Accueil / รักโบราณ / พลิกชะตาแค้นสามี / บทที่ 1 คืนฟ้าวิปริต

Partager

พลิกชะตาแค้นสามี
พลิกชะตาแค้นสามี
Auteur: เอสเต้/ซีฟางกั๋วเจีย

บทที่ 1 คืนฟ้าวิปริต

last update Date de publication: 2026-01-23 21:51:42

         ครืด....ครืด....

หญิงสาวในชุดนักบวชลากขาที่ถูกธนูยิงไปตามพื้นเบาๆ กู้เยว่ฉีหัวใจเต้นระรัว ที่ผ่านมา นางนึกว่าตนเองได้เผชิญหน้ากับความทุกข์แสนสาหัสแล้ว แต่คืนนี้กลับทรมานยิ่งกว่า

‘คนในวัดหายไปไหนกันหมด  ข้าร้องจนคอแทบแตกแล้วก็ยังไม่มีใครโผล่มากันสักคน’

นางซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ ยกมือขึ้นกุมช่วงท้องที่มีบาดแผลถูกแทง ลมหายใจรวยริน นอนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า คิดอยากจะร้องด่าเทพเซียนบนสวรรค์ที่ช่างโหดร้ายกับสกุลกู้ แต่หากอ้าปากแม้เพียงเล็กน้อย เกรงว่าที่กลุ่มใหญ่ที่ตามล่านางพวกนั้นจะหาตัวนางเจอ

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มรวยริน พลันหูนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้

“ทางนั้นเห็นหรือไม่ ”

“ไม่ ทางเจ้าเล่า ”

“ไม่เห็นเหมือนกัน”

“สับลงไปในพุ่มไม้ดู บางทีนางอาจจะซ่อนอยู่ในนั้น”​

เสียงบุรุษหลายคนร้องถามกัน ราวกับเสียงเพรียกจากนรก กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก ตอนที่นางถูกแม่นมของอดีตสามีจับกรอกยาจนต้องแท้งลูกยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้ เลือดจากท้องค่อยๆ ไหลผ่านนิ้วออกมาอีกคราหนึ่ง นางกดบาดแผลเพื่อหวังห้ามเลือด แต่ชายเสื้อคลุมที่ฉีกออกมานั้นก็ชุ่มจนไม่อาจจะซับเลือดได้ไหว

ฟั่บ! ฟึ่บ! ฟั่บ! ฟึ่บ!

เสียงปลายกระบี่ตวัด สลับเสียงเสียบลงตามพุ่มไม้ดังอยู่ครู่ใหญ่        หญิงสาวที่ถูกล่านอนมองท้องฟ้ามืดมิดด้วยสายตาสิ้นหวัง ลึกๆ นางปรารถนาจะให้มีใครสักคนเข้ามาช่วย แต่...เมื่อนึกถึงคนสกุลกู้ที่ถูกไล่ล่าและนำไปประหารชีวิตจนหมดสิ้นก็น้ำตาไหล

“นางน่าจะหนีไปจากตรงนี้แล้ว ไปกันเถอะ”

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของบุรุษผู้นั้นก็พลันถอยห่างออกไป

กู้เยว่ฉีหัวเราะหึๆ กับตนเอง พอนางสิ้นหวัง สวรรค์ก็ดันมอบโอกาสเล็กๆ ให้นางอีกครั้ง เมฆที่ปิดบังดวงจันทร์อยู่เมื่อครู่ค่อยๆ เลื่อนออก บริเวณพุ่มหญ้าสูงที่นางซุกตัวอยู่ค่อยๆ สว่างขึ้น พลันนางก็มองเห็นรูปปั้นเทพองค์หนึ่งขนาดพอๆ กับตัวนาง ถูกตั้งไว้บนแท่นด้านหลังมีต้นไม้สูงกว่ารูปปั้นเกิดร่มครึ้ม

เมื่อครู่ตอนที่นางลากขาข้างที่บาดเจ็บหนีมา รอบข้างมืดจนมองไม่เห็น ที่แท้นางอาจจะได้รับการปกป้องจากรูปปั้นเทพองค์นี้ อาการบาดเจ็บเริ่มทวีขึ้นจนนางร้องครางออกมา ดวงตาของนางเริ่มพร่าพราย

กู้เยว่ฉีสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยกับรูปปั้น “ท่านเทพ ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหวัง สิ้นครอบครัวตนเอง สิ้นบุตร สิ้นสามี ช่างเถิด ชีวิตนี้มันช่างรันทด หากชีวิตหน้ามีจริงขอให้ข้าอย่าหลงใหลในเปลือกนอก อย่าได้ถลำลึกไปในความชั่ว ได้ใช้ชีวิตที่สงบและมีความสุขอย่างแท้จริง”

หญิงสาวหลับตาลง ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเสียงบุรุษดังขึ้น

“คนอย่างกู้เยว่ฉี นางมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว ไม่ยอมให้ผู้อื่นฆ่าโดยง่ายหรอก ไม่อย่างนั้นคงไม่หลบหนีการไล่ล่ามาได้เป็นวันๆ ไม่แน่ว่าวันหน้าหากนางรอดไปได้ก็อาจจะกลับมาแก้แค้น”

น้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นฟังดูแล้วคุ้นๆ เหมือนนางเคยได้ยินมาก่อน แต่กู้เยว่ฉีกลับจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของผู้ใด  

หน้าอกของคนที่ถูกเอ่ยถึงกระเพื่อมขึ้นลง แสยะยิ้ม นางนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของตนเอง ในฐานะคุณหนูสกุลกู้นางไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่แสดงออกแต่กลับวางแผนเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับตนเองทีละขั้นอย่างแยบยล

‘ข้ารู้ ข้าไม่ใช่คนดี จริงอย่างท่านพูด หากข้ามีโอกาสอีกครั้ง ต้องช่วยชีวิตคนสกุลกู้และตอบแทนคนที่ทำลายสกุลข้าอย่างสาสม ชีวิตที่สงบและมีความสุขจึงจะเกิดขึ้นได้’

         มู่โจวบุตรชายคนเล็กของผู้บัญชาการทหารประจำมณฑลหรงเฉิน  กวาดตามองไปรอบๆ สนามหญ้าหลังวัดที่ค่อนข้างกว้าง เขาร้องสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน

         “ส่องไฟไปให้รอบๆ หานางให้เจอ”

         “ขอรับ” เหล่าทหารร้องรับพร้อมกัน

         มู่โจวเป็นหัวหน้าหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ในลานประหารคนสกุลกู้เขาได้ยินว่าพวกมือปราบกำลังไล่ล่าคนสกุลกู้จึงรีบตามไปดู จังหวะหนึ่งเขาสังเกตเห็นว่าคนที่ถูกตามจับสวมชุดแม่ชี เขาจึงนึกถึงกู้เยว่ฉีที่ถูกจับขังไว้ในอารามบนเขา นางอาจจะรู้ข่าวของคนในครอบครัวจึงได้แอบลงจากเขามาดูให้เห็นกับตา

         ทหารผู้หนึ่งยกคบเพลิงขึ้นใกล้พงหญ้าใกล้ๆ หัวหน้าหนุ่ม สายตาของมู่โจวสะดุดกับความผิดปกติบางอย่าง ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับมือด้ามคบเพลิงเอามาถือไว้แทน

         “ตรงนี้ข้าหาเอง ดูแล้วน่าสงสัย”

สายตาของมู่โจวมองไปตามรอยพับของแนวหญ้า เขาก้าวเท้าไปอีกสองก้าวก็เห็นรูปปั้นเทพเจ้าตั้งอยู่ “มีรูปปั้นซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วย ต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมด พวกนักบวชไม่ออกมาตัดหญ้าบ้างหรือไร ”

เขาบ่นพลางกวาดตามองเลยไปอีกเล็กน้อยก็เห็นปลายเท้า “นั่น มีคนซ่อนอยู่” มู่โจวส่งคบเพลิงให้กับทหารแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาจำรองเท้าแบบนั้นได้ เป็นรองเท้าสีที่พวกนักบวชบนเขาใช้กัน

“ใช่จริงด้วยขอรับหัวหน้า”

เขาก้มลงมองร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด หมวกนักบวชหลุดออก ศีรษะของนางมีเส้นผมสั้นๆ แทงขึ้นมาจากหนังศีรษะประปราย ใบหน้ารูปผลแตงยังมีเค้าความงามหลงเหลืออยู่ ทว่าความขาวซีดอันเกิดจากความสูญเสียเลือด ทำให้ดูน่าสังเวชใจ

มู่โจวทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นาง “กู้เยว่ฉี เจ้ายังไหวหรือไม่ ”

ท้องฟ้าพลันกระจ่างทั่วบริเวณ หญิงสาวที่สติหลงเหลือไม่ถึงครึ่งคล้ายจะลืมตาขึ้นมอง นางส่ายหน้าเล็กน้อย เงาของบุรุษผู้หนึ่งลอยอยู่เหนือร่างของนาง กู้เยว่ฉีไม่เห็นหน้าแต่จำได้ว่าเสียงของคนผู้นี้คือเสียงเดียวกับคนที่บอกว่านางเป็นคนเจ้าเล่ห์และเจ้าคิดเจ้าแค้น

“เจ้าถูกแทงทั้งท้องทั้งขา บาดแผลฉกรรจ์มาก” ร่างของกู้เยว่ฉีถูกเขาประคองขึ้น “ด้านหลังเจ้าก็ถูกแทงด้วย เจ้ารู้หรือไม่  คนพวกนั้นเป็นใคร ”

นางพยักหน้ารับ ตอนที่นางหลบหนีจากลานประหาร พอรู้ว่ามือปราบสองสามคนวิ่งตามมาก็รีบหาที่ซ่อนตัว นางแอบกลับมาถึงวัดบนเขาได้อย่างปลอดภัย ตอนนั้นก็ยังเห็นคนที่เฝ้าวัดเดินเตร็ดเตร่อยู่ด้านหน้า แต่พอตกค่ำกลับมีคนบุกเข้ามาหมายเอาชีวิต

เสียงต่อสู้จากลานกลางวัดดังขึ้นไม่นานนัก คนพวกนั้นก็บุกเข้ามาในที่พักของนาง กู้เยว่ฉีใช้วิธีล่อหลอกเพื่อหลบหนีแต่ไม่พ้นคมดาบของพวกมัน นางถูกแทงที่ขา ด้านหลัง และท้อง กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด

“มือปราบใช่หรือไม่ ”

แม้พวกมันจะสวมชุดพรางตัวแต่ตอนที่นางหมอบหลบในวัด เห็นรองเท้าแล้วก็พลันนึกถึงพวกมือปราบที่ไล่ล่านางในตอนบ่าย

มู่โจวเห็นนางพยักหน้า เขาก็นึกถึงสิ่งที่ได้ยินในโรงเตี๊ยมสองวันก่อน

“ศัตรูของเจ้าเป็นสตรีในสกุลใหญ่แน่ ข้าเห็นนางว่าจ้างมือปราบชั่วพวกนั้นให้มาตามฆ่าเจ้า”

กู้เยว่ฉีนึกไม่ออกว่าสตรีที่บุรุษผู้นี้พูดถึงเป็นผู้ใดกันแน่  ระหว่างทางที่นางกับบิดาป่ายปีนขึ้นมา สร้างศัตรูไว้หลายคน พลันนางก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา หญิงสาวร่างกระตุกน้อยๆ

‘นี่คงเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของข้า น่าเสียดายที่ต้องทิ้งทุกอย่างเอาไว้ในชาตินี้แล้ว’

หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาจากหางตาทั้งสองข้าง

“กู้เยว่ฉี เจ้าอดทนหน่อย ข้าจะพาเจ้าไปรักษาตัว” เขาร้องเรียก หากว่ารักษาชีวิตนางไว้ได้ เขาก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณของนางและล้วงความลับของ   หลิงอ๋องได้

นางกลั้นหายใจรวบรวมกำลังเลื่อนมือไปจับแขนของมู่โจวเอาไว้ บีบด้วยแรงทั้งหมดที่มีเหลือ เอ่ยคำพูดประโยคสุดท้ายออกมา

“ข้า ไม่มีทางให้อภัยคนสกุลหลิงเด็ดขาด”

***********

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกชะตาแค้นสามี    197 วัดแห่งใหม่ (ตอนจบ)

    หลังรับประทานอาหารเสร็จกู้เยว่ฉีก็ชวนสามีไปยังวัดแดนธรรมซึ่งเป็นวัดที่สร้างบนจวนหลิงอ๋อง เดิมทีจวนแห่งนี้ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้กับผิงเหออ๋อง ทว่าอ๋องบรรดาศักดิ์คนใหม่แห่งเมืองหรงเฉินกราบทูลว่าต้องการสร้างเป็นวัดแห่งใหม่ถวายเป็นพระราชกุศล ฮ่องเต้ที่ทรงทราบว่าในจวนนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจึงทรงเห็นชอบ “คนมาวัดเยอะเหมือนกันนะขอรับ” เผยซานขอติดตามมาด้วย เขาอยากเห็นอดีตจวนอ๋องอันรุ่งเรืองกู้เยว่ฉีก้าวเท้าเข้าสู่เขตวัดก็รู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของความสงบแผ่ออกมา นางหวังว่าเสียงสวดมนต์ทุกค่ำเช้าคงจะกล่อมเกลาให้ดวงวิญญาณที่วนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้บรรเทาความแค้นเคืองลงไปได้ “ที่นี่มีการสวดมนต์ทั้งเช้าและเย็น ด้านโน้นมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหรงเฉินถูกสร้างบนเนินดินสูง มีผู้เดินทางจากทั่วทุกสารทิศมากราบไหว้ ทุกต้นเดือนจะมีโรงทานแจกอาหารเจสามวัน” มู่โจวเป็นผู้ตอบ “ได้ยินว่าการสร้างรูปปั้นพระโพธิสัตว์เป็นดำริของท่านอ๋องหรือขอรับ” เผยซานเคยได้ยินผู้คนพูดถึงวัดแห่งนี้ให้เขาฟังอยู่หลายครั้ง “ถูกต้อง ท่านพ่อของข้าเห็นชาวบ้านชา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    196 ครอบครัวแสนสุข

    หลังงานแต่งงานของกู้เย่วฉีผ่านไปได้สองเดือน เผยซานขุนนางขั้นหกแห่งสำนักรับฏีกาก็ไปคุกเข่าของให้ผู้ตรวจการหงช่วยเป็นเถ้าแก่สู่ขอคุณหนูกู้เจียลี่บุตรีของใต้เท้ากู้แห่งเมืองหรงเฉินหงจื่ออวี้กำลังยุ่งกับภารกิจไม่อาจเดินทางไกลได้ จึงมอบจดหมายรับรองความประพฤติให้กับเผยซาน ชายหนุ่มจึงไปหรงเฉินพร้อมด้วยสหายขุนนางผู้หนึ่ง เขาขอเข้าพบใต้เท้ากู้พร้อมกับแสดงความประสงค์สู่ขอกู้เจียลี่บุตรีอนุเสิ่นที่ดูแลร้านค้าสกุลกู้ในเมืองหลวงเป็นภรรยา“ข้าน้อยเป็นบุตรของพ่อค้า ครอบครัวมิได้ร่ำรวยนัก ทว่าก็มิได้ลำบาก หากว่าคุณหนูสามยินดีเป็นภรรยา ข้าจะดูแลนางมิให้ขาดตกบกพร่องขอรับ”“ใต้เท้าเผย สกุลกู้เองก็มิได้ขาดแคลนทั้งเกียรติยศและเงินทอง หากว่าเจ้าชอบเจียลี่จริง ต้องแสดงความจริงใจมากกว่านี้”“ข้าน้อยสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อนาง ไม่รับอนุภรรยา และไม่ทำให้นางต้องลำบากใจขอรับ” เผยซานน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับยื่นซองจดหมายในมือให้กับใต้เท้ากู้ “นี่คือจดหมายรับรองความประพฤติที่ผู้ตรวจการหงจื่ออวี้เขียนขึ้น เชิญใต้เท้ากู้อ่านเถิดขอรับ”ท่าทางไม่ถึงกับหวาดเกรงและไม่แข็งกร้าวของเผยซานทำให้ใต้เท้ากู้รู้สึกพอใจ เขา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    195 เขยคนใหม่

    มู่ช่างเหมือนจะรู้ตัว เขาบอกให้กู้เฉินอย่ากินดื่มสิ่งที่คนของมู่จ้านและมู่โจวนำมาส่งให้ ดังนั้นสุราผสมผงนิทราที่เซียวเกิงนำมาจึงไม่ได้รับการตอบสนองหวงฟู่ที่แอบอยู่ไม่ไกลเห็นคนรักทำเรื่องง่ายๆ ก็ไม่สำเร็จจึงเอ่ยปากแดกดัน เซียวเกิงนำขวดสุรามาหานาง ““ไม่เป็นไร เรื่องเช่นนี้ ท่านทำไม่สำเร็จ คงเป็นข้า”หวงฟู่ฉวยเอาขวดสุรานั้นไปแล้วโบกมือเรียกบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเอาไว้ จากนั้นก็รินสุราในกานั้นทิ้งแล้วเทสุราในขวดลงไปแทน บ่าวรับใช้ผู้นั้นทำตาเหลือก“ไม่ต้องห่วง นี่มิใช่ยาพิษ แค่ต้องการให้คุณชายรองมู่กับคุณชายรองกู้หลับเท่านั้น พวกเขาจะได้ไม่ไปป่วนห้องหอ”บ่าวรับใช้ในจวนอ๋องจำได้ว่าหวงฟู่คือสาวใช้คนสนิทของกู้เยว่ฉี และเซียวเกิงคือรองหัวหน้าหน่วยสายฟ้าจึงวางใจ เขายิ้มน้อยๆ ก่อนรับเอาเงินก้อนที่หวงฟู่ยื่นมาให้“เจ้าทำสำเร็จแล้ว ข้าจะให้เจ้าเพิ่ม” นางเอ่ยสำทับบ่าวรับใช้ยิ้มกว้าง “ขอรับ”พอดื่มเข้าไปมากๆ สองพี่น้องต่างสกุลที่เพิ่งผูกสัมพันธ์กันใหม่ก็มิได้ระวังตัวมากอย่างที่ตั้งใจไว้ สุดท้ายเผลอดื่มสุราที่บ่าวรับใช้ผู้นั้นรินให้ไปคนละจอก ครู่หนึ่งก็เกิดอาการง่วงงุนจนทนไม่ไหว“ข้าว่า...พวกเรา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    194 วันวิวาห์

    “ซื่อจื่อ ข้าสงสัยจริง ซื่อจื่อเฟยท้องได้สองเดือนกว่า ช่วงนั้นการศึกพัวพันวุ่นวายยิ่งนัก ท่านเองก็กินนอนอยู่ในค่ายทหาร ท่านใช้เวลาไหนไปปั้นทายาทกับนางหรือ” สหายขุนพลผู้ร่วมเป็นร่วมตายแอบมาสอบถาม มู่จ้านถลึงตาใส่ไปทีหนึ่ง พร้อมกับทำปากขมุบขมิบ คนผู้นั้นจึงหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วเดินหนีไป มู่จ้านไม่ยอมเปิดเผยความลับเด็ดขาดว่าภรรยาของเขาปลอมเป็นทหารยามไปเฝ้าอยู่ในค่ายหลายครั้ง หากพูดไปแล้วเกรงว่าคราวหน้าเกิดเรื่องสงครามขึ้น เขาจะหมดโอกาสแอบนำนางเข้าไปหลับนอนในค่ายทหารด้วยทว่าเรื่องนี้กลับมีผู้รู้ดี คือ น้องชายสองคนของเขา มู่ช่างกับมู่โจว “เสี่ยวโจว เจ้าแอบทำเรื่องพวกนั้นเหมือนพี่จ้านในช่วงสู้รบหรือไม่” มู่โจวยิ้มพลางส่ายหน้า ในช่วงศึกสงครามที่เข้มข้นอย่างนั้น หากนายทหารมัวแต่ลิ้มรสโลกีย์ย่อมทำให้ได้รับคำตำหนิติเตียน “คนอย่างข้ามีหรือจะทำเรื่องผิดธรรมเนียมเช่นนั้น” พี่ชายคนโตหน้าม้าน แย้งด้วยเสียงแข็ง “ข้ามิได้ย่อหย่อนการศึกเสียหน่อย” มู่ช่างหัวเราะอย่างรู้ทัน “เจ้าคิดว่าเรื่องที่หมู่บ้านซือหลายฉ่วยข้าไม่รู้หรือไร ตกดึกเจ้าพยายามปีนหน้า

  • พลิกชะตาแค้นสามี    193 กลับสู่ปกติ

    “เจ้ากล้าทำของสำคัญของข้าตกน้ำงั้นรึ” กู้เยว่ฉีโมโหนางอาศัยจังหวะที่หลิงจางเหว่ยเริ่มอ่อนแรงอีกทั้ง แทงกริชเข้าไปในข้อมือขวาของอีกฝ่าย“อ๊าก....!” เขาร้องลั่นอีกครั้งพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งไปกดข้างที่ถูกแทงตามสัญชาตญาณ “เจ้า เจ้าบังอาจนัก”เมื่อครู่หลิงจางเหว่ยเห็นภาพในอดีตชาติที่ตนยืนมองกู้เยว่ฉีถูกกระชากลากถูขึ้นรถม้า นางดูคล้ายคนป่วยหนัก ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ข้างกายของเขามีมารดาอยู่เคียงข้าง พร้อมกับบอกให้เขารีบไปค้นเอาทรัพย์สินของสกุลกู้มาให้หมดบิดาของเขาปั้นคดีกบฏให้กู้เจินบิดาของกู้เยว่ฉีจนถูกตัดสินโทษประหารทั้งครอบครัว...เขาเคยทำให้สกุลกู้จบสิ้น มิน่าเล่า นางถึงได้ชิงชังเขาถึงเพียงนี้“มือขวาของเจ้าใช้ถืออาวุธทำร้ายผู้คนมากมาย จากนี้ไปมันไม่สมควรถูกใช้งานอีก” กล่าวจบกู้เยว่ฉีก็ใช้กริชแทงไปแผ่นหลังของซื่อจื่ออีกครั้งหนึ่ง“อ๊า...! เจ้า เจ้ามันสตรีเลว!” ร่างของซื่อจื่อฟุบลงแทบเท้าของนาง “สกุลหลิงแพ้แล้ว ซื่อจื่อ ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ คนในครอบครัวของเจ้าล้วนก่อกรรมทำเข็ญ ใส่ร้าย ปล้นทรัพย์ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย เจ้าหักหลังผู้คนที่เคยทำงานรับใช้อย่างเลือดเย็น

  • พลิกชะตาแค้นสามี    192 เห็นกับตา

    “นี่น่ะหรือฤทธิ์ของยาทำลายเส้นเลือด ช่างน่ากลัวเสียจริง” กู้เฉินมองดูแต่ละศพแล้วก็เอ่ยกับพี่สาว “นางลงมือฆ่าคนทั้งจวนเลยหรือนี่” กู้เยว่ฉีรำพึง รีบสาวเท้าไปยังเรือนพักของชายารองของหลิงอ๋อง “ตายหมดแล้วขอรับ คุณหนูใหญ่” ไป๋ชางที่นำหน้ามาก่อนสำรวจสตรีสองคนในอาภรณ์หรูหราที่ฟุบอยู่บนโต๊ะน้ำชาแล้วมองพวกนางด้วยความเวทนา ทหารหน่วยสายฟ้าไปดูในเรือนแต่ละหลัง กู้เยว่ฉีเรียกให้กู้เฉินไปดูที่เรือนฟานหรงกับตน นางจำได้ว่าเหยาอันพักอยู่ที่นั่น เสียงฝีเท้าที่ก้าวขึ้นระเบียงเรือน ทำให้บุรุษสองคนที่ซ่อนอยู่ในห้องหันไปสบตากัน“ทหารข้างนอกไม่น่าจะเข้ามาตรวจในจวนเร็วเช่นนี้นะขอรับ” องครักษ์ขมวดคิ้ว ประสาทตึงเครียดไปเสียทุกส่วน“ไม่ใช่ น้ำหนักฝีเท้าเช่นนี้เป็นสตรีหนึ่งคน นางไม่มีวรยุทธ์ ส่วนบุรุษอีกคนน่าจะพอมีฝีมือ” หลิงจางเหว่ยยกมือแตะบาดแผลที่ท้อง เขาเพิ่งใส่ยาและพันด้วยผ้าเอาไว้ ระหว่างที่หนีมาถึงประตูหลังจวน เขารู้สึกว่าร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรง เลือดลมติดขัดไปทั่วร่าง แต่ก็ยังพอเคลื่อนไหวได้กู้เยว่ฉีมองเห็นเหยาอันที่นั่งคอพับอยู่บนเก้าอี้ นางลืมตาขึ้นเมื่อได

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 126 ตอบแทนบุญคุณ

    กู้เยว่ฉีถูกประคองเข้าไปในห้องนั้น นางถูกปล่อยให้นอนอยู่บนเตียงพักหนึ่ง ฝานกั๋วก็เข้ามา เหมาไฉ่หงรีบหันไปรายงาน “องครักษ์ฝาน ส่วนของข้า เรียบร้อยแล้ว ถือว่าท่านรับงานต่อแล้วนะ” “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย ข้าจะให้คนเฝ้านางไว้เอง รอซื่อจื่อกับชายารองกลับก่อนจึงจะพานางออกไปได้”

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 124 แม่นางเหมา

    มู่โจวได้รายงานข่าวว่าจะมีงานบรรเลงพิณที่หอม่านฟ้าก็หน้าตึง งานนี้ กู้เยว่ฉีได้รับเทียบเชิญจากซื่อจื่อให้เข้าร่วมงานด้วย เขามัวแต่วุ่นวายจัดแจงเรื่องสืบความเคลื่อนไหวของจวนอ๋องอยู่หลายวันจึงมิได้ไปพูดคุยกับนาง “หัวหน้า ระยะนี้ซื่อจื่อจัดงานรื่นเริงสังสรรค์อยู่บ่อยครั้งนะขอรับ”

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 116 โทษของใต้เท้าตง

    ทันทีหลักฐานถึงมือของผู้ตรวจการหง หัวหน้ามือปราบคนใหม่ก็นำคนไปจับกุมตงเปาถึงจวน ตุลาการใหญ่เห็นมือปราบบุกรุกเข้ามาก็ชี้หน้าข่มขู่ “ข้าเป็นตุลาการใหญ่ของเมืองหรงเฉิน พวกเจ้ากล้านำคนมาบุกรุกโดยพลการเช่นนี้ได้อย่างไร” “ใต้เท้าตง เชิญท่านไปรับการสอบสวนที่ศาลต้าหลี่แต่โดยดีเถิ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 111 เจ้าปฐพี

    ทันใดทหารอีกกลุ่มก็เดินเข้ามา ในมือถือเชือกหนังจูงสุนัขตัวใหญ่เข้ามาด้วย มู่โจวทรุดกายลงนั่งอ้าแขนออก สุนัขตัวนั้นก็พุ่งเข้ามาใช้สองขาหน้ากอดคอเขาไว้ เซียวเกิงจึงได้แนะนำให้คนทั้งหมดในที่นั่นได้รู้จักกับสัตว์เลี้ยงสี่ขาประจำหน่วยสายฟ้า “ใต้เท้าทั้งหลาย นี่คือเจ้าปฐพีขอรับ มันเป็นส

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status