Beranda / แฟนตาซี / พระชายาสารพัดพิษ / 83. ข้าคือหมิงเหยา

Share

83. ข้าคือหมิงเหยา

last update Tanggal publikasi: 2026-09-22 08:31:21

ร่างของคนทั้งสาม กลายเป็นละอองแสงสีเงินต่อหน้าต่อตาผู้คนในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ดุจภาพลวงตาที่เพิ่งถูก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พระชายาสารพัดพิษ   86. ด่านทดสอบสามสวรรค์

    ​หมิงเหยาก้มลงมองลูกชายตัวน้อย ที่ยามนี้แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น จิตวิญญาณสวรรค์ของนางที่ควรจะไร้ซึ่งพันธนาการและความรู้สึกใดๆ กลับผูกพันและอ่อนโยนต่อเด็กคนนี้เพียงผู้เดียว ยามที่เห็นหมิงหยวนเป่าเอ่ยปกป้องชายแปลกหน้า หัวใจของนางก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด ​"เฮ้ออ....หยวนเป่า...ลูกอย่าได้ถูกวาจาล่อลวงของเซียนใหม่ตนนั้นหลอกเอาได้เชียว ทางที่ดีลูกควรอยู่ให้ห่างจากเขา เข้าใจหรือไม่...? หมิงเหยาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหันกลับมาทอดสายตามองหนานกงจิ่งด้วยแววตาเย็นชาประดุจน้ำแข็งพันปี "ลูกรู้แล้วขอรับท่านแม่..." ​"ก็ได้...ในเมื่อเจ้าอ้างกฎโบราณกาลแห่งสามภพ ข้าในฐานะเจ้าแห่งดินแดนโอสถเทพสวรรค์ ย่อมมอบโอกาสให้เซียนไร้สังกัดทุกตน ทว่าการจะเป็นเซียนในสังกัดแห่งดินแดนโอสถเทพได้นั้น มิใช่เพียงมีกำลังอิทธิฤทธิ์บำเพ็ญ แต่ต้องผ่านด่านทดสอบสามสวรรค์ให้ได้เสียก่อน..." หมิงเหยายกฝ่ามือขึ้น สะบัดชายเสื้อเบาๆ ม่านอาคมสวรรค์หน้าประตูพลันเปิดออกเป็นช่องทางแคบๆ ​แววตาเยือกเย็นมองหนานกงจิ่งด้วยความกดดันมหาศาล "ด่านแรกคือ ลานต้มโอสถไร้ใจ เจ้าต้องทนรับไอพิษทดสอบจิตวิญญาณเจ็ดวันเจ็ดคืน หา

  • พระชายาสารพัดพิษ   85. เทพเซียนชั้นต่ำ

    สายลมสวรรค์พัดกวาดเอาไอความเย็นสะท้านขั้วหัวใจลงมาจากยอดเมฆ ม่านหมอก อาคมที่สั่นสะเทือนคล้ายถูกตรึงไว้ด้วยพลังสายหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆปรากฏร่างของสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ แผ่ซ่านไปด้วยบารมีสูงส่ง งดงามไร้ที่ติ ​หมิงเหยา เจ้าแห่งดินแดนโอสถเทพสวรรค์คนใหม่ ยืนตระหง่านอยู่บนละอองเมฆเบื้องบน นัยน์ตาคู่สวยดุจหยกสวรรค์เรียบเฉยและว่างเปล่า สายตาที่มองต่ำลงมายังหนานกงจิ่ง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความรักความผูกพัน หรือแม้แต่ความทรงจำในอดีต แววตาประดุจมองเพียงมดปลวกที่กำลังบุกรุกเขตศักดิ์สิทธิ์ ​กระบี่ครามไร้พ่ายในมือของหนานกงจิ่งสั่นสะท้านเบาๆ ลมหายใจของเทพสงครามผู้บำเพ็ญเพียรมาเนิ่นนานชะงักกึก นัยน์ตาทอประกายไหววูบความรวดร้าวเริ่มตีรวนขึ้นมาในอก บัดนี้...นัยน์ตาของเขาไม่ได้ฉายแววสิ้นหวังเหมือนเมื่อหลายปีก่อนอีกแล้ว หากแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอน ​"เหยาเอ๋อร์...ข้ารู้ว่าเจ้าจำข้าไม่ได้...รู้ว่าจิตวิญญาณสวรรค์ของเจ้าลบล้างเรื่องราวทางโลกไปจนหมดสิ้น แต่ข้ามิอาจยอมรับคำสั่งให้ไสหัวไปจากคนที่ข้ารักสุดหัวใจไปได้หรอก..." หนานกงจิ่งเค้นเสียงเรียกขานออกมา นัยน์ตาจ้องมองใบหน้างดงามที่เขา

  • พระชายาสารพัดพิษ   84. เทพเซียนไร้สังกัด

    หนานกงจิ่งค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกำไลหยกคู่ ของแทนใจที่มู๋ชิงเหยาเคยมอบให้ขึ้นมากำไว้แน่น ความเย็นของหยกซึมลึกเข้าถึงขั้วหัวใจ นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่า พลันทอประกายความมุ่งมั่นอันบ้าคลั่งขึ้นมาอย่างลึกล้ำ ​"หากยามนี้พลังของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจทลายประตูสวรรค์ได้...เปิ่นหวางก็จะฝึกบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสูงสุด ต่อให้ต้องใช้เวลาสิบปี ร้อยปี หรือต้องตัดเซียนฆ่าเทพ...เปิ่นหวางก็จะหาทางบุกขึ้นไปดินแดนโอสถเทพ เพื่อทวงคืนภรรยาและลูกกลับคืนมาให้จงได้..." รังสีมังกรสุริยันในกายหนานกงจิ่งพุ่งทะยานขึ้นอย่างดุดัน แม้ร่างกายจะบาดเจ็บสาหัส แต่จิตวิญญาณแห่งเทพสงคราม กลับตื่นขึ้นมาใหม่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความรักที่ไม่ยอมจำนนต่อสวรรค์ ความเจ็บปวดที่บีบคั้นขั้วหัวใจ ถูกแปรรูปเป็นเปลวเพลิงแห่งความบ้าคลั่ง หนานกงจิ่งไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว เขาละทิ้งตำแหน่งท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ก้าวออกจากจวนจิ่งอ๋อง มุ่งหน้าสู่ถ้ำมังกรซ่อนเร้น บนยอดเขาที่สูงที่สุดและหนาวเย็นที่สุดของแคว้น สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยไอเซียนบริสุทธิ์และปราณหยางเข้มข้น ฮ่องเต้ ไทเฮา และฮองเฮา พอได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้น ก็ได้แต่ทำใจ ปล่อยให้หนานกงจิ

  • พระชายาสารพัดพิษ   83. ข้าคือหมิงเหยา

    ร่างของคนทั้งสาม กลายเป็นละอองแสงสีเงินต่อหน้าต่อตาผู้คนในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ดุจภาพลวงตาที่เพิ่งถูกลมพัดปลิวมลายหายไป ​มู๋ชิงเหยามองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือความหวั่นไหวใดๆ ในดวงตา คล้ายกับร่างที่เพิ่งล้มคุกเข่าอ้อนวอนนางเมื่อครู่ เป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่อาจสั่นคลอนจิตวิญญาณสวรรค์ของนางได้แม้แต่น้อย ​"พวกเขาหายไปแล้ว..." เสี่ยวจิ่วที่ซบอยู่ข้างกายมู๋ชิงเหยา ส่งเสียงร้องครวญคราง มันมองไปยังจุดที่หนานกงจิ่งเคยยืนอยู่ด้วยความเศร้าโศก แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเจ้านาย มันก็ทำได้เพียงหดหัวกลับเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ​หมิงชางทอดสายตามองหลานสาวด้วยความซับซ้อน ความทรงจำทางโลกของนาง ถูกลบล้างโดยสมบูรณ์จนไม่เหลือน้ำหนักใดๆ ​"เหยาเอ๋อร์...จิตวิญญาณสวรรค์ของเจ้าตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว ยามนี้ไร้ซึ่งพันธนาการ ไร้ซึ่งความห่วงหาทางโลก เจ้าพร้อมที่จะรับตำแหน่งผู้สืบทอดแห่งดินแดนโอสถเทพ และดูแลเสี่ยวหยวนเป่าในฐานะสายเลือดแท้แห่งตระกูลหมิงแล้วหรือยัง...? หมิงชางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นก้องกังวาน ​มู๋ชิงเหยาก้มลงมองทารกน้อยในอ้อมอก เสี่ยวหยวนเป่าจ้องม

  • พระชายาสารพัดพิษ   82. พวกท่านเป็นใครกัน...?

    เสียงหวานที่เคยเรียกนามเขาด้วยความรัก บัดนี้กลับกระแทกกระทั้นเข้ามาในแก้วหูด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเหินห่าง คำว่า "ท่านเป็นใคร..." วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงคะนึง ดุจคมมีดน้ำแข็งแทงทะลวงขั้วหัวใจ ​ร่างของหนานกงจิ่งสั่นสะท้าน ลมปราณมังกรสุริยันในกายปั่นป่วนจนเส้นเลือดปูดโปนตามลำคอ นัยน์ตาคู่คมเคยมุ่งมั่นบัดนี้เริ่มฉายแววสับสนและสิ้นหวัง ค่ายกลม่านหมอกลืมตื่นกำลังกัดกินจิตวิญญาณ ดึงเอาความกลัวอันใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของเทพสงคราม ออกมาบดขยี้ความกลัวที่จะถูกนางลืมเลือนไปตลอดกาล ​"เหยาเอ๋อร์...อย่าไปนะ..." หนานกงจิ่งพึมพำเสียงพร่า คุกเข่าลงกับพื้นหินท่ามกลางสายหมอกสีม่วง สติเริ่มพร่ามัว ​"น้องเขย ตั้งสติหน่อย นั่นคือภาพมายาของค่ายกล..." มู๋ชิงเย่ตะโกนลั่น พยายามจะโผเข้าไปดึงร่างน้องเขย แต่กลับถูกกระแสลมปราณสะกดวิญญาณต้านไว้จนก้าวขาไม่ออก ​"อาเย่ หยุดก่อน หากเข้าไปยามนี้ จิตวิญญาณของเขาจะแตกสลาย...ด่านนี้เป็นด่านจิตวิญญาณเฉพาะ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวในใจของเขาเท่านั้นที่จะทลายมันได้..." อัลทราย่าร้องเตือนสามี ​เบื้องหน้าของหนานกงจิ่ง ภาพนิมิตแปรเปลี่ยนเป็นมู๋ชิงเหยากำลังจูงมือเสี่ยวหย

  • พระชายาสารพัดพิษ   81. ม่านหมอกลืมตื่น

    ดวงตามู๋ชิงเหยาแดงก่ำ มองชายชราตรงหน้า หยดน้ำตาพลางไหลอาบแก้มเนียน... ​"มันคือวิบากกรรมแห่งสายเลือดแท้...ไม่มีผู้ใดหลีกหนีพ้น เว้นเสียแต่ว่า..." หมิงชางเว้นจังหวะ นัยน์ตาทรงพลังทอดมองไปทางม่านอาคมสวรรค์นอกตำหนัก "เว้นเสียแต่ว่า...อะไรหรือเจ้าคะท่านตา...? "ชายผู้นั้นจะสามารถฝ่าค่ายกลโอสถสวรรค์เก้าด่าน และม่านหมอกลืมตื่น ซึ่งเขาต้องเข้ามาหาเจ้าให้ทันก่อนที่ดวงจันทร์จะเต็มดวงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...และกระตุ้นความทรงจำของเจ้าด้วยหยาดน้ำตาแห่งดวงจิตของเขาเองได้ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ..." ​"เขาต้องมาแน่...อาจิ่งไม่มีวันทอดทิ้งข้ากับลูก..." มู๋ชิงเหยากัดริมฝีปากแน่น ภายในใจเฝ้าภาวนา ​หมิงชางถอนหายใจพลางเอื้อมมือไปอุ้มเสี่ยวหยวนเป่าขึ้นมา "ตาเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า...มนุษย์ธรรมดาผู้เป็นถึงเทพสงครามผู้นั้น จะมีความรักและความกล้าหาญมากพอที่จะทะลวงดินแดนโอสถเทพ เพื่อพวกเจ้าสองคนได้หรือไม่...? ​ ณ จวนตระกูลมู๋... ​หนานกงจิ่งที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ รีบตรงดิ่งไปยังจวนตระกูลมู๋ เขายืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่พร้อมกับมู๋ชิงเย่และอัลทราย่า ด้านหลังของพวกเขาคือ ชุนเถา องครักษ์ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status