Lord Of Heroes การเกิดใหม่ของท่านผู้นำผองวีรชน!

Lord Of Heroes การเกิดใหม่ของท่านผู้นำผองวีรชน!

last update最後更新 : 2026-09-14
作者:  ๐Algiz๐剛剛更新
語言: Thai
goodnovel16goodnovel
評分不足
27章節
4閱讀量
閱讀
加入書架

分享:  

檢舉
作品概覽
目錄
掃碼在 APP 閱讀

故事簡介

แฟนตาซี

พระเอกเก่ง

ตามใจภรรยา

เทพนักรบ

อัจฉริยะ

ฉลาด

วีรบุรุษอมตะ

การแต่งงานตามสัญญา

เกิดใหม่

⚔️ จากศึกสุดท้ายที่ต้องสูญเสียทั้งคนรักและสหายร่วมรบ จนเลือกที่จะหายไป... แต่พระเจ้ากลับส่งเขากลับมาเกิดใหม่เพื่อทวงคืนทุกอย่าง! เรื่องราวการกลับมาพานพบกันอีกครั้งที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและการเดินทางครั้งใหม่จะเป็นอย่างไร มาติดตามลุ้นไปด้วยกันนะครับ!

查看更多

第 1 章

บทนำ

เสียงแตรศึกดังสนั่นกึกก้องทั่วท้องฟ้าสีคราม และเกาะลอยฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว เหล่านักรบผู้มีปีกสีขาวต่างสยายปีกออกกว้างพุ่งเข้าต้อนรับขับสู้กับเหล่าอสูรกายที่ร่างกายนั้นปกคลุมด้วยเมือกเหลวสีดำซึ่งปกคลุมปกป้องร่างจริงภายใต้เมือกนั้นจากศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์

เหล่านักรบซึ่งก็คือ ทหารเทพต่างเข้าสู้รบปรบมือกับพวกอสูรกายด้วยความเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกำลังรบของทั้งสองฝ่าย ศึกสงครามนี้เกิดขึ้นจากความไม่พอใจของกลุ่มทวยเทพดั่งเดิมซึ่งถูกริบรอนอำนาจ

พวกมันได้กระทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย เปิดประตูนำพาอริร้ายผู้เป็นศัตรูของเหล่าเทพเจ้า และทุกภพมิติที่มีสรรพชีวิตอาศัยอยู่ ใช่…พวกมันทั้งหลายต่างทรยศ และเข้าร่วมกับศัตรู แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด พวกมันทรยศต่อความเชื่อใจของพวกพ้องตัวเอง และผู้คนที่ศรัทธาในพวกมัน…

“ทุกคน! ประจัญบานนน!!!!”

‘‘‘‘‘เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ!’’’’’

เหล่าผู้ที่มีความกล้าหาญ และจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งยึดมั่นในความถูกต้อง และความเที่ยงธรรมอันนำมาซึ่งความเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ ‘วีรชน(Heroes)’ ทั้งหลายพุ่งกระโจนเข้าไปยังใจกลางของความสับสนอลหม่านอย่างไร้ซึ่งความลังเล

ศัสตราวุธซึ่งแตกต่าง เช่นเดียวกับชุดเกราะเต็มรูป พวกเขา และเธอทุกคนล้วนแล้วมาจากโลกที่แตกต่างกันไปนับหมื่น แสน ล้านซึ่งกระจายอยู่ทั่วทั้งห้วงมิติจักรวาล แต่พวกเขาทั้งหลายล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนที่เหมือนกัน

นั่นคือ ‘ความกล้าที่จะเสียสละ’ พวกเขา และเธอทั้งหลายคือ ‘ผู้เสียสละ’ เพื่อช่วยเหลือทุกสรรพสิ่งให้รอดพ้นจากการถึงจุดแตกดับสลาย พวกเขา และเธอทั้งหลาย เป็นตัวตนอันสูงส่ง และเป็นตัวแปรสำคัญที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งสามารถทำให้กระแสสงครามสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ทันที…

เสียงกู่ร้องซึ่งเต็มเปรียบไปด้วยความกล้าหาญ เสียงคมอาวุธที่ปราศจากความลังเล พวกเขา และเธอทั้งหลายต่างถูกเรียกว่า ‘ผู้กล้า(Hero)’ ผู้ซึ่งยืนอยู่แนวหน้าสุด ณ ขอบเหวที่คั่นกลางระหว่างจุดจบ และจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่

มหาสงครามนี้ ได้ถูกตัดสินแล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่ทว่าจุดประสงค์ของพวกมันทั้งหลายไม่ใช่การกวาดล้างทวยเทพ และเหล่าวีรชนทั่วทั้งมิติห้วงสวรรค์แห่งนี้ แต่เป็นเพียงคนเดียวผู้ริเริ่มระบบสภาสูงสวรรค์ และระบบ 'พระเจ้าสูงสุด'

อันมีแต่ผู้ที่ถูกเลือกจากเหล่าเทพเจ้าทุกองค์เท่านั้นที่ดำรงตำแหน่งนี้ได้ โดยอิงจากเสียงข้างมาก ซึ่งนั่นทำให้เหล่าเทพเจ้าดั้งเดิมสูญเสียอำนาจที่เคยมีมาเกือบทั้งหมด---ณ โถงใหญ่ในวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมสภาทวยเทพ

เหล่าวีรชนทั้งหลายที่บุกมาถึงที่นี่ เพื่อช่วยองค์มหาเทวีผู้ดำรงตำแหน่งพระเจ้าสูงสุดองค์แรก แต่ทว่าเมื่อพวกเขาทั้งหลายผลักประตูบานใหญ่เข้าไปในโถงประชุม เหล่าวีรชนทั้งหลาย และเทพภักดีต่างพากันทรุดลงคุกเข่าต่อภาพที่พวกเขาได้

ศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ต่างตกเกลื่อนเต็มโถงวิหาร ศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้คือ ของเหล่าวีรชนทั้งหลายทั้งเขา และเธอ ที่ต่างรบจนตัวตายเพื่อปกป้องเพียงผู้เดียว ร่องรอยแห่งการต่อสู้นั้นมีให้เห็นอย่างชัดเจนไม่ว่าจะที่ผนัง หรือพื้นห้อง

และที่ด้านในสุดของโถงวิหารนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งทรุดกอดร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งมีใบหน้างดงามผมยาวสีบลอนด์ทอง ผิวกายสีขาวนวลซึ่งในเวลานี้ซีดเผือก และค่อยๆ มลายแตกสลายกลายสภาพเป็นรองแสงสีทองอย่างช้าๆ

บุรุษผู้โอบกอดร่างของอิสตรีอยู่นั้น ทำได้แต่เพียงหลั่งน้ำตาอันมากล้นไปด้วยความเจ็บปวด สิ้นหวัง โกรธแค้นต่อทั้งโชคชะตากรรม และต่อตนเอง ซึ่งไม่สามารถปกป้องอิสตรีผู้เป็นที่รักไว้ได้---แม้พวกเขาทั้งหลายจะมีชัยเหนือเทพเจ้าผู้ทรยศ

และเหล่าอริร้ายทั้งปวง แต่ทว่าภายใต้ชัยชนะนั้น ความสูญเสียต่อฝ่ายตนนั้น ใหญ่หลวงเกินกว่าจะเรียกว่า ‘ชนะ’ ได้ และนั่นทำให้บุรุษผู้ได้รับขนานนามว่า 'นายเหนือหัวแห่งวีรชน(Lord Of Heroes)' เปลี่ยนไปตลอดกาล…

~ปัจจุบัน~

เวลาล่วงเลยมากว่าหลายหมื่น แสน และล้านปี นับตั้งแต่มหาสงครามในวันแห่งการสูญเสียนั้น สรวงสวรรค์ก็ยังคงอยู่อย่างสงบสุขเช่นเดียวกับเหล่าวีรชน และทวยเทพที่ยังคงดำรงซึ่งระบบสภาทวยเทพเอาไว้ นี่คือ ยุคสมัยใหม่ที่ปราศจากทวยเทพที่กระหายในอำนาจ

และหนึ่งในเกาะลอยฟ้านับพันที่บนนั้นมีทุ่งดอกไม้นานาพรรณซึ่งผลิบานสีสันสวยสดงดงามราวกับอยู่บนสวรรค์อย่างไงอย่างนั้น แต่ว่าท่ามกลางทุ่งดอกไม้งดงามนี้ เป็นสถานที่ตั้งอันเป็นที่พักอันสงบสุขของเหล่าผู้เสียสละ

บุรุษผู้มีเส้นผมสีดำทมิฬ และนัตย์ตาสีน้ำเงินคมเข้มก้าวเดินไปบนพื้นซึ่งถูกปูด้วยหินอ่อน ท่ามกลางสองฝั่งทางนั้นมีเหล่าศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าวีรชนผู้ล่วงลับปักอยู่แผ่นป้ายจารึกนามของพวกเขา และเธอเหล่านั้น…

หากครั้งที่ยังเป็นมนุษย์เมื่อสิ้นชีพก็จะเหลือร่างไว้ให้ทำพิธีเพื่อสดุดีแด่ความกล้าหาญอันเสียสละเพื่อส่วนรวม แต่ยามเมื่อกลายเป็นวิญญาณ หรือจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ด้วยศัสตราวุธของศัตรูนั้นสามารถทำลายให้ดวงวิญญาณนั้นมลายแหลกสลายได้

นั่นทำให้เหล่าวีรชนทั้งเขา และเธอทั้งหลายเมื่อถึงคราสิ้นชีพด้วยน้ำมือของอริร้ายผู้นำของเหล่าอสูรกายกลืนกินห้วงมิตินั้น จิตวิญญาณ และจิตแห่งศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์จึงแหลกสลายไปด้วย เพราะจิตวิญญาณทั้งสองต่างเชื่อมถึงกัน…

และนั่นไม่ได้จำกัดแค่เหล่าวีรชน แต่ยังรวมถึงเหล่าทวยเทพอีกด้วย หากพวกเขา และเธอเพียงแค่ถูกสังหารด้วยน้ำมือของพวกเดียวกันเองอย่างมากก็แค่รอเวลาฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง นั่นทำให้เธอผู้นั้นถึงจากไปตลอดกาลอย่างไม่อาจหวนคืนกลับมา…

ฝีเท้านั้นหยุดลงหน้ารูปปั้นเทพีสาวนางหนึ่ง บุรุษยื่นมือข้างหนึ่งออกไปโดยที่อีกข้างประคองช่อดอกไม้สีขาวเอาไว้ มือซึ่งถูกปกปิดด้วยถุงมือหนังสีดำนั้นลูบปัดทำความสะอาดแผ่นจารึกนาม และคำกล่าวลาต่อเทพีสาวเอาไว้

‘พระองค์เปรียบเสมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนไร้หมู่ดาวค้ำฟ้า

ยามที่พระองค์นั้นได้จากไป นั่นทำให้หมู่เราทั้งหลายไร้ซึ่งแสงแห่งการชี้นำทาง

แต่ทว่าคำกล่าวของพระองค์นั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหมู่เราทุกคน

พวกเราทั้งหลาย จักขอสืบต่อปณิธาน อันแรงกล้าตราบชั่วนิจนิรันดร์

แด่องค์มหาเทวีผู้ยิ่งใหญ่ ‘มาร์รูเซีย’ ผู้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง’

“พระองค์เจ้า วันนี้ก็ยังคงเป็นวันอันสงบสุขเช่นนะขอรับ…”

บุรุษนั้นกล่าวออกไปด้วยถ้อยคำสุภาพ และให้เกียรติเทพีสาวผู้ล่วงลับอย่างสูงสุดอย่างหาใครเทียบมิได้ ช่อดอกไม้ถูกวางลงตรงหน้าของแท่นจารึก พร้อมกับสายลมหอบใหญ่ที่พัดเอากลีบดอกไม้ในทุ่งเข้ามายังพื้นที่อันเปรียบเสมือนสุสานไร้ร่างนี้…

“…พระองค์เจ้าโรเอล การย่างกายเข้ามาก่อกวนผู้อื่นระหว่างกำลังอาลัยอาวรณ์ถือเป็นการไร้มารยาทอย่างนะขอรับ”

แม้คำกล่าวนั้นจะสุภาพ แต่นัตย์ตาสีน้ำเงินคมเข้มนั้นค่อนข้างจะไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด คำกล่าวของบุรุษผมสีดำทำเอาผู้มาใหม่นั้นต้องยกมือขึ้นราวกับจะขออภัย นัตย์ตาสีฟ้าสดใส และเส้นผมสีเงินสลับขาวชายหนุ่มผู้มาใหม่นั้นมีตำแหน่ง และศักดิ์ที่สูงได้รับการยอมรับจากเทพเจ้าทุกพระองค์

“เย็นไว้…เราไม่ใช่ศัตรูของเจ้านะ เซอซิล”ชายผู้ถูกเรียกว่า ‘พระองค์เจ้าโรเอล’ กล่าวพร้อมกับค่อยๆ เอามือลงช้าๆ…

“กระหม่อมรู้ขอรับ แต่พระองค์ได้ย่างกรายเข้ามารบกวนเวลาของกระหม่อม…”

“เราต้องขออภัยสำหรับเรื่องนั้น…แต่หากว่าไม่ใช่เพราะวิญญาณของเจ้ากำลังแหลกสลายจนถึงจุดวิกฤตเราคงไม่บุกรุกอุจอาจแบบนี้หรอก”คำพูดที่พระผู้เป็นเจ้าองค์ปัจจุบันกล่าวนั้นทำให้บุรุษผู้ที่เรียกว่า ‘เซอซิล’ แปลกใจเล็กน้อย…

“ผู้ใดรู้ถึงเรื่องนี้บ้างขอรับ?”ในน้ำเสียงที่ถามคำถามออกไปนั้น ไม่สามารถจะบ่งบอกความรู้สึกของฝ่ายผู้ถามได้เลยแม้แต่เพียงเล็กน้อย

“มีแค่เราสหาย…”

“…ถ้าเช่นนั้น พระองค์รู้แล้วจะทำอะไรรึขอรับ?”คำถามนั้นทำให้พระผู้เป็นเจ้าได้แต่ถอนหายใจ

“ก่อนจะตอบคำถามนั้น เจ้าคิดว่าเราจะทำอะไรล่ะ~?”

“ปล่อยให้กระหม่อมได้แหลกสลายไปทั้งกาย และวิญญาณจนมิเหลือแม้แต่เศษเสี้ยวให้กลับมาได้อีกน่ะขอรับ”คำตอบของวีรชนหนุ่ม(?) ทำเอาผู้เป็นพระเจ้าสูงสุดองค์ปัจจุบันได้แต่เอามือลูบหน้า

“ให้ตอบใหม่อีกที…”โรเอลนั้นทำใจเย็นสู้ให้โอกาสอีกฝ่ายตอบใหม่อีกครั้ง

“ปล่อยให้วิญญาณของกระหม่อม ถึงคราแหลกสลายหวนคืนสู่ความเปล่าอย่างสมบูรณ์ และมิอาจเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดอีกเลย…”และคำตอบของเจ้าวีรชนหนุ่มที่ตอบกลับมาเป็นหนที่สอง ก็ทำเอาพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีเงินของตัวเองจนยุ่ง…

“ถามจริงเถอะ เจ้าคิดว่าเราจะปล่อยให้เจ้าฆ่าตัวตายเรอะ?”

“กระหม่อมมิได้ฆ่าตัวตาย แค่ถึงครากระหม่อมแล้วตามอายุขัยวิญญาณ”ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อถึงเวลาก็ต้องจากไป ยกเว้นแต่เพียงเทพเจ้าที่อยู่ยงเกือบคงกระพันเท่านั้น

“อายุขัยบ้าอะไรล่ะ เจ้าเล่นไม่กินไม่ดื่ม อยู่มาได้จนถึงยุคสมัยนี้ก็เก่งแล้ว…”โรเอลก้าวเข้าพร้อมวางมือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของวีรชนหนุ่ม

“สหาย! เจ้าต้องก้าวต่อไป! เราจะไม่บอกให้เจ้าลืมหญิงสาวผู้เป็นที่รัก! แต่เจ้าต้องก้าวต่อไป! เพื่อมีชีวิตอยู่ในส่วนของผู้ล่วงลับ!!!”โรเอลกล่าวพร้อมเขย่าร่างของวีรชนหนุ่ม

“ข้าแต่ฝ่าพระองค์เจ้า…หัวใจกระหม่อมนั้น มิอาจก้าวต่อไปไหวอีกแล้ว”วีรชนหนุ่มนำมือของผู้เป็นพระเจ้าสูงสุดออก พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเศร้าโศกหม่นหมองของผู้ที่ตรอมใจ และไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

“วันนี้เมื่อหลายชั่วกาลก่อน…กระหม่อมได้สูญเสียสตรีผู้เป็นที่รัก ผู้เป็นภรรยา และแม่ของลูกไป”โรเอลถึงกับชะงักวูบเมื่อได้ยินบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน

“เจ้าว่า แม่ของลูกงั้นรึ…?”

“มันเป็นช่วงยุคสมัยแห่งความวุ่นวาย…พวกเราสองคนจึงมีความเห็นว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เพราะหากมีคนรู้ อนาคตคงมิเป็นแบบทุกวันนี้”การก่อตั้งระบบสภาทวยเทพอาจล้มเหลว พวกเทพเจ้าผู้ทรยศคงเป็นผงาดขึ้นมาเป็นใหญ่แทนเป็นแน่…

“เจ้าจะบอกว่าพระนางตั้งครรภ์…ด้วยรึ”คำตอบของคำถามมีเพียงการพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร

“งั้นรึ เป็นเรื่องที่หนักหนาจริงๆ…”สูญเสียทั้งสตรีผู้เป็นที่รัก และลูกที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกที่พ่อแม่ได้ร่วมมือกันสร้างขึ้น…โรเอลได้แต่หลับตาลงเพื่อสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

“เราไม่อาจบอกได้…ว่า เข้าใจความรู้สึกของเจ้า แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่อาจปล่อยให้เจ้าตายได้อย่างเด็ดขาด”แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะก้าวต่อไป หลังจากต้องพบกับเรื่องเลวร้ายขนาดนี้มา…แต่ในฐานะพระเจ้าสูงสุด และเพื่อน คงไม่อาจปล่อยให้คนตรงหน้าตายได้อย่างเด็ดขาด

“ยังไง…พระองค์ก็ไม่ยอมปล่อยให้กระหม่อมพักสินะขอรับ?”วีรชนหนุ่มเอ่ยถามพร้อมใช้นัตย์ตาสีน้ำเงินคมเข้มจับจ้องไปยังนัตย์ตาสีฟ้าสดใสของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดองค์ปัจจุบัน

“ถ้าหากการพักของเจ้าคือ ความตาย…ใช่ ไม่ว่ายังไงเราก็จะหยุดเจ้า”

เมื่อสายตาของทั้งวีรชนหนุ่ม และผู้เป็นพระเจ้าผสานกัน เกิดสายลมหอบใหญ่พัดกระจายออกรอบตัวของพวกเขา พร้อมกับเกิดบรรยากาศอันหนักอึ้งขึ้นมาระหว่างทั้งสองฝ่าย มันเป็นบรรยากาศอันน่าอึดอัด กลืนไม่เข้า…คายไม่ออก

ก่อนศัสตราวุธจากปรากฏขึ้นมือขวาของทั้งสองฝ่าย และผู้ที่บุกเข้าไปก่อนคือ ฝ่ายวีรชนหนุ่มซึ่งใช้ดาบมือเดียวเล่มยาวซึ่งปกคลุมด้วยออร่าสีดำรัตติกาล และมีสายฟ้าสีอเมทิตส์แล่นผ่าน ดาบนั้นตวัดฟันเข้าใส่บุรุษผู้เป็นพระเจ้าสูงสุดอย่างไร้ซึ่งความลังเล

พระเจ้าหนุ่มยกดาบมือเดียวเล่มยาวซึ่งปกคลุมด้วยออร่าสีขาวสว่างเจิดจ้า และมีกระแสอัสนีบาทสีเงินแล่นผ่านปกคลุมใบดาบ เช่นเดียวกันกับวีรชนหนุ่มดาบนั้นถูกตวัดออกไปเพื่อรับการโจมตีอันไร้ความลังเลนั้นอย่างเต็มกำลัง…

จนเกิดระบิดเสียงดังกัมปนาท และสายลมหอบใหญ่กรรโชกอันแรงเสียจนเหล่าศัสตราวุธที่เปรียบป้ายหลุมศพนั้นสั่นไหว ทั้งสองฝ่ายต่างถอยห่างเว้นระยะออกจากกัน ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้งด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครมองตามได้ทัน

ดาบของทั้งสองต่างปะทะกันอย่างรุนแรง และหลายสิบกระบวนดาบในเวลาเพียงแค่หนึ่งลมหายใจ การโจมตีนั้นเล็งวนไปตามเข็มนาฬิกาตั้งแต่หัวไหล่ไล่ลงไปยังข้อต่อข้อศอกสู่มือจนวันไปอีกข้าง และแทงเข้าที่ลำตัว…

ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันสู้ต่างผลัดกันรับอย่างสูสี ทุกครั้งที่ปะดาบกัน โรเอลก็ซึมซับอารมณ์ความรู้สึกที่วีรชนหนุ่มตรงหน้าเก็บไว้เข้ามา ความรู้สึกนั้นมีทั้งความโศกเศร้า ความเจ็บปวดรวดร้าว และความโกรธเกรี้ยว…ต่อตัวเอง

เช่นเดียวกันกับฝ่ายเซอซิล ทุกครั้งที่คมดาบของเขาปะทะเข้ากับคมดาบของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดองค์ปัจจุบัน เขาก็รับรู้ได้ถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ใจของคนตรงหน้า ซึ่งมันทำให้เขานั้นรู้สึกขอบคุณจากใจ แต่ไม่ว่ายังไงเขาไม่อาจยอมได้…

นั่นทำให้พวกเขาทั้งสองคน ทั้งวีรชนหนุ่ม และองค์พระผู้เป็นเจ้าสูงสุดต่างรู้ว่า การดวลกันด้วยกระบวนดาบมิอาจตัดสินเรื่องราวในครั้งนี้ นั่นทำให้พวกเขาตัดสินใจ ตัดสินทุกอย่างในการโจมตีเพียงครั้งเดียวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ทั้งสองฝ่ายทิ้งระยะห่างจากกันอีกครั้ง พร้อมกับชูดในมือขวาของตัวขึ้น ดาบในมือของพระเจ้าสูงสุดเกิดระอองแสงสว่างจำนวนมากขึ้นรอบตัว และไปรวมที่ใบดาบ เช่นเดียวกับฝ่ายวีรชนหนุ่มซึ่งเป็นระอองแสงสีดำทมึน

เมื่อถึงจุดหนึ่ง สายตาของสองบรรจบกันอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างพุ่งเข้าหากันพร้อมกับแทงดับในมือขวาของตนออกไป เมื่อปลายดาบทั้งสองปะทะกัน จึงเกิดระเบิดอย่างรุนแรงสายฟ้าที่เคยพาดผ่านมลายสลายทิ้งไว้ก็แต่เพียงเสียงระเบิดกัมปนาท

ท่ามกลางฝุ่นซี่งตลบอบอ่วนเหลือแค่เพียงผู้ที่ยืนอยู่ นั่นคือ บุรุษผู้เป็นถึงพระเจ้าสูงสุดองค์ปัจจุบัน นั่น ณ ตอนนี้ผู้ชนะการด่วนได้ถูกตัดสินแล้วผู้ชนะการตรวจได้ถูกตัดสินแล้ว---กลับสู่ความเป็นจริง ต่างฝ่ายตาหลับตาลง และลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อรับรู้ถึงผลลัพธ์

“ดูเหมือน…กระผมจะแพ้แล้ว”วีรชนหนุ่มเอ่ยขณะที่บนใบหน้านั้นอาบไปด้วยเหงื่อ

“ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายเกินคาดแฮะ…”นึกว่าจะดื้อดึงกว่านี้ซะอีก

“เมื่อแพ้ ก็ต้องยอมรับว่า แพ้”หากดึงดัน หรือดื้อดึงต่อ มันมีแต่จะทำให้สูญเสียซึ่งเกียรติ และศักดิ์ศรี อีกอย่างนึง…แพ้แล้วไม่ยอมรับตัวว่าแพ้ มันก็เป็นได้แค่คนน่าสมเพช

“แปลว่าเจ้าจะทำตามผู้ชนะสินะ~?”

“ด้วยเกียรติ และความภาคภูมิใจในฐานะวีรชน กระผมนั้นเคารพในกฎแห่งการประลอง”วีรชนหนุ่มกล่าวพร้อมนำมือขวาไปแนบที่อกซ้าย และก้มศีรษะลง

“แต่กระหม่อมไม่อาจสวามิภักดิ์ถวายความภักดีแก่พระองค์ได้…ผู้เดียวที่กระหม่อมน้อมถวายความภักดีให้ มีเพียง ‘องค์มหาเทวีมาร์รูเซีย’ เท่านั้น”เซอซิลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมเงยหน้าขึ้น

“เราก็ไม่ได้ต้องการให้เจ้าถวายความภักดีให้อยู่แล้ว…เราแค่ต้องการให้เจ้าก้าวต่อไป เลิกคิดที่จะตายจากสู่ความเปล่าเสีย!”นั่นแหละคือ วัตถุประสงค์หลัก เพราะทางนี้เองก็มีกองสิบสองวีรชนซึ่งเป็นผู้ตั้งบังคับบัญชาโดยตรงอยู่แล้ว

“หากนั้นคือ บัญชาของผู้ชนะ กระหม่อมก็ขอรับเอาไว้”แม้จะรู้สึกเสียอย่างสุดซึ้งที่มิอาจกลับสู่ความว่างเปล่าได้ก็ตาม…

“ใจเย็นก่อน เราจะให้เจ้าลงไปเกิดใหม่ด้วย”พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของฝ่ายวีรชนหนุ่มเบิกกว้างก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว…

“เพื่อ…?”เซอซิลถึงกับเลิกสุภาพ และถามเหตุผลอย่างห้วนๆ ไปเลย

“ถามได้ วิญญาณเจ้ามันมืดมนโทรมอย่างกับศพ เราก็ให้เจ้าไปเกิดใหม่จะได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจกับวิญญาณยังไงเล่า!”อ่อนแอลงขนาดที่แพ้กันในการต่อสู้ภายในจิตใจ ขืนปล่อยมีหวังโดนลูกหลงพวกบ้าพลังตายก่อนแหง…

“วิญญาณมืดมนอย่างกับศพ…?”มันคือ วิญญาณแบบไหน อยู่มาเป็นพันล้านปีเพิ่งเคยได้ยินก็ครั้งนี้แหละ เซอซิลเจ้าตัวไม่ได้สนใจถึงเหตุผลของฝ่ายพระเจ้าเลยแม้แต่น้อย…

“ก็ใช่น่ะสิ เพราะงั้นเจ้าจงลงไปเกิดใหม่เพื่อฟื้นฟูเยียวยาหัวใจตัวเองซะ…จะได้เลิกเป็นศพ”

“จำเป็นต้องเกิดใหม่ด้วยรึ…”เอาคนอายุมากกว่าโลกบางใบไปเกิดใหม่เป็นทารกน้อยเนี่ยนะ

“จำเป็น เพราะวิญญาณเจ้ามันล่อแล่เต็มแก่แล้วยังไงล่ะ อีกอย่าง…หัวใจอันบอบช้ำสุดแสนตรอมใจของเจ้าจะได้รับการเยียวยาจากอ้อมอกมารดาด้วยยังไงล่ะ~!”

“อ้อมอกมารดา…ไม่ได้ กระหม่อมจะนอกใจรูเซียไม่ได้”แม้เธอผู้นั้นจะล่วงลับไปก่อน แต่ตัวเขาจะใช้โอกาสนั้นไปซุกอกสตรีอื่นไม่ได้…

“ให้แม่กอดไม่นับว่านอกใจนะสหาย! เจ้าจะบ้าหรือไง!?”

“แม่ก็เป็นผู้หญิง กอดผู้หญิงคนอื่นนอกจากภรรยาตัวเอง นับว่า…นอกใจ”และพอนอกใจแล้วถูกจำได้ ครอบครัวก็จะแตกแยกทันที…

“…งั้นถ้าเจ้ามีลูกสาว ก็กอดลูกสาวไม่ได้สิ”พระเจ้าหนุ่มลองกล่าวยันเชิงศีลธรรมอันเพี้ยนๆ ของเจ้าวีรชนหนุ่มผู้เป็นสหายดู…

“อืม…กอดผู้หญิงคนอื่น ไม่นอกใจรึ?”

“ไม่นอกเลย! ในบางวัฒนธรรมการกอดคือ การทักทายนะ!”อะไรทำให้คิดว่าเป็นการนอกใจกัน! หรือว่าองค์มหาเทวีปลูกฝังความเข้าใจผิดๆ ไว้ เจ้าวีรชนตรงหน้านี้เลยมีวิถีชีวิตปลีกวิเวกยิ่งกว่าฤาษี!

“งั้นรึ…จะไม่โดนโกรธแน่นะ”

“ใครจะโกรธเจ้ากัน! คิดว่าผู้หญิงจะไร้เหตุผลขนาดนั้นหรือไง!”อีกอย่างท่านผู้นั้นล่วงลับไปนานแล้วจะโกรธได้ไง! ถึงอยากจะพูดอย่างหลัง แต่ก็ทำไม่ได้แหละนะ…

“ก็จริง…”เซอซิลเริ่มคล้อยตามเล็กน้อย นั่นทำให้โรเอลคิดว่านี่แหละโอกาส!

“เพราะงั้น! พอเจ้าเกิดใหม่ก็ลองไปหาสาวน้อยน่ารักน่ารักมาน้วยกอดดูนะ! จะสร้างฮาเร็มเลยก็ได้!”มากคนรักจะได้มีคนช่วยเยียวยาหัวใจหลายคนยังไงล่ะ!

“สะ-สาวน้อย ฮะ-ฮาเร็ม…?”นั่นมันเข้าข่ายนอกใจแล้วนะ

“ถ้าเจ้าสามารถรักผู้หญิงทุกคนได้อย่างเท่าเทียมโดยที่ไม่เอนเอียงไปที่ใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไปแล้วล่ะก็…เจ้าก็จะเป็นแบบเรา!”โรเอลยืนอกอย่างภาคภูมิใจ เพราะตัวเองนั้นมีภรรยาถึง 50 คน! และมีลูกสาวลูกชายรวมกันถึง 72 คนอีกต่างหาก!

“ด้วยความเคารพ…แบบพระองค์ก็มากไปขอรับ”ทางนี้เป็นวีรชนนะ ไม่ใช่เทพเจ้าการที่จะรับมืออิสตรีได้มากมายด้วยตัวคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้…รึเปล่าหวา

“มากที่ไหน!…แต่ก็แล้วแต่เจ้า เราแค่จะบอกว่า ถ้าเจ้าทำได้ เจ้าจะมีความสุขมาก”แต่อาจจะเหนื่อยซีดหน่อยในชั่วแรกๆ แต่หลังจากนั้นก็จะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย

“ความสุขรึขอรับ…กระหม่อมจะมีได้รึ”

“ขึ้นอยู่กับเจ้า เพราะเจ้าคือคนที่ต้องลงไปเกิดใหม่”ถึงทางนี้จะเคยเป็นมนุษย์มาก่อนเหมือนกันก็เถอะนะ ว่าไปแล้วก็รู้สึกคิดถึงอยู่หน่อยๆ แฮะ…

“ไม่เกิดใหม่ไม่ได้สินะขอรับ…?”

“ยังไงก็ไม่ได้ เพราะเจ้ามันขาดความรักความอบอุ่นมานานเกินไป วิญญาณเจ้ามันเลยเสื่อมโทรมมืดมนอย่างกับศพยังไงเล่า”วิญญาณวีรชนน่ะเปราะบางจะตายไปหากเทียบกับเทพเจ้าแล้วน่ะนะ

“…พระองค์เจ้า สภาพวิญญาณกระหม่อมมันแย่ขนาดนั้นเชียว”ก็ส่องกระจกทุกวัน นอกจากผิวที่ซีดลงนิดหน่อยแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติไม่ใช่รึ

“แย่สิ ไม่เชื่อลองมองหน้าตัวเองผ่านเงาสะท้อนกระจกเทพเจ้าดู”พระเจ้าหนุ่มยื่นกระจกไปให้วีรชนหนุ่มส่องหน้าตัวเอง และยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะเห็นสภาพตัวเองในกระจก…

*เพล้ง~!*

“อ๊ะ กระจกแตกแล้วล่ะขอรับ”

“พูดเป็นเล่น!?”โรเอลถึงกับคว้ากระจกคืน ซึ่งปรากฏว่าแตกจริง ส่วนที่เป็นกระจกสะท้อนแตกละเอียดขนาดที่ว่าไม่เหลือแม้แต่เศษเลย!

“ประตูแห่งการเกิดใหม่(Door Of Rebirth)!”

องค์พระผู้เป็นเจ้าสูงสุดสะบัดมือออกไปยังทิศทางหนึ่ง พร้อมกับประตูสีขาวบานหนึ่งปรากฎขึ้นมาจากความว่างเปล่า และเปิดออกรอให้มีผู้ก้าวเข้าไป ข้างในประตูนั้นเป็นสีงสีขาวนวลที่บอกไม่ได้ว่าอีกฝั่งมีอะไรรออยู่ เพียงต้องก้าวเข้าไปแล้วเท่านั้นถึงจะรู้…

“รีบไปเถอะ หากช้าไปกว่านี้เจ้าหายไปตลอดกาลแน่”โรเอลกล่าวพร้อมดันหลังของวีรชนหนุ่มไปที่ประตูบานสีขาวซึ่งเปิดพร้อมรออยู่แล้ว

“ดะ-เดี๋ยว แล้วใค-!/ เดี๋ยวดูแลทำความสะอาดให้รีบไปเถอะน่า!”

เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ดึงเชิงได้อีก โรเอลจัดการผลักวีรชนหนุ่มเข้าไปในแสงสีขาวนั่นพร้อมกับปิดประตูลง และล็อกกลอนแน่น ป้องกันเผื่ออีกฝ่ายจะใช้ลูกฮึดกลับมาได้---ในวันนั้น ณ โลกใบหนึ่งอันสุดแสนจะสงบสุข ชีวิตใหม่ของใครบางคนก็ได้กำเนิดขึ้นอย่างที่เจ้าตัวเองยังไม่ทันได้ตั้งตัว…

展開
下一章
下載

最新章節

更多章節
暫無評論。
27 章節
บทนำ
เสียงแตรศึกดังสนั่นกึกก้องทั่วท้องฟ้าสีคราม และเกาะลอยฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว เหล่านักรบผู้มีปีกสีขาวต่างสยายปีกออกกว้างพุ่งเข้าต้อนรับขับสู้กับเหล่าอสูรกายที่ร่างกายนั้นปกคลุมด้วยเมือกเหลวสีดำซึ่งปกคลุมปกป้องร่างจริงภายใต้เมือกนั้นจากศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านักรบซึ่งก็คือ ทหารเทพต่างเข้าสู้รบปรบมือกับพวกอสูรกายด้วยความเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกำลังรบของทั้งสองฝ่าย ศึกสงครามนี้เกิดขึ้นจากความไม่พอใจของกลุ่มทวยเทพดั่งเดิมซึ่งถูกริบรอนอำนาจพวกมันได้กระทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย เปิดประตูนำพาอริร้ายผู้เป็นศัตรูของเหล่าเทพเจ้า และทุกภพมิติที่มีสรรพชีวิตอาศัยอยู่ ใช่…พวกมันทั้งหลายต่างทรยศ และเข้าร่วมกับศัตรู แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด พวกมันทรยศต่อความเชื่อใจของพวกพ้องตัวเอง และผู้คนที่ศรัทธาในพวกมัน…“ทุกคน! ประจัญบานนน!!!!”‘‘‘‘‘เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ! เฮ!’’’’’เหล่าผู้ที่มีความกล้าหาญ และจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งยึดมั่นในความถูกต้อง และความเที่ยงธรรมอันนำมาซึ่งความเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ ‘วีรชน(Heroes)’ ทั้งหลายพุ่งกระโจนเข้าไปยังใจกลาง
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ในศาลาเรือนกระจกซึ่งแยกออกมาจากสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีรูปลักษณ์ละหม้ายคล้ายกับปราสาทหลังใหญ่โต ทางเดินที่เชื่อมออกมานั้นสร้างจากกระจกทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่หลังคา ซึ่งจะมีแบบนี้จะเฉพาะในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บเท่านั้น…ใช่แล้ว ศาลากระจก เดิมนั้นเป็นเพียงศาลาชมนก-ดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้ภายในเขตของพระราชวังใหญ่แห่งนี้ แต่เมื่อถึงฤดูหนาวเหล่าดอกไม้ และต้นไม้ใหญ่ทั้งหลาดต่างถูกหิมะซึ่งมาพร้อมกับฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทับถมจนขาวโพลนแม้ข้างนอกจะเหลือเพียงสีเดียวอย่างสีขาว ในสวนดอกไม้แห่งนี้ ก็ยังเหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนจากตัวปราสาทซึ่งเป็นพระราชวังไปในตัวอันแสนวุ่นวายอยู่ดี นั่นทำให้ศาลาที่แยกออกมาจากปราสาทหลัก นั้นคุ้มค่าที่จะมาหมกตัวอยู่ทั้งวัน…“ฟุเนี๊ย~ฟุเนี๊ย~ตักของท่านพี่~!”“……”เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบ ซึ่งมีเส้นผมยาวสีเงิน และนัตย์ตาสีฟ้าสดใส เธอนั้นนอนสอดแทรกพาดตัวบนตักทั้งสองของเด็กชายวัยสามขวบผู้มีเรือนผมสีดำทมิฬไร้ซึ่งเงาสะท้อน และมีนัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มบางอยู่ทั้งสองต่างอยู่บนฟูกอันใหญ่ซึ่งถูกนำมาปูไว้เพื่อให้ผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากหน้าที่การงา
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 2 ชีวิตประจำวัน (1/2)
ชีวิตของเด็กวัย 3 ขวบ ก็ไม่ได้เลิศหรู หรือหวือหวาอะไรเท่าไหร่นัก ถ้าหากว่ากันตามจริงแล้วออกจะไปทางว่างเลยด้วยซ้ำ ว่างขนาดหนักด้วย ถึงจะเกิดใหม่มาได้ 3 ปีแล้วก็เถอะ แต่ความว่างนี่มันศัตรูร้ายบันทอนชีวิตยิ่งกว่าการจิตตกซะอีก…“ท่านพี่~!”“หืม~?”เขาสัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่มาจากทางด้านหลัง เด็กหญิงตัวน้อยผมสีเงินซึ่งมีนัตย์ตาสีฟ้าสดใส และหูที่เรียวแหลม เธอนั้นพุ่งเข้ามาสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง…“เล่นกันนะ~!”น้องสาวตัวน้อยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส นัตย์ตาเป็นประกายวิบวับ…“เอาสิ…อยากเล่นอะไรล่ะ?”เขาจะไปปฏิเสธลงได้ยังไงล่ะจริงไหม“ละคร!”สิ่งที่คุณน้องสาวอยากเล่นทำเอาเขาผงะเล็กน้อย“ยังไง?”อยากแสดงละครเวทีรึ แต่นั่นมันต้องใช้คนเยอะนะ แต่ถ้าบอกท่านพ่อล่ะก็…คงเกณฑ์คนมาทั้งพระราชวังปราสาทหลังนี้แหง“ท่านพี่เป็นอัศวิน! ส่วนหนูจะเป็นเจ้าหญิงยังไงล่ะ!”“แบบนั้นเอง งั้นก็…”ก็ในเมื่อบทบาทที่คุณน้องสาวต้องการว่าแบบนั้น…เด็กชายผละตัวออกจากเด็กหญิงซึ่งกำลังกอดตัวเขาเองจากทางด้านหลัง เขายืนอกขึ้นก่อนจะเคลื่อนมือขวามาแนบที่อกซ้าย พร้อมกับย่อตัวลงคุกเข่าขวาโดยปายเท้าหันเฉียงไปทางซ้ายเล็กน้
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 3 ชีวิตประจำวัน (2/2)
ในวันที่ท้องฟ้านั้นมัวหมอง และหนาวเย็นเฉกเช่นปกติสุข ถ้าว่ากันตามจริง หากวันไหนอากาศอุ่นขึ้น อาจจะเป็นลางบอกเหตุว่า กำลังจะเกิดวิกฤตการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศครั้งใหญ่ก็เป็นได้ แต่เท่าที่อ่านในบันทึกนั้น…เหมือนดินแดนโครเวลส์จะหนาวเสมอต้นเสมอปลายซะมากว่า แต่เมื่อถึงช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูจะมีหนาวเกินเข้าไปช่วงฤดูใบไม้ผลิบ้างเล็กน้อย แต่ก็ใช่ ในวันนี้ก็ยังเป็นวันวานอันหนาวเหน็บอีกเช่นเคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ…“ท่านพี่ตัวอุ่นจังเลย~!”“งั้นเหรอ…”เซอซิลตอบรับน้องสาวซึ่งกอดตนไม่ยอมปล่อย และดูทีท่าแล้วไม่น่าจะยอมปล่อยด้วย นับว่าน้องสาวของเขาช่างจะติดหนึบขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ“เซอซิล ลูกรักของแม่ไม่อึดอัดเหรอ…?”หญิงสาวนางหนึ่งทักขึ้น“ไม่เลยครับ ท่านแม่”หญิงสาวผู้อ่อนเยาว์ และมีหูที่เรียวแหลมยาว ผู้มีเส้นผมสีเงิน และนัตย์ตาสีฟ้าสดใส ผิวกายสีขาวผ่อง ใบหน้าอันงดงามปานนางฟ้าเทพธิดาสวรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของสายเลือดภูตินั้นฉายแววกังวล และหนักใจกับสภาพของลูกชาย และลูกสาวแท้ๆ อย่างไม่ปิดบัง“เฟลิเซีย ลูกรักไม่เกาะพี่ชายลูกเกินไปหน่อยเหรอ…?”“ไม่ค่ะ! ที่จริงอยากกอดแน่นกว่านี้อ
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 4 พิธีศีล (1/2)
แล้ววันนี้ก็มาถึง วันนี้เป็นแม้วันหนึ่งในช่วงฤดูกาลอันหนาวเหน็บ แต่ก็มีข้อแตกต่างกว่าปกติเล็กน้อย นั่นคือ วันนี้ท้องฟ้านั้นแจ่มใสเป็นพิเศษแม้จะมีหมู่เมฆหนาอยู่บ้างปะปลาย ภายในพระราชวังปราสาทใหญ่วันนี้ค่อนข้างจะคึกคักและครื้นเครงเป็นพิเศษ ไม่เพียงแต่ในพระราชวังแต่ยังรวมไปถึงภายในเมืองที่ผู้คนต่างออกมาตั้งร้านค้าแผงลอยกันอย่างคึกครื้นราวกับงานเทศกาลยังไงอย่างนั้น ที่จริงจะบอกว่าเป็นเทศกาลก็ไม่ผิดนักหรอก เพราะวันนี้คือ วันนั้นยังไงล่ะ“ท่านพี่ของหนูหล่อที่สุดเลย~!”“อย่างนั้นหรือ…?”พอได้รับคำชมน้องสาวผู้แสนน่ารักน่าเอ็นดูแล้ว เด็กชายในวัย 5 ขวบ ก็เบนสายตาของตัวเองไปที่กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของตนออกมา---เส้นผมสีดำรัตติกาล นัตย์ตาสีน้ำเงินเข้ม ผิวกายนั้นเป็นสีขาวผองสว่างเด็กชายนั้นสวมเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ทยาวสีดำตัดขลิบสีน้ำเงิน ซึ่งมาพร้อมกับผ้าคลุมไหล่ซ้ายที่ยาวลงมาจนถึงช่วงหัวเข่า กระดุมเม็ดนั้นเป็นสีทอง แต่สัญลักษณ์ที่สลักอยู่นั้นเป็นรูปของมังกรสีดำ…พอเห็นแบบนี้แล้ว ทำให้ความทรงจำสมัยเขายังเป็นเพียงผู้กล้าธรรมดาสามัญที่มีเป้าหมายเพียงเพื่อปก
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 5 พิธีศีล (2/2)
“อย่าอมพะเนินขอรับ”“อะ-อมพะเนิน…?”โรเอลถึงกับชะงักไปแทบไม่เป็น แค่ดึงเชิงไม่บอกเหตุผลทันทีโดนหาว่าอมพะเนินซะงั้นเรอะ ช่างไม่เข้าใจวิถีของเทพเจ้าซะจริง---ฝ่ายพระเจ้าหนุ่มได้แต่ปวดหัวนิดหน่อย ก่อนจะได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างอับจนใจต่อสิ่งที่สหายกล่าวหา…“แล้วตกลงพระองค์ทรงมีธุระอะไรกับกระหม่อมหรือขอรับ?”การหยุดเวลาทั้งห้วงภพมิตินานๆ มันไม่ดีต่อผลพ่วงโชคชะตาของโลกทั้งใบนา…“…ตอนนี้เจ้า 5 ขวบแล้วใช่ไหม?”“ใช่”เซอซิลตอบสั้นๆ ห้วนๆ ด้วยใบหน้า และน้ำเสียงที่ราบเรียบ“แล้วเจ้าน่ะเป็นวีรชนถูกส่งมาเกิดใหม่ ถูกไหม?”“ก็ถูก…พระองค์จะกล่าวอะไรก็กล่าวมาเถอะ”อย่ามัวแต่ถามแล้วให้ตอบ มันเสียเวลา อีกอย่างนอกจากจะไม่ดีต่อโชคชะตาโลกแล้ว มันจะล่อพวกศัตรูมาเอาด้วย…“เจ้าเนี่ยนะ…เจ้าเป็นถึงผู้รวมวีรชนทั้งหมดให้เป็นปรึกแผ่นคนแรกเชียวนะ ไอ้เครื่องเวทมนตร์บนโลกมันจะไปรับไหวได้ที่ไหน! เจ้าอยากระเบิดคนตายทั้งโถงนี้เรอะ?”พอได้ยินเหตุผลแบบนั้นแล้ว“มันจะระเบิดรึ…”ของเก่าอายุแค่เจ็ดร้อยปีเองนะ“จะเหลือเรอะ แล้วก็! เจ้าน่ะมีพรวิเศษคุ้มครองจำนวนนับร้อย…เจ้าบ้าหรือเปล่าที่จะโชว์ทั้งหมดนั่นน่ะ?”โชว์หมด
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 6 งานเลี้ยงยามเย็น
พิธีศีลเพื่อตรวจสอบความสามารถด้านเวทมนตร์ และเปิดตัวต่อวงสังคมชนชั้นสูงในช่วงเช้านั้น ได้จบลงด้วยความโกลาหลในระดับที่ค่อนจะสาหัสพอสมควร เพราะหากดูจากสีหน้าของท่านพ่อ กับท่านแม่ทั้งสองที่ดูเหน็ดเหนื่อยแล้ว… ดูท่าระหว่างที่แยกออกไป คงต้องตอบคำถามที่ประดับเข้ามาปานคลื่นลมพายุในมหาสมุทรจนเอียนขยาดเลยเป็นแน่ โดยเฉพาะคำถาม และคำเชิญชวนจากผู้แทนจากดินแดนต่างๆ ที่พยายามทาบทามขอหมั้นเกี่ยวดองทั้งหลายแหล่… แน่นอนว่าท่านพ่อ และท่านแม่ทั้งสองจะปฎิเสธทันทียื่นคำขาดเลยก็ทำไม่ได้ เพราะมันอาจเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างดินแดนเอาได้ ถึงในด้านกำลังทหารฝ่ายโครเวลส์จะมีกำลังเหนือกว่าทุกดินแดนในแถบพื้นที่แถวนี้ แต่ให้ทำสงครามกันเพราะเรื่องขัดแย้งบ้าบอเพราะทำให้อีกฝ่ายโกรธที่ปฎิเสธการหมั้นหมาย หรือเกี่ยวดองด้วย มันก็คงไม่ใช่เรื่องสมควรสักเท่าไหร่นัก หากทำสงครามด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้น มีหวังเป็นรอยด่างพร้อยในเกียรติประวัติชีวิตเป็นแน่แหง… “ใต้เท้า(Milord)!” “อัลวิน?” เรสซิลซึ่งกำลังช่วยลูกชาย และลูกสาวทักทายแขกจากต่างแดนทั้งหลายถึงกับชะงัก ก่อนจะหันไปตามทิศทางที่เสียงตะโกนดังมา ผู้ที่ตะโกนนั้น
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 7 เจ้าหญิงแห่งเซราเซีย
“มะ-มาร์รูเซีย…?” เซอซิลเรียกชื่อหนึ่งออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เช่นเดียวกับร่างกายของเขา เด็กหญิงนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาตามชื่อที่เด็กชายเอ่ยออกมา เธอแสดงสีหน้าแปลกใจ และตกตระลึง เช่นเดียวกับนัตย์ตาสีทองนั้นขยายเบิกกว้าง… “คุณรู้ชื่อของเราได้ยังไง?”คำถามนั้นยิ่งทำให้หัวใจของเซอซิลเต้นแรง! “ผะ-ผมเอง เซอซิล ไง…”เขายังตัวลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพง โดยมีเด็กหญิงพิงซบอยู่บนตัวของเขา ซึ่งทันทีที่ได้ยินเด็กชายเอ่ยชื่อของตัวเองนั้น… “เซอซิล เซอซิล…คุณคือเจ้าของงานเลี้ยงเหรอเจ้าคะ?” “จำผม…มะ-ไม่ได้เหรอ?”เซอซิลชี้เข้าตัวเอง และคำตอบที่ได้รับนั้น… “จำ?…พวกเราเคยพบกันมาก่อนเหรอเจ้าคะ?”เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจของเซอซิลถึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครงั้นเหรอ… “ขะ-ขออภัย เธอเหมือนกับคนที่ผมรู้จักน่ะ…”กลิ่นอาย พลังศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบวิญญาณเหมือนกัน คงแค่บังเอิญกระมั้ง แต่นามที่สลักวิญญาณ… “คนรู้จักเหรอ…?”เด็กหญิงเอียงคอขณะที่หางตานั้นยังชุ่มชื้นอยู่ เธอสังเกตเห็นร่างกายของเด็กชายผู้ช่วยเธอออกมา(จากห้องน้ำ)นั้นสั่นเครือ… *หมับ~!* “ทะ-ทำอะไรน่ะ!?”เ
last update最後更新 : 2026-09-07
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 8 น้องสาว และเจ้าหญิง
พอกลับมาถึงโถงพิธีงานเลี้ยง ก็พบว่าแขกต่างบ้านต่างเมืองส่วนใหญ่ก็ได้กลับไปยังเรือนรับรองกันหมดแล้ว ส่วนหนึ่งที่พวกเขา และเธอทั้งหลายกลับที่พักกันเร็วอาจเป็นเพราะว่าตัวเอกของงานทั้งสองต่างอยู่ในจุดที่พวกเขา และเธอทั้งหลายเข้าไปทาบทามไม่ไหว… “ท่านพี่นอกใจหนูอ๋อออ~?” “นายน้อยทำดิฉันเป็นห่วงนะเจ้าคะ~?” เซอซิลตอนนี้ได้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจเปรียบเปรยยกตัวอย่างถึงได้ หลังจากที่กลับมาถึงโถงพิธีซึ่งงานเลิกแล้ว เขาจึงถูกพาไปยังห้องรับรองขนาดกลางที่ท่านพ่อท่านแม่ทั้งสองของเขา รวมน้องสาว และเมดสาวของเขารออยู่… และแน่นอนว่าเมื่อเขามาถึงก็โดนมาเรียน่าซึ่งเป็นเมดของเขา และน้องสาวอุ้มไปนั่งบนตักของเธอทั้งแบบนั้น ไม่เพียงแค่นั้น น้องสาวสุดที่รักของเขาเฟลิเซียยังไหวตัวมานอนพาดทาบผ่านบนตักเขาอีกทอดหนึ่งซะอีก ทำเอาเขาขยับไปไหนไม่ได้… หนักที่สุดคงจะเป็นการที่หัวของเขาซุกใต้หน้าอกของมาเรียน่าเนี่ยแหละ ยิ่งในเวลานี้เธอไม่ได้สวมชุดเมดตามปกติอย่างที่เคยแล้ว ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความนุ่ม และกลิ่นหอมละมุนอันสุดแสนจะอันตรายต่อจิตใจของคนหนุ่มสุขภาพดีของเขา… “หมดสภาพเชียวนะ…” วิลเลียมซึ่งมารั
last update最後更新 : 2026-09-08
閱讀更多
บทที่ 1 ตอนที่ 9 เวทสุริยะ
ยามสายในวันที่อากาศอบอุ่นกว่าปกติ อันเป็นสัญญาณช่วงใกล้เปลี่ยนผลัดฤดูกาลที่มีเพียงสองของดินแดนโครเวลส์ หลังจากพิธีฉลองล่วงเลยผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ความสงบเมื่อครั้งวันวานก็เหมือนจะละลายไปกับหิมะ… ““งืม / อืม”” “พื้นฐานสำคัญที่สุด คือ ความเข้าใจ…”เซอซิลกล่าวขณะจ้องมองเด็กหญิงทั้งสองซึ่งกำลังนั่งอยู่ใจกลางวงเวทที่เขาเป็นคนวางขึ้นคนล่ะวง… “พลังเวทของพวกเราสามคนมีมากล้น…การควบคุม ก็สำคัญเช่นกัน” วงเวทที่เฟลิเซียนั้นอยู่ใจกลางนั้นส่องแสงทอประกายสีฟ้า และเงินใสกระจ่าง ในขณะที่วงเวทของมาร์รูเซียนั้นจะเป็นสีเหลืองปนสีส้มขาว---วงเวททั้งสองที่เขาขึ้นมาบนผืนดินท่ามกลางหิมะนั้น มีไว้เพื่อฝึกควบคุมการส่งกระแสมานาออกจากร่างกาย เพื่อให้พวกเธอทั้งสองคนได้ฝึกควบคุมพลังเวทที่แผ่ออกมาภายนอกร่างกาย ก็อย่างที่กล่าวไป พื้นฐานสำคัญที่สุดคือ ‘ความเข้าใจ’ และเมื่อมีพลังมากล้นเกินกว่าคณาถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ‘การควบคุม’ ทั้งสองอย่างเป็นพื้นฐานสำคัญ… เพื่อให้เข้าใจไปถึงแก่นของเวทมนตร์อย่างแท้ สำหรับเด็กการฝึกเวทมนตร์จะง่ายกว่าผู้ใหญ่เพราะความโอนอ่อน และมีจินตนาการสูงล้ำกว่าผู้ใหญ่ที่ส
last update最後更新 : 2026-09-08
閱讀更多
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status