LOGINบทที่ 1
โลกเหวี่ยงเรามาเจอกันอีกครั้ง
“วันนี้จะไปช่วยงานพี่วาดเหรอ...” เสียงทุ้มของ ‘คินน์ เลวิส’ พี่ชายคนสนิทของนรินดา เธอรู้จักเขาเมื่อสี่ปีก่อน ผู้ชายที่แสนดี ดีจนเธอไม่เคยคิดกล้าเทียบอะไรกับเขาเลยสักนิดเดียว
“ค่ะ...วันนี้น้ำตาลรบกวนพี่คินน์หน่อยนะคะเรื่องน้องควีน” เสียงหวานของ ‘นรินดา อนันติยา’ หรือชื่อเดิมของเธอคือนรารักษ์ เธอจำต้องเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อหลบซ่อนตัวเองอยู่ในอีกมุม เพื่อไม่ให้ใครบางคนตามหาตัวของเธอเจอ เพราะรู้ดีว่าถ้าเจอกับเขาเมื่อไร ชีวิตแสนสงบสุขของตัวเธอจะไม่มีอีกต่อไป
“ได้สิ...ให้เลี้ยงน้องควีนเป็นเดือนพี่ก็ช่วยได้”
คินน์เป็นหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าที่ถอดแบบของความเป็นลูกครึ่ง ทำให้เขาเป็นคนที่น่ามองเป็นไหนๆ ตอนนี้ชายหนุ่มเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างหรูหรา และมีแต่เหล่าบรรดาคนรวยๆ มาใช้บริการ ในขณะที่เธอทำหน้าที่เป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น
“ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ค่ะ...”
“งั้นพี่ไม่กวนแล้ว ไปเล่นกับน้องควีนดีกว่า”
คินน์บอกแล้วเดินออกจากห้องของนรินดาไป ซึ่งหญิงสาวมองตามแล้วรู้สึกใจสั่น ทำไมนะ หัวใจของเธอถึงไม่เคยรักผู้ชายคนนี้เลย ทั้งๆ ที่เขาดีกับเธอเหลือเกิน ดีจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนคินน์ยังไงหมด มันไม่ใช่เพราะผู้หญิงชอบคนเลวอะไรหรอก แต่มันคือความรักฝังใจที่ยากจะลืม ต่อให้ผู้ชายคนนั้นทำร้ายหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง และการได้เห็นหน้าลูกสาวอย่าง ‘คาริสา’ หรือ ‘น้องควีน’ มันยิ่งทำให้เธอคิดถึงพ่อของลูก และชายหนุ่มคงไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเธอแอบมีลูกกับเขา
ความลับที่นรินดาพยายามปกปิดมาตลอดสี่ปี หลังหนีหายไปจากเคย์เดน ผู้ชายใจร้ายคนนั้น คนที่ทำให้เธอต้องเจ็บเจียนตาย ชีวิตที่อยู่กับเขามันไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงที่มีเอาไว้สนองความต้องการเท่านั้น ถ้าวันนั้นเธอไม่ตัดสินใจหนีออกมา วันนี้คงไม่มีลูกสาวที่น่ารักอย่างน้องควีน
“ทำไมนะ...ทำไมฉันถึงลืมคนเลวๆ อย่างคุณไม่ได้ คุณเคย์เดน...” น้ำตาสาวไหลออกมาทั้งๆ ที่เธอพยายามอดทนกับทุกสิ่งทุกอย่าง
ร่างเล็กของนรินดาเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง และเมื่อออกมาก็พบกับร่างสูงของคินน์ที่กำลังเล่นกับลูกสาวสุดที่รักของเธออยู่ที่ในห้องโถง
บ้านหลังนี้เป็นบ้านกลางเก่ากลางใหม่ชั้นเดียวซึ่งเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอ แม้มันจะหลังเล็ก แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นมากกว่าบ้านหลังใหญ่แต่อ้างว้าง บ้านที่ไม่มีแม้แต่ความสุข
“จะไปแล้วเหรอน้ำตาล...” คินน์ที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับน้องควีน ลูกสาวเพียงคนเดียวของนรินดาเอ่ยถาม
“ค่ะ...ไว้ค่ำๆ น้ำตาลไปรับน้องควีนที่บ้านพี่คินน์นะคะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวไว้ถ้าน้ำตาลกลับมาบอกพี่นะ พี่จะพาน้องควีนมาส่ง...”
แม้บ้านของเขาและนรินดาจะอยู่ไม่ไกล แต่ตนไม่อยากให้สาวร่างเล็กต้องเหนื่อยกับการวนไปวนกลับเพื่อมารับลูก อีกทั้งเพราะตนรับรู้ว่างานที่หญิงสาวรับมันก็เหนื่อยมากแค่ไหน
“ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้พี่คินน์ น้ำตาลแย่แน่เลย” เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าหวานเปื้อนยิ้ม เธออยากรักเขาเหลือเกิน อยากมาก แต่มันติดที่หัวใจไม่สามารถสลัดใครอีกคนออกไปได้ เธอรับรู้มาตลอดว่าคินน์รู้สึกอย่างไรกับเธอ เพียงแต่เธอให้เขามากกว่าพี่น้องไม่ได้จริงๆ แม้จะมีหลายอย่างไม่อยากรบกวน แต่คินน์มักจะเป็นคนแรกที่เข้ามาให้การช่วยเหลือเธอตลอดเวลา
“ไม่เป็นอะไรเลย สำหรับพี่ อะไรที่ช่วยน้ำตาลได้ พี่ก็พร้อมจะช่วยทุกอย่างนะ ว่าแต่รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา...”
“ค่ะ...งั้นแม่ไปก่อนนะคะคนสวย” นรินดาโน้มตัวก้มลงมาหอมแก้มลูกสาวคนสวยของตัวเองฟอดใหญ่
ฟอด!
ใบหน้าสวยถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อที่เห็นทีไรก็นึกถึงแต่หน้าของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายใจร้ายที่เธอไม่อยากจะให้อภัย และเขายังเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดคนหนึ่ง
“ค่ะ...รีบกลับมานะคะ” คนตัวเล็กบอกน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว จากนั้นก็ส่งยิ้มที่มีลักยิ้มมาให้ผู้เป็นแม่ ลักยิ้มเหมือนผู้ชายคนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนใบหน้าหวานของลูกสาวก็คือทุกสิ่งที่อยู่บนหน้าของเขา จนเธอกลัว กลัวว่าถ้าเขาเจอลูก เขาจะทำร้ายหรือแย่งลูกไปจากเธอ
“ครับ ผมอยากให้น้ำตาลได้รู้ว่าผมรักน้ำตาลจริงๆ ไม่ว่าหลังจากนี้น้ำตาลต้องการอะไร อยากได้อะไร ผมจะหามาให้น้ำตาลทุกอย่าง วันเกิดปีนี้ผมขอเป็นความสุขน้ำตาลนะครับ” “ค่ะ น้ำตาลอยากให้คุณเป็นความสุขของน้ำตาลทุกๆ ปีเลยนะคะ” นรินดามองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เธอไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะมาอยู่จุดนี้ได้ จุดที่เคียงข้างเขาอย่างไม่อายใคร จุดที่เป็นแม่ของลูก และภรรยาของเขาอย่างภาคภูมิใจ เคย์เดนโน้มลงมาจุมพิตที่ปากอวบอิ่มของนรินดาอีกครั้ง พร้อมกับสอดแทรกลิ้นหนาของตัวเองเข้าไปในโพรงปากสวยอย่างหื่นกระหาย ถ้าที่นี่ไม่ใช่ชิงช้าสวรรค์ เขาคงจัดกับแม่เมียตัวเล็กของตัวเองไปแล้ว “อื้อ...” “อยากเอาน้ำตาลจังครับ” เคย์เดนผละปากออกมาพร้อมกระซิบบอกเมียรักของตัวเองจนนรินดาหน้าแดงซ่านไปหมด เคย์เดนชอบมีอารมณ์กับเธอตลอด ถ้าชายหนุ่มไม่ทำหมันนะ รับรองเลยว่าลูกมาอีกเป็นโหลจนเลี้ยงแทบไม่ไหวเลย “คุณเคย์ทะลึ่งตลอด นี่มันที่สาธารณะนะคะ” เสียงหวานร้องบอกเมื่อชายหนุ่มคิดอะไรแบบนี้อีกแล้ว จนตอนนี้ลูกๆ โตกันหมดเลยสามารถแยกห้องกับพ่อแม่ได้ แต่มันกล
“ชิงช้ามาแล้ว เราขึ้นไปกันเถอะครับ” เคย์เดนไม่ทันได้ตอบอะไรนรินดา กระเช้าชิงช้าก็มาหยุดตรงหน้าของคุณทั้งคู่ โดยเคย์เดนให้หญิงสาวขึ้นไปนั่งก่อน ส่วนตัวเองก็เดินตามมา ทั้งสองนั่งคนละฝั่งแต่ก็หันหน้ามองกันด้วยสายตาที่แสนลึกซึ้ง ทำเอานรินดาอดใจเต้นแรงไม่ได้ “เรื่องที่น้ำตาลพูดเมื่อกี้ ผมอยากจะบอกน้ำตาลว่า ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณน้ำตาล ถ้าวันนั้นน้ำตาลไม่ให้โอกาสผม ผมคงไม่ได้ทำหน้าที่พ่อของลูกและสามีที่ดีของน้ำตาล”เคย์เดนเว้นจังหวะสักพักเพราะเธอรับรู้ว่าเสียงของเขาสั่นเครือ“ถ้าวันนั้นน้ำตาลไม่ตัดสินใจกลับมาหาผม วันนี้ผมคงต้องเจ็บปวดและนอนร้องไห้คิดถึงน้ำตาลแน่นอน” เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองและนรินดาจะผ่านเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นมาเกือบสามปีกว่าแล้ว และมันเหมือนสิ่งที่เป็นตราบาปในชีวิตของตัวเองที่ทำร้ายเธออย่างแสนสาหัส“คุณเคย์เดน”“ผมรักน้ำตาลนะครับ ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้หัวใจของผมก็ยังคงรักน้ำตาลไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากแม่แล้วน้ำตาลคือผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด“ฮึก...ขอบคุณนะคะที่มอบความรักให้กับผู้หญิงธรรมดาอย่างน้ำตาล” เธอถึงกับร้องไห้ออกมาเมื่อรู
ตอนพิเศษ 4ชิงช้าสวรรค์ แหวะ! เสียงอาเจียนที่ดังมาจากชายร่างใหญ่ ซึ่งตอนนี้กำลังโก้งโค้งอาเจียนออกมาเนื่องจากก่อนหน้านี้เคย์เดนได้พาน้องควีน น้องคิงส์ และน้องไคล์ไปไวกิ้งมา เนื่องจากพวกเขายังเด็กเลยเล่นอะไรที่โลดโผนกว่านี้ไม่ได้ “คุณพ่อถึงกับอ้วกแตกเลยเหรอคะ” น้องควีนที่เดินตามพ่อลงมาถามทันทีเมื่อเห็นพ่อดูไม่ไหว “พ่อไม่ไหวแล้วครับ ทำไมมันเสียวท้องแบบนี้” เคย์เดนที่เกิดมาทั้งชีวิตเพิ่งเคยมาสวนสนุกและไม่คิดว่าเครื่องเล่นไวกิ้งที่ดูธรรมดามันจะทำให้เขาเสียวท้องได้ขนาดนี้ “คุณพ่อทำไมไม่เก่งเลยครับ คุณแม่ครับ คุณพ่อไม่เท่เลย” คิงส์ตันหันไปคุยกับแม่ที่กำลังอุ้มน้องเคทธีอยู่เลยไม่ได้ขึ้นไปเล่นด้วย นรินดามองสามีแล้วยิ้มออกมาเพราะใครจะไปคิดว่าผู้ชายร่างใหญ่อย่างเขาจะแพ้แค่ไวกิ้งแล้ว ถ้าเจอรถไฟเหาะเขาไม่ช็อกไปเลยเหรอ “คุณพ่อเขาไม่เคยมาเล่นค่ะ เลยไม่ค่อยชินกับเครื่องเล่นพวกนี้” นรินดาบอกลูกชายฝาแฝดและน้องควีนให้เข้าใจเพราะไม่อยากให้มุมมองที่มีต่อพ่อเปลี่ยนไป “ป้อ...” เสียงเล็กๆ ของลูกสาวคนเล็กทำให้เคย์
“คุมพ่อ” เสียงเล็กของน้องเคทธีร้องเรียกพ่อของตัวเองแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาของพ่ออย่างชื่นชอบและหัวเราะออกมาจนเห็นฟันหน้าสองซี่ “ว่ายังไงครับลูก” เคย์เดนเอาหน้าไปใกล้ แล้ววางคางของตัวเองที่หน้าท้องป่องๆ ของน้องเคทจากนั้นก็ส่ายหน้าไปมา “เอิ้กๆ” น้องเคทธีหัวเราะออกมาเมื่อโดนคนเป็นพ่อหยอก แล้วใช้มือเล็กๆ มากำที่เส้นผมของพ่ออย่างแกล้งคืน “คนสวยแกล้งพ่อเหรอครับ” เคย์เดนเงยหน้ามองลูกสาวคนเล็กที่แกล้งดึงผมของเขา ส่วนน้องควีนก็หัวเราะออกมาเมื่อน้องสาวแกล้งพ่อเข้าให้แล้ว “น้องเคทธีอยากแกล้งคุณพ่อที่คุณพ่อหานมให้น้องไม่เจอค่ะ” น้องควีนหัวเราะตามน้องสาวที่กำลังแกล้งพ่อ “นั่นสิ ว้า...คุณสวยแกล้งพ่อแบบนี้ พ่อก็หมาหัวเน่าไม่มีใครรักคุณพ่อแล้วสิครับ” เคย์เดนมองลูกสาวคนเล็กที่ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก “รักๆ” เสียงเล็กๆ ของน้องเคทธีทำเอาหัวใจคนเป็นพ่อฟูจนยิ้มไม่หุบ เด็กแฝดสองคนเดินมามองน้องสาวตัวน้องของตัวเองแล้วเอามือมาจับที่มือของน้องเคท “น้องน่ารักจังครับพ่อ” “ใช่ๆ” “งั้นเราสองคนก
“นมๆ” ขณะที่เคย์เดนกำลังพูดกับลูกสาวคนโตอยู่นั้น ลูกสาวคนเล็กที่กำลังรอกินนมก็ยกมือขึ้นเหมือนอยากจะไขว่คว้านมจากมือของเขา “มาครับคนสวย กินนมกันนะ” เคย์เดนว่าพลางป้อนนมให้ลูกสาวคนสวยของตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะได้กล่อมลูกคนเล็ก เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้น “ทำแบบนี้ได้ยัง เอาคืนมานะ!” ของคิงส์ตันแฝดน้องร้องตะโกนเสียงดังเมื่อกำลังถูกมือของไคเลอร์หยิบรถแข่งไปจากมือของเขา “เอามานี่ ของเขานะ!” “ขอยืมเล่นหน่อย”เสียงของลูกชายทั้งสองทำให้เคย์เดนหันไปมองลูกสาวคนโตว่าให้ช่วยป้อนนมน้องหน่อยเพราะเขาต้องไปจัดการลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนที่แผลงฤทธิ์อีกแล้ว และจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่นรินดาไม่อยู่บ้าน พออยู่กับเขานิสัยร้ายกาจก็ออกมาทันที “คิงส์...ไคล์...แย่งอะไรกันอีกแล้วลูก” “คุณพ่อครับ ไคล์จะมาเอารถแข่งของผมไปครับ” ลูกชายฝาแฝดวัยสี่ขวบคนพี่เดินเข้ามาเกาะขาของเขาเอาไว้เพื่อฟ้อง ทำเอาไคเลอร์เดินตรงเข้ามาแล้วเงยหน้ามองพ่อ “ว่ายังไงครับไคล์...บอกพ่อมาสิว่าเอาของคิงส์ไปจริงไหม” “จริงครับ” ไคเลอร์ก้มหน้า “ทำไ
ตอนพิเศษ 3คุณพ่อ VS ลูกๆ วันนี้เคย์เดนต้องตื่นแต่เช้าทำให้เขาบ่นอุบอิบเล็กน้อย เนื่องจากตัวเองยังกอดเมียไม่หนำใจเลย แต่ก็ต้องตื่นเพราะนรินดาต้องออกไปข้างนอก ทิ้งให้เขาอยู่บ้านเพียงลำพัง “วันนี้น้ำตาลฝากคุณเคย์เลี้ยงลูกด้วยนะคะ น้ำตาลลงเรียนทำขนมกับไอเอาไว้” นรินดาว่าพลางแต่งตัวที่หน้าโต๊ะกระจก ซึ่งเคย์เดนก็เดินมาโอบกอดเธอจากทางด้านหลังแล้วมองใบหน้าหวานผ่านกระจกบานใหญ่ “ไม่ไปได้ไหมครับ ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวเลย” “ไม่ได้ค่ะ น้ำตาลนัดไอเอาไว้แล้ว ลงคอร์สเรียนเอาไว้แล้วนะคะ” เมื่ออาทิตย์ก่อนไอลดาชวนเธอไปเรียนทำขนมที่สถาบัน ซึ่งเธออยากเรียนมานานแล้วแต่ไม่มีเวลาเพราะลูกๆ ยังเล็ก แต่ตอนนี้เด็กก็โตพอสมควรเธอเลยคิดว่าอยากไปเรียนเอาความรู้แล้วมาทำขนมให้สามีและลูกๆ ได้กิน “อีกอย่างคุณเคย์อยู่บ้านคนเดียวที่ไหนคะ แม่บ้านอยู่เยอะแยะ” “ก็ไม่เหมือนน้ำตาลอยู่นะครับ คิดถึงเมียที่สุดเลย” ตอนนี้ผ่านมานานกว่าหลายปีแล้วที่เธอแต่งงานกับเคย์เดนลูกๆ ก็เริ่มโตขึ้น เริ่มพูดรู้เรื่อง ส่วนน้องเคทธีก็พ้นวัยแบเบาะมาแล้วทำให้เลี้ยงไม่ยากอย่างที







