Home / โรแมนติก / พรางใจในแดนเถื่อน / ตอนที่ 7: วิมานที่ล่มสลาย

Share

ตอนที่ 7: วิมานที่ล่มสลาย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-28 19:25:42

"หนูว่าแม่กลัวพ่อจะมาได้ยินมากกว่ากระมังคะ"

"วันนา..รู้จักยับยั้งสติบ้างลูก บางเรื่องผู้ใหญ่เขาก็มีเหตุผลของเขาเราจะมาพูดเอาแต่ใจไม่ได้”

"มันผิดตรงไหนละคะแม่..."สะวันนายังเถียงต่อไป

"ก็พ่อทำยังกับลีซอเป็นทาลนี่นะ...อยากจะให้ลีซอพาไปไหนก็มาหิ้วไป ไม่เห็นถามความรู้สึกของลีซอบ้างเลย..."

สะวันนาเห็นแม่เงียบก็ไล่ต้อนต่อไป

"พ่อมีหนูเป็นลูกสาว..พ่อยังไม่ห่วงอยากเดินทางไปโน่นมานี่เพราะคิดว่ามีแม่อยู่คอยดูแลได้ แต่พ่อเคยคิดไหมละว่าลีซอไม่มีเมียคอยดูลูกให้ได้ ก็ต้องตกมาเป็นภาระของแม่อีกคน พ่อตัวจะตายไป"

"พอเหอะ..สะวันนา" เสียงแม่ห้วนจัด"เรื่องนี้แม่จะจัดการเอง ไม่ต้องไปโพนทะนาให้ใครต่อใครเขาฟังอีกละ"

สะวันมาไม่ทราบว่าแม่ได้ไปพูดอะไรกับพ่ออีกหรือไม่ในการโต้เถียงกันครั้งนั้นระหว่างเธอกับมารหารู้แต่ว่า..ต่อมาพ่อของเธอ จึงนำเอาลีซอมาค้างที่บ่นบ่อย ๆ แล้วก็ฝากให้ทำงาน ซึ่งแม่ของสะวันนาต้องซื้อตัวสีซอจากพ่อเพื่อแลกให้อยู่ที่นี่ที่นี่ตลอดไป....

นั้นแหละ...ลีซอจึงถือว่ามีชีวิตเกิดใหม่ได้เพราะมารดาอองสะวันนา แล้วการรับใช้ชีวิตต่อช่วงชีวิตจึงเกิดขึ้น จากแม่มาถึงสะวันนา...

ใบหน้าของสะวันนาอ่อนโยนลงเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต ถ้าไม่มีชื่อลีซออาสามาอยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่ หญิงสาวเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเธอจะกล้าอยู่คนเดียวอย่างที่เคยบอกกับใคร ๆ ได้จริงหรือไม่ และที่สำคัญบริพัตรกับแม่คงไม่ยอมปล่อยเธอมาง่าย ๆ อย่างนี้...

ง่ายอย่างนั้นหรือ?...ไม่เลย...มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก กว่าที่สะวันนาจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้งก็ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันมากมาย จนแม่ต้องร้องไห้ฟูมฟายเมื่อพ่ายแพ้ต่อความตั้งใจของเธอและตามด้วยเสียงเกรี้ยวกราดของบริพัตร แต่ลีซอก็เต็มใจที่จะตามมาอยู่กับเธอ การถกเถียงจึงยุติลง โนขณะที่เธอคิดจะดำเนินกิจการเรื่องโรงเตี้ยมขึ้นมาใหม่

หลายครั้งที่สะวันนานึกขอบคุณลีซอ ที่อยู่ให้ความเชื่อมั่นแก่เธอด้วย และช่วยแบ่งเบาภารกิจการงานให้เธออย่างดียิ่ง

"คุณหนูครับ..."

เสียงอันอบอุ่นของลีซอยังดังก้องอยู่ที่หูของสะวันนา

"..ผมว่าคุณหนูต้องการคนช่วยทำงานนี้นะครับ ในเมื่อผมมาอยู่ด้วยแล้ว เราต้องช่วยกันทำงาน”

"ฉันรู้ลีซอ..ไม่ทิ้งฉันอยู่แล้ว" หญิงฝืนยิ้มอบอุ่น

" ลีซอก็ต้องรับบทหนักกว่าตั้งเยอะ..แต่แม่ไม่เข้าใจ.."

"คุณหนูไม่ได้บอกคุณแม่แม่หรอกหรือครับว่า...ผมจะคอยดูแลคุณหนูเหมือนที่ผ่านมา"

เธอทนสถานการณ์ลำบากบีบคั้นเหล่านั้นไม่ได้ แต่เธอคงจะทนไม่ได้ ถ้าหากว่าลีซอได้รับได้รับบาดเจ็บหรือถูกฆ่าเพราะเธอ...

"ว่าไงสะวัน.....ตัดสินใจเถอะ"

บริพัตรเร่งเพื่อรอคำตอบ ทำให้สะวันนายึดไหล่ตรง สุดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ขณะที่สายตามองตรงมายังบริพัตรอย่างแน่วแน่

"ฉันต้องการเวลาชักสองสามวัน เพื่อจัดการทุกอย่างก่อน.."

บริพัตรเงียบ จะมีก็แต่สีหน้าเท่านั้นที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

"เพื่อนของลีซอเป็นคนดักสัตว์แถวนี้อาจจะอยากย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้แทนเรา..

... " สะวันนาอธิบายต่อ "...แต่เราต้องตามหาเพื่อนลีซอคนนั้นให้เจอก่อน ถึงแม้จะต้องใช้เวลายาวนานสักแค่ไหนก็ตาม"

ริมฝีปากของหนุ่มร่างโตกระตุกยิ้มอย่างอบอุ่น เอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน

"นานแค่ไหนก็ไม่เป็นไรหรอก ขอให้เธอกับลีซอกลับไปพร้อมพี่ก็แล้วกัน"

การตัดสินใจของสะวันนาในการทิ้งถิ่นที่อยู่ที่เธอรักนักหนาไปนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปุบปับ หากแต่เธอกลัวว่าสักวันหนึ่ง อาจจะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันร้ายแรง และการที่ มัด ลัมซี สนใจเธออย่างออกนอกหน้าก็ทำให้หญิงสาวรู้ว่า การต่อสู้ขัดขืนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามที่สูญเปล่าโดยสิ้นเชิง และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่แม่ของเธอต้องการ แม้ว่าเธอจะเติบโตขึ้นมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของแม่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น

แม่ของสะวันนาเก่ง สวย อ่อนหวาน แต่ก็ไม่มีชายใดได้เข้ามาครอบครองหัวใจแม่ได้อีกนอกจากนายทหารไทยคนนั้น...คนที่เป็นพ่อของเธอ...หญิงสาวไม่อยากจะยอมรับความเป็นจริงข้อนี้นักเพราะเขาทำให้แม่และเธอต้องลำบลำบาก ต้องร้องไห้....อาดูร...

มัด ลัมซี กลับออกมาจากบ้านของสะวันนาด้วยความโกรธที่เขาเข้าไปพบบริพัตรที่นั่น อย่างน้อยรูปร่างของบริพัตรก็สูงใหญ่มากกว่าเขาหนึ่งละ แถมยังมีปืนจ่อหัวเขาอยู่อีกหนึ่ง เขารู้ดีว่าบริพัตรเองก็นักเลงพอตัว ไม่อย่างนั้นไม่สามารถจะคุมบ่อนการพนันที่งาสวรรค์ได้หรอก แต่เอาเถอะ มันจะต้องเป็นวันของเขาบ้าง แต่นี่เขาต้องถูกหยามถึงสองครั้งในเดือนเดียวกันจากสะวันนาด้วย...

"สักวันเถอะ ยายสะวันนา....สักวัน ฮึ่ม!"

เหตุนี้ต่างหากที่เขาไม่ยากจะยอม เขาอยากจะชนะแม่สาวร่างอวบซ่อนรูปที่เขาเฝ้าหมายปองมานาน เขาสู่อุตส่าห์ทิ้งความสบาย ควบม้ามาจากเชิงภู เพื่อพบกับสะวันนาแม่สาวผู้มากด้วยเสน่ห์และเฉลียวฉลาดเกินกว่าจะเป็นสาวภูเขาธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น และหล่อนมีแรงดึงดูดราวกับแม่เหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครที่งาสวรรค์รู้เรื่องของสะวันนา ซึ่งเขาจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้เขามีคู่แข่งผุดขึ้นมาอีกมากมาย

ขนาดยังไม่มีคู่แข่งเขายังต้องพบกับปลายกระบอกปืนยาวของเธอที่จ่อเล็งมาเหมือนเช่นเคย แถมยังมีบริพัตรอยู่ข้างกายด้วย ถ้ามีเพียงเจ้าหล่อนและลีซอน่ะเหรอ....านนี้สะ

วันนาอาจจะได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลลัมชีไปแล้วก็ได้!

"ลองเจอกันตัวต่อตัวดูซี แม่สะวันนา..."

มัดยิ้มตาลอยชวนฝันกับการจินตนาการของตน

"ไอ้มัดจะสอนมวยให้เธอเลยทีเดียว..."สีหน้าและแววตาของมัดเป็นประกายขึ้น.....

"กูจะสอนไอ้พัตรให้ได้รู้ฤทธิ์เดชกูมั่ง...คอยดู..."

สักวันหนึ่ง เขาจะต้องสั่งสอนให้ใช้ลูกไม่มีพ่อนั่นได้รับทเรียนที่เจ็บแสบอย่างสาสม และเขาจะสอนสะวันนาให้ได้รู้ว่า ชายที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร.......มัดยิ้ม

"เธอต้องเป็นของฉันเข้าสักวัน... สะวันนา"

แววตาของมัดหม่นแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเพ้อฝันยามเมื่อเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา "ถ้าคนอย่างไอ้มัดไม่ได้เชยชมเธอ... ก็อย่าหวังว่าใครจะได้ไป"

สะวันนา... หญิงสาวผู้มีทรวดทรงเย้ายวนจนยากจะละสายตา ผิวพรรณของเธอนั้นนวลผ่องผิดแผกจากชาวป่าชาวเขาไปไกลโข กลิ่นอายความสาวที่ขจรขจายรอบกายเธอมันช่างสดใสจนใครที่เข้าใกล้ต่างก็พลอยกระชุ่มกระชวย หากแต่ในความสดใสนั้น กลับซ่อนกองเพลิงแห่งราคะที่พร้อมจะแผดเผาใจคนมองให้มอดไหม้ มัดรู้ดีว่าหากเขายังมัวแต่ชักช้า อีกไม่นานสะวันนาคงต้องตกเป็นเป้าสายตาของพวกพ่อเลี้ยงหรือพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพลที่เริ่มรุกรานเข้ามาในละแวกนี้ และเมื่อถึงตอนนั้น ศัตรูของเขาคงไม่ได้มีแค่บริพัตรคนเดียว ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาอยากหลีกเลี่ยงที่สุดในยามที่บัญชีแค้นเก่ายังสะสางไม่จบสิ้น

"รอให้ฉันได้ทำผัวเธอจริง ๆ ก่อนเถอะ สะวันนา..."

มัดแสยะยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

 "ถึงตอนนั้นเธอจะต้องเป็นฝ่ายคลานมาหาฉันเอง ร้องขอให้ฉันมอบความสุขสมให้ไม่รู้จักจบสิ้น ใครที่คิดจะมาแย่งเธอไป มันต้องตายด้วยน้ำมือฉันคนเดียว! เพราะฉันรักเธอ... รักจนจะบ้าอยู่แล้ว!" นัยน์ตาเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและวาวโรจน์

"แต่เธอมันตาบอด ที่มองไม่เห็นใจฉัน! แถมยังมีไอ้เจ้านั่นมาขวางหูขวางตาอีกคน!"

มัดพึมพำด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันอย่างสุดแค้น

"คอยดูนะ... มึงจะต้องเจ็บปวดเจียนตาย เมื่อเห็นน้องสาวมึงตกเป็นเมียไอ้มัด ลัมชี คนนี้!".."

สะวันนารีบจัดแจงให้เพื่อนของลีซอเข้ามาดูแลบ้านแทนชั่วคราว แม้จะรู้สึกอุ่นใจที่มี บริพัตร ผู้เป็นพี่ชายคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่ในส่วนลึกเธอก็อดใจหายไม่ได้ที่ต้องละทิ้งถิ่นที่เคยประกาศกร้าวไว้กับทุกคนว่า...

"ฉันทำได้! ยังไงฉันก็ต้องทำมันให้ได้!"

เธอหมายถึงโรงแรมไม้เก่าแก่สมบัติล้ำค่าของคุณตา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองที่สุดบนยอดเขานี้ ทว่าปัจจุบันกลับทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ไร้เงาผู้คนมาเยือนนานนับปี แม้เครือญาติคนอื่นจะหันหลังให้กิจการนี้ไปหมดแล้ว แต่สะวันนายังคงดึงดันที่จะฟื้นฟูมันขึ้นมาใหม่ท่ามกลางเสียงคัดค้านรอบด้าน

"มันจะต้องกลับมามีชีวิตอีกครั้ง... บนผืนดินภูสารค์ที่ตระกูลภูมิสวรรค์เคยสร้างชื่อเอาไว้สิ"

"ฝันกลางวันน่ะสิสะวันนา รุ่นเราน่ะเหรอจะทำได้" เสียงเยาะหยันจากพี่ชายร่างยักษ์ดังขัดขึ้น ทำเอาไฟในอกของสะวันนาลุกโชนด้วยความยากเอาชนะ

"ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยพี่พัตร! โรงเตี๊ยมของคุณตาก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม ถนนเส้นนี้ก็ยังมีพวกพ่อค้าใช้สัญจรอยู่... ข้าวของในไร่ของเราก็ยังมี..."

"หยุดบ้าได้แล้วสะวันนา!"

บริพัตรว่าแบบไม่ต้องเกรงใจหรือถนอมน้ำใจกันเลยเขาขัดเสียงเข้มจนคำพูดของเธอขาดตอน

"เธอก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ สะวันนา"

บริพัตรเน้นเสียงเรียกชื่อน้องสาวช้า ๆ คล้ายจะเตือนสติให้ฟังกันดี ๆ

"ความรุ่งเรืองของที่นี่มันกลายเป็นอดีตไปนานแล้ว เส้นทางคาราวานของพวกพ่อค้าก็เปลี่ยนไปหมด ที่ยังหลงเหลือผ่านมาบ้างก็แค่พวกอยากแวะดูพืชไร่ หรือไม่ก็พวกหลงทางมาตามเส้นทางเดิมเท่านั้นแหละ"

"ไม่จริง!" สะวันนาแหวขึ้นทันควัน

"มันจะไม่จริงได้ยังไง!" ชายหนุ่มโต้กลับรวดเร็วไม่แพ้กัน

"ตอนนี้ความเจริญมันย้ายไปอยู่ที่ดอยช้างเผือกแห่งงาสวรรค์โน่นแล้ว มันไม่ใช่ยุคทองของภูสวรรค์หรือของตระกูลเราอีกต่อไป!"

เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิด ตอกย้ำถ้อยคำให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

"รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้คนเมืองทะลักเข้าไปที่นั่นมากมาย พื้นที่และผู้คนมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว... เป็นเพราะเธอไม่เคยเปิดหูเปิดตา และไม่ยอมเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงเสียที"

"เปลี่ยนแปลงไปทางบ้าบอคอแตกน่ะสิ!" หญิงสาวกระแทกเสียงใส่อย่างไม่ลดละ

"แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ!"

บริพัตรตะคอกกลับทันควันเช่นกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 47...แหย่เสือหลับด้วยเหยื่อเสน่หา

    หลังอาหารมื้อนั้น นวลปรางค์ได้ก้าวเข้าสู่ห้องรับรองแขกอันโอ่อ่าของคุ้มวิจิตร แสงไฟระยับจากโคมระย้าสาดกระทบกรอบรูปทองเหลืองใบใหญ่ที่แขวนเด่นอยู่บนผนังไม้สัก หล่อนสะดุดตากับภาพใบหน้าอ่อนใสของหญิงสาวคนหนึ่งในนั้นจนอดใจไม่ไหวที่จะเอ่ยปากถามคำตอบจากเจ้าของคุ้มผู้ทรงอำนาจทำให้นวลปรางค์รู้ว่า เธอคือ ‘การเวก’ ลูกสาวคนเดียวของตระกูลกุลวงศ์ หญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ และกำลังจะเดินทางกลับมาในไม่ช้า... หลังจากที่ ‘ยิ่งใหญ่’ ผู้เป็นหลานชายเดินทางนำร่องกลับมาก่อนแล้วนวลปรางค์ปลีกตัวออกจากห้องรับรอง มุ่งหน้ากลับห้องพักตามระเบียงทางเดินที่เริ่มทอดเงาสลัว หล่อนเพิ่งแจ้งความประสงค์กับคนเก่าแก่ของคุ้มว่าต้องการคนนำทางสำหรับวันพรุ่งนี้ และได้รับคำมั่นเป็นมั่นเหมาะว่าจะจัดการให้เรียบร้อย"อุ๊ย! คุณพระช่วย!"นวลปรางค์สะดุ้งสุดตัวจนแผ่นหลังเกือบชนผนัง เมื่อร่างสูงใหญ่ของยิ่งใหญ่โผล่พรวดออกมาจากประตูห้องหนึ่งที่เปิดผางออกสู่ทางเดิน เขายังคงอยู่ในชุดเดิมกับเมื่อหัวค่ำ นัยน์ตาคู่นั้นวาวระยับในความมืดสลัว"คุณทำให้ฉันตกใจนะคะ" นวลปรางค์ยกมือทาบอก หัวใจยังเต้นรัวด้วยความตระหนก หล่อนตวัดสา

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 46... เสน่หาในเงามืด

    ในค่ำคืนเดียวกันนั้น... ห่างไกลออกไปจากผืนป่ารกชัฏอันหนาวเหน็บ ที่คุ้ม “การเวก” ณ พิกัดใจกลางงาสวรรค์ ผืนดินทำเลทองที่ใหญ่โตและร่มรื่นที่สุดในแถบนี้ เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้ทรงอิทธิพลว่าที่แห่งนี้มีสิ่งใดที่ชวนให้เกรงขามและลึกลับเกินกว่าที่คนนอกจะกล้าย่างกรายเข้ามาหากแต่สำหรับ ‘นวลปรางค์’ แล้ว หญิงสาวกลับไม่เคยมีความรู้สึกยำเกรงหรือหวาดกลัวเลยสักนิด แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในการมาเยือนคุ้มการเวกก็ตามทีทำไมจะต้องกลัว! เธอบอกกับตัวเองพลางยกมือขึ้นจัดแต่งปอยผมสลวย เมืองนอกเมืองนาก็ไปมามากจนเจนโลกแล้ว เรื่องตื่นเต้นแค่นี้ไม่เห็นจะต้องแคร์อะไร สำหรับเธอแล้ว ความกลัวเป็นเรื่องของคนอ่อนแอ แต่คนอย่างนวลปรางค์รู้ดีว่าความสิเน่หาและรูปโฉมต่างหากคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด มารยาหญิงที่เปี่ยมเสน่ห์และสามารถเป็นที่สมใจของบุรุษผู้กุมอำนาจได้... นั่นแหละคือสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนาอยากจะเป็นอยากเป็นที่หนึ่งเพียงคนเดียวของเขาทั้งโลกด้วยซ้ำ!เธอก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปตามระเบียงไม้สักทองหลังใหญ่ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนผิวเนียนละเอียดของเธอให้ดูผุดผ่องเหนือใครในค่ำคืนนี้ จนกระทั่งเสียงทุ้มพร่าขอ

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 45 ...หัวใจเริ่มทรยศ

    เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงยามดึก เปลวไฟจากกองไฟเริ่มมอดลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ อากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนความหนาวเหน็บยะเยือกคืบคลานเข้ามา อริยะที่นั่งเฝ้ายามอยู่ขยับตัวลุกขึ้น ขยับไปที่ถุงนอนหนาซึ่งเขาเปิดอ้ารอไว้ ชายหนุ่มหันไปมองร่างบางที่นอนขดตัวสั่นงันงกอยู่บนผืนผ้าใบห่างออกไป"มานอนที่ถุงนอนนี่มา" อริยะเอ่ยปากเรียก เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแฝงความจริงจัง"ไม่! ฉันนอนตรงนี้ได้!"สะวันนาปฏิเสธทันควันโดยไม่ลืมตา เสียงใสสั่นสะท้านด้วยความหนาว แต่ความดื้อรั้นและทิฐิในใจทำให้เธอไม่อยากยอมก้มหัวให้คนที่เพิ่งแกล้งเธอไปเมื่อหัวค่ำ"อย่าอวดเก่งน่ะสะวันนา ยามดึกในป่านี้มันหนาวมาก หนาวจนเธอทนไม่ไหวหรอก"อริยะเตือนเสียงเข้ม สายตาคมกริบมองร่างที่พยายามขดจนตัวกลมเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ตัวเอง "ถ้าเธอไม่ลุกมาดีๆ คราวนี้ฉันจะเดินไปอุ้ม... แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"เขาลุกขึ้นทำให้สะวันนาเบิกตากว้างกลัวที่เขาพูดว่าจะอุ้ม แต่ชายหนุ่มเดินไปที่กองไฟสุมฟืนเข้าไว้อีกเพื่อไล่ความเหน็บหนาวและสัตว์ป้ายามค่ำคืน“ฉันไม่นอนในถุงนอนนั่นเด็ดขาด...”“แต่เธอจำเป็นต้องง้อมันนะคนสวย”อริยะลากเสียงทุ้มต่ำพลางทรุดตัวลงนั่งข้างถุง

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 44... พันธนากลางป่าเถื่อน

    ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมผืนป่าอย่างรวดเร็วราวกับมีใครนำม่านดำผืนใหญ่มาสวมทับ เสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงระงมขับเน้นความวังเวงรอบค่ายพักแรมชั่วคราว มีเพียงแสงสีส้มจากกองไฟที่อริยะก่อขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้ความอบอุ่นและขับไล่ความมืดออกไปได้บ้าง ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งลงฝั่งตรงข้ามของสะวันนา ขยับตัวหยิบห่อเสบียงแห้งที่หยิบติดมือมาจากค่ายของมัดลัมซีเปิดออก กลิ่นเค็มปร่าและกลิ่นอับของเนื้อตากแห้งลอยโชยออกมาทันที อริยะแบ่งเนื้อชิ้นหนึ่งยื่นให้หญิงสาวที่นอนหน้างออยู่บนผืนผ้า"เอ้า... กินซะ จะได้มีแรง"สะวันนายื่นมือมอมแมมไปรับมาอย่างเสียไม่ได้ แต่พอหยิบชิ้นเนื้อแห้งกรังขึ้นมาดูใกล้ ๆ ใบหน้าหวานก็เหยเกลงทันที เธอพลิกเนื้อก้อนแข็งพังพาบชิ้นนั้นไปมาด้วยสายตาสะอิดสะเอียน ความเหนียวและเนื้อสัมผัสที่ดูหยาบกระด้างจนแทบไม่เหมือนอาหาร ทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง"จะให้ฉันกินไอ้ก้อนแข็ง ๆ เหมือนเศษไม้กลิ่นเน่า นี่จริง ๆ เหรอ..." สะวันนาพึมพำ เสียงแผ่วลงด้วยความขยาดอริยะที่กำลังเคี้ยวเนื้อแห้งในปากอย่างหน้าตาเฉยเหลือบสายตาขึ้นมอง ดวงตาคมกริบเป็นประกายวิบวับพราวระยับเมื่อเห็นท่าทางของ

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 43..เชือกผูกตัวหัวใจผูกพัน

    สายลมแรงปะทะใบหน้าจนเส้นผมกระจุยกระจาย ทว่าสิ่งเดียวที่สะวันนาโฟกัสได้ในตอนนี้คือแผ่นหลังกว้างของอริยะที่ควบม้าอยู่เบื้องหน้า มือทั้งสองข้างของเธอถูกพันธนาการด้วยเชือกดิบอย่างหนา ปลายเชือกผูกรั้งโยงติดกับอานม้าอย่างแน่นหนา ทำเอาเธอต้องคอยเกร็งตัวทรงตัวบนหลังม้าขยับตามแรงดึงรั้งจูงนำไปตามเส้นทางรกชัฏหลังจากควบม้าตะลุยฝ่าความวิบากมาครึ่งค่อนวัน อริยะเริ่มชะลอความเร็วของม้าลงเมื่อเข้าสู่ดงไม้ทึบ ชายหนุ่มเอี้ยวตัวกลับมามองร่างบางที่กระเทือนอยู่บนหลังม้าตามหลังเขามาติดๆ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะแดดเผาและหยาดเหงื่อ"เก่งนี่... ไม่บ่นสักคำ"อริยะเอ่ยชม เสียงทุ้มต่ำลากยาวเนือยๆ ทว่าแฝงความรู้สึกทึ่งในความอึดของหญิงสาวอย่างปิดไม่มิดสะวันนาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตากลมโตคู่สวยมองค้อนเขาเขม็ง เธอเม้มปากอิ่มตึงแน่นพยายามฝืนอาการเจ็บแปลบที่ข้อมือเนื่องจากถูกเชือกเสียดสี"บ่นไปแล้วนายจะยอมแก้เชือกมัดมือให้ฉันไหมล่ะ"หญิงสาวสวนกลับ เสียงใสยังติดแววประชดประชันและดื้อดึง "ก็รู้ว่าบ่นไปก็เหนื่อยเปล่า ฉันเก็บแรงไว้คอยทรงตัวไม่ให้ตกม้าคอหักตายกลางป่าดีกว่า"อริยะหัว

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 42... ไออุ่นรักในรุ่งสาง

    แสงแดดยามเช้า ส่องผ่านกิ่งไม้หนาทึบลงมาเป็นเส้นตรง ผืนป่าลึกเริ่มตื่นจากการหลับใหลด้วยเสียงนกกาที่พากันบินออกจากรัง พวกมันส่งเสียงร้องก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ผสมกับเสียงแมลงตัวเล็กตัวน้อยและเสียงจักจั่นที่กรีดร้องรับอรุณ ลมหมาวจางหายไปแล้ว เหลือเพียงความเย็นสบายและความชื้นของน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบบอนใหญ่อริยะ ตื่นขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก เขาขยับกายลุกขึ้นอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าจะทำคนข้างกายตื่น ชายหนุ่มเดินไปดับถ่านไฟที่ยังเหลือควันกรุ่น จากนั้นก็เริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างคล่องแคล่ว เขาม้วนผ้าห่มผืนหนา ดับกองไฟจนสนิท และนำกระเป๋าเสบียงทุกลูกไปมัดรัดเข้ากับอานม้าจนแน่นหนาชายหนุ่มเดินวุ่นทำโน่นทำนี่อยู่รอบ ๆ บริเวณพักแรมด้วยความเงียบเชียบที่สุดเพราะยังอยากให้สะวันนาได้นอนต่ออย่างเต็มตา หากแต่ทางด้านสะวันนานั้นเธอยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน ไม่ขยับนอจากขยับเปลือกตาเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ร่างกายของเธอปวดเมื่อยและเหนื่อยล้ามากเพราะไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มมานานหลายวันตั้งแต่มัดพาหนีมา สะวันนากระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ความมึนงงออกจาหัว เมื่อสติเริ่มกลับมาครบถ้วน หญิงส

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 4: สะวันนา ดอกไม้งามแห่งภูสวรรค์

    ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างชันชี เพราะสามวันต่อมาเขาก็ถูกทหารไทยจับตัวได้และส่งเข้าพิจารณาคดี แม้ว่าเขาจะพยายามพิสูจน์ว่าตนเองบริสุทธ์ แต่ก็ไม่เป็นผล อาจเป็นเพราะเขาข้ามแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ซ้ำยังขี่ม้าของอนันตชัยด้วย รวมทั้งสมบัติอื่น ๆ ของเขาอันรวมไปถึงตราเหรียญที่บางบอกถึงยศร้อยเอกนั่นยังเป็น

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 8: หยดน้ำตาที่ไม่อยากหลั่ง

    "เธอจะดื้อดึงสร้างมันขึ้นมาใหม่เพียงคนเดียวงั้นเหรอ?”บริพัตรผู้เป็นพี่ชายพยายามให้เหตุผลเพื่อให้ราบว่าแม่จะพยายามปรับเปลี่ยนบูรณะสถานที่โรงเตี้ยมเก่าแก่ใหhฟื้นขึ้นมาใหม่ก็ไม่มีใครแวะพักอีกแล้ว“เธอ จะตั้งร้านค้าอยู่แค่ที่เดียวในขณะที่คนอื่นเขาอพยพจากภูสวรรค์ไปสุมหัวกันอยู่ที่งาสวรรค์หมดแล้ว... ใค

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 6 : มวยคนละชั้น

    "สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือ"มัดแสยะริมฝึกปาก "..เอาปืนปืนที่ซ่อนไว้ออกมาวางซะ...แล้วเดินมาข้างหน้า ""แล้วถ้าไม่ทำตามละ"สะวันนาหยั่งเชิงอีก"ถ้าไม่ทำตามนะเหรอ..."มัดหรี่ตาอย่างถือไฟเหนือกว่า ก่อนจะเค้นเสียงคล้ายคำรามออกมา"เห็นจะต้องเชือดคอไอ้กะเหรี่ยงเฒ่านี่!"สะวันนาโกรธจัดแววตาประกายกร้าวแต่ก็

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 5: คู่ปรับเก่า

    'ลีซอ' ทำงานในไร่กาแฟและไร่ฝ้ายของตระกูล "ภูมิสวรรค์' ที่ครั้งหนึ่งอดีตเคยรุ่งโรจน์มาแล้ว แต่เมื่อเสื่อมคนสืบทอด ลีซอก็ยังไม่เคยคิดละทิ้งบ้านหลังนี้ไปไหน ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือสะวันนามาโดยตลอด"ขอโทษด้วยนะลีซอ..."สีหน้าของบริพัตรดูเก้อ ๆ เมื่อมองสบตากับเจ้าของชื่อ"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status