LOGINความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มต้นในคืนร้าว มีลูกเป็นพันธะ และเป็นโซ่ตรวนผูกเขากับเธอไว้ด้วยกัน
View Moreผ่านไปราวห้านาทีก็ได้ยินเสียงแล่นออกจากบ้านไปด้วยความเร็ว ณัฐนรีจำได้ดีว่าเป็นเสียงรถของชายหนุ่มเธอคิดว่าดีแล้วที่เขาออกไปเพราะถ้าอยู่ไม่รู้เขาจะบังคับอะไรเธออีก เธอหยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนเอื้อมมือไปหยิบหนังสือสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่ที่วางบนโต๊ะหัวเตียงมาเปิดอ่านต่อจากที่ค้างไว้แก้เบื่อหน้ากระดาษถูกพลิกผ่านไปทีละหน้าแต่เนื้อหาแทบไม่ได้ซึมซับเข้าสมองเธอเลยเพราะจิตใจมันไม่สงบ สมองก็มีความคิดยุ่งเหยิงไปหมด สุดท้ายเธอจึงปิดหนังสือวางไว้ที่เดิมจากนั้นก็เดินไปหาน้องสาวที่อยู่อีกห้อง นั่งคุยกับพยาบาลและมองน้องสาวเล่นไปพลาง ๆ เธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้องสาวเกือบครึ่งค่อนวันจนแม่บ้านมาตามไปทานมื้อเย็น มื้อนี้เธอไม่ได้มีอาการแพ้ท้องอะไร หลังทานเสร็จก็เดินกลับเข้าห้อง อาบน้ำแต่งตัวแล้วหยิบหนังสือมานั่งอ่านต่อบนเตียง สายตาเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงเป็นระยะเหมือนรอว่าอีกคนจะกลับมาเมื่อไรเวลาล่วงเลยจนดึกบ้านทั้งหลังเงียบสนิทไม่มีเสียงรถแล่นเข้ามา เขาคงไม่กลับมาแล้วคืนนี้ สายตาเหลือบมองที่นอนข้าง ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกโฟกัสที่ตัวอักษรต่ออ่านได้สามหน้าเปลือก
ภารัณประคองร่างบางมายังห้องนั่งเล่น พอถึงเขาค่อย ๆ พาเธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว ก่อนจะจัดหมอนอิงมารองหลังให้เรียบร้อย"รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม" สายตาค่อยสังเกตสีหน้าเธอตลอด"ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ" ณัฐนรีพยักหน้าเบา ๆ เป็นเพราะได้กลิ่นหอมจากตัวเขานั่นแหละถึงทำให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้น แต่ถ้าบอกไปเขาคงจะไม่เชื่อและหาว่าเธอโรคจิตก็เป็นได้ ที่สำคัญคือเธอก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าที่อาการดีขึ้นเกี่ยวกับกลิ่นของเขาจริง ๆ หรือเพราะเธอคิดไปเองกันแน่ "อืม" ภารัณพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยต่อ "อาหารพวกนั้นเธอไม่ต้องกินแล้ว เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านทำข้าวต้มให้กินแทน" "ค่ะ"ณัฐนรีแค่พยักหน้ารับ ครั้งนี้เธอไม่ได้ประหลาดใจเพราะรู้เหตุอยู่แล้วว่าที่เขาทำดี และใจดีกับเธอทุกอย่างเป็นเพราะลูกในท้อง ดวงตากลมมองตามร่างสูงที่หันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปทันทีที่ร่างสูงลับสายตาไม่ถึงครึ่งนาทีเธอกลับรู้สึกบางอย่างหายไป กลิ่นสะอาดอ่อน ๆ ที่เมื่อครู่ลอยอยู่รอบตัวค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับเจ้าของมัน อาการคลื่นไส้ที่เพิ่งสงบลงเหมือนจะตีขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว"อึก…"เธอรีบยกมือปิดปาก ลุกพรวดจากโซฟาวิ่งกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ก่อนจะโก้ง
แสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามากระทบสองร่างบนเตียง ความอบอุ่นบางอย่างทำให้ณัฐนรีขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาคิ้วสวยขมวดเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่เอว ร่างกายพลันชะงักค้างเพราะเธอนอนอยู่ในอ้อมแขนของอีกคนแขนแกร่งพาดอยู่รอบตัวเธออย่างหลวม ๆ ใบหน้าคมอยู่ใกล้จนเธอได้ยินลมหายใจอุ่น ๆ กระทบหน้าผากเมื่อคืนจำได้ชัดว่านั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่ แล้วทำไมเช้านี้ถึงนอนอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง หรือเมื่อคืนเขาเป็นคนจัดท่าให้เธอนอนดี ๆ พอคิดได้แบบนี้หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาดื้อ ๆ"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้น"ก่อนหัวใจจะถูกดึงลงสู่ตาตุ่มเมื่อเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นเหนือศีรษะ เธอสะดุ้งเล็กน้อยครั้นเงยขึ้นมองก็เห็นดวงตาคมกริบจ้องอยู่ทำให้สองสายตาสบประสานกันจัง ๆณัฐนรีหน้าแดงจัดรีบขยับตัวจะถอยออก ทว่ายิ่งขยับก็ยิ่งเหมือนซุกเข้าใกล้กว่าเดิม เธอชะงักก่อนจะค่อย ๆ ดันตัวเองถอยออกมาอย่างระมัดระวัง"ข…ขอโทษค่ะ" เอ่ยขอโทษเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน"ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เธอก็เคยนอนกอดฉันแบบนี้เหรอ" เขาตอบกลับนิ่ง ๆ สีหน้าไม่ได้ดุ ไม่ได้หงุดหงิด หรือแสดงอาการตำหนิใด ๆ "ฉัน.."ณัฐนรีถึงกับพูดไม่
"หนูนารี ๆ"เสียงเรียกบวกด้วยแรงเขย่า ๆ เบา ๆ ที่ไหลปลุกให้ณัฐนรีรู้สึกตัวหลังหลับไปหลายชั่วโมงเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นภาพในห้องเริ่มสลัวจากแสงยามเย็นที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา เธอขยับตัวช้า ๆ มือแตะหน้าผากเล็กน้อย ก่อนจะเพ่งสายตามองป้าแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างเตียง"ป้ามาตามไปทานข้าวจ้ะหนูนารี" แม่บ้านบอกเสียงนุ่มนวล ครั้นเธอพยักหน้ารับก็หันหลังเดินออกไปสองคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันนิด ๆ เมื่อมองไปรอบห้องแล้วไม่เห็นแม้แต่เงาร่างสูง หรือเขาจะอยู่ข้างนอกเธอเลิกคิดเรื่องเขาแล้วลุกลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินออกมาที่โถงด้านนอกสายตามองซ้ายแลขวาหาอีกคน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา"คุณภารัณไปไหนคะป้า" เกิดความสงสัยจนต้องถามแม่บ้าน"คุณภารัณออกไปตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าไปไหนเหมือนกัน" แม่บ้านยิ้มตอบอย่างสุภาพ"อ่อค่ะ" เธอเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะอาหารไม่ถามไถ่อะไรต่อมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นน้องสาวนั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว มีพยาบาลนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยตักอาหารให้ และคอยดูแลสิ่งต่างให้ ๆ ไม่ห่างเธอเห็นแล้วเบาใจเรื่องน้องสาวลงไปมากเพราะอย่างน้อยก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ดีก





