LOGINทิศเหนือลงมาถึงชั้นล่างของผับ เขาต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ดูเหมือนว่าตอนนี้อรัณย์กำลังเคลียร์กับลูกค้าคนหนึ่งที่ดูท่าทางเมาหนัก
“อะไรกันวะ แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้รึไง”
ลูกค้าหนุ่มโวยวายเสียงดัง
“ผมต้องขอโทษด้วยครับคุณวิน แต่คุณแพมมี่เป็นผู้จัดการร้านไม่ใช่เด็กนั่งดริ๊งก์ ยังไงให้ผมเรียกเด็กคนใหม่มาให้ดีกว่านะครับ”
อรัณย์พูดในขณะที่คนเมายังคงกอดคอแพมมี่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“กูไม่เอา กูถูกใจคนนี้ จะเอาคนนี้”
ลูกค้าหนุ่มไม่ยอมฟังที่อรัณย์พูดพร้อมทั้งยืนยันคำเดิมว่าจะให้แพมมี่บริการตัวเอง
ตอนแรกทิศเหนือไม่ได้สนใจมากนัก แต่พอได้รู้ว่าลูกค้าที่กำลังเมาหนักและกำลังลวนลามหญิงสาวภายในร้านคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของสุดาวรรณ ภรรยาใหม่ของผู้เป็นพ่อ เขาถึงกับโมโหจนเลือดขึ้นหน้า สายตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์อย่างอัตโนมัติ
เขาสาวท้าวเข้าใกล้เมธาวินอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยหมัดหนัก ๆ ลอยเข้าที่ใบหน้าของคนเมาจนร่างเซไปกองกับพื้น
ผลัวะ!
“ไอ้เหนือ อย่า”
อรัณย์เข้าห้ามพร้อมกับล็อกตัวเพื่อนรักเอาไว้ เขาไม่อยากให้เป็นเรื่องไปมากกว่านี้ แค่นี้คนในผับก็ตื่นกลัวกันไปหมด
ส่วนเมธาวินเมื่อตั้งหลักได้ก็เงยหน้าขึ้นมามอง เขาแสยะยิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าคนที่ต่อยเขาคือทิศเหนือ เขาอาศัยจังหวะที่ทิศเหนือถูกล็อกตัวไว้ ต่อยกลับไปหนึ่งหมัด
“ไอ้เหนือ”
ผลัวะ!
ร่างสูงเซเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดตัวออกจากการล็อกของอรัณย์แล้วพยายามพุ่งตัวเข้าใส่เมธาวิน การ์ดของผับต้องช่วยกันเข้าล็อกตัวเขาเอาไว้อีกครั้ง ส่วนเมธาวินก็โดนการ์ดล็อกตัวแยกไปอีกฝั่งเช่นกัน ก่อนที่คนเมาจะถูกหามออกไปนอกผับในที่สุด
แพมมี่รีบเข้ามาดูทิศเหนือด้วยท่าทางเป็นห่วง เธอรู้สึกปลื้มใจไม่น้อยที่เขาช่วยเธอ
“เหนือเป็นไงบ้าง”
เธอจับหน้าเขาเบา ๆ เพื่อสำรวจดูร่องรอยที่ถูกต่อย
“อย่ามายุ่ง”
ชายหนุ่มปัดมือของหญิงสาวออกอย่างแรงแล้วรีบเดินออกไปจากผับ
ทางด้านของลูกน้องคนสนิทอย่างกล้า เมื่อรู้ว่าในผับเกิดเรื่องก็รีบโทรไปรายงานหัวหน้าอย่างสันติให้ทราบทันที
[ว่าไงวะไอ้กล้า]
“คุณเหนือเกิดเรื่องที่ผับครับ”
[เกิดเรื่องอะไร คุณเหนือเป็นอะไร]
“คุณเหนือมาเจอคุณวินที่ผับแล้วซัดกันนัวเลยครับ”
[แล้วคุณเหนือเป็นไงบ้าง พวกมึงได้เข้าไปช่วยไหม]
“คุณเหนือโดนต่อยไปหนึ่งทีครับ แต่พวกผมไม่ได้เข้าไปช่วย”
พูดเสียงเบาลงในประโยคหลัง
[แล้วทำไมพวกมึงไม่เข้าไปช่วยวะ]
“ก็ลูกพี่สั่งให้พวกผมตามดูอยู่ห่าง ๆ ก็เลยไม่ได้เข้าไป”
[โธ่ ไอ้พวกโง่]
สันติด่าลูกน้องอย่างอารมณ์เสียแล้วกดวางสาย
เวลาต่อมา
รถซูเปอร์คาร์ราคาแพงขับมาจอดที่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง ร่างสูงนั่งอยู่ในรถอย่างชั่งใจ ก่อนจะมองขึ้นไปยังชั้นสามของหอพักแล้วนับไปทางฝั่งซ้ายห้องที่ห้า เมื่อเห็นว่าไฟห้องยังเปิดอยู่จึงตัดสินใจเดินลงจากรถ
ทางด้านของขวัญ หญิงสาวกำลังนั่งวาดรูปเหมือนตามที่อาจารย์สั่งงาน เธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้เพราะกำหนดส่งมันคือพรุ่งนี้เช้า
นึกโทษตัวเองในใจที่หลงผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตา เลือกคณะที่ตัวเองไม่ถนัดเพียงเพราะรู้ว่าผู้ชายที่ตัวเองชอบเรียนอยู่ ถ้ารู้ว่าพี่ทิศเหนือที่แสนดีความจริงเป็นคนแบบนี้เธอคงไม่ชอบให้โง่ ใบหน้าสวยงองุ้มอย่างอารมณ์เสียเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ของขวัญรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าดึกป่านนี้จะมีคนมาหา อดคิดไม่ได้ว่าจะเป็นพวกโรคจิตที่ชอบมาเคาะห้องป่วนตอนดึก ๆ
เธอลุกจากเก้าอี้ด้วยใจที่เต้นตึกตัก แอบกลัวอยู่บ้างแต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า
“ใครคะ”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะห้องดังอีกครั้ง แต่ไม่มีเสียงขานตอบว่าเป็นใคร
หญิงสาวเดินไปหยิบไม้กวาดมาถือไว้ในมือ เธอตั้งท่าจะตีคนเคาะทันทีที่ประตูเปิด
มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปลดกลอนประตู ก่อนจะค่อยๆ บิดลูกบิดเพื่อเปิดออก ส่วนมืออีกข้างทำหน้าที่ง้างไม้กวาดเอาไว้เตรียมพร้อม
เมื่อประตูห้องเปิดออกกว้างหญิงสาวก็รัวไม้กวาดใส่คนหน้าห้องไม่ยั้ง เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าต้องไม่ใช่คนดีไม่อย่างนั้นคงไม่มาเคาะห้องคนอื่นดึก ๆ ดื่น ๆ
“โอ๊ย! เดี๋ยว โอ๊ย!”
เสียงอีกคนร้องอุทานด้วยความเจ็บ เขาจับไม้กวาดของหญิงสาวเอาไว้ด้วยสองมือ
เมื่อใช้ไม้กวาดตีไม่ได้เธอจึงเปลี่ยนมาใช้มือตีแทน หญิงสาวง้างมือแล้วฟาดไม่ยั้ง ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเองไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา
เมื่อสบตาเข้ากับชายหนุ่ม มือที่ง้างไว้ก็หยุดค้างกลางอากาศ หญิงสาวตกใจตาลุกวาว ก่อนจะอุทานขึ้นมา
“คุณ”
“เออ! ฉันเอง”
ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจใส่หญิงสาว ก่อนจะโยนไม้กวาดลงบนพื้นอย่างแรงด้วยความโมโห
ของขวัญยิ้มเจื่อนให้เขาอย่างรู้สึกผิด ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาหาเธอดึก ๆ ดื่น ๆ ขนาดนี้ ทั้งที่เรื่องระหว่างเขาและเธอมันก็จบไปแล้วนี่นา หญิงสาวรู้สึกสงสัยขึ้นมาจึงเอ่ยถามเขา
“มีอะไรหายอีกคะ ฉันไม่ได้เอาอะไรของคุณมาแล้วนะ ที่เอามาก็คืนให้หมดแล้ว”
“ฉันไม่ได้มาเอาอะไร ฉันแค่จะมาคุยอะไรกับเธอนิดหน่อย”
“คุยอะไรคะ”
ทิศเหนือจ้องหน้าหญิงสาว ก่อนที่สายตาจะเหลือบเข้าไปภายในห้อง เห็นภาพที่เธอกำลังวาดอยู่จึงถือวิสาสะเดินเข้าไปดู เขาถึงกับหลุดขำเมื่อเห็นฝีมือห่วย ๆ ของเธอ
“อย่าไปบอกใครนะ ว่าเป็นเด็กศิลป์อะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”
“อย่ามาบูลลีงานศิลปะของคนอื่นสิ ตัวเองวาดดีนักรึไง”
“วาดดีกว่าเธอละกัน”
“แน่จริงก็โชว์ฝีมือให้ดูหน่อยสิคะ อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะวาดดีสักแค่ไหน ชิ!”
หญิงสาวมุ่ยหน้าใส่แล้วพูดท้าทาย
ทิศเหนือมองเธอแล้วลอบยิ้มมุมปาก ก่อนจะจับดินสอที่วางอยู่ขึ้นมาวาดต่อจากที่หญิงสาววาดเอาไว้ เขาใช้เวลาไม่นานรูปวาดก็เสร็จสมบูรณ์ เส้นของเขาคมสวยเทียบกับภาพต้นแบบแล้วเหมือนเป๊ะทุกองศา
ของขวัญมองภาพวาดของเขาถึงกับนิ่งอึ้ง ดวงตาเป็นประกายลุกวาวขึ้นพร้อมกับอ้าปากค้าง เธอรู้สึกทึ่งในพรสวรรค์ของเขาจนอยากจะขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ว่าแล้วก็หันกลับไปมองหน้าเขาแล้วกะพริบตาปริบๆ สองสามครั้ง
“อะไร?”
“สอนหน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่มีทาง”
แท่งดินสอในมือถูกเคาะลงที่กลางหน้าผากมนสวย ร่างสูงลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินหนีไปนั่งที่เตียงนอนของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเจ้าของห้องอีกแล้ว
เธอมุ่ยหน้าเดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วเอ่ยถาม
“แล้วที่มานี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”
ทิศเหนือลืมจุดประสงค์ของตัวเองไปเสียสนิท แต่จะให้พูดขึ้นมาตอนนี้มันก็รู้สึกยังไง ๆ อยู่ เขาทำหน้าเลิ่กลั่กเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับเจ้าของห้อง
“ลืมไปแล้วว่าจะพูดอะไร เดี๋ยวนึกออกจะมาบอก”
เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่บอกไม่กล่าว
“อะไรของเขา”
หญิงสาวพึมพำเบา ๆ
ทิศเหนือเดินออกจากหอพักของหญิงสาวอย่างอารมณ์ดี เขาเข้าไปนั่งในรถได้สักพักก็เพิ่งสังเกตว่ามีคนขับรถสะกดรอยตาม ปรายตามองแป๊บเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกลูกน้องของตัวเอง ทิศเหนือลงจากรถแล้วมุ่งไปที่รถกระบะคันหนึ่ง เขาเปิดประตูรถคันนั้นแล้วพูดอย่างหงุดหงิด
“พวกมึงตามกูมาทำไม”
“พี่สันติให้พวกผมตามมาดูคุณเหนือครับ เห็นคุณเหนืออารมณ์เสียกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น”
กล้าตอบเสียงเบา
“กลัวเกิดเรื่องไม่ดี หรือว่ากลัวกูไปก่อเรื่อง”
“โธ่! คุณเหนือ พวกผมก็แค่...”
“ไม่ต้องพูด”
กล้ารีบหุบปากอย่างรวดเร็ว
“คราวหลังถ้าเห็นกูมาที่นี่ไม่ต้องตามมา”
“หมายถึงที่หอนี้น่ะเหรอครับที่ไม่ต้องตามมา แล้วคุณเหนือมาที่นี่ทำไมครับ”
กวาดสายตามองเข้าไปในหอพัก แล้วถามเจ้านายออกไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่ได้คิด ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าดุดันของเจ้านาย กล้าต้องหุบปากอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้ทิศเหนือพูดย้ำอีกครั้งก็เข้าใจในทันที ว่าให้ทำตามที่สั่งอย่าแส่อยากรู้
“ครับ”
กล้ารับคำสั่ง
ทิศเหนือเดินกลับไปที่รถของตัวเองแล้วรีบขับกลับบ้าน
หนึ่งปีผ่านไปท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัด ทิศเหนือเดินอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกร้างเต็มไปหมดไม่มีแม้แต่บ้านคนสักหลัง เขาหันรีหันขวางอย่างสับสนไม่รู้ว่าต้องเดินไปในทิศทางไหนดีจู่ ๆ ก็มีแสงไฟสว่างขึ้นตรงปลายทางด้านหน้า เขาเดินย่างก้าวเข้าไปช้า ๆ เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงจุดนั้น“องศา”ทิศเหนือหยุดชะงักนิ่งงัน ก่อนจะอุทานเรียกชื่อคนที่ยืนยิ้มให้เขา องศามองมาที่เขาด้วยใบหน้าอิ่มเอมก่อนจะเอ่ยกับทิศเหนือว่า“ขออยู่ด้วยคนสิ”ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นตกใจ เนื้อตัวท่วมท้นไปเหงื่อจนเปียกชุ่ม มีคำอุทานเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอแข็งแกร่ง“องศา”ของขวัญลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย มือเล็กเอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียง ก่อนจะหันมาทางผู้เป็นสามี“ฝันร้ายเหรอคะ”“ไม่รู้สิ ไม่รู้ว่าเป็นฝันร้ายหรือฝันดี”“ฝันว่าอะไรบอกขวัญได้ไหมคะ”ทิศเหนือนิ่งชะงักไปชั่วครู่ เหมือนว่าเขาจะคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง เขารีบหันมาถามผู้เป็นภรรยาของตัวเองทันที“ประจำเดือนของเดือนนี้มารึยัง”“ยังนะคะ แต่เอ้..ความจริงน่าจะมาได้แล้วนะ นี่ก็เลยมาหลายสัปดาห์แล้วก็ยังไม่เห็นมาสักที พี่เหนือถามทำไมเหรอคะ”
รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับมาจอดที่โรงจอดรถ คนขับลงจากรถได้ก็โยนกุญแจรถให้ลูกน้องสนิทพร้อมทั้งเอ่ยปากสั่งทันที“เอารถไปล้างให้หมดทุกคันเลยนะ”“ฮะ”หมดทุกคันหมายความว่ายังไง กล้าถึงกับต้องมายืนไล่เลียงนับรถที่มีทั้งหมด ทั้งรถหรู รถซูเปอร์คาร์และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์รวม ๆ กันแล้วก็เกือบสิบคันได้ ล้างทั้งหมดนี้จะเสร็จวันไหน ได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป กล้าจำต้องเกณฑ์ลูกน้องที่มีทั้งหมดมาช่วยกันขับรถออกไปล้างตามคำสั่งของเจ้านายทิศเหนือแอบสอดส่องมองลูกน้องของตัวเองแล้วยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันมาสนใจคนที่นั่งเล่นมือถืออยู่ที่โซฟาห้องรับแขกเขานั่งลงข้างหญิงสาวแล้วสอดแขนสวมกอดเอวคอดกิ่วเอาไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าหาเธอแล้วจูบซับที่เปลือกตาคู่สวยเบา ๆ“พวกนั้นออกจากบ้านไปหมดแล้ว”“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์แล้วรักไหม”“ทั้งรักทั้งหลงหัวปักหัวปำเลยค่ะ”พูดจบริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าหากันแล้วจูบอย่างดูดดื่มเร่าร้อน สองมือต่างก็เร่งถอดอาภรณ์ที่ขวางกั้นให้กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนร่างทั้งสองเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ก่อนที่ทิศเหนืออุ้มร่างเล็กขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน พาเธอเดินไปยังห้องนอนที่ตอนนี้เป็นขอ
สองสัปดาห์ผ่านไป ความชื่นมื่นสุขสมเกิดขึ้นจนล้นปรี่หลังจากที่มรสุมของชีวิตผ่านพ้นไป บทบาทใหม่กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหลังจากที่งานแต่งงานถูกกำหนดวันเวลาเอาไว้แน่ชัด หลังจากเขียนใบลาออกจากมหาวิทยาลัยเสร็จเรียบร้อย ของขวัญก็มานั่งที่โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ บริเวณนั้นเพื่อจดจำเรื่องราวดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ นัยน์ตาสวยสั่นระริกพร้อมกับน้ำใส ๆ ที่ไหลรื้นออกมาคลออยู่ทั้งสองเบ้าจนขอบตาแดงก่ำ“เฮ่อ!”เธอพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อความรู้สึกเสียดายผสมปนเปเข้ามาในห้วงความคิด หลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปใช้ชีวิตเป็นภรรยาให้กับทิศเหนือไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่เธอก็คิดว่าชีวิตคนเรามันคงไม่ได้มีโอกาสให้เลือกมากนัก การที่เธอเลือกใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เธอรักมันก็คงไม่ผิดครืด! ครืด! ครืด!นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ จู่ ๆ มือถือในมือก็ดังขึ้น ของขวัญยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าเป็นทิศเหนือ “ค่ะ” กดรับแล้วพูดเสียงหวาน “เรียบร้อยรึยังครับ” “เรียบร้อยแล้วค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นนั่งรอพี่อยู่แถว ๆ นั้นก่อนน
เวลาผ่านไปนานนับเดือน แม้ความโศกเศร้าจะเริ่มคลายลงแต่ทว่าเหตุการณ์วันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำไม่อาจเลือนหาย ทิศเหนือขอบคุณองศาทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ หากไม่มีองศาวันนั้นอาจจะเป็นเขาก็ได้ที่ต้องจากโลกนี้ไป ทั้งสองคนหมั่นทำบุญกรวดน้ำและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับองศาอยู่เสมอสองเดือนผ่านไปร่างเล็กเดินลงจากรถซูเปอร์คาร์ของแฟนหนุ่มด้วยใจที่เต้นตึกตัก หลังจากที่ทิศเหนือบอกกับเธอว่าจะพาไปพบกับคุณพ่อของเขาชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเข้าไปยังห้องอาหารของโรงแรมห้าดาว เมื่อประตูห้องอาหารเปิดออก ของขวัญประหลาดใจเป็นอย่างมาก นอกจากในห้องอาหารจะมีคุณพ่อของทิศเหนือ ยังมีตาและยายของเธอนั่งรออยู่ด้วยขอบตาคู่สวยแดงก่ำขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนที่จะน้ำตาจะไหลรื้นออกมาเป็นสาย หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นตายายแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง“ร้องไห้ทำไมล่ะหืม เดี๋ยวชุดสวย ๆ ก็เปื้อนหมดหรอก”ผู้เป็นยายเอ่ยพร้อมกับลูบลงบนแผ่นหลังของหลานสาว ของขวัญกลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“ขวัญดีใจนี่จ้ะ”“ดีใจก็หยุดร้องไห้ได้แล้ว เกรงใจคุณพ่อของทิศเหนือเขา”ผู้เป็นยายเอ่ยในขณะที่มีรอยยิ้มจาง ๆ ให้หลานสาว ส
เช้าวันต่อมา แสงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าเล็กน้อยยังไม่ทันสว่างมาก ทิศเหนือรีบเดินตามรอยเท้าของคนสองคนที่เขาพยายามแกะรอยมาทั้งคืน จนมาพบเข้ากับของขวัญที่กำลังนอนพิงซบไหล่ขององศาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ปลายกระบอกปืนของลูกน้องที่ตามมาด้วยชี้ไปที่ใบหน้าขององศาสองกระบอกพร้อมกับขึ้นลำปืนเอาไว้ ในขณะที่ทิศเหนืออ้อมมานั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวแล้วสะกิดตัวเธอให้ตื่น ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปรือขึ้นทีละนิดจากการสะกิด ก่อนจะลุกวาวขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือทิศเหนือ “พี่ทิศเหนือ” ร้องอุทานเรียกชื่อชายคนรักแล้วโผเข้ากอด ชายหนุ่มเองก็สวมกอดร่างเล็กเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจที่เห็นเธอปลอดภัย ระหว่างนั้นองศาก็ตื่นลืมตาขึ้นมา เขายังไม่ทันได้กระดุกกระดิกก็ต้องนิ่งชะงักเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนชี้มาตรงหน้าถึงสองกระบอก “พี่ทิศเหนืออย่าทำอะไรองศานะคะ องศาเป็นคนช่วยขวัญไว้” หญิงสาวรีบออกตัวปกป้องชายหนุ่มด้านข้าง เมื่อเห็นว่าลูกน้องของทิศเหนือตั้งท่าจะจัดการกับองศา “มันเนี่ยนะช่วยขวัญ” “ใช่ค่ะ องศาเป็นคนพาขวัญหนีออกมา” ใช้สายตาคมกริบจ้องมององศาอยู
ทางด้านขององศา หลังจากที่อุ้มของขวัญเข้ามาหลบซ่อนตัวในป่าจนมั่นใจว่าปลอดภัย เขาก็วางหญิงสาวลงใต้ต้นไม้ใหญ่ จ้องมองใบหน้าที่เมื่อก่อนเขาชอบมองแล้วคลี่ยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ปลุกเธอให้ตื่น “ของขวัญ ของขวัญ” หญิงสาวค่อย ๆ ปรือตาขึ้นทีละน้อย ก่อนจะรีบดีดตัวลุกนั่งเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น “ฉันต้องกลับเข้าไปในโกดังตอนนี้” “ใจเย็น ๆ ก่อนสิของขวัญ เธอตั้งสติหน่อยตอนนี้มันมืดแล้วเธอจะกลับเข้าไปยังไง ในนี้มีแต่ป่าขืนเดินไปตอนนี้เธอได้หลงป่าแน่” “แล้วนายจะให้ฉันอยู่เฉย ๆ รึไง ฉันเป็นห่วงพี่ทิศเหนืออะองศา” พูดพลางจะร้องไห้ออกมา มองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาทางกลับเข้าไปในโกดังอีกครั้ง “นี่เธอรักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอของขวัญ รักจนไม่ห่วงชีวิตของตัวเองเลยรึไง” แววตาเศร้าสร้อยลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่ห่วงผู้ชายคนอื่นจนลืมสนใจเขาซึ่งเป็นคนช่วยเธอออกมา ความน้อยใจทำให้เขาเอ่ยถามออกไปอย่างไม่อาย “ใช่ ฉันรักเขา รักมาก มากกว่าชีวิตของตัวเองอย่างที่นายบอกนั่นแหละ” องศาพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขามอบหัว







