราตรีมืด

    หลังจากความวุ่นวายเรื่องการไต่สวนจบลง บรรยากาศในสำนักศึกษาหลวงก็กลับคืนสู่ความสงบ มู๋ชิงเหยาอาศัยช่วงเวลาที่ศิษย์คนอื่นพากันแยกย้ายไปพักผ่อน นางเดินเลี่ยงหลบผู้คน เข้ามายังหอตำราต้องห้ามชั้นสาม ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมบันทึกโบราณและตำราวิชาแพทย์ประจำสำนัก ​แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบฝุ่นละอองที่ลอยอยู่นวลตา มู๋ชิงเหยาใช้นิ้วเรียวยาวไล่เปิดดูคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ทีละเล่ม โดยมีเจ้าแมงมุมเสี่ยวจิ่วไต่อยู่บนเก้าอี้ข้างๆ คอยดมกลิ่นกระดาษโบราณด้วยความสงสัย ​จนกระทั่งมู๋ชิงเหยาเปิดมาถึงบันทึกหนังสัตว์ฉากหนา เล่มที่ถูกซ่อนไว้หลังสุดในชั้นวางตำราพิชัยสงคราม... ​กริ๊กๆ!!! ​เสี่ยวจิ่วพลันส่งเสียงขู่เบาๆ ในลำคอ ขนบนลำตัวพองขึ้นพร้อมกับดวงตาสิบแปดคู่ส่องประกายสีแดงวูบหนึ่ง มันใช้ขาหน้าชี้ไปที่อักขระโบราณหน้าหนึ่งในบันทึกหนังสัตว์ทันที ​มู๋ชิงเหยาขมวดคิ้วแน่น กวาดสายตามองภาพวาดต้นพืชรูปร่างประหลาด ใบเป็นสีดำสนิทราตรี ขอบใบมีหยดน้ำสีเลือดเกาะอยู่ พร้อมกับคำอธิบายโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีชาด ​'พิษกลืนกระดูกราตรีมืด' ​นัยน์ตาคู่สวยของมู๋ชิงเหยาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่าง

  • พระชายาสารพัดพิษ   31. ผงเกสรดอกละอองหิมะ

    ณ ลานหินชั้นนอกของสำนักศึกษาหลวง....หลังจากจบคาบเรียน การไต่สวนฉุกเฉินถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ศิษย์ทุกสำนักต่างมาห้อมล้อมดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก อาจารย์ใหญ่ฝาน ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม นั่งเป็นประธานอยู่บนเก้าอี้ไม้ชิงชัน โดยมีเว่ยไป่หลินและหลิงซีซี ยืนน้ำตานองหน้าสะอึกสะอื้น ผิวพรรณตามลำคอและแขน ยังคงมีรอยผื่นแดงจากการเกาอย่างหนัก ​"ท่านอาจารย์ใหญ่เจ้าคะ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วยนะเจ้าคะ..." เว่ยไป่หลินร้องสะอื้นพลางชี้นิ้วสั่นระริกไปทางมู๋ชิงเหยา "แน่นอน เรื่องราวในครั้งนี้จะถูกไต่สวนอย่างยุติธรรมแน่นอน..." "มู๋ชิงเหยาผู้นี้...นางใช้วิชาสายมาร แอบปล่อยผงพิษร้ายใส่พวกข้าในห้องเรียนเจ้าคะ จนพวกข้าต้องทรมานเกือบตาย สตรีที่ใช้พิษต่ำช้าเช่นนี้ไม่สมควรอยู่ในสำนักศึกษาหลวงอันทรงเกียรติเจ้าค่ะท่านอาจารย์ใหญ่..." เว่ยไป่หลินรีบระบายความในใจออกมา ​หลิงซีซีรีบก้าวออกมาคุกเข่าเสริมทันที "ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ มู๋ชิงเหยาพึ่งกลับมาจากค่ายทหารชายแดนใต้ ถนัดเรื่องเดรัจฉานวิชา หากไม่ลงโทษดัดนิสัย ไล่ออกจากสำนัก วันหน้าศิษย์คนอื่นๆ คงมิอาจเล่าเรียนได้อ

  • พระชายาสารพัดพิษ   30. สำนักศึกษาหลวง..

    ณ สำนักศึกษาหลวง... ยามเช้าตรู่ของวันแรกในการเปิดเรียน รถม้าตระกูลมู๋แล่นมาจอดหน้าซุ้มประตูหินแกะสลักอันโอ่อ่า มู๋ชิงเหยาในชุดนักศึกษาปักลายเมฆาสีฟ้าอ่อน เดินลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าเบื้องหลังเสื้อตัวกว้าง นางกลับแอบพกตลับแก้วใส่ เสี่ยวจิ่ว แมงมุมพิษตัวน้อยติดตัวมาด้วยอย่างมิดชิด และยังมีชุนเถาคอยอารักขาเดินตามเจ้านายอยู่ไม่ห่าง ​ยังไม่ทันที่มู๋ชิงเหยาจะได้ก้าวพ้นประตูห้องเรียนศาลาอักษร เสียงหัวเราะคิกคักแหลมสูงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ​"เหอะ ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูมู๋ชิงเหยา บุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่ที่มิชอบใฝ่เรียนนี่เอง เหตุใดวันนี้ถึงได้มาเสนอหน้าอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงแห่งนี้ได้เล่า...หรือว่าถูกวิญญาณร้ายตัวใดเข้าสิง ถึงได้พึ่งจะสำนึกกลับตัวกลับใจ อยากไฝ่เรียนขึ้นมา..." เว่ยไป่หลินในชุดหรูหราก้าวออกมาบดบังทางเดิน เอียงคอเชิดหน้ามองมู๋ชิงเหยาด้วยสายตาเหยียดหยาม ​"นั่นสิพี่ไป่หลิน คนไร้การศึกษาที่ไม่แม้แต่จะอ่านตัวอักษรออกสักตัว มีสิทธิ์อันใดมานั่งเรียนร่วมห้องกับพวกเรากัน ได้ยินว่าวันๆ อยู่แต่กับพิษกับแมลง น่ารังเกียจเสียจริง ไม่รู้ว่าจิ่งอ๋องตากระตุกหรืออย่างไร ถึงได้ยอมใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status