Se connecterผ่านไปแค่หนึ่งชั่วโมงของเครื่องใช้ทุกอย่างของณัฐนรีกับภารัณถูกย้ายลงมาไว้ยังห้องด้านล่างเป็นที่เรียบร้อยของใช้ทุกชิ้นถูกจัดวางเรียบร้อย เตียงถูกปูใหม่ ผ้าม่านถูกเลื่อนเปิดให้แสงอ่อน ๆ ส่องเข้ามา บรรยากาศเงียบสงบและปลอดภัยอย่างที่ต้องการเพราะภารัณเป็นคนคุมงานเองทุกขั้นตอนทว่าแม้ทุกอย่างจะเข้าที่แล้วคนที่นั่งอยู่ริมเตียงอย่างณัฐนรีกลับยังไม่ขยับไปไหน เธอยังนั่งนิ่งมือประสานกันบนตักแน่นเพราะการมีชายหนุ่มอยู่ในห้องเดียวกันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ดุ ไม่ได้สั่ง แต่การมีตัวตนของเขาชัดเจนเกินไปเหมือนอากาศที่หนาแน่นขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับตัวภารัณยืนพิงโต๊ะอยู่ไม่ไกล สายตามองร่างบางเป็นระยะจนสังเกตเห็นความนิ่งเงียบที่ผิดปกติ"ทำไมไม่นอนพัก จะนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ทำไม" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในที่สุดทำณัฐนรีสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ก่อนจะตอบสั้น ๆ"ยังไม่ง่วงค่ะ"คำตอบสุภาพแต่ฟังดูเว้นระยะแบบชัดเจนภารัณหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนโง่พอจะมองไม่ออกว่าเธอกำลังเกร็ง"มีฉันอยู่มันอึดอัดมากเหรอ?" เขาถามตรง ๆคำถามนั้นทำให้เธอชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาปริบ ๆ เหมือนจะพูดอ
วันต่อมา...แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องณัฐนรีลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ข้างกายยังมีน้องสาวนอนหลับสนิท ใบหน้าไร้ความกังวลเพียงภาพนั้นก็ทำให้มุมปากของเธอยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อคืนเธอได้นอนกอดน้องแน่นทั้งคืน ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างหู ได้รู้ว่าอย่างน้อยคนที่เธอรักที่สุดยังปลอดภัย หัวใจที่เคยตึงเครียดมาตลอดหลายวันเหมือนได้พักจริง ๆ เสียทีพอลงมาทานอาหารเช้าที่โต๊ะยาวในห้องอาหารรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ยังไม่จางหาย เธอตักข้าวให้น้องสาวคอยถามว่าอร่อยไหมบางครั้งก็หัวเราะเบา ๆ กับเรื่องเล็ก ๆ ที่อีกฝ่ายทำภาพนั้นทำให้แม่บ้านที่ยืนจัดโต๊ะอยู่ใกล้ ๆ แอบมองอย่างแปลกใจเพราะตั้งแต่มาที่นี่เธอแทบไม่เคยเห็นเด็กสาวยิ้มมีความสุขแบบนี้เลย"ป้าไม่เคยเห็นหนูนารีมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย" แม่บ้านอดทักไม่ได้ณัฐนรีชะงักเล็กน้อยแล้วฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม สายตาหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างอ่อนโยน "เพราะความสุขของหนูอยู่ตรงนี้ไงคะป้า""ค่ะ" แม่บ้านยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว ณัฐนรีจึงหันมาสนใจน้องสาวต่อโดยไม่รู้เลยว่าที่หน้าปร
ไม่นานนักลูกน้องของภารัณก็นำตัวน้องสาวของณัฐนรีมาโดยมีพยาบาลพิเศษที่ชายหนุ่มจ้างให้ดูแลเด็กสาวตลอดเวลาที่ผ่านมาตามมาดูแลต่อที่นี่ด้วย"ผมให้ลูกน้องจัดห้องของคุณไว้แล้ว" ภารัณบอกกล่าวกับพยาบาลพิเศษวัยสี่สิบปี ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องอีกคน "พาเธอไปที่ห้อง""ค่ะ" พยาบาลพิเศษพยักหน้ารับแล้วเดินตามลูกน้องของเขาไปยังห้องที่อยู่ปีกซ้ายของชั้นล่างหลังพยาบาลพิเศษหายหลังไปภารัณออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท"พาเธอขึ้นไปหาพี่สาว""ครับ" ลูกน้องพยักหน้า ก่อนจะพาเด็กสาวเดินขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวังก็อกก็อก~ประตูห้องถูกเคาะเบา ๆ ทำให้ณัฐนรีที่นั่งเหม่ออยู่บนเตียงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองดวงตาของเธอพลันเบิกก้วาง น้ำสีใสเอ่อคลอขึ้นในทันทีเมื่อเห็นหน้าน้องสาวที่ยืนอยู่หลังประตู รีบลุกจากเตียงวิ่งเข้าไปสวมกอดดวยความคิดถึง"พี่ดีใจจัง นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอน้องอีกแล้ว" เธอสวมกอดร่างเล็กแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลลงอาบสองแก้มเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกดีใจสุดซึ้งน้องสาวยกขึ้นตอบไหล่เธอเบา ๆ เชิงส่งสัญญาณให้ปล่อยเธอจึงยอมคลายวงแขนออก มองหน้าน้องสาวที่ไร้เดียงสาด้วยความคิดถึงน้องสา
หลังจากให้ลูกน้องพาหญิงสาวกลับบ้านไปแล้วภารัณก็ตรงไปพบแพทย์เจ้าของไข้ของลูกชายทันทีเมื่อแจ้งเรื่องการตั้งครรภ์ของหญิงสาวให้ทราบ จากนั้นก็ตรงไปยังห้องพักพิเศษที่แม่ของเขากำลังเฝ้าลูกชายอยู่ ประตูถูกเปิดเข้าไปเบา ๆ กลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยแตะจมูกเหมือนทุกครั้ง ร่างเล็กบนเตียงเด็กไม่ได้อยู่ในตู้อบแล้ว แต่ยังมีสายระโยงระยางและเครื่องวัดสัญญาณชีพคอยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดเสียงเครื่องเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเบา ๆ แต่ชัดพอให้รู้ว่าเด็กคนนี้ยังสู้ แม่ของเขาที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาด้วยแววตาที่มีคำถามเพียงแต่ท่านไม่ได้เอ่ยออกมา ซึ่งเขาก็รู้ว่าท่านคงอยากถามว่าหญิงสาวท้องหรือยัง"ผู้หญิงคนนั้นท้องแล้วครับ" จึงตัดสินบอกข่าวดีนี้ไปหวังว่าจะช่วยคลายความเศร้าและความเครียดในใจท่านลงได้บ้างสิ้นคำบอกกล่าวของเขาดวงตาของผู้เป็นแม่ก็เบิกกว้าง ใบหน้าที่หม่นหมองมีรอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏขึ้น สวนทางกลับดวงตาที่มีมีน้ำใส ๆ เอ่อขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ราวกับความทุกข์ในใจได้รับการบรรเทา"จริงเหรอตาภัทร""จริงครับ" ภารัณพยักหน้าเบา ๆ "ผมเพิ่งพาเธอมาฝากครรภ์เมื่อกี้เอง""แม่ดีใจเหลือเกิน" พิมพ
"อย่า…" ณัฐนรีร้องห้ามเสียงสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน มือบางยกขึ้นดันไหล่เขาไว้โดยสัญชาตญาณภารัณชะงักเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น แววตาเข้มขึ้นเมื่อเห็นความตื่นกลัวที่ไม่เหมือนทุกครั้งของคนใต้ร่าง"กลัวอะไร ยังไม่ชินอีกเหรอ" เสียงทุ้มถามต่ำ ๆ ชิดใบหน้าเรียว ก่อนจมูกโด่งจะโน้มลงคลอเคลียซอกคอขาวเนียน"ยะ..อย่า ทำแบบนี้ไม่ได้นะ"ณัฐนรีตื่นตระหนกกับการกระทำของร่างสูงจนหลุดคำพูดบางอย่างออกมาโดยไม่ตั้งใจ"ฉ..ฉันท้องอยู่"สิ้นเสียงนั้นภารัณถึงกับชะงัก บรรยากาศภายในห้องสงบนิ่งราวกับทุกอย่างหยุดหมุนมีเพียงหัวใจอันแข็งแกร่งของเขาที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความรู้สึกมากมายตีตื้นขึ้นมาจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ "ท้องแล้วงั้นเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาหวิวคล้ายกับบอกตัวเองว่าเขาทำสำเร็จแล้ว หญิงสาวท้องแล้ว และลูกชายของเขามีทางรอดแล้ว ขณะที่ณัฐนรีได้แต่เม้มปากแน่นพร่ำด่าทอ และตำหนิตัวเองในใจที่เผลอหลุดปากพูดออกมาจนได้ แล้วแบบนี้เขายังจะรักษาสัญญาอยู่ไหม "ในเมื่อรู้ว่าฉันท้องแล้ว คุณก็ควรคืนน้องสาวมาให้ฉันตามสัญญา""เธอรู้ได้ไงว่าตัวเองท้อง ไม่ใช่คิดเอาเองหรอกนะ" ภารัณยังคงไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เ
สองวันต่อมา... ร่างกายของณัฐนรีไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามมันกลับแย่ลงกว่าเดิมเธอรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา เปลือกตาหนักเหมือนถูกถ่วงด้วยอะไรบางอย่างทั้งที่แทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนอยู่ในห้องบางครั้งเพียงแค่ลุกขึ้นนั่งโลกทั้งใบก็หมุนวูบจนต้องรีบหาที่จับไว้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือกลิ่นแค่กลิ่นอ่อน ๆ จากอาหาร หรือแม้แต่กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดจาง ๆ ก็ทำให้เธอคลื่นไส้จนแทบทนไม่ไหว อาหารที่เคยพอกลืนลงได้ตอนนี้กลับมองแล้วรู้สึกพะอืดพะอมฝืนกินไปไม่กี่คำก็ต้องวางช้อน แต่ดีหน่อยตรงที่สองวันมานี้ชายหนุ่มไม่มารบกวนเธอเลย และหวังว่าเขาจะไม่มาอีกหลายวันเพราะร่างกายเธอยังไม่พร้อมให้เขาใช้งานจริงอาการที่เป็นอยู่อดทำให้เธอรู้กลัวไม่ได้ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า เธอหยิบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกูเกิ้ลพิมพ์อาการของตัวเองลงในช่องค้นหาอย่างลังเล ก่อนกดค้นหาไม่กี่วินาทีต่อมาผลลัพธ์ก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ ดวงตากลมค่อย ๆ เบิกกว้าง ลมหายใจหยุดชะงักเพราะข้อความแทบทุกบรรทัดเขียนไปในทิศทางเดียวกัน"อาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ระยะแรก"หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทันที แรงจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอกมือที่ถือโทรศัพท์







