เข้าสู่ระบบห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง
"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง..."
"สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน
"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส"
"หมายถึงอะไร"
"ผู้ติดเชื้อจะถูกควบคุมโดยพิษจากน้ำลายที่เข้าสู่ระบบการควบคุมทางกลไกสมอง นายรับจากใครคนนั้นคือเจ้านาย การที่นายทรมานแบบนี้นอกจากพิษยังแทรกซึมไม่สุด อีกเหตุผลก็คือมันกำลังเรียกนายให้ไปหา... เขากระตุกยิ้มอย่างรู้ดีถึงความผิดของหมาป่าผู้ซึ่งกลายร่างไม่สุดและหยุดอยู่เพียงลักษณะกลายสภาพ... รู้ดีใช่ไหมว่าผู้ติดเชื้อจะถูกตัดสินยังไงหากไม่สามารถควบคุมตนเองจนทำร้ายผู้อื่น" คนฟังอย่างแวนขบฟันแน่น เขารู้ดีว่าผู้ติดเชื้อจะมีสภาพเหมือนตายทั้งเป็นหากไม่ได้เลือดมาดับความกระหาย และถ้าหากควบคุมตนเองไม่ได้ ร่างกาย ความคิด หากถูกบงการจากเจ้าของเชื้อพิษก็จะถูกทางสมาคมหมายหัวให้กำจัดทิ้งทันที
"งั้นก็ฆ่าฉันก่อนส่งให้ทางสมาคมสิ" เขาตะโกนขึ้นในขณะที่ฟันเขี้ยวส่วนหนึ่งเริ่มลับคมแหลม
"นายอยากตายจริงๆงั้นเหรอ... สเวนเปลี่ยนจากท่ากอดอกเป็นใช้มือล้วงกระเป๋า และใบหน้าของเขาก็ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนกำลังบอกว่าเขาชั่งดีใจยามคนตรงหน้ากำลังจะกลายสภาพเป็นอีกหนึ่งความพิเศษ ซึ่งความพิเศษดังว่า สเวนให้คำจัดกัดความว่า พวกเบี่ยงเบน... ฉันไม่คิดว่าส่งนายให้ทางสมาคมแล้วจะถูกฆ่าทันทีหรอกนะ เพราะนายเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซ้ำยังเป็นลูกชายของผู้อำนวยการสูงสุด พวกเขาคงจับนายใส่ปลอกคอไฟฟ้าและถูกโยนไปให้เจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งคอยดูแลควบคุมกันพลาดไปทำร้ายคนอื่น... ร่างสูงก้าวขายาวถอยจากกำแพงซึ่งยืนพิงใช้นิ้วเรียวยาวสัมผัสช่วงคออีกฝ่ายอย่างเบามือในลักษณะปาดเบาๆรอบคอด้านหน้า... นายอยากได้ปลอกเหรอ..." น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยขึ้นด้วยแววตาถากถาง ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกสงสารคนตรงหน้าก็มีแต่คิดว่าสมควรสำหรับคนที่ไม่เคยยอมรับกลุ่มคนพิเศษ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอันทำให้เขารู้สึกสมน้ำหน้ามากกว่าไปการที่ชายหนุ่มมักพูดทำร้ายจิตใจภรรยาตน
"นายหมายถึงอะไร พูดมาตรงๆ"
"ฉันมีเส้นทางให้นายเลือกไม่มาก... แวนยืดใบหน้าอันเต็มไปด้วยเหงื่อมากมายขึ้น... อย่าได้ลืมว่า หากไม่ได้รับเลือดนายจะหงุดหงิดและคลั่งจนบ้าตายง่ายขึ้น มีผู้ติดเชื้อที่เหลือรอดไม่มาก ส่วนใหญ่ยังคงซื้อโลหิตจากธนาคารเลือดมายับยั้งความกระหาย นายน่าจะรู้ดีว่าคนพวกนั้นอยู่ได้ไม่ถึง 10 ปีหากไม่ได้เลือด และถึงแม้เลือดจะช่วยยืดไปได้อีกหลายสิบปี อายุขัยเต็มที่ฉันว่าก็ไม่เกิน 50"
"นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่"
"ยกเว้นแต่นายจะได้รับเชื้อจากเลือดแท้... ร่างสูงสง่าเป็นต่อในทุกๆด้านหยุดยืนอย่างผ่าเผยต่อหน้าร่างซึ่งมีอาการกระวนกระวายยามสเวนเดินเข้ามาใกล้ แวนรู้สึกถึงกลิ่นบางอย่างพุ่งออกมาจากตัวสเวน เขาคิดว่าคงเป็นกลิ่นกายที่หมาป่าส่วนใหญ่ได้สัมผัส มันสร้างความปรารถนาจนอยากใช้คมเขี้ยวเริ่มคมกัดชิมรสชาด พวกเลือดบริสุทธิ์คงมีกลิ่นที่เป็นภัยกันทุกเผ่าพันธุ์สินะ... ประโยชน์แรกแน่นอนว่าคนที่ปล่อยเชื้อน้ำลายเข้าสู่ร่างกายนายจะไม่สามารถควบคุมความคิดนายได้ ประโยชน์ที่สอง อายุนายจะไม่ได้มีชีวิตเหลือเพียง 10 ปี แต่ยืนยาวพอๆกับเลือดแท้ แน่นอนว่าความแข็งแกร่งก็มากกว่าผู้ติดเชื้อรายอื่นที่ได้รับจากหมาป่าปกติ หรือพวกหมาป่าระดับสอง ระดับสาม..."
"นายหมายถึงจะเป็นคน..." คนถามถลึงตามองด้วยความแปลกใจกับประโยคที่คนตรงหน้าเอ่ยเมื่อครู่
"ฉันแค่ให้ทางเลือก นายเองอยากปกป้องเนราไม่ใช่เหรอ... คนฟังหลบสายตาอีกฝ่ายพลางกำมือแน่นก็ตอนนี้เพราะตนไม่ใช่แวนคนเดิมอีกต่อไป และกำลังจะกลายเป็นอีกสิ่งที่ไม่ใช่ทั้งหมาป่า และ ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาด้วยเขาคิดเช่นนั้น... เพราะฉันยังเห็นว่านายสำคัญกับเธอถึงได้พามาที่นี่ก่อนแจ้งเรื่องกับทางสมาคม แต่ถ้าไม่ อยากจะเป็นทาสมันมากกว่าฉันก็ตามใจ"
"พวกเลือดบริสุทธิ์ไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ใดก็เห็นมนุษย์เป็นแค่ของเล่น..." สิ้นประโยคที่ยังลั่นไม่สุดสเวนได้ใช้ฝ่ามือตรงเข้ากระชับต้นคออีกฝ่ายราวกับต้องการบีบให้หักคามือพลางใช้สายตามองไปยังโซ่ล็อคช่วงข้อเท้าทั้งสองข้างให้แตกหักก่อนจะพาร่างคนทรมานทรุดคุกเข่าลงไปเบื้องล่าง
"นายคงพูดคำนี้กับเนบ่อย ถึงทำให้เธอต้องรู้สึกปวดใจทุกครั้งเวลากลับบ้าน... แววตาเจ็บแค้นทุกครั้งยามเห็นเนราเสียใจตามลำพังฉายขึ้นกดดันอีกฝ่าย เขารับรู้มากกว่าใครถึงสิ่งที่เนราพยายามทำให้มันดีที่สุดและต้องการให้กลับเป็นดังเดิมโดยเฉพาะเรื่องของเพื่อนทั้งแวนและมีนา... ไม่มีวันไหนที่เธอจะไม่นึกถึงนาย ไม่หยุดคิดว่าจะใช้วิธีใดทำให้กลับมาเป็นเพื่อน... แม้เขาจะไม่ได้ฟังบางสิ่งจากปากเธอตรงๆ แต่ด้วยจิตที่สัมพันธ์ผูกกันไว้ จากการสังเกตมีหรือเขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำให้ยอดดวงใจต้องเหม่อเวลาเผลอด้วยสีหน้าอมทุกข์ แวนนิ่งลงพลางก้มหน้าเขาไม่ตอบอีกฝ่ายในเมื่อเป็นความจริง แม้ท้ายสุดจะไม่ได้ตั้งใจก็ช่วยอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะหากจะช่วยให้คนเบื้องบนที่กุมคอเขาไว้หายแค้นเคือง... แววตากระหายเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือว่านายปรารถนาในเลือดของฉันอยู่... เขาเอ่ยด้วยความเย้ยตัณหาอีกฝ่ายที่กำลังพลุ่งพล่านยามสเวนลดตัวลงมาเอียงใบหน้าเข้าไปใกล้หูยื่นคอให้เสมอปากอีกฝ่าย... มันไม่แปลกหรอก เพราะแม้แต่หมาป่าระดับสอง ระดับสาม หรือทั่วไปต่างปรารถนา ถ้าไม่เพราะอำนาจฉันอยู่เหนือกว่าคงโดนรุมไปแล้ว"
"ฆ่า ฉัน" เขาพูดช้าเมื่อรู้สึกว่าพิษทำปฏิกริยามากกว่าเดิม
"มั่นใจเหรอ ไม่อยากปกป้องเธอแล้วหรือไง... ยิ่งได้ยินประโยครั้งไว้แบบนั้นยิ่งทำให้เขากัดปากกัดฟันจนลิ้นสัมผัสได้ถึงรสชาดเค็มแปล้มของเลือดในปาก... ศัตรูที่เคลื่อนไหวตอนนี้มาจากทุกทิศทาง ฉันเองเดาไม่ได้ ขณะที่ฉันไม่สามารถอยู่กับเนได้ตลอดก็อยากได้คนมาคุ้มกันที่สมน้ำสมเนื้อกับศัตรู"
"นายมันชอบใช้คนเป็นเครื่องมือสินะ" คนฟังยิ้มเล็กน้อยเขาถือว่าเป็นคำชมก่อนจ้องตาตอบกลับอีกฝ่าย
"ถึงแบบนั้นฉันก็เลือก เพราะความรู้สึกของนายมันเหมือนกับฉันที่ไม่มีวันหักหลังเธอได้" ตอนนี้เขาเหมือนถูกต้อนด้วยความจริงอันหลีกหนีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่มีต่อเนราหรือความปรารถนาหมายปกป้อง เขายังไม่อยากตายแต่ก็อยากจะหายไปเพราะไม่รู้ว่าจะทนปรากฏกายในสภาพกึ่งไม่สมบูรณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นหมาป่าหรือมนุษย์ต่อหน้าเธอได้หรือไม่
"ฉัน..." เขาเริ่มพูดติดขัดเพราะความกระหายเริ่มตีขึ้นสู่ความต้องการ สเวนปลดโซ่คล้องข้อมืออีกฝ่ายด้วยพลังทันที เขาคงต้องบีบอีกฝ่ายให้จนมุมในการตัดสินใจเพราะปล่อยนานกว่านี้จะ...
"อีกไม่นาน พิษนั้นจะเติมเต็มร่างกายอย่างสมบูรณ์ ถึงจะเป็นฉันก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วล่ะนะ" สเวนปล่อยให้อีกฝ่ายคลั่งอย่างอิสระพลางถอนตัวเดินออกมาพร้อมจะเปิดประตูเพื่อยุติทางเลือกของอีกฝ่ายยามลังเลชักช้า ซึ่งที่จริงเขากำลังบีบอย่างเร่งรัด
"ตกลง" เสียงแหบแห้งพูดดักคนกำลังจะอันตรธานหายไป
สเวนกระตุกยิ้มเมื่อเป็นไปตามความต้องการของเขาก่อนเปลี่ยนสภาพตัวเองอย่างรวดเร็วเป็นกึ่งร่างหมาป่าและมนุษย์ตรงเข้าดันร่างอีกฝ่ายชิดกำแพงพร้อมฝังเขี้ยวคมลงบริเวณอกส่วนใกล้หัวใจทันทีเพื่อเพิ่มความไวและกระจายตัวของพิษ
การกลายสภาพของเลือดบริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องรอให้ขาดสติ โกรธ โมโห ก่อนที่จะควบคุมไปสู่การกลายร่างเป็นหมาป่าใหญ่ ความสามารถพิเศษของพวกเขาคือเลือกที่จะเป็นได้...
พิษใหม่ทรงพลังเปรียบได้กับน้ำวิเศษบริสุทธิ์เริ่มแล่นผ่านร่างกายของหนุ่มฮันเตอร์ มันไวกว่าพิษก่อนหน้าอย่างมากซ้ำยังกับว่ากลบกลืนพิษซึ่งด้อยกว่าจนหมดสิ้น รวมถึงความกระหายได้แล่นเข้าสู่ผู้ถูกเปลี่ยนทันที สเวนจับสัมผัสความต้องการอีกฝ่ายได้จึงถอนเขี้ยวออกกลับสู่ร่างปกติพร้อมกดหัวอีกฝ่ายประชิดคอเขาใช้กรงเล็บตนเองปาดให้มีเลือดออก พอจะส่งกลิ่นกระตุ้นอีกฝ่าย
"ดูดเสีย นายจะได้ไม่ต้องทรมานยามพิษนี้แล่นเข้าไปถึงกระดูก เลือดของฉันจะลบล้างพิษก่อนหน้าทันทีรวมถึงความเจ็บปวดที่นายได้รับ" ฝ่ามือคนถูกสั่งให้รับโลหิตจับเสื้อด้านหลังเจ้าแห่งหมาป่าแน่นจนเป็นรอยเล็บก่อนตรงลิ้มรสเลือดจากคอสเวน อาการกระหายไม่สามารถควบคุมได้ในวินาทีนี้ เขารู้สึกว่าหัวสมองขาวโพลน ว่างเปล่า ราวกับต้องการเติมเต็มเลือดบริสุทธิ์อันมีรสชาดเป็นที่หนึ่งหาสิ่งใดมาเสมอเหมือนไม่ได้ ไม่ได้มีเพียงความหอมแต่ล้ำขั้นสูงไปกว่านั้นยามได้สัมผัส
"ท่าน..." จาเว็คผู้รออยู่ด้านนอกประตูได้กลิ่นเลือดคุ้นเคย ก่อเกิดเป็นกังวลจนแทบวิ่งเข้าไปห้ามสิ่งที่สเวนกำลังทำ
"อย่า จาเว็ค หากท่านกระทำการใดแล้วย่อมมีเหตุผล" บลัดยกมือห้ามเพื่อนไว้ก่อนเข้าไปขัดจังหวะสิ่งที่นายเหนือตัวเองกำลังทำ เขาเองก็เจ็บใจไม่แพ้กัน แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสเวนตั้งใจเปลี่ยนให้อีกฝ่ายมารับพิษน้ำลายจากตนแทน แต่อดจะยอมรับไมไ่ด้เพราะผลที่ตามมาอาจทำให้สเวนไร้ที่ยืน
"แต่ท่านกำลังหลั่งเลือดให้มนุษย์ ไอ้บ้านั่นชั่งโอหังนัก"
"ในกรณีที่ท่านเป็นคนมอบให้เราไม่มีสิทธิ์ตัดสิน... Hunter คนนี้เป็นเพื่อนคนสำคัญของนายหญิง ถ้าท่านทำเพื่อนนายหญิงแล้ว พวกเราก็ต้องยอมรับนะจาเว็ค"
"ไม่เคยมีมนุษย์คนใดได้พลังจากเลือดแท้ในการเปลี่ยนสภาพ ความทรงพลังจะทำให้หมอนั่นแตกต่างจากผู้ติดเชื้อคนอื่นๆ ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์อย่างบ้าบิ่น ไม่ใช่ผู้เบี่ยงเบน แต่เป็น... เขากัดฟันแน่นพร้อมกำมือ... ท่านกำลังทำสิ่งที่จะสร้างปัญหาให้ตัวเอง มันไม่ใช่แค่่เรื่องของเผ่าพันธุ์หมาป่า แต่ยังรวมถึงสมาคม Hunter" บลัดที่รู้ไม่ต่างกันได้แต่ก้มหน้าหลับตา แม้จะรู้ถึงปัญหาอันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เพื่อนายเหนือ เพื่อบุคคลที่พวกเขาต่างจงรักภักดี
"แวน" เสียงตะโกนลั่นจากฝันร้ายอันเกิดขึ้นจริงทำให้ด็อกเตอร์คาร์สันซึ่งดูแลไข้เนรา หญิงสาวผู้หลับไปหนึ่งวันเต็มๆรีบเข้ามาดูอาการ
"หนูเน ตื่นแล้วเหรอ"
"คุณลุง แวนล่ะ แวนล่ะคะ เขาเป็นยังไงบ้าง"
"ลุงว่าหนูเนถามตัวเองดีกว่า อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกดพลังไว้กับตัวเองไม่ยอมปล่อยสู่เป้าหมายมันเลยตีเข้าภายในตัวหนูเนแทน... คนถูกทักเช่นนั้นนึกย้อนเหตุการณ์อีกครั้ง เธอจำได้ว่าตั้งใจจะแสดงพลังอำนาจให้อีกฝ่ายได้ประจักษ์เมื่อดูถูกตัวตนของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่สามารถปลดปล่อยมันไปได้จึงได้แต่อัดอั้นมันไว้ ขณะเดียวกันมันก็ดิ้นรนจะทะลุผ่านจิตใต้สำนึกส่งตรงไปยังวัตถุเมื่อได้หมายตาแต่แรกตามรูปแบบการใช้พลัง ทว่าความอัดแน่นมันมากจนล้นและตีตัวเธอจนล้มสลบไปแทน คนคิดถึงช่วงเวลานั้นเข้าใจทันทีว่าเพื่อนชายไม่ได้รับผลกระทบแต่เป็นตัวเธอแทน... ตอนคุณสเวนพาตัวหนูมา ร่างกายก็เย็นเฉียบ แถมยังมีเลือดออกทางจมูก หู และปากอีก จากการตรวจพบอาการช้ำในบางจุด ช่วงนี้อย่าเคลื่อนไหวหรือทำอะไรที่เป็นภาระกับร่างกาย"
"สเวนล่ะคะ" เธอถามขึ้นหลังจากสำรวจรอบห้อง ซึ่งพบว่ามันไม่ใช่ห้องเธอแต่เป็นห้องพักที่อีเมอร์สันพี่ชายของเธอเปิดไว้ให้กับด็อกเตอร์คาร์สันยามใช้เป็นจุดรักษาตัวเธอยามฉุกเฉิน
"คุณสเวนเฝ้าอยู่ตลอด แต่ว่าหนูหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ ตอนนี้เขาออกไปธุระเดี๋ยวคงกลับมารับ"
"เน ลงไปเองก็ได้ค่ะ เราอยู่ห่างกันไม่กี่ชั้นเอง" เมื่อร่างเพิ่งฟื้นจะพาตัวเองลงจากเตียง ผู้เป็นคนดูแลจึงยกมือทาบวางบนไหล่เพื่อให้หญิงสาวคุมสติตัวเองก่อนร้อนรนออกไป เพราะดูท่าเธอไม่ได้อยากจะเจอสเวนด้วยความอยากพบหน้าแต่คงเป็นคำถามถึงชายหนุ่ม Hunter เพื่อนสนิทมากกว่า
"เขาพูดไว้ ว่าห้ามหนูเนออกจากห้องจนกว่าเขาจะกลับมา"
"เนขอยืมโทรศัพท์ได้ไหมคะ" คาร์สันเดินไปหยิบมือถือตนมาส่งให้เนราผู้กำลังส่งสายตาอ้อนวอน นิ้วเรียวเล็กรีบกดเบอร์สามีตนอย่างรวดเร็วก่อนกดโทรออก
"ครับด็อกเตอร์" ปลายสายรับทันทีเมื่อเป็นเบอร์สำคัญ ซึ่งเขาคอยให้โทรมาแจ้งว่าภรรยาตนฟื้น
ขณะกำลังลุกขึ้นจากการให้เลือดอีกฝ่ายจนสงบลงเสร็จช่วงคอซึ่งได้ถูกเจาะด้วยเขี้ยวยังคงปรากฏเลือดไหลเป็นทางยาวลดคอเสื้อ เนื่องจากถูกกัดเข้าไปลึกพอควรจากร่างที่หวังตักตวงเต็มเหนี่ยวด้วยสัญชาตญาณ
"สเวน... เสียงเรียกชื่อทำให้เขาปรับโทนเสียงใหม่ก่อนตัดสินใจเดินออกมาจากห้องใต้ดินเมื่อเสร็จกิจ พร้อมโบกมือส่งสัญญาณให้จาเว็คและบลัดทำหน้าที่ต่อ... คุณอยู่ไหนคะ"
"เธอตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง" ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินคำถามผู้เป็นภรรยา เมื่อความรู้สึกดีใจที่เธอฟื้นกลบไปจนหมด
"เน อยากขอกลับห้องน่ะค่ะ นะคะ ไม่อยากรบกวนคุณลุงคาร์สัน" น้ำเสียงรีบรนราวกับต้องการอยากรู้อะไรบางอย่างทำให้เขาไม่อยากขัด ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถปิดบังเนราได้อยู่ดี
"ให้ด็อกเตอร์เดินไปส่งที่ห้องเผื่อจะล้มวูบลงไปอีก และห้ามออกไปไหนเดี๋ยวโครว์กับเคธี่เลิกสอนคงกลับไปที่พัก"
"ค่ะ คือเอ่อ สเวนคะ ตอนที่คุณไปช่วยเน... "
"ผมจะกลับไปเล่าให้ฟังทั้งหมดตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก แวนไม่ได้รับผลกระทบพลังของเนเลย สักนิดเดียว" พูดจบเขาก็ตัดสายทิ้งทันทีก่อนถอนหายใจเล็กน้อยใช้มือข้างหนึ่งแตะไปยังบริเวณรอยเขี้ยวของร่างทรงพลังใหม่เพื่อให้เลือดหยุดไหล
ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์หลับตาครู่หนึ่งก่อนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนบ้าน พลางสั่งย้ำอีกรอบแก่จาเว็คและบลัดให้จัดการทำความสะอาดกับแวนที่สลบไร้สติให้เรียบร้อยก่อนเคลื่อนย้ายไปยังสถานีต่อไป สมาคม Hunter ส่วนกลางหรือศูนย์ใหญ่
เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได
หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่
25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้
ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส
"อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค
ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน







