LOGIN“เพราะเหตุใดเพคะ” แม่ทัพลู่มองอย่างไม่เข้าใจและเอ่ยถาม แววตาที่ใช้มองสือมู่เต็มไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจ “พระองค์คิดจะเล่นอะไรอีก”
“ข้าไม่ได้เล่น แต่ข้าไม่คิดจะหย่ากับเจ้า”
องค์ชายห้าเองก็ไม่พอพระทัย คำพูดที่ว่าเขาต้องการจะเล่นอะไร ราวกับว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต
“ไม่อยากหย่า? ตลอดมาพระองค์พูดเสมอว่าต้องการจะถอนหมั้น หลังจากแต่งงานกันพระองค์ก็รับสนมตงเข้าตำหนัก พระองค์ไม่เคยพูดจาดี ไม่เคยรักษาน้ำใจ รังเกียจเดียดฉันท์หม่อมฉันที่เป็นสตรีป่าเถื่อนถึงเพียงนั้น อาหารที่ทำให้ก็ยังโยนทิ้ง แล้วเหตุใดพอหม่อมฉันต้องการตัดขาดกลับไม่ยินยอม”
ลู่รั่วซีโกรธแล้ว คำพูดมากมายถูกพรั่งพรูออกมา ยังดีที่นางเข้มแข็งพอและอดทนไม่ร้องไห้ต่อหน้าองค์ชายห้าได้ ไม่เช่นนั้นแล้วคงหมดสิ้นศักดิ์ศรีที่มี
“ข้าเคยพูดว่าอยากถอนหมั้น แต่ไม่เคยพูดว่าอยากหย่า ที่ข้ารับพระสนมก็เพราะว่านางกำพร้า ไม่หลงเหลือครอบครัวแล้ว ส่วนอาหารที่เจ้าทำ ข้าจำไม่ได้ว่าเคยโยนทิ้งมาก่อน”
“ก็ปลาสามรสจานนั้นอย่างไร ที่ติเตียนว่ารสชาติแย่ กินไม่ลง”
“นั่น...ข้าไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้า”
“ถึงรู้ อย่างไรพระองค์ก็คงจะโยนทิ้งอยู่ดี”
เพราะเขาชื่นชอบการทำร้ายจิตใจนางที่สุด รู้ว่าสิ่งใดที่นางไม่ชอบก็จะยิ่งทำ “เพราะว่ามองหม่อมฉันเป็นเพียงแค่ของเล่นเท่านั้น ตลอดมาที่หม่อมฉันยอมก็เพราะว่ารัก”
“แล้วตอนนี้เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ”
“หม่อมฉันต้องการหย่าเท่านั้นเพคะ”
นางไม่พูดว่าไม่รัก เพราะในใจรู้ดีว่ารักเขาเต็มอก เขาที่เคยอ่อนโยน เขาที่เคยทำแผลให้ตอนที่นางได้รับบาดเจ็บครั้งแรก แต่เขาคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว นางรู้ว่านิสัยของคนเราไม่มีทางคงเดิมได้ตลอดไป แต่เป็นนางที่ดื้อดึง ไม่อาจจะลบภาพความทรงจำของสือมู่ในตอนนั้นออกไปจากใจได้เลย
“แต่ข้าไม่ยอม”
ราวกับรู้ว่าถ้าเขายินยอม นางจะจากไปตลอดกาล
ชีวิตที่ไม่มีลู่รั่วซี สือมู่คิดภาพไม่ออกจริง ๆ ตั้งแต่เล็กจนโตเขามีนางอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าหันไปเมื่อใดก็ต้องเจอ นางบอกว่าเขามองนางเป็นเพียงของเล่น ใช่ เขายอมรับ และยอมรับด้วยว่านางเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด
รั่วรั่วเป็นของเขา
จนตายก็ต้องเป็นของเขา
“เห็นแก่ตัว”
ทั้งที่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ นางกลับกล่าววาจาต่อว่าองค์ชายห้าอย่างรุนแรง โชคดีที่ก่อนหน้านี้มีรับสั่งให้ปิดประตูและไล่ข้าราชบริพารออกไปทั้งหมดแล้ว มิเช่นนั้นลู่รั่วซีคงหลีกเลี่ยงโทษทัณฑ์ไม่ได้
“พอแล้ว ข้าเข้าใจว่าเจ้าโกรธเคืองเจ้าห้า เอาอย่างนี้ก็แล้วกันรั่วรั่ว เจ้าไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงตายที่ซูหยวน ขอเพียงทนอยู่ในฐานะพระชายาองค์ชายห้าให้ครบปี เมื่อผ่านเวลาไปแล้ว ถึงตอนนั้นหากว่าเจ้ายังยืนยันว่าต้องการจะหย่าขาด ข้าก็จะไม่ห้ามปราม”
“เสด็จพ่อ...”
“สือมู่เจ้าเงียบและฟัง ตอนนี้ที่กำแพงเหนือกำลังมีโรคระบาด เจ้ารู้วิชาแพทย์ สมควรจะใช้ประโยชน์ พวกเจ้าสองคนช่วยกันดูแลเรื่องนี้ก็แล้วกัน”
“โรคระบาดหรือเพคะ” คนตัวเล็กชะงักความโกรธที่มีถูกวางลง เพราะเรื่องโรคระบาดเป็นเรื่องใหญ่
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ทางเหนือจัดการกับโรคระบาดไปหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งในความทรงจำครั้งก่อนนางจำไม่ได้ว่ามีโรคระบาดอีกครั้ง แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน
“เป็นโรคระบาดที่เจอในหมู่บ้านนอกกำแพง แต่ใช้ยารักษาก่อนหน้านี้ไม่ได้ผล หยางจื่อห่าวพึ่งส่งเหยี่ยวมาขอให้หมอหลวงเดินทางไปตรวจสอบพิษให้ชัดเจน เกรงว่าจะเป็นโรคระบาดใหม่”
สีพระพักตร์ขององค์ราชาเคร่งเครียด เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายห้ากับพระชายาจำเป็นต้องพักไว้ก่อน ลู่รั่วซีก็รู้ว่าควรแยกแยะ ที่สำคัญองค์ราชาก็รับปากแล้ว หนึ่งปีนี้หากว่านางยังต้องการจะหย่าก็จะไม่ห้ามปราม
เพียงแต่กว่าจะครบหนึ่งปี ระหว่างหย่าขาดกับสือมู่กับความตายของนาง ไม่รู้ว่าสิ่งใดจะมาเยือนก่อนกัน
ตลอดมาแม้จะไม่ได้พูดคุยหรือใกล้ชิด แต่ผู้เป็นองค์ชายก็รับรู้เสมอว่าลู่รั่วซียังคงอยู่ในฐานะชายาของเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เนื้อความในจดหมายนั้น บอกสิ่งที่ทำลายหัวใจที่แสนจะเข้มแข็งจนพังยับเยินใช้เวลาเดินทางไม่นาน ร่างองอาจก็มาถึงที่กำแพงเหนือเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะต้องมาด้วยเรื่องที่เลวร้าย และไม่อยากให้เกิดขึ้นทหารรักษาประตูต่างเงียบงัน พวกเขาค้อมศีรษะลงอย่างเต็มพิธีการเมื่อเห็นว่าผู้ที่เสด็จมาเยือนเป็นใคร สือมู่เดินผ่านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อตัว จนกระทั่งมาถึงที่ลานฝึกของค่ายทหาร ที่แห่งนั้นมีผ้าสีขาวปูยาวอยู่บนพื้นดิน ไม่มีซากศพ มีเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์“นางอยู่ที่ใด” สุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยแหบแห้ง เพราะเดินทางมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พัก แต่ถึงจะมีเวลาพักสือมู่ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง“ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่หยางจื่อห่าวชี้ไป “แม่ทัพลู่สละชีวิต ช่วยชีวิตพวกพ้องให้รอดพ้นจากความตายและนำพามาซึ่งชัยชนะ”“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างแฝงไปด้วยความร้าวรานแสนสาหัส เพราะที่หย
ตลอดเวลาหนึ่งปีที่อภิเษกสมรสกับลู่รั่วซี สือมู่ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับผู้เป็นชายา แม้จะรู้จักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าแตกหัก จนกระทั่งวันที่พระองค์สั่งลงโทษผู้เป็นชายาต่อหน้าธารกำนัล เหตุเพราะหญิงสาวทำร้ายพระสนมตงอิงด้วยการผลักอีกฝ่ายตกน้ำ ชื่อเสียงของแม่ทัพหญิงป่นปี้ ถูกคนนินทาว่าร้าย จากวีรชนผู้กล้ากลายเป็นเพียงสตรีที่หึงหวงไร้สาระตอนที่สั่งลงโทษลู่รั่วซี สือมู่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเพียงโกรธที่นางรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตงอิงเป็นเพียงหญิงที่ไร้พลังเท่านั้น แต่สุดท้ายเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้คนตราหน้าและมองลู่รั่วซีไม่ดีสือมู่ควรดีใจ นั่นเป็นสิ่งที่คนตระกูลลู่สมควรได้รับแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเพราะจากวันนั้นลู่รั่วซีก็ไม่กลับมาเหยียบที่วังองค์ชายห้าอีกเลย นางยังคงเป็นพระชายาของเขา แต่ทั้งสองกลับต้องไกลห่างหนึ่งเดือนต่อมา สือมู่ถึงได้รู้ความจริงว่าตงอิงโกหก ทั้งหมดเป็นแผนการของหญิงสาวที่เขามองว่าอ่อนแอและไร้เดียงสา สาวใช้ที่ร่วมมือกับนางตัดสินใจเปิดโปงความจริงเพราะหึงหวงที่ตงอิงใกล้ชิดกับซุนเจิง
ลู่รั่วซีเองก็ไม่ได้พูดหรือตอบรับ ไม่อยากจะถือสาหาความคนเมา นางปล่อยผ่าน แต่ตอนที่จะเดินเลี่ยงไปฝ่ายนั้นกลับเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสแน่นอนว่าแม่ทัพหญิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือหนาไม่ได้แตะแม้ชายผ้า แต่เมื่อเขาจู่โจมเข้าหา ทหารทั้งสี่ก็ชักอาวุธทันที ไม่ใช่เพียงเขา เหนือกำแพงเมืองพลธนูต่างก็เล็งเป้า ชายร่างท้วมถูกหมายหัวด้วยลูกศรแหลมคมนี่ราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างจนคนเมาพลันได้สติ รู้ทันทีว่าเผลอล่วงเกินคนที่สำคัญมากแห่งเฟิงหยวนเข้าให้แล้ว“เผ่าปู้?” ในความทรงจำของหญิงสาวดูเหมือนจะไม่รู้เกี่ยวกับเผ่านี้เลย อาจจะเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่พึ่งได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง ลู่รั่วซีพึมพำเสียงเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ“ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนสักครา”“แม่นางได้โปรดละเว้นด้วย!” บุรุษร่างท้วมรีบทรุดกายคุกเข่าแต่คนที่เขาขอร้องเป็นผู้ใด นี่คือแม่ทัพหญิงที่เด็ดขาดที่สุด “เย่เหลียงลากกลับไปที่เผ่าปู้ ให้ผู้นำเผ่าจัดการให้ดี มิฉะนั้นแล้วข้าจะเดินทางไปจัดการด้วยตนเอง”“พ่ะย
หลังจากคลอดองค์ชายน้อย ลู่รั่วซีก็มีความคิดอยากจะกลับไปประจำตำแหน่งแม่ทัพปกป้องกำแพงเมือง ซึ่งสือมู่ก็เห็นด้วย เพราะพระองค์ชื่นชอบตอนที่พำนักอยู่ที่จวนแม่ทัพมากกว่าตอนที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์มากมายและสายตาที่จับจ้อง กระนั้นก็ไม่อยากให้ผู้เป็นชายาไปประจันหน้ากับพวกซากศพอีกแล้วด้วยเหตุนี้เองจึงต้องคิดหาวิธีรั้งนางเอาไว้ ให้อยู่ติดจวนแล้ววิธีใดเล่าจะดีที่สุด นอกจากทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งองค์ชายห้าวางแผนอย่างแยบยล เมื่อบุตรชายอายุได้ห้าเดือน ก็เริ่มบำรุงร่างกายภรรยาให้พรั่งพร้อม ลู่รั่วซีไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่สือมู่ใช้บำรุงก็คืออาหาร จวบจนวันที่หญิงสาวมีความคิดจะออกไปลาดตระเวนสำรวจป่า วันนั้นเรือนร่างงดงามก็เป็นลมล้มพับอีกครั้ง ก่อนที่ท่านหมอกงจะตรวจพบว่าแม่ทัพหญิงตั้งครรภ์อีกแล้วลูกคนแรกยังไม่ขวบปี คนที่สองก็ตามมาติด ๆ ลู่รั่วซีได้แต่มองพระสวามีอย่างสับสน ขณะที่ตัวต้นเรื่องยิ้มกริ่ม เขาสามารถรั้งนางได้อีกปีพอนางคิดจะไปอีก ก็ทำให้ท้องอีกสุดท้ายแม่ทัพหญิงจำต้องวางมือ ให้คนที่พร้อมทำหน้าที่ขึ้นมาประจำการแทนและคนผู้นั้น
สือมู่เคยถูกเล่นงานด้วยสมุนไพรหลายครั้ง ทั้งที่ตัวเองศึกษาด้านสมุนไพรมามาก ทั้งที่ตงอิงให้สาวใช้ของนางใช้หญ้ารากแฝดเพื่อตบตาในการใส่ร้ายลู่รั่วซีและที่ตงอิงคิดใช้สมุนไพรในการวางยาลู่รั่วซี เข็มเงินจับพิษไม่ได้ โชคดีที่ผ้าไหมเมฆขาวจับได้ พระชายาของเขาถึงได้รอดพ้นไม่เกิดเรื่องร้ายหลังเหตุการณ์ทั้งสองสือมู่เตือนตัวเองเสมอว่าต้องเด็ดขาด เขาไม่ใจดีกับผู้อื่นอีกต่อไปองค์ชายห้าไม่อยากทะเลาะกับพระชายาต้วนหร่านถูกลากไปโบย ท้ายที่สุดก็ถูกขับไล่ออกไปจากค่ายอุดรอย่างหมดสภาพ สำนึกเถิดว่าไล่ออกไปจากค่ายทหารยังดีกว่าถูกไล่ออกไปจากเมืององค์ชายห้าไม่สนใจสตรีผู้นั้นอีก ร่างกำยำพาตนเองมาแช่ในน้ำเย็นจนเรือนกายแกร่งสั่นระริก กระนั้นก็ไม่เรียกร้องให้ผู้เป็นชายามาช่วยเหลือเนื่องจากนางกำลังตั้งครรภ์และพึ่งฝ่าฟันการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาจำเป็นต้องพักผ่อนเพียงยาปลุกกำหนัด ผู้เป็นองค์ชายเอาตัวรอดได้แน่นอนชายหนุ่มกัดฟันทนแต่ในระหว่างที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ใคร่ที่กำลังพลุ่งพล่านตอนนั้นแม่ทัพหญิงก็เดินเข้ามา“เกิดเรื่องขึ้นทำไมไม่ให้คนไปตามหม่อมฉัน” ร่
ช่วงก่อนที่ลู่รั่วซีจะเดินทางกลับเมืองชั้นใน หลังจากที่ได้รับชัยชนะกลับมา แม้จะถูกสั่งให้หยุดพักห้ามทำงาน แต่เพราะต้องส่งมอบภาระหน้าที่มากมายให้จี้เหวินอี้ ทำให้แม่ทัพหญิงจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่กำแพงเหนือเพื่อจัดแจงความเรียบร้อยก่อน เพราะครั้งนี้นางน่าจะต้องพักยาวถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสือมู่เป็นอย่างดีความรักของคนทั้งคู่เป็นที่ประจักษ์หลายคนนึกอิจฉาตาร้อน กระนั้นก็มีคนที่คิดว่ายังคงมีหวังจะแทรกแซง เป็นต้วนหร่าน สตรีผู้นี้คิดว่าเพราะลู่รั่วซีตั้งครรภ์คงปรนนิบัติดูแลองค์ชายไม่ได้ นางจึงหาโอกาสทำหน้าที่แทนต้วนหร่านแอบใช้ธูปปลุกกำหนัด ในระหว่างที่สือมู่เข้าไปในห้องปรุงยา เพื่อต้มยาบำรุงร่างกายให้ชายารัก เพราะมีความรู้เรื่องสมุนไพรเพียงไม่นานเขาที่ได้กลิ่นแปลกปลอม ก็รีบพาตัวเองออกมาจากห้องปรุงยาทันทีต้วนหร่านไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะรู้ตัวเร็ว นางรีบวิ่งตาม“องค์ชายเพคะ!” หญิงสาวเรียกร้อง ก่อนจะขวางทาง“หม่อมฉันอยากจะปรึกษาเรื่องการหลอมโอสถสักเล็กน้อย” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ปรึกษาผู้เป็นองค์ชายเกี่ยวกับศ







