Share

บทที่ 10

Author: คิมหันต์อรุณเดือนห้า
หลีเยว่จ้องมองแส้ในมือด้วยอาการอึ้งกิมกี่ เครื่องหมายคำถามแทบจะพุ่งออกมาจากหัว

นางไม่ได้ยื่นมือไปรับแส้หนังนั้น แต่กลับถามจิ้นเหย่อย่างสงสัยว่า “ตีเจ้า? ทำไมข้าต้องตีเจ้าด้วย?”

จิ้นเหย่ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นฉับพลัน เขามองนางด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด

เขาก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ทอดเงาลงมาปกคลุมร่างของหลีเยว่ ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เขาแกล้งให้นางต้องลำบากบนหลังถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นอ้วกออกมา แขนยังสั่นไม่หาย แต่นางกลับไม่ตีเขาอย่างนั้นหรือ?

เขารออยู่ครู่ใหญ่ ก็ไม่เห็นหลีเยว่จะมีทีท่าว่าจะลงมือ จึงขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถาม “เจ้าจะไม่ตีจริงๆ หรือ?”

หากเป็นเมื่อก่อน แค่เอาแส้หนังฟาดจะไปหายแค้นได้อย่างไร?

อย่างน้อยก็ต้องเอาแส้ไปจุ่มน้ำเกลือ หรือไม่ก็ใช้ไม้ฟืนลนไฟร้อนๆ มานาบผิวไม่ใช่หรือ?

หลีเยว่ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย นางไม่มีรสนิยมชอบทำร้ายคนเพื่อความบันเทิง

อีกอย่าง บรรดาตัวร้ายพวกนี้แต่ละคนก็จดจ้องอยากจะฆ่านางใจจะขาด นางจะไปกล้าตีได้อย่างไร ต่อให้จิ้นเหย่จะมีรสนิยมชอบความรุนแรงหรืออยากโดนแส้ฟาดแค่ไหน ตอนนี้นางก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปขยับแขนตีเขาอยู่ดี

นางพิงหลังกับต้นไม้ หลับตาลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย “ข้าเหนื่อย อยากพักเงียบๆ อย่ามากวน”

สิ้นคำพูดได้ไม่นาน ก็มีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังออกมาเบาๆ

นางเหนื่อยมากจริงๆ ประกอบกับเมื่อคืนฝันร้ายจนนอนไม่อิ่ม พอได้ผ่อนคลายจึงหลับลึกไปทันที

เหล่าสามีอสูรต่างมองหลีเยว่ที่หลับพิงต้นไม้ด้วยความรู้สึกสลับซับซ้อน

สตรีผู้โหดเหี้ยมคนนี้ ออกเดินทางครั้งแรกบนหลังบุรุษอสูรจนถูกเหวี่ยงสะเทือนจนหน้าซีดเผือด

ทว่านางกลับไม่มีคำด่าทอเลยสักคำเดียว ตอนแรกพวกเขาคิดว่านางแค่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พอลงจากหลังบุรุษมาก็คงจะระเบิดอารมณ์ร้ายใส่ ที่ไหนได้ นอกจากจะไม่หยิบแส้ขึ้นมาตีแล้ว ยังมานอนหลับปุ๋ยพิงต้นไม้ดูน่าสงสารแบบนี้อีก?

แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ ตกลงบนใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดขาว ขนตายาวทอดเงาจางๆ ลงใต้ตา ริมฝีปากสีชมพูดูซีดจางลงไปหลายส่วน ดูแล้วช่างบอบบางและไร้พิษสงยิ่งนัก

เหล่าสามีอสูรเดินเข้ามาล้อมดูหลีเยว่ที่หลับสนิท สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความสับสน

จิ้นเหย่ลูบคลำตัวแส้ในมือ คิ้วขมวดแน่น

แส้เส้นนี้ยามที่ฟาดลงบนตัวเขาในวันวาน แฝงไปด้วยความเจ็บแสบจากน้ำเกลือ แต่ตอนนี้หลีเยว่กลับไม่อยากแม้แต่จะแตะต้องมัน แถมยังบอกว่า “จะตีเจ้าไปทำไม”

โยวเลี่ยพิงต้นไม้ข้างๆ ดวงตาสีแดงเข้มกวาดมองริมฝีปากที่ขาวซีดของหลีเยว่ แล้วมองแส้ในมือจิ้นเหย่ ก่อนจะแค่นหัวเราะหึในลำคอโดยไม่พูดอะไร

เดิมทีเขาคิดว่า หลังจากหลีเยว่ลงจากหลังจิ้นเหย่แล้ว อย่างน้อยต้องร้องไห้โวยวายหรือด่าทอเสียยกใหญ่ แต่ไม่นึกเลยว่านางจะหลับไปอย่างเงียบๆ โดยไม่มีคำบ่นสักคำเดียว

ซือฉีย่อตัวลง มองรอยเขียวช้ำที่ลำคอของหลีเยว่ที่ยังไม่จางหายพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไร

ทั้งที่ความจริงเขาสามารถใช้พลังจิตรักษาให้นางได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ใช้มัน

ฉืออวี้หยิบเนื้อสัตว์ออกมาจากถุงหนังสัตว์ เริ่มก่อไฟย่างเนื้อขึ้นมา

หลันซีนั่งอยู่ขอบถังไม้ที่ใส่น้ำไว้ หางปลาโบกสะบัดผิวน้ำเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่รอยเขียวช้ำบนคอขาวนวลของหลีเยว่ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังซ่าๆ และเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลีเยว่เท่านั้น

เหล่าสามีอสูรต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามมุมของตน แต่ทุกคนกลับกำหนดขอบเขตพื้นที่พักอยู่รอบตัวหลีเยว่อย่างพร้อมเพรียง

ไม่ว่าความรู้สึกที่มีต่อนางจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่ตราประทับอสูรยังอยู่ พวกเขาก็มีหน้าที่ต้องปกป้องนาง

หลีเยว่ตื่นขึ้นมาเพราะได้กลิ่นหอมของเนื้อย่าง

กลิ่นไขมันที่ถูกย่างจนหอมกรุ่นวนเวียนอยู่รอบจมูก จนท้องของนางส่งเสียงร้องประท้วงออกมา

เมื่อเช้านางกินผลไม้ป่าไปเพียงไม่กี่ลูก แถมยังมาถูกเหวี่ยงสะเทือนบนหลังจิ้นเหย่อยู่ค่อนวันจนอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุง ตอนนี้ในกระเพาะจึงว่างเปล่าจนหิวโซ

นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดจ้าทำให้นางต้องหยีตาลง และสิ่งแรกที่ปรากฏในครรลองสายตา คือมือของฉืออวี้ที่ถือเนื้อย่างจ่อรออยู่นั่นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 50

    หลีเยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง มือยังคงชูปลายนิ้วที่มีเลือดไหล มองจิ้นเหย่ที่หลบไปข้างหลังแล้วอดงุนงงไม่ได้ “จิ้นเหย่ เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ หน่อยสิ ข้าจะหยดเลือดให้เจ้า เมื่อวานสัญญากับเจ้าไว้แล้ว”จิ้นเหย่ถึงค่อยเข้ามาใกล้ แล้วหลุบตามองนางหลีเยว่ขยับเข้าไปใกล้ หยดเลือดลงบนตราประทับอสูรที่หน้าอกของเขา ตราประทับอสูรสีจางลงไปหนึ่งระดับจิ้นเหย่มองตราประทับอสูรที่จางลงบนหน้าอกอย่างตะลึงงัน ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่เมื่อหยดเลือดให้จิ้นเหย่เสร็จ ก็ถือว่าสามีอสูรทั้งห้าคนได้รับการหยดเลือดกันหมดแล้วพวกเขาน่าจะเชื่อกันแล้วว่าเรื่องปลดพันธสัญญาที่นางพูดมาไม่ใช่เรื่องหลอกลวงพวกเขา?หลังจากหยดเลือดเสร็จ หลีเยว่คิดจะหันกายไปหาสมุนไพรห้ามเลือดที่เห็นก่อนหน้านี้ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจใช้น้ำพุวิญญาณในมิติอย่างโจ่งแจ้งได้ และไม่อาจปล่อยให้ปลายนิ้วมีเลือดไหลตลอด ทว่าเพิ่งจะหันกายไป โยวเลี่ยก็คว้าข้อมือของนางไว้อย่างแผ่วเบาการกระทำของเขาอ่อนโยนมาก ใช้หนังสัตว์ที่สะอาดเช็ดเลือดที่ปลายนิ้วให้นางก่อน จากนั้นจึงนำสมุนไพรห้ามเลือดที่เคี้ยวจนละเอียดมาโปะบนบาดแผลอย่างระมัดระวัง สุดท้ายก็ใช้แถบหนังสัตว์พัน

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 49

    จิ้นเหย่กับซือฉีนั่งอยู่บนโขดหินข้าง ๆ คนหนึ่งกำลังฝนเล็บ ส่วนอีกคนกำลังจัดสมุนไพร ส่วนหลันซีแช่อยู่ในถังไม้ ครีบหางสะบัดน้ำขึ้นมาเป็นครั้งคราว ทว่าสายตากลับชำเลืองมองมาทางกระท่อมไม้เป็นระยะ ๆ“หลีเยว่เรียกพวกเจ้าเข้าไป” ฉืออวี้เอ่ยปาก เสียงฟังดูทุ้มต่ำกว่าปกตินิดหน่อยโยวเลี่ยชะงักไป ดวงตาสีแดงเข้มฉายแววคาดหวังที่ยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะรีบเดินไปที่กระท่อมไม้จิ้นเหย่หยุดมือทันที แล้วตามหลังไปซือฉีก็เก็บสมุนไพรขึ้นมาเช่นกันแล้วลุกขึ้นช้า ๆ ส่วนหลันซีก็ลุกออกจากถังไม้ เดินเข้าไปด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกเมื่อทุกคนเข้าไปในกระท่อมไม้ หลีเยว่นั่งอยู่บนกองหญ้าแห้งแล้ว นางถือสร้อยคอไว้ในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ต่อให้น้ำพุวิญญาณสามารถรักษาแผลได้ แต่การกรีดนิ้วมือก็ยังเจ็บอยู่ดีการหยดเลือดนั้นต้องใช้ปริมาณหนึ่ง ไม่ใช่แค่หยดเดียวก็เพียงพอ ดังนั้นทุกครั้งที่กรีด แผลจึงไม่ตื้นเลยเมื่อเห็นพวกเขาเข้ามา นางก็เงยหน้าแย้มยิ้ม “นั่งลงกันให้หมดเถิด ไม่นานก็เสร็จแล้ว”หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่กุมสร้อยออกแรง ปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาทันทีนางไม่กล้ามองนาน เดินตรงไปห

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 48

    ฉืออวี้หัวเราะหยันในใจ ปกติโยวเลี่ยก็ไม่ได้ดูโง่เขลา แต่ทำไมถึงมองอุบายตื้น ๆ เช่นนี้ของสตรีไม่ออก?นางกรีดใบหน้าที่เขาภาคภูมิใจ ทิ้งรอยแผลเป็นที่ไม่อาจรักษาให้หายไว้บนหน้าเขาสิ่งที่นางแสดงออกมาในตอนนี้ก็เป็นแค่การเปลี่ยนวิธีมาปั่นหัวพวกเขาเท่านั้นนางอยากให้พวกเขารู้สึกหวั่นไหวก่อน แล้วค่อยทรมานพวกเขาหลังจากที่พวกเขารู้สึกหวั่นไหวแน่นอนวิธีการเช่นนี้จะทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานมากยิ่งขึ้นจริง ๆ โยวเลี่ยหวั่นไหวแล้วอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่มีทางตกหลุมพรางของนางหรอก หลันซีคือคนที่ถูกหลีเยว่ทรมานหนักที่สุดในหมู่บรรดาสามีอสูร และมีความแค้นต่อนางล้ำลึกที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงระแวดระวังต่อการเปลี่ยนแปลงที่นางแสดงออกมาอย่างกะทันหันนี้มากที่สุดแม้เขาคิดมาตลอดว่าหลีเยว่เป็นสตรีที่โง่เขลาเบาปัญญา แต่การเปลี่ยนแปลงที่มาโดยไม่คาดฝันครั้งนี้ เขากลับมองไม่ออกเลยหากนางมีเป้าหมายอะไร เหตุใดจนถึงตอนนี้ยังไม่แสดงออกมาเลยเล่า?หลีเยว่ไม่รับรู้ถึงคลื่นใต้น้ำที่เต็มห้องนี้เลย นางอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดที่เย็นนิด ๆ ของโยวเลี่ย พลางคิดถึงข้อดีของมิติ ไม่นานนักก็หลับสนิทไปจริง ๆเช้าวันรุ่งขึ้น นางถูกปลุกให

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 47

    ดังนั้นหลีเยว่จึงเลิกดิ้นขัดขืน ปล่อยให้โยวเลี่ยกอดตามใจชอบ แล้วจิตสำนึกก็เข้าไปในมิติชั่วพริบตาที่จิตสำนึกตกลงไปในมิติ หลีเยว่ก็ตกตะลึงขนาดพื้นที่ในมิติขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว อย่างน้อยก็มีขนาดสี่สิบตารางเมตรแล้วเนื้อที่ของผืนดินสีดำก็เพิ่มตามไปด้วย ถึงขนาดที่เมล็ดผลน้ำผึ้งที่ฝังไว้ก่อนหน้านี้มียอดหน่อสีเขียวอ่อนโผล่ขึ้นมาแล้ว ปริมาณน้ำของน้ำพุวิญญาณก็มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้มีแค่ไม่กี่หยดอีกต่อไปนางทั้งตกใจทั้งดีใจ หรือว่าจะเป็นเพราะนำน้ำสะอาดเข้ามาเมื่อครู่นี้?หรือว่าเป็นเพราะจูบกับโยวเลี่ย?ไม่ว่าเป็นแบบใด การที่มิติขยายใหญ่ขึ้นย่อมเป็นเรื่องดี ต่อไปก็จะปลูกอะไรได้มากขึ้น กักตุนทรัพยากรได้มากขึ้นส่วนโยวเลี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดสัมผัสได้ว่าหลีเยว่ไม่ดิ้นอีกต่อไปแล้ว ถึงขนาดที่อิงแอบเข้าไปในอ้อมแขนของเขาเบา ๆ มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ อย่างเงียบงันเขาก้มหน้ามองสตรีตัวน้อยในอ้อมแขนที่หลับอย่างเงียบสงบ นิ้วลูบผ่านศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา อ่อนโยนจนไม่เหมือนตัวเขาในยามปกติเลยซือฉีกับจิ้นเหย่ที่อยู่ในมุมห้องเห็นฉากนี้ก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาในใจนางกอดโยวเลี่ยแล้วหลับไปเ

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 46

    สัมผัสที่อุ่นร้อนบนริมฝีปากปลุกหลีเยว่ให้ตื่น นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ มองเห็นเพียงดวงตาสีแดงเข้มคู่หนึ่งในระยะใกล้เพียงแค่เอื้อม ลมหายใจเต็มไปด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกอันเป็นเอกลักษณ์บนร่างของโยวเลี่ยไม่รอให้นางได้ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง!” บรรดาสามีอสูรพุ่งเข้ามา ซือฉีกับจิ้นเหย่คว้าแขนโยวเลี่ยไว้คนละข้าง แล้วฝืนกระชากเขาออกจากตัวนางหลีเยว่ยังคงมึนงง พลังจิตของหลันซีพันธนาการโยวเลี่ยอีกครั้ง ครั้งนี้รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม แถบแสงสีม่วงอ่อนแทบจะฝังเข้าไปในผิวหนังของเขาจนกระทั่งโยวเลี่ยถูกกดลงกับพื้นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ นางถึงค่อยรู้สึกตัวพลางลูบริมฝีปากของตนเอง เมื่อครู่นี้โยวเลี่ยจูบนางหรือ?“ข้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่ต้องมัด!”โยวเลี่ยดิ้นรน แผลที่หน้าผากยังคงมีเลือดซึม แต่ความบ้าคลั่งในแววตาเลือนหายไปไม่น้อยแล้ว สติแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อยหลีเยว่ลุกขึ้นมานั่ง มองสภาพของเขาที่นับว่าสงบลงแล้ว ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากว่า “หากเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้วจริง ๆ รับรองได้หรือไม่ว่า...จะไม่จูบข้า?”เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา กระท่อมไม้ก็เงียบลงในพริบตาซือฉีกับคนอื่น ๆ ต่างตกต

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 45

    หลีเยว่ขดตัวอยู่บนกองหญ้าแห้ง มือสองข้างกำหนังสัตว์ไว้แน่น นางไม่เคยเห็นโยวเลี่ยในสภาพเช่นนี้มาก่อน ความเยือกเย็นตามปกติหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความคลุ้มคลั่งที่สูญเสียการควบคุมเท่านั้น“เขาเป็นอะไรไป?” เสียงของหลีเยว่สั่นเทาเล็กน้อยซือฉีย่อตัวลงข้างกายโยวเลี่ย กดไหล่ของเขาพลางหันหน้ามาอธิบาย“เขายังอยู่ในช่วงติดสัด การปลอบประโลมทางกายที่ต้องได้รับยังไม่เพียงพอ สัญชาตญาณความบ้าคลั่งในร่างกายเขาเลยกำเริบขึ้นมา เวลาแบบนี้มีเพียงการปลอบประโลมของสตรีเพศเท่านั้นที่ทำให้เขาสงบลงได้”หลีเยว่ตกตะลึง เมื่อเช้านางเห็นโยวเลี่ยไม่มีความผิดปกติอะไร ยังนึกว่าอาการของเขาสงบลงแล้วถึงได้ให้จิ้นเหย่เป็นคนแบกนาง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ จะอาการกำเริบอีกครั้งหากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้ตอนบ่ายรู้สึกอึดอัดใจอีกเพียงใด ก็ควรปล่อยให้เขาอุ้ม อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้เขาอาการกำเริบขึ้นมาเมื่อเห็นหลีเยว่หลุบตาไม่พูดไม่จา ซือฉีนึกว่านางไม่ยินยอมจึงอธิบายว่า “หากเจ้ากลัว พวกเราจะหาเถาวัลย์มามัดเขาไว้ก่อน ทนให้ถึงพรุ่งนี้เช้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลับมาเป็นปกติได้เอง”“แล้วพรุ่งนี้ยังออกเดินทางได้หรือไม่?” หลีเยว่พลันเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status