Share

พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร
พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร
Author: คิมหันต์อรุณเดือนห้า

บทที่ 1

Author: คิมหันต์อรุณเดือนห้า
ท่ามกลางสติที่พร่าเลือน หลีเยว่ได้ยินเสียงแส้ฟาดดังถนัดหู ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น

สิ่งแรกที่ปะทะเข้าสู่สายตาคือเส้นผมยาวระต้นคอสีเทาเงิน

เจ้าของเรือนผมนั้นกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น แผ่นหลังสีทองแดงเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้างจนสุด กล้ามเนื้อทุกมัดปูดนูนเปี่ยมด้วยพละกำลัง ทว่ากลับถูกรอยแส้ที่พาดสลับไปมาฉีกกระชากจนดูน่าสยดสยอง

บาดแผลที่เพิ่งปริแตกยังคงมีเลือดซึม ไหลรินไปตามมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึง รวมตัวกันเป็นสายเลือดเล็กๆ ที่ข้างเอว ก่อนจะหยดลงบนขอบกระโปรงหนังสัตว์สั้นๆ

เมื่อดวงตาคู่สีแดงเข้มช้อนขึ้นสบ หลีเยว่รู้สึกราวกับหัวใจถูกเขี้ยวพิษของงูสมิงบีบเคียดไว้

มันเป็นดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งและกรุ่นไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง

เขาเอียงคอเล็กน้อย สายตาเลื่อนไปหยุดที่แส้หนังในมือนาง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาเจือจาง

น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุกคำพูดกลับแฝงด้วยหนามแหลม “หยุดมือแค่นี้หรือ? แรงของวันนี้ใช้หมดแล้วรึไง?”

สมองของหลีเยว่ดังอื้ออึงขึ้นมาทันที

ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากขมับ เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งเข้าใส่ดุจพายุ

นางคือนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน แต่กลับโชคร้ายทำงานหนักจนช็อกตาย แล้วดันทะลุมิติเข้ามาในนิยายโลกอสูรที่เพิ่งอ่านจบ โดยสวมร่างเป็นตัวประกอบชั่วร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับนางเป๊ะ

พ่อของเจ้าของร่างเดิมเป็นอสูรพเนจรที่ตามใจลูกสาวเพียงคนเดียวคนนี้มาก ทันทีที่นางโตเต็มวัย เขาก็ไปหาบุรุษอสูรมาให้ถึงห้าตนเพื่อบังคับทำพันธสัญญาคู่ครองกับนาง

ทว่านางกลับไม่ชอบสามีอสูรที่พ่อจับมาให้ จึงสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน

ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้ามีร่างอสูรเป็นงูขาวพิษร้าย นิสัยใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต และตามเนื้อเรื่องในตอนท้าย เขาจะเป็นคนหักนิ้วมือของนางทีละนิ้วจนครบ

หลีเยว่สะดุ้งสุดตัวรีบปล่อยมือ แส้หนังร่วงลงพื้นเสียงดัง “แปะ!” หยดเลือดที่ปลายแส้กระเด็นมาโดนข้อเท้าของนาง สัมผัสเย็นเยียบนั้นทำให้นางต้องลอบสั่นสะท้าน

หัวคิ้วของโยวเลี่ยขยับเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

ปกติในช่วงเวลานี้ สตรีโฉดผู้นี้มีแต่จะฟาดแส้ลงมาให้แรงขึ้น หรือไม่ก็ใช้ท่อนไม้เผาไฟจนดำมานาบตัวเขา

แต่ตอนนี้นางกลับทิ้งแส้อย่างนั้นหรือ?

“คิดแผนการเล่นใหม่ๆ ออกแล้วงั้นสิ...”

“เงียบก่อน” หลีเยว่เอ่ยขัดคำพูดของเขา นางต้องการเวลาซึมซับความจริงที่น่าขนลุกนี้

ระดับพลังของบุรุษอสูรเรียงจากอ่อนไปแข็งแกร่งคือ แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำเงิน และม่วง ซึ่งพ่อของเจ้าของร่างเดิมคืออสูรแมงป่องระดับม่วง อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดพลังในโลกอสูร ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถบังคับจับบุรุษอสูรผู้มีพรสวรรค์ทั้งห้านี้มาเป็นสามีอสูรให้ลูกสาวได้

แต่ตามพล็อตนิยาย การออกไปหาบุรุษอสูรมาให้ลูกสาวเพิ่มในครั้งนี้ พ่อของนางจะไม่ได้กลับมาอีกเลย

และหลังจากที่พ่อตายไป บรรดาสามีอสูรที่ถูกทรมานจนถึงขีดสุดเหล่านี้จะรวมตัวกันต่อต้าน

พวกเขายอมเสี่ยงกับการโดนพลังย้อนกลับเพื่อคว้านตราประทับคู่ครองทิ้ง บุรุษทั้งห้าที่ควรจะตายดับกลับรอดชีวิตมาได้ด้วยความแค้นที่ฝังลึก และสุดท้ายพวกเขาก็รุมกินโต๊ะนางด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดกว่าที่นางเคยทำกับพวกเขาเป็นร้อยเท่า

เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดตอนถูกหักนิ้วตามที่นิยายบรรยายไว้ ปลายนิ้วของหลีเยว่ก็เย็นเฉียบขึ้นมาทันที

นางจะตายไม่ได้!

โดยเฉพาะการตายที่อนาถขนาดนั้น!

หลีเยว่บังคับตัวเองให้สบตาคู่สีแดงเข้มนั้น พยายามประคองน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด “ลุกขึ้นเถอะ”

โยวเลี่ยไม่ขยับ เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้น แววตาเยาะหยันฉายชัดยิ่งกว่าเดิม “ทำไม คิดจะเปลี่ยนท่าทรมานข้าหรือ?”

ยามเขาเงยหน้าขึ้น ตราประทับอสูรแมงป่องบนหน้าอกก็ยิ่งเด่นชัด

มันคือตราประทับคู่ครอง และเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการไม่ให้พวกเขาขัดขืน “หรือว่า อยากจะลองเอาน้ำเกลือมาราดแผลดูบ้าง?”

ลมหายใจของหลีเยว่สะดุดไปชั่วครู่ เจ้าของร่างเดิมเคยทำเรื่องพรรค์นั้นจริงๆ

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปยังตะกร้าไม้ไผ่ที่มุมห้องหิน ในนั้นมีสมุนไพรแห้งที่พ่อไปแลกมาจากในเผ่าทิ้งอยู่ เจ้าของร่างเดิมไม่เคยใช้สมุนไพรกับพวกเขาเลย กลับกันนางมักชอบเอาเถาวัลย์มีพิษมาแอบอ้างว่าเป็นสมุนไพร เพื่อดูพวกเขาทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

นางรื้อหาพืชสมุนไพรที่ช่วยห้ามเลือดในตะกร้าพลางเอ่ยว่า “แผลของเจ้าต้องจัดการ ข้าจะไม่...”

“ไม่จำเป็น” โยวเลี่ยขัดจังหวะพลางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

เขาสูงกว่าหลีเยว่เกินหนึ่งช่วงศีรษะครึ่ง ยามที่เงาของเขาโถมลงมา มันมาพร้อมกับแรงกดดันที่มหาศาล

“เก็บเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าไปเสียเถอะ คิดว่าอีกเดี๋ยวจะใช้ไม้ฟืนนาบข้า หรือว่าคิดหาวิธีที่ชั่วร้ายกว่านี้มาทรมานข้ากันแน่?”

มือที่ถือสมุนไพรของหลีเยว่ชะงักค้างกลางอากาศ

นางลืมไปว่าความโหดเหี้ยมของร่างเดิมมันสลักลึกเข้าไปในกระดูกของคนเหล่านี้แล้ว การกระทำที่ผิดปกติเพียงนิดเดียว ย่อมถูกมองว่าเป็นวิธีทรมานรูปแบบใหม่

ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากนอกบ้านหิน

เงาร่างสามร่างปรากฏขึ้นที่หน้าถ้ำ ทุกคนมีบาดแผลตามตัว ทว่าต่างจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาเย็นชาแบบเดียวกัน

คนที่เดินนำหน้ามาคือซือฉี ชายหนุ่มผมยาวสีขาวราวหิมะ ในฐานะนกกระเรียนอสูรที่เป็นนักบวชระดับเหลือง เดิมทีเขาควรจะมีสง่าราศีสูงส่ง แต่ยามนี้กลับดูอิดโรย ตามตัวเต็มไปด้วยรอยไหม้

นั่นเป็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกไม้เผาไฟนาบซึ่งเป็นฝีมือของร่างเดิม

เขาลดสายตาลง แพขนตายาวบดบังอารมณ์ มีเพียงหมัดที่กำแน่นเท่านั้นที่บ่งบอกถึงความอดกลั้น

ตามมาด้วยอสูรจิ้งจอกแดงฉืออวี้ ใบหน้าที่ควรจะงดงามยั่วยวนกลับมีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาลงไปถึงกรามจนดูน่าเกรงขาม

เมื่อเขาเห็นหลีเยว่ เขาก็ยกยิ้มยั่วยวน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา “เกิดอะไรขึ้นล่ะ? ทำไมไม่ 'เอ็นดู' โยวเลี่ยต่อล่ะ?”

คนสุดท้ายเป็นบุรุษร่างกำยำ ผมสั้นสีดำขลับยุ่งเหยิงปรกหน้าผาก ท่อนบนเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากมีดและแส้ เขาคืออสูรสิงโตจิ้นเหย่

หลีเยว่กวาดสายตามองพวกเขาทั้งสี่ หัวใจของนางหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว

ทั้งที่เป็นหนุ่มหล่อระดับพรีเมียมต่างสไตล์ถึงสี่คน แต่นางกลับไม่มีแก่ใจจะชื่นชมเลยสักนิด

สามีอสูรห้าตน มาแล้วสี่

“หลันซีล่ะ?” นางโพล่งออกมา

ชื่อนี้ทำให้บรรยากาศในถ้ำเปลี่ยนไปทันที

ฉืออวี้ยิ้มกว้างขึ้น “เจ้าลืมไวขนาดนี้เชียว? เมื่อวานเจ้าบอกว่าอยากเห็นว่าถ้าถอนเกล็ดเงือกออกมาแล้วฝังลงในทรายจะเป็นยังไง เจ้าก็เลยสั่งให้พวกข้าเอาเขาไปฝังไว้บนเขาไงล่ะ”

ปลายนิ้วของหลีเยว่เย็นวาบ

หลันซี สามีอสูรเพียงคนเดียวที่เป็นเผ่าทะเล หลังจากคว้านตราประทับทิ้ง เขาจะเป็นคนที่ใช้มีดค่อยๆ กรีดผิวหนังทั่วตัวนางทีละชิ้น

เพราะนางทำให้เขาต้องทนทุกข์กับการถูกถอนเกล็ดที่แสนเจ็บปวดสำหรับชาวเงือก...

นางมองชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งสี่ตรงหน้า นึกถึงหลันซีที่ถูกถอนเกล็ด แล้วก็อดสั่นสะท้านไม่ได้

โยวเลี่ยเห็นนางใจลอย แววตาเยาะหยันพาดผ่านดวงตาสีแดงเข้ม “ทำไม คิดวิธีเล่นสนุกแบบใหม่ได้แล้วเหรอ?”

เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นคาวเลือดจากตัวเขาเข้มข้นขึ้น “ไม่สู้ทำมันออกมาให้หมดในคราวเดียวเลยจะดีกว่า”

หลีเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างรวดเร็ว

นางรู้ว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ แต่นางต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง

“โยวเลี่ย เจ้าไปพาตัวหลันซีกลับมา ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย”

โยวเลี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลก “หลีเยว่ เจ้าจะเล่นไม้ไหนอีก? ทรมานทีละคนมันไม่พอแล้วงั้นสิ จะเอาทั้งห้าคนพร้อมกันเลยเหรอ?”

หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ วางหญ้าห้ามเลือดกลับลงในตะกร้า แล้วเอ่ยว่า “เรามาตกลงเงื่อนไขกัน ถ้าพวกเจ้าตกลง ข้าจะถอนพันธสัญญากับพวกเจ้า”

สิ้นคำพูดนั้น ภายในบ้านหินก็เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ

ขนตาของซือฉีสั่นไหว รอยยิ้มบนหน้าของฉืออวี้แข็งค้าง ส่วนจิ้นเหย่กำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นดังกร๊อบ

เสียงหัวเราะของโยวเลี่ยหยุดชะงัก เขาจ้องมองนางเขม็งราวกับกำลังประเมินว่าคำพูดนี้เชื่อถือได้จริงหรือไม่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 50

    หลีเยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง มือยังคงชูปลายนิ้วที่มีเลือดไหล มองจิ้นเหย่ที่หลบไปข้างหลังแล้วอดงุนงงไม่ได้ “จิ้นเหย่ เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ หน่อยสิ ข้าจะหยดเลือดให้เจ้า เมื่อวานสัญญากับเจ้าไว้แล้ว”จิ้นเหย่ถึงค่อยเข้ามาใกล้ แล้วหลุบตามองนางหลีเยว่ขยับเข้าไปใกล้ หยดเลือดลงบนตราประทับอสูรที่หน้าอกของเขา ตราประทับอสูรสีจางลงไปหนึ่งระดับจิ้นเหย่มองตราประทับอสูรที่จางลงบนหน้าอกอย่างตะลึงงัน ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่เมื่อหยดเลือดให้จิ้นเหย่เสร็จ ก็ถือว่าสามีอสูรทั้งห้าคนได้รับการหยดเลือดกันหมดแล้วพวกเขาน่าจะเชื่อกันแล้วว่าเรื่องปลดพันธสัญญาที่นางพูดมาไม่ใช่เรื่องหลอกลวงพวกเขา?หลังจากหยดเลือดเสร็จ หลีเยว่คิดจะหันกายไปหาสมุนไพรห้ามเลือดที่เห็นก่อนหน้านี้ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจใช้น้ำพุวิญญาณในมิติอย่างโจ่งแจ้งได้ และไม่อาจปล่อยให้ปลายนิ้วมีเลือดไหลตลอด ทว่าเพิ่งจะหันกายไป โยวเลี่ยก็คว้าข้อมือของนางไว้อย่างแผ่วเบาการกระทำของเขาอ่อนโยนมาก ใช้หนังสัตว์ที่สะอาดเช็ดเลือดที่ปลายนิ้วให้นางก่อน จากนั้นจึงนำสมุนไพรห้ามเลือดที่เคี้ยวจนละเอียดมาโปะบนบาดแผลอย่างระมัดระวัง สุดท้ายก็ใช้แถบหนังสัตว์พัน

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 49

    จิ้นเหย่กับซือฉีนั่งอยู่บนโขดหินข้าง ๆ คนหนึ่งกำลังฝนเล็บ ส่วนอีกคนกำลังจัดสมุนไพร ส่วนหลันซีแช่อยู่ในถังไม้ ครีบหางสะบัดน้ำขึ้นมาเป็นครั้งคราว ทว่าสายตากลับชำเลืองมองมาทางกระท่อมไม้เป็นระยะ ๆ“หลีเยว่เรียกพวกเจ้าเข้าไป” ฉืออวี้เอ่ยปาก เสียงฟังดูทุ้มต่ำกว่าปกตินิดหน่อยโยวเลี่ยชะงักไป ดวงตาสีแดงเข้มฉายแววคาดหวังที่ยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะรีบเดินไปที่กระท่อมไม้จิ้นเหย่หยุดมือทันที แล้วตามหลังไปซือฉีก็เก็บสมุนไพรขึ้นมาเช่นกันแล้วลุกขึ้นช้า ๆ ส่วนหลันซีก็ลุกออกจากถังไม้ เดินเข้าไปด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกเมื่อทุกคนเข้าไปในกระท่อมไม้ หลีเยว่นั่งอยู่บนกองหญ้าแห้งแล้ว นางถือสร้อยคอไว้ในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ต่อให้น้ำพุวิญญาณสามารถรักษาแผลได้ แต่การกรีดนิ้วมือก็ยังเจ็บอยู่ดีการหยดเลือดนั้นต้องใช้ปริมาณหนึ่ง ไม่ใช่แค่หยดเดียวก็เพียงพอ ดังนั้นทุกครั้งที่กรีด แผลจึงไม่ตื้นเลยเมื่อเห็นพวกเขาเข้ามา นางก็เงยหน้าแย้มยิ้ม “นั่งลงกันให้หมดเถิด ไม่นานก็เสร็จแล้ว”หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่กุมสร้อยออกแรง ปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาทันทีนางไม่กล้ามองนาน เดินตรงไปห

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 48

    ฉืออวี้หัวเราะหยันในใจ ปกติโยวเลี่ยก็ไม่ได้ดูโง่เขลา แต่ทำไมถึงมองอุบายตื้น ๆ เช่นนี้ของสตรีไม่ออก?นางกรีดใบหน้าที่เขาภาคภูมิใจ ทิ้งรอยแผลเป็นที่ไม่อาจรักษาให้หายไว้บนหน้าเขาสิ่งที่นางแสดงออกมาในตอนนี้ก็เป็นแค่การเปลี่ยนวิธีมาปั่นหัวพวกเขาเท่านั้นนางอยากให้พวกเขารู้สึกหวั่นไหวก่อน แล้วค่อยทรมานพวกเขาหลังจากที่พวกเขารู้สึกหวั่นไหวแน่นอนวิธีการเช่นนี้จะทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานมากยิ่งขึ้นจริง ๆ โยวเลี่ยหวั่นไหวแล้วอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่มีทางตกหลุมพรางของนางหรอก หลันซีคือคนที่ถูกหลีเยว่ทรมานหนักที่สุดในหมู่บรรดาสามีอสูร และมีความแค้นต่อนางล้ำลึกที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงระแวดระวังต่อการเปลี่ยนแปลงที่นางแสดงออกมาอย่างกะทันหันนี้มากที่สุดแม้เขาคิดมาตลอดว่าหลีเยว่เป็นสตรีที่โง่เขลาเบาปัญญา แต่การเปลี่ยนแปลงที่มาโดยไม่คาดฝันครั้งนี้ เขากลับมองไม่ออกเลยหากนางมีเป้าหมายอะไร เหตุใดจนถึงตอนนี้ยังไม่แสดงออกมาเลยเล่า?หลีเยว่ไม่รับรู้ถึงคลื่นใต้น้ำที่เต็มห้องนี้เลย นางอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดที่เย็นนิด ๆ ของโยวเลี่ย พลางคิดถึงข้อดีของมิติ ไม่นานนักก็หลับสนิทไปจริง ๆเช้าวันรุ่งขึ้น นางถูกปลุกให

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 47

    ดังนั้นหลีเยว่จึงเลิกดิ้นขัดขืน ปล่อยให้โยวเลี่ยกอดตามใจชอบ แล้วจิตสำนึกก็เข้าไปในมิติชั่วพริบตาที่จิตสำนึกตกลงไปในมิติ หลีเยว่ก็ตกตะลึงขนาดพื้นที่ในมิติขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว อย่างน้อยก็มีขนาดสี่สิบตารางเมตรแล้วเนื้อที่ของผืนดินสีดำก็เพิ่มตามไปด้วย ถึงขนาดที่เมล็ดผลน้ำผึ้งที่ฝังไว้ก่อนหน้านี้มียอดหน่อสีเขียวอ่อนโผล่ขึ้นมาแล้ว ปริมาณน้ำของน้ำพุวิญญาณก็มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้มีแค่ไม่กี่หยดอีกต่อไปนางทั้งตกใจทั้งดีใจ หรือว่าจะเป็นเพราะนำน้ำสะอาดเข้ามาเมื่อครู่นี้?หรือว่าเป็นเพราะจูบกับโยวเลี่ย?ไม่ว่าเป็นแบบใด การที่มิติขยายใหญ่ขึ้นย่อมเป็นเรื่องดี ต่อไปก็จะปลูกอะไรได้มากขึ้น กักตุนทรัพยากรได้มากขึ้นส่วนโยวเลี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดสัมผัสได้ว่าหลีเยว่ไม่ดิ้นอีกต่อไปแล้ว ถึงขนาดที่อิงแอบเข้าไปในอ้อมแขนของเขาเบา ๆ มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ อย่างเงียบงันเขาก้มหน้ามองสตรีตัวน้อยในอ้อมแขนที่หลับอย่างเงียบสงบ นิ้วลูบผ่านศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา อ่อนโยนจนไม่เหมือนตัวเขาในยามปกติเลยซือฉีกับจิ้นเหย่ที่อยู่ในมุมห้องเห็นฉากนี้ก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาในใจนางกอดโยวเลี่ยแล้วหลับไปเ

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 46

    สัมผัสที่อุ่นร้อนบนริมฝีปากปลุกหลีเยว่ให้ตื่น นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ มองเห็นเพียงดวงตาสีแดงเข้มคู่หนึ่งในระยะใกล้เพียงแค่เอื้อม ลมหายใจเต็มไปด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกอันเป็นเอกลักษณ์บนร่างของโยวเลี่ยไม่รอให้นางได้ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง!” บรรดาสามีอสูรพุ่งเข้ามา ซือฉีกับจิ้นเหย่คว้าแขนโยวเลี่ยไว้คนละข้าง แล้วฝืนกระชากเขาออกจากตัวนางหลีเยว่ยังคงมึนงง พลังจิตของหลันซีพันธนาการโยวเลี่ยอีกครั้ง ครั้งนี้รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม แถบแสงสีม่วงอ่อนแทบจะฝังเข้าไปในผิวหนังของเขาจนกระทั่งโยวเลี่ยถูกกดลงกับพื้นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ นางถึงค่อยรู้สึกตัวพลางลูบริมฝีปากของตนเอง เมื่อครู่นี้โยวเลี่ยจูบนางหรือ?“ข้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่ต้องมัด!”โยวเลี่ยดิ้นรน แผลที่หน้าผากยังคงมีเลือดซึม แต่ความบ้าคลั่งในแววตาเลือนหายไปไม่น้อยแล้ว สติแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อยหลีเยว่ลุกขึ้นมานั่ง มองสภาพของเขาที่นับว่าสงบลงแล้ว ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากว่า “หากเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้วจริง ๆ รับรองได้หรือไม่ว่า...จะไม่จูบข้า?”เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา กระท่อมไม้ก็เงียบลงในพริบตาซือฉีกับคนอื่น ๆ ต่างตกต

  • พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร   บทที่ 45

    หลีเยว่ขดตัวอยู่บนกองหญ้าแห้ง มือสองข้างกำหนังสัตว์ไว้แน่น นางไม่เคยเห็นโยวเลี่ยในสภาพเช่นนี้มาก่อน ความเยือกเย็นตามปกติหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความคลุ้มคลั่งที่สูญเสียการควบคุมเท่านั้น“เขาเป็นอะไรไป?” เสียงของหลีเยว่สั่นเทาเล็กน้อยซือฉีย่อตัวลงข้างกายโยวเลี่ย กดไหล่ของเขาพลางหันหน้ามาอธิบาย“เขายังอยู่ในช่วงติดสัด การปลอบประโลมทางกายที่ต้องได้รับยังไม่เพียงพอ สัญชาตญาณความบ้าคลั่งในร่างกายเขาเลยกำเริบขึ้นมา เวลาแบบนี้มีเพียงการปลอบประโลมของสตรีเพศเท่านั้นที่ทำให้เขาสงบลงได้”หลีเยว่ตกตะลึง เมื่อเช้านางเห็นโยวเลี่ยไม่มีความผิดปกติอะไร ยังนึกว่าอาการของเขาสงบลงแล้วถึงได้ให้จิ้นเหย่เป็นคนแบกนาง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ จะอาการกำเริบอีกครั้งหากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้ตอนบ่ายรู้สึกอึดอัดใจอีกเพียงใด ก็ควรปล่อยให้เขาอุ้ม อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้เขาอาการกำเริบขึ้นมาเมื่อเห็นหลีเยว่หลุบตาไม่พูดไม่จา ซือฉีนึกว่านางไม่ยินยอมจึงอธิบายว่า “หากเจ้ากลัว พวกเราจะหาเถาวัลย์มามัดเขาไว้ก่อน ทนให้ถึงพรุ่งนี้เช้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลับมาเป็นปกติได้เอง”“แล้วพรุ่งนี้ยังออกเดินทางได้หรือไม่?” หลีเยว่พลันเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status