بيت / รักโบราณ / พลิกชะตาแค้นสามี / บทที่ 6 เหนือฟ้ามีฟ้า

مشاركة

บทที่ 6 เหนือฟ้ามีฟ้า

last update تاريخ النشر: 2026-01-23 21:53:44

         กู้เยว่ฉีตัวแข็งทื่อ ยอบกายลงทำจนศีรษะซ่อนอยู่หลังกองไม้ระเกะระกะ นางมือขึ้นปิดปากตนเองไม่ให้กรีดร้องออกมาด้วยความขัดเคือง ประโยคที่ท่านอ๋องน้อยพูดออกมาเมื่อครู่ ทำให้นางรู้ว่าที่แผนของนางและท่านพ่อสำเร็จง่ายดายไม่ได้เป็นเพราะสกุลกู้ซ้อนแผนได้แนบเนียน หากเป็นเพราะอีกฝ่ายยินดีจะเป็นเหยื่อต่างหาก

         ‘หลิงจางเหว่ย เจ้ารู้ตัวอยู่แล้ว แต่กลับเล่นตามบทที่ท่านพ่อกับข้าวางไว้ หรอกหรือ ’

         หญิงสาวยิ้มเยาะตนเอง จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึง รอจนคนทั้งสามเดินจากไปแล้ว กู้เยว่ฉีจึงลุกขึ้นมา นางตรงไปที่หอคอยแล้วขึ้นไปบนชั้นสาม มองตามทิศทางที่หลิงอ๋องซื่อจื่อเดินไป ครู่หนึ่งก็เห็นคนทั้งสาม ท่ามกลางผู้คนมากมาย นางสังเกตเห็นกว้านสีทองของสามีในฝันผู้นั้นทอประกายแวววาว

         นางได้ยินเสียงเคาะเกราะบอกเวลาก็ยกมือขึ้นกอดอก หญิงสาวรีบสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ข้างใน ใกล้จะถึงเวลาแล้ว....

         “ท่านพ่อ หลิงอ๋องซื่อจื่อมาโน่นแล้วขอรับ” กู้เฉินที่ยืนอยู่ระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยมชี้ให้บิดาดูบุรุษในชุดสีขาวปักลวดลายงดงาม ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความชื่นชม “ซื่อจื่อผู้นี้สง่างามเสียจริง ไม่ว่าจะไปแห่งใดล้วนโดดเด่นท่ามกลางผู้คนนะขอรับ”

         “เจ้าชอบว่าที่พี่เขยถึงเพียงนี้เชียว ”

         “ขอรับ ข้าดูแล้วซื่อจื่อก็เหมาะกับพี่หญิงของข้ามาก แต่ว่าเราไม่ให้นางเป็นคนมาช่วยอ๋องน้อยเช่นนี้จะดีหรือขอรับ ”

         “เอาเถิด พ่อเชื่อว่าพี่สาวเจ้าคงจะมีเหตุผล เอาไว้ให้เจ้ากลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาเสียก่อน เรื่องอื่นก็คงไม่ยากนักหรอก”

         กู้เฉินเชื่อว่าพี่สาวของตนต้องคิดถูกแน่เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของท่านพ่อล้วนมีนางอยู่ คนทั่วไปเข้าใจว่าบิดาของเขารักและตามใจกู้เยว่ฉี มีเพียงเขาและมารดาเท่านั้นที่รู้ว่าพี่สาวเป็นผู้ช่วยวางแผนให้บิดาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางขั้นสูงของเมืองหรงเฉิน

         ....สำหรับกู้เยว่ฉี ขอเพียงทำให้ครอบครัวอยู่สูงกว่าผู้อื่น ไม่ว่าเรื่องดีหรือเรื่องร้ายนางก็กล้าทำทั้งนั้น...

         เขาเคยถามพี่สาวว่าไม่อยากจะเข้าวังในเป็นพระสนมบ้างหรือแต่คำตอบของกู้เยว่ฉีก็ชวนให้ประหลาดใจ นางบอกว่าการป่ายปีนในวังหลวงนั้นยุ่งยากเกินไป และสกุลกู้ก็ไม่ได้มีคนเป็นขุนนางนำตำแหน่งสูงมากพอจะหนุนนางได้

         ‘เสี่ยวเฉิน หากว่าเราสองพี่น้องนำพาสกุลกู้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นหนึ่งในตระกูลสำคัญของเมืองหรงเฉินได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว วันหน้าข้าจะส่งเสริมลูกหลานสกุลกู้ก้าวเข้าสู่วันหลวงในวันหน้า’

         นั่นคือเหตุผลที่กู้เยว่ฉีเล็งเป้าไปที่หลิงอ๋องซื่อจื่อ

         “เสี่ยวเฉิน พวกเราไปขึ้นรถม้าเถอะ พ่อว่าอีกไม่นานพวกมันต้องลงมือ”

         “ขอรับ”

         สองพ่อลูกสกุลกู้ขึ้นรถม้าคันใหญ่หน้าโรงเตี๊ยมอ้อมไปอีกทางเพื่อจะได้ผ่านมาทางสี่แยกที่มือสังหารซ่อนตัวอยู่ ละแวกนี้คนค่อนข้างบางตา

         กู้เยว่ฉีที่ยืนมองจากมุมสูง เห็นความเคลื่อนไหวของทุกคนข้างล่างอย่างถนัดถนี่ สิ่งที่นางไม่เคยรู้ก็ค่อยๆ เผยออกมา

หลิงจางเหว่ยหันไปกระซิบกับองครักษ์ ยอดฝีมือแซ่ฝานคนพี่จึงส่งสัญญาณบอกคนที่ยืนอยู่บนชั้นสองของตึกตรงข้าม และบุรุษผู้นั้นก็ทำสัญญาณมือบอกกับมือสังหารที่ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาทีละคน

         ‘ซื่อจื่อ ที่แท้เจ้าคือคนบงการมือสังหารคนพวกนี้นี่เอง’

         กู้เยว่ฉีเย็นวาบไปทั่วหลัง นางเคยคิดประมาทคนสกุลหลิงว่าช่างหลอกลวงได้ง่ายดาย ที่แท้เป็นสกุลกู้ต่างหากที่ตกลงในไปหลุมพรางนั้น หากนางไม่ได้เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยตาตนเองก็คงยากจะเชื่อ

         บุรุษชุดดำราวสิบคนกระโจนลงจากหลังคาพร้อมอาวุธ บุกเข้าหมายสังหารอ๋องน้อยสกุลหลิง องครักษ์ทั้งสองชักกระบี่เข้าปกป้อง

ในขณะที่หลิงจางเหว่ยเองก็ใช้กระบี่ประจำตัวเข้าต่อสู้ด้วย กู้เยว่ฉีจึงได้เห็นฝีมือของสามีในฝันของนางว่า   ร้ายกาจเพียงใด เขาสามารถรับมือยอดฝีมือทั้งสิบได้ด้วยตนเอง แต่กลับสู้ไปถอยไปราวกับออมแรงรอบางอย่าง

         ไม่นานนักรถม้าของสกุลกู้ก็โผล่มาถึงสี่แยก

         “นายท่าน ข้างหน้ามีเหตุร้ายขอรับ น่าจะเป็นการลอบสังหาร”

         ใต้เท้ากู้กับบุตรชายรีบโผล่หน้าออกมาจากรถม้าในทันทีราวกับเตรียมตัวรออยู่แล้ว

         “เสี่ยวเฉิน พาคนไปช่วยเร็วเข้า!”

         “ขอรับ ท่านพ่อ”

         กู้เยว่ฉีแสยะยิ้ม บิดากับน้องชายของนางคงคิดว่าตนเองกำลังจะได้กลายเป็นผู้มีพระคุณของซื่อจื่อแห่งสกุลหลิง ประสาทของนางเริ่มตึงเครียด ตอนนี้นางเริ่มอยากรู้แล้วว่าเหตุใดหลิงจางเหว่ยจึงต้องวางแผนช่วยนางให้กลายเป็นชายาของเขา  

กู้เยว่ฉีโบกผ้าเรียกให้หัวหน้าองครักษ์ที่ดูแลความปลอดภัยของนางขึ้นมาบนหอคอย “เหล่าไป๋ เจ้ารอจนพวกเขาสู้กันใกล้จะจบแล้วลอบตามพวกมันไป ข้าอย่างรู้ว่ามือสังหารกลุ่มนี้มาจากที่ใด ”

“ขอรับ คุณหนู”​

หญิงสาวจับตามองเหตุการณ์ข้างล่างแทบไม่กระพริบตา ในฝันประหลาดนั่น นางอยู่ในรถม้าและโผล่หน้าออกมาสั่งการให้องครักษ์ที่ติดตามนางทั้งหมดเข้าช่วยเหลือหลิงจางเหว่ย

พอขับไล่มือสังหารไปจนหมด เขาก็เข้ามาขอบคุณนางด้วยท่าทางสง่างาม และทิ้งท้ายด้วยการเชิญนางไปเยือนจวนอ๋องหลิงอย่างเป็นทางการ

ครานั้นนางยิ้มรับพร้อมกับยอบกายอย่างงดงาม ในขณะที่หัวใจลิงโลด ความปรารถนาที่จะเป็นซื่อจื่อเฟยของหลิงอ๋องซื่อจื่อใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าว

‘ข้ามันโง่เอง คิดว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่น แท้จริงกลับเป็นเบี้ยให้เขาจับโยกเพื่อให้สกุลกู้แพ้ยกกระดาน’

         การต่อสู้ที่สี่แยกนั่นดำเนินอยู่พักใหญ่ ใต้เท้ากู้เตรียมคนเอาไว้แล้ว เมื่อเห็นว่านักฆ่ามีจำนวนมากกว่าที่คาด กู้เจินก็ให้องครักษ์ตนเรียกคนออกมาเพิ่มขึ้น ฝ่ายคนร้ายเห็นเช่นนั้นก็พากันตะโกนสั่งให้ถอย

         กลุ่มองครักษ์สกุลกู้ดาหน้าเข้าตะลุยฆ่าคนร้าย ทว่าด้วยความวุ่นวายของเทศกาลทำให้มือสังหารหนีกระจัดกระจายจนยากจะติดตาม

         “พอแล้ว ไปแจ้งมือปราบให้ตามล่าต่อเถอะ” คุณชายสกุลกู้ร้องสั่งองครักษ์ของตน เขารีบวิ่งกลับไปยืนเคียงข้างบิดา

         ใต้เท้ากู้เห็นเหตุการณ์สงบดีแล้วก็รีบลงจากรถม้า ถลาเข้าไปประสานมือค้อมศีรษะประจบประแจงหลิงจางเหว่ยทันที “ซื่อจื่อ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ  ขออภัยที่ข้าน้อยเข้ามาช่วยท่านช้าเกินไป”

         หลิงจางเหว่ยปรายตามองศพที่นอนระเกะระกะ แล้วหันไปหาขุนนางวัยกลางคน “เคราะห์ดีที่ยังมีใต้เท้ากู้ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงต้องพลาดท่าเสียทีพวกมันเป็นแน่”

มือปราบกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสายตาตื่นตระหนก บุรุษที่สวมชุดมีเหลือบต่างจากผู้อื่นมองเห็นหลิงอ๋องซื่อจื่อก็รีบเข้าไปหา

“ข้าน้อยมาช้า ไม่ทันป้องกันภัยให้ท่านอ๋องน้อย ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนักขอรับ”

หลิงจางเหว่ยโบกมือสองสามที “มิเป็นไร ครั้งนี้ข้าได้ใต้เท้ากู้กับบุตรชายเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน ข้าไม่บาดเจ็บเลยสักนิด”

สายตาของหลิงอ๋องซื่อจื่อเจือความผิดหวัง เขาพยายามมองหาคนที่คิดว่าจะนั่งมาในรถแต่กลับไม่ปรากฎแม้เงา กู้เฉินที่ยืนข้างกับบิดารู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของหลิงจางเหว่ยแต่ไม่ได้เอ่ยถาม

“เมื่อครู่ ข้าเห็นมือสังหารรุมล้อมซื่อจื่อเอาไว้ นึกว่าจะเข้าไปช่วยท่านไม่ทันเสียแล้วขอรับ”

“คุณชายกู้ ข้าขอบใจเจ้ามาก หากเจ้ามาช้ากว่านี้อีกครึ่งเค่อ[1]ข้าก็คงต้านทานพวกเขาไม่ไหวแล้ว” หลิงจางเหว่ยยิ้มกว้างยกมือขึ้นตบบ่ากู้เฉินอย่างสนิทสนม “พรุ่งนี้คงต้องเชิญเจ้าเข้าจวนอ๋องไปดื่มสุรากับข้าเสียหน่อย”

“ซื่อจื่อ เกรงใจเกินไปแล้วขอรับ”

[1] หนึ่งเค่อ เป็นเวลาสิบห้านาที

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลิกชะตาแค้นสามี    197 วัดแห่งใหม่ (ตอนจบ)

    หลังรับประทานอาหารเสร็จกู้เยว่ฉีก็ชวนสามีไปยังวัดแดนธรรมซึ่งเป็นวัดที่สร้างบนจวนหลิงอ๋อง เดิมทีจวนแห่งนี้ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้กับผิงเหออ๋อง ทว่าอ๋องบรรดาศักดิ์คนใหม่แห่งเมืองหรงเฉินกราบทูลว่าต้องการสร้างเป็นวัดแห่งใหม่ถวายเป็นพระราชกุศล ฮ่องเต้ที่ทรงทราบว่าในจวนนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจึงทรงเห็นชอบ “คนมาวัดเยอะเหมือนกันนะขอรับ” เผยซานขอติดตามมาด้วย เขาอยากเห็นอดีตจวนอ๋องอันรุ่งเรืองกู้เยว่ฉีก้าวเท้าเข้าสู่เขตวัดก็รู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของความสงบแผ่ออกมา นางหวังว่าเสียงสวดมนต์ทุกค่ำเช้าคงจะกล่อมเกลาให้ดวงวิญญาณที่วนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้บรรเทาความแค้นเคืองลงไปได้ “ที่นี่มีการสวดมนต์ทั้งเช้าและเย็น ด้านโน้นมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหรงเฉินถูกสร้างบนเนินดินสูง มีผู้เดินทางจากทั่วทุกสารทิศมากราบไหว้ ทุกต้นเดือนจะมีโรงทานแจกอาหารเจสามวัน” มู่โจวเป็นผู้ตอบ “ได้ยินว่าการสร้างรูปปั้นพระโพธิสัตว์เป็นดำริของท่านอ๋องหรือขอรับ” เผยซานเคยได้ยินผู้คนพูดถึงวัดแห่งนี้ให้เขาฟังอยู่หลายครั้ง “ถูกต้อง ท่านพ่อของข้าเห็นชาวบ้านชา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    196 ครอบครัวแสนสุข

    หลังงานแต่งงานของกู้เย่วฉีผ่านไปได้สองเดือน เผยซานขุนนางขั้นหกแห่งสำนักรับฏีกาก็ไปคุกเข่าของให้ผู้ตรวจการหงช่วยเป็นเถ้าแก่สู่ขอคุณหนูกู้เจียลี่บุตรีของใต้เท้ากู้แห่งเมืองหรงเฉินหงจื่ออวี้กำลังยุ่งกับภารกิจไม่อาจเดินทางไกลได้ จึงมอบจดหมายรับรองความประพฤติให้กับเผยซาน ชายหนุ่มจึงไปหรงเฉินพร้อมด้วยสหายขุนนางผู้หนึ่ง เขาขอเข้าพบใต้เท้ากู้พร้อมกับแสดงความประสงค์สู่ขอกู้เจียลี่บุตรีอนุเสิ่นที่ดูแลร้านค้าสกุลกู้ในเมืองหลวงเป็นภรรยา“ข้าน้อยเป็นบุตรของพ่อค้า ครอบครัวมิได้ร่ำรวยนัก ทว่าก็มิได้ลำบาก หากว่าคุณหนูสามยินดีเป็นภรรยา ข้าจะดูแลนางมิให้ขาดตกบกพร่องขอรับ”“ใต้เท้าเผย สกุลกู้เองก็มิได้ขาดแคลนทั้งเกียรติยศและเงินทอง หากว่าเจ้าชอบเจียลี่จริง ต้องแสดงความจริงใจมากกว่านี้”“ข้าน้อยสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อนาง ไม่รับอนุภรรยา และไม่ทำให้นางต้องลำบากใจขอรับ” เผยซานน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับยื่นซองจดหมายในมือให้กับใต้เท้ากู้ “นี่คือจดหมายรับรองความประพฤติที่ผู้ตรวจการหงจื่ออวี้เขียนขึ้น เชิญใต้เท้ากู้อ่านเถิดขอรับ”ท่าทางไม่ถึงกับหวาดเกรงและไม่แข็งกร้าวของเผยซานทำให้ใต้เท้ากู้รู้สึกพอใจ เขา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    195 เขยคนใหม่

    มู่ช่างเหมือนจะรู้ตัว เขาบอกให้กู้เฉินอย่ากินดื่มสิ่งที่คนของมู่จ้านและมู่โจวนำมาส่งให้ ดังนั้นสุราผสมผงนิทราที่เซียวเกิงนำมาจึงไม่ได้รับการตอบสนองหวงฟู่ที่แอบอยู่ไม่ไกลเห็นคนรักทำเรื่องง่ายๆ ก็ไม่สำเร็จจึงเอ่ยปากแดกดัน เซียวเกิงนำขวดสุรามาหานาง ““ไม่เป็นไร เรื่องเช่นนี้ ท่านทำไม่สำเร็จ คงเป็นข้า”หวงฟู่ฉวยเอาขวดสุรานั้นไปแล้วโบกมือเรียกบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเอาไว้ จากนั้นก็รินสุราในกานั้นทิ้งแล้วเทสุราในขวดลงไปแทน บ่าวรับใช้ผู้นั้นทำตาเหลือก“ไม่ต้องห่วง นี่มิใช่ยาพิษ แค่ต้องการให้คุณชายรองมู่กับคุณชายรองกู้หลับเท่านั้น พวกเขาจะได้ไม่ไปป่วนห้องหอ”บ่าวรับใช้ในจวนอ๋องจำได้ว่าหวงฟู่คือสาวใช้คนสนิทของกู้เยว่ฉี และเซียวเกิงคือรองหัวหน้าหน่วยสายฟ้าจึงวางใจ เขายิ้มน้อยๆ ก่อนรับเอาเงินก้อนที่หวงฟู่ยื่นมาให้“เจ้าทำสำเร็จแล้ว ข้าจะให้เจ้าเพิ่ม” นางเอ่ยสำทับบ่าวรับใช้ยิ้มกว้าง “ขอรับ”พอดื่มเข้าไปมากๆ สองพี่น้องต่างสกุลที่เพิ่งผูกสัมพันธ์กันใหม่ก็มิได้ระวังตัวมากอย่างที่ตั้งใจไว้ สุดท้ายเผลอดื่มสุราที่บ่าวรับใช้ผู้นั้นรินให้ไปคนละจอก ครู่หนึ่งก็เกิดอาการง่วงงุนจนทนไม่ไหว“ข้าว่า...พวกเรา

  • พลิกชะตาแค้นสามี    194 วันวิวาห์

    “ซื่อจื่อ ข้าสงสัยจริง ซื่อจื่อเฟยท้องได้สองเดือนกว่า ช่วงนั้นการศึกพัวพันวุ่นวายยิ่งนัก ท่านเองก็กินนอนอยู่ในค่ายทหาร ท่านใช้เวลาไหนไปปั้นทายาทกับนางหรือ” สหายขุนพลผู้ร่วมเป็นร่วมตายแอบมาสอบถาม มู่จ้านถลึงตาใส่ไปทีหนึ่ง พร้อมกับทำปากขมุบขมิบ คนผู้นั้นจึงหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วเดินหนีไป มู่จ้านไม่ยอมเปิดเผยความลับเด็ดขาดว่าภรรยาของเขาปลอมเป็นทหารยามไปเฝ้าอยู่ในค่ายหลายครั้ง หากพูดไปแล้วเกรงว่าคราวหน้าเกิดเรื่องสงครามขึ้น เขาจะหมดโอกาสแอบนำนางเข้าไปหลับนอนในค่ายทหารด้วยทว่าเรื่องนี้กลับมีผู้รู้ดี คือ น้องชายสองคนของเขา มู่ช่างกับมู่โจว “เสี่ยวโจว เจ้าแอบทำเรื่องพวกนั้นเหมือนพี่จ้านในช่วงสู้รบหรือไม่” มู่โจวยิ้มพลางส่ายหน้า ในช่วงศึกสงครามที่เข้มข้นอย่างนั้น หากนายทหารมัวแต่ลิ้มรสโลกีย์ย่อมทำให้ได้รับคำตำหนิติเตียน “คนอย่างข้ามีหรือจะทำเรื่องผิดธรรมเนียมเช่นนั้น” พี่ชายคนโตหน้าม้าน แย้งด้วยเสียงแข็ง “ข้ามิได้ย่อหย่อนการศึกเสียหน่อย” มู่ช่างหัวเราะอย่างรู้ทัน “เจ้าคิดว่าเรื่องที่หมู่บ้านซือหลายฉ่วยข้าไม่รู้หรือไร ตกดึกเจ้าพยายามปีนหน้า

  • พลิกชะตาแค้นสามี    193 กลับสู่ปกติ

    “เจ้ากล้าทำของสำคัญของข้าตกน้ำงั้นรึ” กู้เยว่ฉีโมโหนางอาศัยจังหวะที่หลิงจางเหว่ยเริ่มอ่อนแรงอีกทั้ง แทงกริชเข้าไปในข้อมือขวาของอีกฝ่าย“อ๊าก....!” เขาร้องลั่นอีกครั้งพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งไปกดข้างที่ถูกแทงตามสัญชาตญาณ “เจ้า เจ้าบังอาจนัก”เมื่อครู่หลิงจางเหว่ยเห็นภาพในอดีตชาติที่ตนยืนมองกู้เยว่ฉีถูกกระชากลากถูขึ้นรถม้า นางดูคล้ายคนป่วยหนัก ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ข้างกายของเขามีมารดาอยู่เคียงข้าง พร้อมกับบอกให้เขารีบไปค้นเอาทรัพย์สินของสกุลกู้มาให้หมดบิดาของเขาปั้นคดีกบฏให้กู้เจินบิดาของกู้เยว่ฉีจนถูกตัดสินโทษประหารทั้งครอบครัว...เขาเคยทำให้สกุลกู้จบสิ้น มิน่าเล่า นางถึงได้ชิงชังเขาถึงเพียงนี้“มือขวาของเจ้าใช้ถืออาวุธทำร้ายผู้คนมากมาย จากนี้ไปมันไม่สมควรถูกใช้งานอีก” กล่าวจบกู้เยว่ฉีก็ใช้กริชแทงไปแผ่นหลังของซื่อจื่ออีกครั้งหนึ่ง“อ๊า...! เจ้า เจ้ามันสตรีเลว!” ร่างของซื่อจื่อฟุบลงแทบเท้าของนาง “สกุลหลิงแพ้แล้ว ซื่อจื่อ ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ คนในครอบครัวของเจ้าล้วนก่อกรรมทำเข็ญ ใส่ร้าย ปล้นทรัพย์ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย เจ้าหักหลังผู้คนที่เคยทำงานรับใช้อย่างเลือดเย็น

  • พลิกชะตาแค้นสามี    192 เห็นกับตา

    “นี่น่ะหรือฤทธิ์ของยาทำลายเส้นเลือด ช่างน่ากลัวเสียจริง” กู้เฉินมองดูแต่ละศพแล้วก็เอ่ยกับพี่สาว “นางลงมือฆ่าคนทั้งจวนเลยหรือนี่” กู้เยว่ฉีรำพึง รีบสาวเท้าไปยังเรือนพักของชายารองของหลิงอ๋อง “ตายหมดแล้วขอรับ คุณหนูใหญ่” ไป๋ชางที่นำหน้ามาก่อนสำรวจสตรีสองคนในอาภรณ์หรูหราที่ฟุบอยู่บนโต๊ะน้ำชาแล้วมองพวกนางด้วยความเวทนา ทหารหน่วยสายฟ้าไปดูในเรือนแต่ละหลัง กู้เยว่ฉีเรียกให้กู้เฉินไปดูที่เรือนฟานหรงกับตน นางจำได้ว่าเหยาอันพักอยู่ที่นั่น เสียงฝีเท้าที่ก้าวขึ้นระเบียงเรือน ทำให้บุรุษสองคนที่ซ่อนอยู่ในห้องหันไปสบตากัน“ทหารข้างนอกไม่น่าจะเข้ามาตรวจในจวนเร็วเช่นนี้นะขอรับ” องครักษ์ขมวดคิ้ว ประสาทตึงเครียดไปเสียทุกส่วน“ไม่ใช่ น้ำหนักฝีเท้าเช่นนี้เป็นสตรีหนึ่งคน นางไม่มีวรยุทธ์ ส่วนบุรุษอีกคนน่าจะพอมีฝีมือ” หลิงจางเหว่ยยกมือแตะบาดแผลที่ท้อง เขาเพิ่งใส่ยาและพันด้วยผ้าเอาไว้ ระหว่างที่หนีมาถึงประตูหลังจวน เขารู้สึกว่าร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรง เลือดลมติดขัดไปทั่วร่าง แต่ก็ยังพอเคลื่อนไหวได้กู้เยว่ฉีมองเห็นเหยาอันที่นั่งคอพับอยู่บนเก้าอี้ นางลืมตาขึ้นเมื่อได

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 128 คู่หมั้นของนาง

    จิวเยว่กับสามีกลับมานั่งที่โต๊ะก็รีบเล่าถึงการหมั้นหมายระหว่างกู้เยว่ฉีกับมู่โจวให้สหายที่นั่งใกล้ๆ ฟังด้วยความตื่นเต้น ชื่อของกู้เยว่ฉีเพิ่งถูกคนทั้งเมืองเอ่ยถึงว่านางเป็นบุตรีกตัญญูที่ช่วยหาหลักฐานมาแก้ต่างบิดาในคดีกบฏได้สำเร็จ คุณหนูใหญ่ผู้งดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถ บัดนี้มีคุณชายจากจ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 126 ตอบแทนบุญคุณ

    กู้เยว่ฉีถูกประคองเข้าไปในห้องนั้น นางถูกปล่อยให้นอนอยู่บนเตียงพักหนึ่ง ฝานกั๋วก็เข้ามา เหมาไฉ่หงรีบหันไปรายงาน “องครักษ์ฝาน ส่วนของข้า เรียบร้อยแล้ว ถือว่าท่านรับงานต่อแล้วนะ” “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย ข้าจะให้คนเฝ้านางไว้เอง รอซื่อจื่อกับชายารองกลับก่อนจึงจะพานางออกไปได้”

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 124 แม่นางเหมา

    มู่โจวได้รายงานข่าวว่าจะมีงานบรรเลงพิณที่หอม่านฟ้าก็หน้าตึง งานนี้ กู้เยว่ฉีได้รับเทียบเชิญจากซื่อจื่อให้เข้าร่วมงานด้วย เขามัวแต่วุ่นวายจัดแจงเรื่องสืบความเคลื่อนไหวของจวนอ๋องอยู่หลายวันจึงมิได้ไปพูดคุยกับนาง “หัวหน้า ระยะนี้ซื่อจื่อจัดงานรื่นเริงสังสรรค์อยู่บ่อยครั้งนะขอรับ”

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 116 โทษของใต้เท้าตง

    ทันทีหลักฐานถึงมือของผู้ตรวจการหง หัวหน้ามือปราบคนใหม่ก็นำคนไปจับกุมตงเปาถึงจวน ตุลาการใหญ่เห็นมือปราบบุกรุกเข้ามาก็ชี้หน้าข่มขู่ “ข้าเป็นตุลาการใหญ่ของเมืองหรงเฉิน พวกเจ้ากล้านำคนมาบุกรุกโดยพลการเช่นนี้ได้อย่างไร” “ใต้เท้าตง เชิญท่านไปรับการสอบสวนที่ศาลต้าหลี่แต่โดยดีเถิ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status