LOGINแพรมุกยืนนิ่งอยู่ตรงระเบียงทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บหน้าอก เธอจำเสียงนั้นได้ แม้จะยังมองไม่เห็นใบหน้าของเจ้าของเสียงก็ตาม “ใครน่ะ...” เธอพึมพำ จอมทัพก้าวเข้ามาบังเธอไว้ทันที สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบันไดที่ทอดลงสู่ชั้นล่าง มือหนึ่งคว้าโทรศัพท์จากมือหญิงสาว ก่อนจะกดตัดสายโดยไม่ลังเล “จอมทัพ! คุณทำอะไรคะ?” “เงียบก่อน” เขากระซิบเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา กดโทรออกอย่างรวดเร็ว “ชรินทร์ ขึ้นมาที่ชั้นบนเดี๋ยวนี้” ปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ “ครับนายใหญ่” จอมทัพกดวางสาย แล้วหันกลับมาหาแพรมุก “อยู่ข้างหลังฉัน อย่าเพิ่งขยับไปไหน” “แต่มันอันตรายนะคะ...” “ฉันรู้” น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด “และนั่นแปลว่าบ้านหลังนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” แพรมุกหน้าซีด เธอหันไปมองทางบันไดอีกครั้ง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเมื่อครู่กลับเงียบหายไปอย่างน่าประหลาด ราวกับคนที่อยู่ด้านล่างรู้แล้วว่าพวกเขากำลังตื่นตัว ไม่นานนัก ชรินทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางเดินอีกฝั่ง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ใบหน้าเ
แพรมุกแทบลืมหายใจ เธอหันไปมองจอมทัพที่นั่งอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มเองก็จ้องโทรศัพท์ในมือเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังพยายามปะติดปะต่อความทรงจำบางอย่างที่ถูกฝังเอาไว้ “คุณหมายความว่ายังไงคะ?” แพรมุกถามเสียงสั่น “พ่อของฉันช่วยฉันออกมาจากกองไฟด้วยเหรอ?” “เธอจำอะไรได้บ้าง?” “ฉันจำได้แค่เสียงของคุณ...จำได้ว่ามีคนอุ้มฉันออกมา แล้วก็มีอีกคนหนึ่งเรียกชื่อฉัน” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แต่ฉันไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร” ปลายสายเงียบไป แพรมุกกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ? คุณรู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันมาตั้งแต่แรก?” “เพราะถ้าเธอรู้ความจริงเร็วเกินไป เธออาจไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้อีก...และมันจะทำให้เรื่องที่ดินมีปัญหามากขึ้นไปอีก” “คุณกำลังขู่ฉันเหรอ เรื่องที่ดินอะไรกันแน่คะ?” “ฉันแค่กำลังเตือนเธอ ตระกูลของเราครอบครองที่ดินนั้นมาหลายร้อยปี...มีแต่คนโง่เท่านั้นที่พร้อมจะยกที่ตรงนั้นให้คนอื่นฟรีๆ” น้ำเสียงของชายคนนั้นเปลี่ยนไป จากแผ่วเบาเป็นเคร่งขรึมจนแพรมุกรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
จอมทัพชะงักไป ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน “เธอเห็นหน้าเขาเหรอแพร?” “ไม่ชัดค่ะ” แพรมุกส่ายหน้า “ฉันเห็นแค่เงาครึ่งนึงของใบหน้าของเขา แต่ฉันจำเสียงได้...เขาบอกให้ฉันอย่าบอกใครว่าฉันอยู่ที่นั่น” “แล้วมีอะไรอีก?” หญิงสาวหลับตาลง พยายามรวบรวมภาพความทรงจำที่ยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหัว “เขาบอกว่า...อย่าให้ใครรู้ว่าฉันเป็นลูกสาวของเขา” จอมทัพนิ่งงัน แพรมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น “จอมทัพคะ ถ้าคนที่ช่วยฉันเป็นพ่อแท้ๆ ของฉันจริงๆ ทำไมเขาถึงต้องปิดบังตัวตนของฉันด้วย?” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างอ่อนโยน “เราอาจยังไม่รู้เหตุผล แต่ฉันจะช่วยเธอหาคำตอบ” “แล้วถ้าคำตอบนั้น...ทำให้ฉันต้องสูญเสียคนที่ฉันรักอีกล่ะคะ?” จอมทัพกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น “ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องสูญเสียใครอีกเพียงเพราะความจริงที่เรากำลังตามหา” แพรมุกซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง ทว่าความรู้สึกหวาดกลัวยังคงไม่จางหาย ภาพชายที่อุ้มเธอออกจากกองไฟยังคงติดอยู่ใน
“ไม่ว่าอดีตของเธอจะเป็นยังไง ฉันอยากให้เธอรู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกแล้ว” แพรมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกของชายหนุ่มอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้ห้ามปล่อยฉันนะคะ” “ครับ ฉันจะไม่ปล่อย” เสียงทุ้มอ่อนโยนดังอยู่เหนือศีรษะ จอมทัพลูบแผ่นหลังเธอช้าๆ จนกระทั่งลมหายใจของหญิงสาวเริ่มสม่ำเสมอ เปลือกตาที่ฝืนเปิดอยู่หลายครั้งค่อยๆ ปิดลงในที่สุด ไม่นานนัก เธอก็หลับสนิท ทว่าความสงบที่เพิ่งได้รับกลับอยู่ได้ไม่นาน เปลวไฟสีแดงฉานพลันลุกโชนขึ้นในความมืด กลิ่นควันฉุนกึกแทรกเข้ามาในลมหายใจ เสียงไม้แตกหักดังเปรี๊ยะอยู่รอบด้าน ขณะที่ความร้อนแผดเผาผิวหนังจนเจ็บปวดไปหมด แพรมุกพยายามดิ้นรน แต่กลับพบว่าร่างกายของตัวเองเล็กลงอย่างน่าประหลาด มือทั้งสองข้างเล็กเสียจนกำลูกบิดประตูแทบไม่ถนัด ไม่ใช่ร่างของเธอในปัจจุบันแต่เป็นร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...เด็กผู้หญิงที่กำลังติดอยู่ในห้องซึ่งถูกไฟล้อมไว้ทุกด้าน “ช่วยด้วย!” เสียงร้องขอความช่วยเหลือหลุดออกจากลำคอ ทว่ากลับถูกเสียงเปลวไฟกลืนหายไปอย่างรวด
“จอมทัพคะ” “ครับ” “ถ้าวันหนึ่งฉันจำเรื่องในกองไฟได้ทั้งหมด คุณต้องฟังฉันนะ” “ฉันสัญญา” “แล้วห้ามโกหกฉันด้วย” “ฉันจะไม่โกหกเธอ” แพรมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนเอ่ยเสียงเบาจนแทบเป็นกระซิบ “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้ขอกอดอีกหน่อยได้ไหมคะ?” จอมทัพนิ่งค้างไปหลายวินาที ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ได้สิ จะกอดทั้งคืนเลยก็ได้” “ฉันหมายถึงแค่แป๊บเดียว!” “แต่ฉันตอบตกลงไปแล้วนี่นา” “จอมทัพ!” เขาหัวเราะ ก่อนก้มลงจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน แล้วค่อยปล่อยให้หญิงสาวเป็นฝ่ายผละออกเอง “พอแล้วครับ เดี๋ยวคนสวยจะนอนไม่พอ พรุ่งนี้เราต้องไปหาคุณพีระกิตแต่เช้า” “ค่ะ...” แพรมุกตอบรับ แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือจากเขา จอมทัพก้มมองมือเล็กๆ ที่กำชายเสื้อของตัวเองอยู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “ไหนบอกว่าขอกอดแค่แป๊บเดียวไง” “ก็ฉัน...กอดไปแล้วนี่คะ” “อืม กอดแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะปล่อยฉันกลับห้องตัวเองสินะ” จอมทัพอมยิ้มและนั่นทำให้แพรมุกชะงั
แพรมุกหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง พยายามซ่อนรอยยิ้มที่เผลอปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก บ้าจริง...ผู้ชายคนนี้รู้หรือเปล่าว่าคำพูดของตัวเองมีอานุภาพมากแค่ไหน เมื่อครู่เธอยังสับสนจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เพียงเขาบอกว่ารักเธอ หัวใจที่หนักอึ้งกลับค่อย ๆ อ่อนลงอย่างน่าประหลาด “คุณพูดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าคะ?” “หืม?” จอมทัพเลิกคิ้ว หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนกลับไปมองถนน “หมายถึงแบบไหน?” “ก็แบบที่บอกว่ารัก บอกว่าจะไม่ทำให้เสียใจอะไรทำนองนั้นไงคะ” “ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยลองพูดกับผู้หญิงคนอื่น” “โกหก!” “อ้าว ทำไมรีบตัดสินกันแบบนี้ล่ะครับที่รัก” เขาหัวเราะเบาๆ “ถ้าไม่เชื่อ ฉันให้เธอตรวจสอบประวัติการคบหาของฉันย้อนหลังสิบปีเลยก็ได้” “ใครอยากตรวจสอบกันคะ!” “งั้นแสดงว่าเธอเชื่อฉันแล้ว?” “ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย!” “ครับๆ ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ” จอมทัพยิ้มมุมปาก ก่อนเอื้อมมือมาบีบมือเธอเบาๆ “แต่เรื่องที่ฉันรักเธอ ฉันพูดจริงนะ” แพรมุกเงียบลงทันที ชายหนุ่มไม่ได้พูดต







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)