Se connecterเอเดนหลุดเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างไม่ปิดบังความขำขันในใจ คอยดูไปก็เท่านั้น เพราะไม่ว่าจะกี่ปีที่ผ่านมาแล้ว ผมก็ไม่เคยสนใจใคร ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าคนที่เข้าหาผมไม่สวย จะบอกว่าทุกคนสวยมาก แต่อาจเป็นเพราะผมเองที่ไม่ได้สนใจ แชตที่สาว ๆ ส่งมาก็ค้างไว้ตั้งสามปีที่แล้ว ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยก็มี
ผมก็เป็นคนแบบนี้แหละ ทุกคนอาจจะดูเหมือนเฟรนด์ลี่แต่แท้จริงก็เข้าใจยาก บางคนหาว่าผมเจ้าชู้กะล่อน แต่แท้จริงแล้วผมแค่เป็นคนอัธยาศัยดี เป็นคนธรรมดาเหมือนคนทั่วไป
อีกอย่างผมก็อาจจะยังไม่ถูกใจใคร แต่ถ้าถูกใจแล้วอะไรก็ได้หมด
ไม่นานสงครามก็เป็นฝ่ายยืนขึ้นก่อน จากนั้นผมกับเอเดนก็เดินตามมันออกมาจากห้องเรียน พอหมดคาบก็คงแยกย้ายกันกลับไปนอนต่อ
“มึงจะกลับเลยไหม”
“ไปลานเกียร์หน่อย”
“จะไปอีกทำไม ปล่อยให้พวกเด็กมันดูแลกันไปเถอะ อย่า...” คำพูดของเอเดนไม่มีความหมายหรอกผมรู้ดี ผมเลยใช้ชีทที่ถืออยู่ ตีไปที่ไหล่ของมันเบา ๆ
“มันก็แค่ไปดู มึงอย่าพูดมาก”
“เออ ๆ ไปก็ไป” สงครามส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินออกจากห้อง ผมปวดหัวกับเพื่อนสองคนมาก คนหนึ่งกว่าจะพูดแต่ละทีดอกพิกุลแทบจะร่วง ส่วนอีกคนพูดมากฉิบ ผมขออยู่ตรงกลางเถอะ พูดน้อยก็ไม่ดี พูดมากก็ไม่เวิร์ก
จากนั้นเราทั้งสามคนก็เดินไปนั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อน ซึ่งอยู่ไกลจากลานเกียร์ และสามารถมองเห็นพวกปีหนึ่งที่ทำกิจกรรมได้อย่างชัดเจน
“สงคราม เข้าไปดูปีหนึ่งหน่อยไหม”
“ไม่เป็นไร อยู่ที่นี่มองก็ได้” เสียงเพื่อนในสาขาเอ่ยถามเมื่อเดินผ่านมาเจอพวกเราพอดี แน่นอนว่าทุกคนคงสงสัยว่าทำไมถึงอยากให้สงครามไปดูรุ่นน้องนัก
เพราะตั้งแต่มีเฮดว้ากมา ผมว่าไอ้ครามนี่แหละโหดสุด ตึงสุดในสาขาแล้ว เผลอ ๆ ในคณะเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ใช่นิสัยมันที่จะยืนอยู่แบบนี้ มันขี้รำคาญจะตาย” จู่ ๆ เอเดนก็มาสะกิดพูดเสียงเบา ๆ กับผม
ซึ่งผมก็ค่อนข้างคิดเหมือนกัน เพราะด้วยคบกันมานานถึงขั้นรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี มันไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรลึกลับ เป็นคนเปิดเผยและตรงไปตรงมา
ตอนนี้ผมมองว่ามันไม่ได้เหมือนรุ่นพี่ที่จะมาดูรุ่นน้องปีหนึ่ง แต่ดูเหมือนมันมารอใครสักคนมากกว่า
“ช่วงนี้มึงกลับบ้านช้านะคราม มึงรอใครหรือเปล่า...” ช่วงหลัง ๆ มานี้มันกลับช้ากว่าพวกผมทุกวัน ชวนไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ พฤติกรรมแบบนี้มันน่าสงสัย
“มึงมานั่งในหัวกูหรือไงราม” มันเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังเด็กปีหนึ่งที่ตอนนี้กำลังทำกิจกรรมรับน้องกันอยู่ และในตอนนั้นเองที่สายตาของผมดันไปเห็นเด็กคนนั้นที่บังเอิญเดินชนกับผม แล้วก็เด็กอีกคนที่ทักไอ้คราม
“รอเมีย?” เสียงเอเดนพูดขึ้นไม่รู้ผีรู้สาง มันก็คงพูดไปเรื่อยตามประสาของคนพูดไม่คิด แต่ผมที่ได้ยินเอเดนกลับรีบหันไปมองดูไอ้ครามทันที หรือว่าใช่อย่างที่ไอ้เอเดนว่า
สงครามหันไปมองดูเอเดนด้วยสายตาพิฆาต ก่อนจะเหลือบสายตามองมาทางผม แล้วก็หลบสายตาไปเอง
“พูดมากไอ้สัสฉิบหาย”
“ไม่ปฏิเสธ แสดงว่าจริง เชี่ยคนไหนวะ” เอเดนพูดขึ้นราวกับตื่นเต้น เออไม่ใช่แค่มันที่ตื่นเต้น ผมเองก็ด้วย แม่งเอ็นดูเมียมันมาก
ไม่ใช่ว่าเพื่อนผมมันไม่ดี แต่มันเป็นคนที่มีนิสัยเย็นชา เป็นคนดุมากแล้วก็โหดมากด้วย ขนาดพวกผมที่เป็นเพื่อนมันยังรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากไอ้สงคราม เอาจริงแค่ชื่อแม่งก็น่ากลัวแล้วเถอะ ยังไม่ต้องนับนิสัยนะ
“มิน่า มึงไม่มารับน้องเลย ที่แท้ก็เพราะกลัวจะต้องด่าเมีย” ผมได้แต่อมยิ้มเมื่อเอเดนพูดไม่หยุด พอได้ทีก็พูดพล่ามจนผมอดที่จะขำไม่ได้
ที่ผ่านมาไอ้สงครามไม่ค่อยมีอะไรให้ด่า จนมาถึงตอนนี้ที่เรารู้ว่ามันมีเมียแล้ว ดันมีเมียก่อนเพื่อนไปอีก ไอ้นี่มันร้าย
“ปีหนึ่งเลิกแล้วว่ะ กูจะไปทักทายสะใภ้หน่อย” สะใภ้... มันพูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำจริง ๆ
“เอเดน”
“เอาน่า หรือกับเพื่อนมึงก็หวง” และในตอนที่พวกมันสองคนกำลังยืนเถียงกัน ผมก็เห็นผู้หญิงสองคนเมื่อเช้ากำลังยืนคุยกันอยู่ จากนั้นก็แยกตัวกันไป
มีคนหนึ่งเดินมาทางนี้ ส่วนอีกคนก็เดินไปอีกทาง ผู้หญิงคนนั้นที่ทักไอ้ครามตอนเช้าเดินมาถึงแล้วยกมือไหว้ผมทันที ส่วนผมก็รับไหว้แล้วยิ้มให้บาง ๆ
“เฮีย”
“เสร็จแล้ว ?” เธอพยักหน้าให้ไอ้ครามก่อนจะหันไปไหว้เอเดนอีกคน จากนั้นไม่ต้องรอให้สงสัย ไอ้เอเดนก็รีบซักไซ้ผู้หญิงคนนั้นทันที ตื่นเต้นอะไรนักหนาวะไอ้นี่
“คนสวยชื่ออะไรครับ”
“ลิลลี่ค่ะ”
“ลิลลี่ ชื่อน่ารัก มีแฟนหรือยังครับ” ไอ้เอเดนมันจะรู้ไหมว่าไอ้ครามมันทำหน้าตาแบบไหน พูดเข้าไปเถอะเดี๋ยวมึงได้ไปเป็นปุ๋ยใต้ต้นมะเขือ
“กลับบ้านมึงไปได้แล้ว พูดมากฉิบหาย”
“ทำไม มึงหวง?”
“เสือก!” พอพูดจบก็จับแขนลิลลี่เดินออกไปเลย ผมที่เห็นก็ได้แต่อมยิ้ม แต่ทว่าลิลลี่มันกลับยื้อตัวไว้ก่อนจะเอ่ยพูดกับไอ้สงคราม
“เฮียไม่แนะนำเพื่อนให้เค้ารู้หน่อยเหรอ”
“ไร้สาระ” ดูมันพูดกับเขาสิ กูจะปวดหัว ตอนแรกคิดว่าถ้ามีเมียมันอาจจะอ่อนโยนกับผู้หญิงขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้ ก็เหมือนเดิม นิสัยไม่เคยเปลี่ยนได้จริง ๆ
“เฮียคราม”
“นั่นเอเดน ส่วนนั่นราม ไปได้ยัง”
"สวัสดีค่ะ เฮียเอเดน เฮียราม ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
"คนสวยเป็นอะไรกับไอ้ครามมัน" ไอ้นี่ก็จะหาเรื่องโดนด่าให้ได้ แล้วดูทำหน้าทำตาเข้า กวนฉิบหาย
"เป็นน้องค่ะ"
"ใครน้อง"
"เฮีย..."
ผมยกยิ้มถามก่อนจะอ้าแขนเพื่อเป็นการบอกให้เธอเข้ามานั่งที่ตัก“เปล่าค่ะ บี๋กลับมาตอนไหนคะ” คนตัวเล็กเดินเข้ามานั่งลงบนตักแล้วกอดผมอย่างเอาอกเอาใจ สองแขนเล็กที่คล้องคอผมกอดดึงผมไปหอมฟอดใหญ่ คงรู้ว่ามีความผิดก็เลยยิ้มแหย่ ๆ ยิ้มแบบไม่สบายใจนัก“พึ่งถึงค่ะ บี๋อยากดื่มอะไรอีกไหม พี่สั่งให้” คนตัวเล็กกะพริบตาปริบ ๆ เวลานี้ถ้ากล้ากินก็ให้มันรู้ไป ผมโอบเอวบางไว้ก่อนจะลูบแล้วบีบเอวคอดเบา ๆ“มะ ไม่แล้วค่ะ หนูง่วงพอดีเลย”“งั้นกลับเลยไหมคะ” ผมเอ่ยถามพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทำหน้าเศร้า ไม่กล้าตอบรัก แค่พยักหน้าก็ดูเหมือนจะคิดหนัก เธอเลยทำแค่กะพริบตาปริบ ๆ มองผม“ถ้ากลับแล้ว บี๋จะลงโทษหนูไหม” ก็ไม่น่าจะถาม คนตัวเล็กซบใบหน้าสวยลงบนไหล่กว้าง หวังว่าจะอ้อนให้ผมใจอ่อน แต่ก็ไม่หรอก พอดีวันนี้อยากลงโทษเด็กดื้อพอดี“หึ เด็กดื้อก็ต้องโดนลงโทษ”“บี๋ขา”“ขา”“หนูขอโทษ หนูแค่...”“กลับไปสารภาพผิดที่ห้องดีกว่าค่ะ หรือหนูอยากจะไถ่โทษตรงนี้ มืดขนาดนี้ก็พอได้นะ” ผมขยับไปลูบแก้มใส ๆ ของเมียดื้อเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวคอยดูจะลงโทษให้เข็ดเอาให้หายดื้อไปสักเดือน“หนูสารภาพผิดแล้ว ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง”“หึ” ว่าจบผมก็อุ้มคน
แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีผู้ชายจากไหนไม่รู้เดินมาขอชนแก้ว ฉันกับลิลลี่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทจึงพูดคุยทักทายปกติเขาขอไลน์นะ แต่ว่าไม่ได้ให้ ฉันไม่อยากมีปัญหาจริง ๆ ลิลลี่ยิ่งแล้วใหญ่ อย่าให้พี่สงครามเห็นว่าพูดกับผู้ชายคนอื่นเลยเถอะ ไม่งั้นจุก“ฟุ่วว โชคดีพี่เอเดนไม่อยู่ ไม่งั้นแกกับฉันไม่เหลือ” ลิลลี่กลัวจริง ส่วนฉันกลัวบ้างไม่กลัวบ้าง เพราะยังคุยกับพวกเขาอยู่“ฮ่า ๆ กลัวทำไมแค่ผัวเอง” พูดไปงั้นแหละ ที่จริงกลัวฉิบหาย ฮ่า ๆ-อีกด้าน-“หึ ไหนเมียมึงบอกไปต่างประเทศ” เสียงเอเดนดังขึ้นก่อนที่ผมจะนั่งมองดูเอวากับลิลลี่นั่งดื่มกันอยู่อย่างสนุกสนาน“พึ่งกลับ”“ฮ่า ๆ ไม่น่าถึงได้ตามมาเฝ้า มึงดูโต๊ะนั้นเล็งเมียมึงตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เดินเข้าเดินออกอยู่นั่น” แล้วดูยัยตัวแสบยังมีหน้าไปยิ้มให้พวกมันอีก“ไม่เข้าไปสักหน่อยเหรอ”“ปล่อยไปก่อน” ให้เธอซึมซับความสุขมาก ๆ ก่อนที่เจอผมจัดการ อยากรู้เหมือนกันว่าเมียสุดที่รักของผมจะทำอย่างไรตอนที่เจอหน้าผม คงตกใจน่าดูตอนนี้มองเห็นว่าสองคนนั้นเต้นไปมาบนโต๊ะ ก็คือเมามากแล้วแน่นอน แต่ที่ผมค่อนข้างหงุดหงิดคือชุดที่เธอใส่ แม่งกูจะเผาทิ้งซะ นมหกหมดแ
-หลายเดือนต่อมา-“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ”“ยินดีเช่นกันครับ” ผมเอ่ยบอกนักลงทุนที่ผมเดินทางมาคุยงานที่ต่างประเทศด้วย ตอนนี้นอกจากจะต้องเรียนให้จบแล้ว ผมยังต้องบริหารกิจการอีกตั้งมากมายพอรู้ว่าน้องยังอยู่ ผมก็เข้าไปที่บ้านบ่อยขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่นั่น แต่สถานการณ์ในบ้านก็ดีขึ้นมาก ผมกับเขาก็พอจะคุยกันรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง“งั้นผมขอตัวนะครับ”“ได้เลยครับ” ผมปลีกตัวเดินออกมาก่อนจะเดินทางกลับมายังห้องพักของตัวเอง ผมเดินทางมาที่นี่เป็นเวลาเกือบสามวันแล้ว ที่จริงเพลนงานเอาไว้เกือบอาทิตย์ แต่ผมคิดถึงเมียไง เลยเร่งสุด ๆ ก็ได้เท่านี้แหละว่าเสร็จก็โทรหาเอวาก่อนเลยแล้วกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวแสบของผมจะทำอะไรอยู่(ขา)“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เพิ่งตื่นเหรอ” ผมหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้คงเช้าแล้ว มิน่าเอวาถึงได้เสียงงัวเงียแบบนั้น(เค้าง่วงจัง บี๋มีอะไรหรือเปล่า) ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกเลย แต่กลับไปเซอร์ไพรส์เมียเลยดีกว่า ตื่นเต้นดีออก“เปล่าค่ะ แค่อยากถามว่าบี๋อยากได้อะไรไหม”“อยากได้บี๋ คิดถึงจัง”“หึ คิดถึงจริงเหรอ” ตอนบอกจะไปทำงานหน้าตาสดใสมาก ซ้ำยังรีบเก็บเสื้อผ้าให้อย่างไวเลย คิดถึงจริงไหมว
“อะไรอะบี๋ เมื่อกี้พี่เอเดนหมายความว่าไง”“หนูอย่าไปฟังมันค่ะ มันพูดไปเรื่อย”“แน่นะ” พี่รามพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนที่จะหันไปมองค้อนเพื่อนตัวเองทันที“กูไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”“ถึงมึงบอกไปก็ไม่มีประโยชน์” เสียงพี่รามพูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก“ทำไม”“ก็เมียกูใจดีไง อีกอย่างก็เป็นเมียกูเอง”“ฮะ เมียมึง งั้นผู้หญิงที่ตามหาคืนนั้น ก็คือเอวา”“อืม”“เชี่ย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น” ฉันยิ้มให้กับความตกใจของพี่เอเดนที่พึ่งรู้เรื่อง และในตอนที่เขาที่กำลังยืนคุยกัน สายตาของฉันกลับมองไปเห็นใครบางคนที่ฉันเคยรู้จัก“ลี่ แกดูนั่นใช่เจ้ฝันปะ” ต้องใช่แน่ ๆ ไม่เจอกันหลายปี ลูกเขาโตหรือยังนะ ทุกคนหันไปมองตามฉันก่อนจะเป็นลิลลี่ที่เอ่ยตอบ“เออใช่จริงด้วย” พอลิลลี่ตอบ ฉันก็ดีใจใหญ่ตะโกนเรียกพี่เสียงดังมาก“เจ้ !” คนที่เดินอยู่ไกล ๆ หันกลับมามอง แต่ทว่าตอนนี้กลับมีเสียงของพี่รามหันมาถามฉัน“หนูรู้จักภาพฟันด้วยเหรอ” อะไร ทำไมพี่รามรู้จักเจ้ฝันด้วยเนี่ย แต่จะว่าไปเขาก็น่าจะรุ่นเดียวกันกับพี่รามนี่แหละมั้ง“ค่ะ พวกพี่รู้จักเจ้ด้วยเหรอ” ฉันหันมองดูพวกเขาราวกับว่าสงสัยไม่ต่างกัน แต่ทว่ากลับมีเสียงของพี่สงครามดังขึ้น“
-หลายวันต่อมา-“ฮ่า ๆ เอวาแกไปทำอะไรมาเนี่ย” เสียงของลิลลี่เอ่ยถามฉันตอนที่ฉันเดินมาถึงมหาลัย เป็นเพราะปากดีเกินไป สุดท้ายเป็นไงล่ะ“เปล่า น่าจะนอนน้อย”“ไปทำอะไร ถึงได้นอนน้อยขนาดนั้น” ฉันกะพริบตามปริบ ๆ มองดูบาสที่กำลังสนอกสนใจฉันไม่ต่างจากลิลลี่ แต่ลิลลี่กลับจับใบหน้าฉันแล้วค่อย ๆ หันไปมา“เออ รู้ล่ะ” ลิลลี่ยิ้มเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง แต่ทว่าก็ยังไม่คิดจะเลิกถาม เรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดจะดีกว่า“แกไปยั่วเขาอีกล่ะสิ” ทำไมไม่คิดว่าเขาหื่นบ้าง เพื่อนคนนี้ไม่เคยเข้าข้างฉัน ดีแต่เฮียรามของมันนั่นแหละ“ยั่วไร ไม่มี๊” ที่จริงก็มีแหละ แต่ไม่พูดดีกว่า เพราะตอนนี้บาสดูจะสนใจมากจริง ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ขยับเข้ามาถามฉันตรง ๆ“ตกลงที่ข่าวที่บอกว่าแกกับพี่พระรามเป็นแฟนกันนี่จริงไหม แล้วเขาใช่ไหมที่ทำให้แกแทบเดินไม่ไหวแบบนี้”“บาส! พูดเบา ๆ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน” ฉันตีเข้าที่แขนของเพื่อนเบา ๆ ก่อนที่บาสจะยิ้มกริ่ม ใครจะกล้าตอบมันเล่า แต่ก็นะไหน ๆ มันก็เป็นผู้ชาย ฉันว่าลองถามมันหน่อยก็ดี เผื่อจะได้รู้อะไรเพิ่ม“แสดงว่าจริง”“ไม่บอกหรอก แต่ถ้าแกอยากรู้ แกต้องตอบคำถามฉันก่อน” บาสขมวดคิ้วเข้าหากัน ราวกับสงสัยสิ่ง
ฉันที่ทิ้งตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงก็ถูกเขาจับดึงตัวขึ้นมามองดูหน้าเขา แค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่าเขาต้องการอะไรฉันดึงกางเกงบอกเซอร์ของเขาลงก่อนที่จับมังกรยักษ์ของเขาที่กำลังผงาดค้ำโลกขึ้นลงจนมีเสียงครางต่ำในลำคอ“มือนุ่มจัง”“มีอย่างอื่นนุ่มกว่านี้ อยากโดนไหมคะ”“ซี้ดด บี๋กำลังยั่วพี่” เขากัดฟันแน่นกรอด ไม่รู้ว่าความเสียวซ่านจะมากน้อยแค่ไหน แต่ท่อนรักของเขาดิ้นสู้มือทุกครั้งที่ฉันพูด ฉันใช้ปลายนิ้วลูบวนบนปลายหัวหยักสีชมพูที่มีน้ำสีใสซึมออกมาอย่างรู้สึกชอบแต่ทว่าคนโดนกระทำกลับรู้สึกมากกว่านั้นเพราะตอนนี้เขาจับแท่งร้อนจ่อมาที่ปากของฉันแล้ว“อมให้พี่ค่ะบี๋”“ใจร้อนจังเลย”“ขี้แกล้งว่ะ” เขาดูโคตรมีอารมณ์แบบว่าต้องได้เอาเดี๋ยวนี้ คือเดี๋ยวนี้เลย ดูดิ กดหัวฉันไม่ยอมหยุดเลย ฉันเงยหน้ามองดูเขาก่อนจะอ้าปากครอบครองแท่งร้อนของเขาแล้วดูดมันเบา ๆ“อ่า” ปลายลิ้นน้อยไล่เลียวนไปรอบหลายหัวหยักก่อนจะสลับกับดูดดึงมันเบา ๆ ราวกับเป็นไอศกรีมแท่งโปรดแสนหวานของฉันฉันโดนมือหนากดเขาหาไม่ยอมหยุด ยิ่งฉันดูดดึงเขาสลับกับกลั้วลิ้นไล่เลียไปรอบ ๆ รอยหยักก็เหมือนจะยิ่งสร้างความเสียวซ่านให้เขามากขึ้นทุกที“ซี้ด” เขาสูดปา
Talk Awa-เวลาต่อมา-(เสร็จยัง รออยู่หน้าคอนโด)“อืม เสร็จแล้ว รอแป๊บนะ”(อืม) จากนั้นปลายสายก็ตัดไปก่อนที่ฉันจะเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็ก ๆ น่ารักที่มีพวงกุญแจเจ้าไข่ตุ๋นมาใส่ไว้ด้วย จู่ ๆ ก็คิดถึงตัวแสบขึ้นมาเลย ไว้เสาร์อาทิตย์คงต้องไปรับกลับมาแล้วฉันรีบปิดประตูแล้วเดินลงมาด้วยความสบายใจ จนกระทั่งฉ
หลังจากที่พี่ปีสี่ซ่อมปีสามกับปีสองแล้วนั่นแหละ คงถึงเวลาที่ปีหนึ่งก็จะต้องรับชะตากรรม ฉันพึ่งโดนลุกนั่งไปเมื่อกี้ ถ้าโดนลงโทษอีก วันนี้คงหลับเป็นตาย อย่าหาไปออกกำลังกายช่วงนี้ แค่เข้าประชุมเกียร์ทุกวัน กล้ามขาก็ขึ้นแล้ว“ปีหนึ่งลุก !” น้ำเสียงอันทรงพลังที่แฝงไปด้วยความเย็นเยือก หนาวปกคลุมไปถึงหัวใ
“แน่สิ นี่ไงรถเขา แกพร้อมอ่อยเหยื่อหรือยังล่ะ” เหยื่องั้นเหรอ ใครนะช่างโชคร้ายจริง ๆ พอได้ยินแบบนั้นก็เริ่มสงสารคนนั้นขึ้นมาทันที จะทันเล่ห์เหลี่ยมยัยดารินไหมเนี่ย“ฉันต้องได้เขา ปีหน้าเขาก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ไม่ว่ายังไงพี่พระรามก็ต้องเป็นของฉัน”พระรามงั้นเหรอ ชื่อเหมือนชื่อตัวละครในหนังสือรามเกี
ผมยกยิ้มก่อนจะเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นว่าเอเดนทำหน้าตาเคลิบเคลิ้ม คิดไปถึงไหนแล้วไอ้นี่ เห็นสาวไม่เคยได้เลย หัวบนหยุดทำงานแต่หัวล่างขยับทันที“สัส ไหนมึงบอกไม่กินรุ่นน้องไอ้เชี่ย คนนี้กูจะเอา”“กูก็จะเอา”“ไอ้เชี่ยราม ชอบแย่งกู” ผมยิ้มกริ่มก่อนจะมองหน้ามันอย่างรู้สึกสะใจ ผมก็แค่อยากแกล้งมันเฉย ๆ แต่ว่







