Partager

บทที่6 ใช้หัวใจแก้ไข

last update Date de publication: 2025-03-04 11:08:23

 

ร่างสูงที่ควรจะเฝ้าน้องหรือไม่ก็ทำงานกลับมานั่งซึมอยู่ในห้องของเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งไม่ทักท้วงอะไร พงศ์พยัคฆ์นั่งนิ่งอยู่นานทว่าเพื่อนหนุ่มก็ไม่ถามอะไรสักทีในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องสอบถามออกไป

“จะไม่ถามหน่อยเหรอ?”

“หึ...ไม่ล่ะ เดี๋ยวอยากบอกนายก็บอกพูดเองแหละ ฉันรู้” ปัญจวัตรเอ่ยบอกพร้อมกับยักไหล่ ไอ้หมอนี่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนมากี่ปีนะถึงได้คิดว่าเขาไม่รู้จักมันดี เขารู้จักพงศ์พยัคฆ์ดีถ้าอยากพูดชายหนุ่มจะพูดเอง แต่ถ้าไม่อยากจะพูดถามให้ตายก็ไม่พูด...นี่คือสิ่งที่เขารู้หลักจากคบกันมาจวนเจียนจะเข้าปีที่30

“ฉัน...” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยหลังจากที่นั่งนิ่งมาสักพัก “เข้าใจมาตลอดว่าหนูแพรรักนายเมฆ”

“อันนี้ฉันรู้”

“แต่ความจริงแล้วฉันเข้าใจผิดว่ะ...หนูแพรปฏิเสธนายเมฆไปแล้ว ฉันเข้าใจผิดมาตลอด”

“อันนี้ฉันก็เคยบอกนาย แต่นายไม่เชื่อ นายบอกว่านายได้ยินมากับหู” ปัญจวัตรเอ่ยแล้วก็ร้องเหอะออกมา...เขาเคยพูดแล้วว่าเข้าใจผิด ไงล่ะ ไม่เชื่อเขาดีนัก

“9ปี...ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย ฉัน...โคตรเลวเลยว่ะ”

“เออ...เลว” ปัญจวัตรไม่ใช่เพื่อนประเภทที่ดีแต่ปลอบใจ ชายหนุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆ “แต่โจรยังกลับใจได้ นับประสาอะไรกับสามีไม่รักดี...นายกลับใจกลายเป็นสามีที่ดีได้ เชื่อดิ”

“แต่...ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะแก้ไขตรงไหนก่อนเว้ย มัน...มันแย่ไปหมด หมดแล้ว” ยิ่งนึกถึงใบหน้าเฉยชาที่ได้เห็นเมื่อคืนนี้รวมไปถึงคำพูดที่เคยได้ยินที่สวนสาธารณะก็ยิ่งทำให้กำลังใจของเขาถดถอย...มันแย่ไปหมดแล้วจริง ๆ ระหว่างเขากับแพรวารินทร์

“อย่าใช้สมองแก้ดิวะ ใช้นี่...ตรงนี้” มือหนาวางลงที่อกซ้ายของตัวเองแทนตำแหน่งที่บอกเพื่อน “ใช้หัวใจในการคิดแก้ไข ฉันเชื่อว่ามันจะต้องดี”

“ใช้หัวใจแก้ไข และแก้ไขด้วยใจไม่ใช่ทำลอย ๆ แล้วทุกอย่างจะดี เชื่อมือหมอปัญจ์ได้เลย รับรองจบสวย”

“ใช้หัวใจเหรอ?” พงศ์พยัคฆ์พึมพำก่อนจะจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

ภายในห้องพักของพิมพ์พิชชาตอนนี้ไม่ได้มีเพียงสองสาวเพื่อนซี้แต่ยังมีคุณหญิงพราวกะรัตและคุณสิงหาที่เพิ่งพากันมานั่งอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ แพรวารินททร์นั้นไม่ได้มีทีท่าอะไรแต่ลูกสาวของพวกเขานี่สิที่มีท่าทีแปลก ๆ ...ยัยตัวแสบของบ้านกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่สักอย่าง

“ฉันว่านะแพร พี่เสือน่ะรักแกแน่ ๆ”

“มั่ว” แพรวารินทร์เอ่ยสวนกลับทันทีที่เพื่อนสาวสันนิษฐานออกมา “ถ้ารัก...เขาไม่แสดงออกกับฉันแบบที่ผ่านมาหรอก”

“แต่พี่เสือไปถามพี่เมฆเรื่องแกกับพี่เมฆทั้งที่เรื่องนี้นอกจากฉันกับแกแล้วก็พี่เมฆไม่มีใครรู้เลย พี่เมฆยังบอกอีกว่าหน้าตาพี่เสือตอนที่รู้ว่าพี่เมฆนกจากแกงี้ตกใจมาก ที่ผ่านมาพี่เสือต้องเข้าใจผิดแล้วก็ถอยห่างจากแกเพราะไม่อยากไปแทรกกลางแกกับพี่เมฆแน่ ๆ พี่เสือต้องรู้สึกกับแกแบบพิเศษ...มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ”

“เข้าใจผิด9ปีอย่างนั้นเหรอ?...มันเป็นไปได้เหรอ คนฉลาด ๆ แบบเขาเนี่ยนะ?” แพรวารินทร์ไม่เชื่อข้อสันนิษฐานของพิมพ์พิชชาเลยแม้แต่น้อย...ไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว

“โธ่แก...คือคนฉลาดก็พลาดได้ปะ บางคนเก่งทุกเรื่องแต่โง่เรื่องหัวใจก็มี” พิมพ์พิชชาที่มีความคิดจินตนาการเป็นเลิศบอกก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง มันต้องใช่แน่ ๆ

“ฮะฮ่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเขากินปลาไม่พอสินะ”

“นี่ ๆ อย่าทำเป็นเรื่องตลกไปนะยัยแพร”

“ก็แกพูดเพ้อเจ้อนี่ ไม่เอาแล้ว เราจะเลิกคุยเรื่องนี้กัน โอเคมั้ย?” แพรวารินทร์ตัดบทราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เพื่อนสาวสันนิษฐานทว่าลึก ๆ ข้างในแล้วคนที่ถูกสามีเมินมาตลอดก็อยากจะคล้อยตามที่พิมพ์พิชชาสันนิษฐานไม่น้อย...ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ

เวลาต่อมา

“นี่ห้องพักหรือห้องทำงานเนี่ย?” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความตกตะลึงดังขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้องพักภายในห้องทำงานของนายแพทย์หนุ่ม ภาพที่อยู่ตรงหน้าแพรวารินทร์มันห่างไกลกับสิ่งที่หญิงสาวคิดค่อนข้างมาก เธอคิดว่าห้องนี้มีไว้นอนพักหรือพักผ่อนในช่วงวันหลังจากหมอหนุ่มเสร็จจากการผ่าตัดหรือไม่ก็นอนพักในวันที่ไม่อยากจะกลับบ้านซะอีกแต่ความเป็นจริงแล้วห้องนี้น่าจะเรียกว่าห้องทำงานขนาดย่อม ๆ ซะมากกว่า บนเตียงมีทั้งฟิล์มเอ๊กซเรย์ เอกสารนั่นนี่เต็มไปหมด ภายในห้องนอกจากเตียงและโซฟายังมีตู้หนังสือที่เต็มไปด้วยตำราแพทย์ประเทศต่าง ๆ และหนังสือเกี่ยวกับวิชาการแพทย์

ดวงตาคู่หวานแต่เรียบเฉยเหลือบไปมองแฟ้มเอกสารที่อยู่บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะแอบลูบแขนอย่างหวั่น ๆ...แฟ้มผลการชันสูตรศพก็มีภายในห้องนี้

“แล้วนี่เจ้าของห้องไปอยู่ไหนล่ะเนี่ย?” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับหันมองหา เพราะพงศ์พยัคฆ์ไม่โผล่มาหาพิมพ์พิชชาอีกเลยหลังจากที่เมฆากลับไปยัยน้องสาวขี้สงสัยของชายหนุ่มจึงไหว้วานแกมบังคับให้เธอมาดูเขาสักหน่อยและมาชวนเขาไปกินข้าวพร้อมกับครอบครัวเธอจึงต้องมาตามหาเขาถึงห้องทำงานและห้องพักภายในห้องทำงานแห่งนี้

“ไปอยู่ที่ไหนเนี่ย? คุณหมอคะ คุณหมะ...”

แก๊ก

ใบหน้าหวานหันควับไปมองยังประตูห้องที่มีการเปิดเข้ามาก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะหยุดนิ่งมองร่างของคนที่เปิดประตูเข้ามา เป็นพงศ์พยัคฆ์ที่คิดตกและตัดสินใจกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองนั่นเอง ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันก่อนที่แพรวารินทร์จะเป็นฝ่ายหักหลบสายตาไปที่อื่น

“ทรายอยากทานข้าวกับคุณหมอน่ะค่ะ เลยให้มาตาม รีบไปเถอะค่ะทรายรอแย่แล้ว” ร่างบางรีบก้าวทันทีที่พูดจบทว่าไม่ทันได้เดินผ่านคนตัวโตกว่ามือบางก็ถูกฉวยไว้จนต้องหยุดชะงัก

ดวงตาหวานมองไปยังมือหนาที่จับแขนเธอไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ขัดขวางการออกจากห้องของเธอ “มีอะไรรึเปล่าคะ?”

“พอจะมีเวลาคุยกับพี่สักนิดมั้ย”

“คุย?”

“เรื่อง เรื่องของ...เรา” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอก ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดมันค่อนข้างเบาจนแทบจะไม่ได้ยินแต่แพรวารินทร์ก็ได้ยินชัดเต็มสองหู

เรื่องของเราอย่างนั้นเหรอ? ระหว่างเขากับเธอมีเรื่องของเราด้วยเหรอ?

“คุณหมอต้องการจะตกลงเพราะเรื่องที่ทรายขอร้องใช่มั้ย? ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แพรเข้าใจว่าคุณหมอทำเพื่อทราย แพรจะไม่ทำให้คุณหมอต้องลำบากใจ จะ...”

“อย่าพูดอย่างนี้ และพี่ไม่ได้จะพูดเรื่องนี้ด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยขัดก่อนจะมองใบหน้าหวานตรง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่อยากจะเอ่ย “พี่...พี่อยากขอโทษ”

“ขอโทษ?”

“พี่ขอโทษที่พี่ทำตัวไม่ดีกับเธอ ขอโทษที่หลายครั้งปล่อยให้เธอต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ตามลำพังเพราะอคติและความเข้าใจผิด พี่ขอโทษและขอโอกาสแก้ไขสักครั้ง...ได้มั้ย”

“พี่ไม่ขอแก้ตัวว่าที่พี่ทำตัวแย่ ๆ ไปมันเป็นความผิดของใคร พี่ยอมรับว่าพี่ผิดเองพี่คิดบ้าไปเองคนเดียว การกระทำของพี่มันอาจทำลายความเชื่อมั่นของปู่พยัคฆ์และตัวเธอ   และทำให้เธอต้องแบกรับความรู้สึกมากมายจนไม่อยากอยู่ในสภาพนี้แต่พี่ขอโอกาสให้พี่ได้แก้ไขมันสักวันก็ยังดี แต่ถ้าเธอไม่โอเคพี่ก็จะหย่าให้ให้เธอได้เป็นอิสระไม่ต้องทนกับสภาพที่เป็นมา”

“ขอโอกาสงั้นเหรอ” แพรวารินทร์พึมพำเบาๆก่อนจะใช้ความคิดในการตัดสินใจใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าพงศ์พยัคฆ์เป็นคนจริงจังแค่ไหนเมื่อเขาบอกว่าขอโอกาสนั้นก็คือออกมาจากใจของเขาแล้วเธอควรให้โอกาสเขาหรือจะปล่อยให้มันจบลงด้วยการหย่า

“ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาขอโอกาสล่ะ ไม่โกรธแพรที่แพรมีส่วนร่วมกับคุณปู่ทำให้คุณหมอไม่ได้ทำตามความฝันแล้วเหรอ?”

“พี่ไม่เคยโกรธเธอนะ ไม่เคยเลย ที่ผ่านมาที่พี่คอยหลบหน้าเธอตลอดเพราะพี่...พี่อยากให้ปู่เห็นว่าปู่ทำไมถูกที่บังคับเธอแต่งงานกับพี่ทั้ง ๆ ที่เธอมีคนรักอยู่แล้ว พี่ขอโทษ ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพี่เข้าใจผิดไปเอง” ชายหนุ่มอธิบายออกไปแล้วก็รู้สึกละอายไม่น้อย...เพราะความเข้าใจผิดเขาได้ทำเรื่องแย่ ๆ ไปเยอะมาก มากจนเขาไม่กล้าจะคิดว่าแพรวารินทร์จะให้โอกาสเขาได้แก้ไข

แพรวารินทร์ฟังคำอธิบายที่หลายอย่างเธอไม่เข้าใจก่อนจะประมวลผล ดูเหมือนว่าที่พิมพ์พิชชาคาดเดาจะมีความจริงอยู่ไม่น้อย...เขารู้เรื่องที่เมฆาเคยสารภาพรักเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอได้ปฏิเสธไป

“วันนั้นพี่ไปหาเธอที่บ้าน แต่ได้ยินที่เมฆาเขาบอกรักเธอ และก็ได้ยินที่เธอบอกว่ารักเขา” คำบอกเล่าของพงศ์พยัคฆ์ที่ดังตามมาบอกเล่าเหตุการณ์ได้ดีว่าเป็นอย่างไร แพรวารินทร์ร้องอ๋อในใจก่อนจะนึกย้อนไปถึงวันนั้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่

9ปีก่อน

“หนู...รักพี่เมฆค่ะ...”  “จริงเหรอคะ พี่ดีใจนะที่เราใจตรงกัน” เแพรวารินทร์ไม่ทันจะพูดจนหมดเมฆาก็เอ่ยขึ้นทำให้ใบหน้าหวานสลดลงก่อนที่เด็กสาวจะเงยหน้ามองคนที่มาสารภาพรักกันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

“พี่เมฆคะ หนูรักพี่เมฆนะคะ แต่...”

“แต่?”

“แต่หนูรักพี่เมฆแบบพี่ชายค่ะ หนู...หนูมีคนอื่นในใจแล้ว” เด็กสาวเอ่ยไปตามความจริงก่อนจะจับมือคนที่อึ้งไปกับคำตอบของเธอก่อนจะเอ่ยต่อ “หนูขอให้พี่เมฆเป็นพี่ชายที่แสนดีของหนูไปตลอดได้มั้ยคะ นะคะพี่ชาย”

“คนในใจ...คือเจ้าของวันเกิดที่หนูหาของขวัญให้ใช่มั้ย” เมฆาที่แม้จะรู้สึกเจ็บไม่น้อยที่ถูกปฏิเสธแต่ชายหนุ่มก็ยังคงมีสติถามไป คนที่เขาพูดถึงก็คือพี่ชายของเพื่อนสนิทของสาวน้อยที่สาวน้อยกำลังเลือกของขวัญให้อยู่นั่นเองนักศึกษาแพทย์ที่ชอบโผล่มาหาสาวน้อยบ่อย ๆ และเรียกความสนใจของสาวน้อยไปจากเขาได้ทุกครั้งที่โผล่มา...ไอ้หนุ่มที่ชื่อพงศ์พยัคฆ์

แพรวารินทร์ไม่ตอบคำถามนั้นแต่อากัปกิริยาของเด็กสาวที่แสดงออกทำให้เมฆาได้คำตอบในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มพ้นลมหายใจอย่างตัดสินใจก่อนจะฝืนยิ้มและเอ่ยออกมา “ได้ค่ะ พี่จะเป็นพี่ชายที่แสนดีของหนูตลอดไป พี่หวังว่าหนูกับเขาจะใจตรงกันนะคะ พี่อยากให้น้องสาวพี่มีความสุข แต่ก็นะ พูดตรง ๆ อิจฉาไอ้นายเสือนั่นจริง ๆ ชื่อน่ากลัวแบบนั้นกลับได้ใจคนน่ารักแบบน้องสาวพี่”

“พี่เมฆบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”

ปัจจุบัน

พอขบคิดแพรวารินทร์ก็ต้องหันหน้าหนีชายหนุ่ม ตอนนั้นเธอรู้สึกดี ๆ ให้กับเขามากกว่าพี่ชายเพื่อนธรรมดาเลยนะ แต่มันก็นานมาแแล้วที่เธอหลงลืมคิดถึงความรู้สึกนั่นไป เธอควรปล่อยให้มันหายไปเลยหรือความลองรื้อฟื้นดูสักครั้งดีล่ะ

ให้โอกาสตัวเองได้ทดทวนความรู้สึกดีมั้ยนะ?...จะเจ็บหรือเปล่า?

“พี่รู้ว่ามันยากที่จะตัดสินใจ เพราะตอนนี้หนูทรายป่วยอยู่ แต่พี่อยากให้เธอตัดสินใจตามความต้องการของเธอเอง ไม่ต้องคิดเผื่อคนอื่น” หมอหนุ่มที่นิ่งรอคำตอบมานานเอ่ยก่อนจะเงียบลงอย่างรอรับความผิดหวัง การที่หญิงสาวหันหลังคงจะบอกได้แล้วว่าเธอตัดสินใจอย่างไร...

คงต้องปล่อยปะ...

“ก็ได้ถ้าคุณหมออยากได้โอกาสแพรจะให้โอกาสหมอจนกว่าคุณตาจะกลับจากอิตาลีปลายปีนี้หมอมีเวลาอีกครึ่งปีถ้าในเวลาครึ่งปีนี้หมอยังทำให้ระหว่างเราดีขึ้นไม่ได้ หรือยังทำให้แพรรู้สึกโอเคไม่ได้ เราจะหย่ากัน” แพรวารินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ หญิงสาวทำตามความต้องการของตัวเองแต่ก็เผื่อใจไว้เจ็บเธอยกเรื่องที่พ่อเลี้ยงพยัคฆ์เดินทางไปช่วยงานหลานชายคนโตที่อิตาลีขึ้นมาอ้างก่อนจะลอบเป่าปาก นับว่าโชคดีที่ผู้เป็นตาโทรศัพท์มาบอกว่าจะไปช่วยงานพัชรซึ่งรับช่วงต่อบริษัทของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์ที่มอบให้แก่พิณณารามารดาของหญิงสาวที่เธอร์ปฏิเสธที่จะรับช่วงต่อบริษัทซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่อิตาลีเพราะพ่อเลี้ยงพยัคฆ์มีบิดาบุญธรรมเป็นชาวอิตาลีพ่อเลี้ยงพยัคฆ์พอดีเธอถึงได้มีข้ออ้างในการตกลงลองให้โอกาสตัวเอง

“ขอบคุณครับหนูแพร” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจด้านคนถูกเรียกว่า “หนูแพร” ถึงกับทำตัวไม่ถูกเกือบ9ปีแล้วที่ชายหนุ่มไม่ได้เรียกเธอแบบนี้ แพรวารินทร์จำได้ว่าตอนเด็กๆพงศ์พยัคฆ์หรือ “พี่เสือ” มักจะเรียกเธอกับพิมพ์พิชชาว่า “หนูแพร” กับ “หนูทราย” แต่หลังจากแต่งงานกันเหมือนเขาจะเรียกชื่อเต็มมาตลอดไม่ก็แทนว่าเธอเหมือนที่เธอเรียกเขาว่า “คุณหมอ” แทนที่จะเป็น “พี่เสือ” มันทำให้หญิงสาวทำตัวไม่ถูกยิ่งไอ้คำว่า “ครับ” นั้นอีกทั้งที่ไม่เคยใช้มันกับเธอเลย

“คะ คุณหมอไม่ต้องเปลี่ยนคำเรียกก็ได้มั้งมันไม่ชิน”

“พี่แค่กลับมาเป็นพี่เสือไม่ได้เปลี่ยนซะหน่อย  เป็นพี่เสือไม่ใช่คุณหมอพงศ์พยัคฆ์สามีนิสัยไม่ดี  ในเมื่อหนูแพรให้โอกาสพี่แล้ว พี่ก็จะเป็นพี่เสือ สามีที่ดีของหนูแพร หนูแพรบอกเองนิว่าอยากทำอะไรก็ทำพี่อยากทำแบบนี้แหละหรือหนูแพรไม่ชอบถ้าไม่ชอบจะให้พี่เรียกแบบไหนครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยอย่างคนหน้ามึนเท่าที่เคยเป็นมาทำเอาคนที่วันนี้ต้องเจอกับความแปลกประหลาดของชายหนุ่มถึงกับรู้สึกปวดหัว

“คุณหมอจะเรียกอะไรก็เรียกไปแล้วกัน ไปกินข้าวได้แล้ว ป่านนี้ทรายรอแย่แล้ว” แพรวารินทร์ทำทีเอ่ยตัดรำคาญก่อนจะมองไปที่มือหนาที่ยังคงจับแขนเธอไว้อย่างสื่อความหมาย พงศ์พยัคฆ์ปล่อยมือตามที่หญิงสาวต้องการทันทีก่อนจะเปิดประตูให้

คนได้รับการบริการอย่างดีแสดงสีหน้าประหลาดใจนิด ๆ ก่อนจะก้าวเดินนำชายหนุ่มออกมาสิ่งที่พงศ์พยัคฆ์กระทำทำให้เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้เสแสร้งแม้แต่น้อย...หวังว่าจะดีได้ตลอดนะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่45 ภัยร้ายรอบตัว

    สายตาคมมองโต๊ะทำงานที่มีร่องรอยของการกรีดอย่างขบคิดว่าใครกันที่ทำแบบนี้ ใครที่เกลียดเธอถึงขนาดนี้ ใครกัน? ฟ้ารดาเฝ้าถามตัวเองโดยไม่รู้สึกถึงการมาของใครบางคน“ทำอะไรอยู่คะพี่ฟ้า ตายแล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะพี่ฟ้า ทำไมโต๊ะถึงได้เป็นแบบนี้” เสียงร้องอย่างตกใจของคนข้างหลังทำให้ฟ้ารดาถึงกับสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่หลังเธอคือสุนิสาหรือนิดพยาบาลสาวรุ่นน้องที่ดีกับเธอคนนึงแต่เมื่อเกิดข่าวลือเรื่องเธอกับพงศ์พยัคฆ์เมื่อสามเดือนก่อนทำให้เธอเปลี่ยนความคิดในทันทีเพราะสุนิสาเป็นคนนึงที่เอาข่าวลือไปใส่สีตีไข่จนไม่เหลือเค้าความจริงเธอจึงหลีกเลี่ยงที่จะคบค้ากับคนหน้าซื่อใจคดหน้าไหว้หลังหลอก“มีอะไรเหรอคะคุณนิด” ฟ้ารดาเอ่ยตอบเสียงเรียบราวกับไม่รู้สิ่งที่พยาบาลสาวเคยทำแต่ก็ไม่ได้ยินดีที่จะคุยด้วย“ทำไมพี่ฟ้าทำเสียงแบบนั้นล่ะคะน่ากลัวมากเลย”สุนิสาแกล้งใสซื่อจนถ้าเธอไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นใสซื่อจริง ๆ“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่แค่ตกใจไปหน่อยคุณนิดมีอะไรก็พูดมาเถ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่44 ตัวป่วน  

    ร่างสูงของอัคนีเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้านิ่งก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างของคนที่ทาบทามเขามาทำงานที่นี่“สวัสดีครับอาจารย์” อัคนีเอ่ยทักอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม เขานนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง เขาได้รู้จักกับแดนสรวงเมื่อ7ปีก่อนสมัยเรียนแพทย์ปี1แดนสรวงเป็นอาจารย์หมอที่เขาสนิทด้วยที่สุดหลังจากเรียนจบอาจารย์หมอหนุ่มทาบทามเขาให้มาทำงานที่นี่หลายครั้งแต่เพราะอยากอยู่ใกล้ครอบครัวทำให้ปฏิเสธไปจนในช่วง2ปีมานี้ที่ฟ้ารดาย้ายมาทำงานที่นี่ทำให้เขาลังเลอยากตามมาอยู่หลายครั้งจนกระทั่งปัญจวัตรโผล่เข้ามาทำให้เขาติดต่ออาจารย์หมอคนสนิทอย่างรวดเร็ว“ไงอัคนี นึกยังไงถึงอยากย้ายมา หวงพี่สาวเหรอ?”แดนสรวงเอ่ยถามลูกศิษย์คนสนิทอย่างขบขัน ไม่คิดว่าที่เคยพูดว่าหวงพี่สาวมากจะหวงขนาดยอมย้ายตามมาขัดขวางเลยทีเดียว สงสารก็เเต่เพื่อนรักของญาติผู้น้องป่านนี้จะรู้รึยังว่าตัวป่วนมาถึงถิ่นแล้ว“หวงมากครับจารย์ ว่าแต่จารย์รู้จักไอ้หน้าจืดปัญญาอ่อนที่มาป้วนเปี้ยนเกาะเกะพี่สาวผมแค่ไหน” อัคนีเอ่ยถามแดนสรวงถึงปัญจวัตร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่43 เอาใจใส่

    หลังจากที่พิมพ์พิชชาวางสายจากปลายสายหญิงสาวก็ยืนมองบรรยากาศอย่างมีความสุขกับแผนการทำให้สองสาวขี้อิจฉาหน้าแตกกับใครบางคน“ทำแบบนี้ไม่กลัวแพรโกรธเหรอครับทราย”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้พิมพ์พิชชาต้องสะดุ้ง คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอคือรณพีร์นั่นเองเขายืนฟังเธอตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่ได้แสดงตัวเท่านั้นพิมพ์พิชชาหันมามองก่อนจะเอ่ยบอก“ความลับนะคุณพีร์อย่าให้ยัยแพรรู้เชียว”“มันก็ต้องมีอะไรมาแลกกันสิ แบบเงินมาผ้าหลุดอะไรประมาณเนี่ย” รณพีร์เอ่ยบอกพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย“ก็ได้คุณอยากได้อะไร”พิมพ์พิชชาเอ่ยถามอย่างเป็นรอง“ดินเนอร์กันสักมื้อ เสาร์นี้” รณพีร์เอ่ยบอกและลุ้นรอคำตอบจากหญิงสาว“ก็ได้เสาร์นี้” หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะถามต่อ “วันศุกร์คุณว่างมั้ยถ้าว่างมาแจมกับแผนของฉันหน่อยนะ”“ได้สิ ผมก็เบื่อที่จะต้องถูกคนโยงไปทำร้ายคนอื่นแล้ว ถ้าเรื่องไม่จบผมคงต้องไล่พวกเธอออก”รณพีร์เอ่ยบอกตามใจคิดปัญหานี้บานปลายมานานแล้วเขาเองก็ควรทำอะไร

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่42 ยัยตัวแสบ

    รุ่งเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสพิมพ์พิชชาเดินยิ้มน่าระรื่นเข้ามาในบริษัทพร้อมแพรวารินทร์ด้วยกิริยาอาการที่บ่งบอกว่ามีความสุขมากมายหลังจากพักผ่อนมาหนึ่งอาทิตย์วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้กลับไปทำงานที่รักอีกครั้งหลังจากหยุดไป1เดือนเต็มๆและที่ทำให้ดีใจยิ่งกว่าคือจะได้ไปเจอหน้าใครบางคนที่หายหน้าไปทั้งอาทิตย์แต่ยังส่งดอกไม้มาเยี่ยมทุกวันอย่างเจ้านายสุดหล่อด้วย“นี่เลิกยิ้มได้แล้วแก ฉันนึกว่าเดินกับคนบ้า” แพรวารินทร์ออกเสียงปรามอย่างไม่จริงจัง ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาเพื่อนรักเอาแต่ยิ้มกว้างจนเธอได้แต่งง นางจะดีใจอะไรขนาดนั้นเล่นใหญ่จริง ๆ“ก็คนมันดีใจอ่า เดือนนึงแล้วน๊าที่ฉันไม่ได้มาทำงานคิดถึงงานแล้วก็เพื่อนร่วมงานจะแย่”“หรา ไม่ใช่คิดถึงคนที่หายไปหนึ่งอาทิตย์เหรอจ๊ะ”แพรวารินทร์ถามกลับอย่างรู้ทัน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนเธอคิดอย่างไรอยู่“รู้มากไปแล้วยะ ไปเข้าไปทำงานกันได้แล้ว”พิมพ์พิชชาว่าให้ก่อนจะดึงเพื่อนรักเข้าไปทำงาน“อ้าว ยัยทรายดูดมาทำงานแล้วเหรอนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอหล่อนซะแล้

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่41 น้องชายขี้หวง

    “สวัสดีครับคุณพิชชา อาการเป็นยังไงบ้างครับ” เสียงทรงเสน่ห์เอ่ยทักทายไถ่ถามอาการทำให้คนไข้วัยทำงานถึงกับใจละลายความจริงเธอไม่ได้ป่วยแต่แค่อยากจะเห็นหน้าหมอหนุ่มเท่านั้นนายแพทย์อัคนี อัครวิทย์ อายุรแพทย์หนุ่มสุดหล่อวัย25ปีขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในแถบนี้ยิ้มให้คนไข้อย่างเป็นมิตรแม้จะรู้ดีว่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายแค่อยากมาเห็นหน้าเขาเท่านั้นบ้างก็เอาของมาเยี่ยมเป็นประจำจนเป็นที่ชินตาของบุคลากรคนอื่นในโรงพยาบาล“วันนี้พิชชาจะเป็นอะไรดีเอ๋ย” อัคนีเอ่ยถามพร้อมยิ้มเอาใจอย่างน่ารักในสายตาเพื่อนหลายคนเขาเป็นคนกระล่อนและกวนประสาทสุดๆแต่สำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาปลาบปลื้มเขากลับเป็นคนปากหวานและเอาใจเก่งเป็นอย่างมาก“วันนี้พิชชี่ปวดหัว ตัวร้อน ใจเต้นแรงมั๊กมากเลยค่ะหมอไฟขา” คนไข้สาวเอ่ยบอกทำท่าให้สมจริงจนหมอหนุ่มแอบขำ“แบบนี้คุณพิชชี่คงต้องมาหาหมอบ่อย ๆแล้วล่ะครับ หมอไฟว่าคุณพิชชี่เป็นโรครักหมอไฟแน่เลย” หมอหนุ่มเอ่ยหยอดพร้อมยิ้มแพรวพราว คนไข้สาวได้แต่เขินม้วนกับคำหยอดของหมอหนุ่ม&n

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่40 พาผู้ชายเข้าบ้าน

    บ้านอัครวิทย์เพราะเกมพนันที่เคยพนันเดตแรกไว้กับฟ้ารดาที่ไร่พยัคฆ์ทำให้ปัญจวัตรต้องมาที่บ้านของฟ้ารดาในวันนี้หมอหนุ่มหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้น้องชายฟ้ารดากลับมาบ้านเพื่อเดตแต่เพื่อเอาชนะใจพ่อแม่ของหญิงสาวด้วยและที่ปรึกษาหมายเลขหนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อนรักแต่เป็นผู้เป็นพ่อแทนจากข้อมูลที่ได้รับทำให้หมอหนุ่มมั่นใจเกือบ90%ว่าจะได้ใจของว่าที่แม่แฟนในอนาคตส่วนอีก10%คือพ่อและน้องชายที่เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าทั้งสองจะยอมให้เขาคบกับฟ้ารดา“เข้าไปข้างในกันคุณ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านหมอหนุ่มเดินตามอย่างมั่นคงและมั่นใจทุกสรรพสิ่งในบ้านอัครวิทย์เหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวทันทีเมื่อลูกสาวคนโตของบ้านเดินนำผู้ชายเข้ามาในตัวบ้านนายแพทย์หมออาศิระยืนมองชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างไม่วางตาส่วนคุณนายฝนนภากลับมองอย่างตกใจไม่น้อยที่ลูกสาวคนเดียวพาชายหนุ่มที่หน้าคล้ายอดีตคนรักเข้ามาที่บ้านและแนะนำว่าเป็นแฟนหนุ่ม“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ผมปัญจ์ครับ”ปัญจวัตรเอ่ยทักทายอย่างเ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่5 เขาคนนั้นกับความเข้าใจที่คาดเคลื่อน

    เช้าวันแรกของการนอนโรงพยาบาลของพิมพ์พิชชาไม่ได้สดใสนัก...ออกจะอึมครึมพิกลเสียด้วย“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าน้องทรายจะเป็นหนักได้ขนาดนี้...แสดงว่าพี่ชายไม่เก่งจริงนี่น่า” น้ำเสียงที่แสดงออกต้องการแขวะพี่ชายของคนไข้ของชายหนุ่มในชุดลายพรางพาให้พิมพ์พิชชาพาลหายใจไม่ออกขึ้นมากะทันหันมือบางสะกิดให้แพรวารินทร์ช

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่4 เงื่อนไข

    ร่างของพิมพ์พิชชาถูกพาไปที่ห้องพักโดยมีแพรวารินทร์นั่งอยู่ข้างเตียง คุณหญิงพราวกะรัตและคุณสิงหานั่งมองร่างไร้สติของลูกสาวอยู่ที่โซฟา ส่วนรณพีร์นั้นขอตัวไปกลับก่อนเพราะมีนัดกับลูกค้า พงศ์พยัคฆ์ยืนกอดอกมองน้องสาวอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้“บ่ายโมงกว่าแล้ว แม่ทานข้าวรึยังครับ” ประสาทศัลย

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่3 เหตุไม่คาดคิด

    วันต่อมา...บริษัทตกแต่งภายในเกตรัตนากรณ์ภายในห้องประชุมที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามละลานตาการประชุมอันเคร่งเครียดกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นก่อนที่จะหยุดลงเมื่อใบหน้าของบุคคลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดูเคร่งเครียดผิดปกติ“เอาล่ะผมขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้” รณพีร์ เกตรัตนากรณ์หรือบอสพีร์ประธานหนุ่มของบริษัทรับออ

  • พันธนาการร้ายหัวใจพ่ายรัก   บทที่2 แพรวารินทร์

    เวลาต่อมาห้องผ่าตัดหลังจากรถพยาบาลพาคนเจ็บมาถึงโรงพยาบาลหญิงสาวก็ถูกนำตัวเข้าทำMRIทันทีและผลก็ออกมาว่ามีเลือดคั่งอยู่ในสมองบริเวณจุดสำคัญพอดีจึงถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดทันทีโดยมีพงศ์พยัคฆ์เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โชคดีที่ไม่มีเนื้องอกอย่างที่พงศ์พยัคฆ์กังวลแต่คนเจ็บก็มีเลือดคั่งมาก่อนหน้านี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status