พันธะรักในคืนร้าว

พันธะรักในคืนร้าว

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-02
Oleh:  ลภัสลัลOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
73Bab
495Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มต้นในคืนร้าว มีลูกเป็นพันธะ และเป็นโซ่ตรวนผูกเขากับเธอไว้ด้วยกัน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

อุแว้  

อุแว้~

เสียงเด็กร้องแผ่วเบาดังแทรกผ่านความเงียบของยามเช้ามืดทำให้ร่างสูงในชุดวิ่งสีเข้มที่กำลังก้าวเท้าวิ่งเหยาะ ๆ บนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์หยุดชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนใบหน้าคมเข้มจะหันไปตามทิ้งทางของเสียง

เสียงนั้นเหมือนดังมาจากหน้ารั้ว ภารัณรีบเดินตามเสียงไปจนถึงรั้วที่สูงตระหง่าน แล้วรีบเปิดช่องประตูเล็กออกไปดู 

ที่ประตูรั้วด้านข้างมีตะกร้าสานใบเล็กวางอยู่ ภายในตะกร้ามีเด็กทารกคนหนึ่งผิวขาวซีดเพราะอากาศเย็น ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาปิดสนิททั้งที่เสียงร้องไห้ยังไม่ขาดช่วง ที่ขอบตะกร้ามีกระดาษโน๊ตแปะอยู่เขาจึงหยิบมันขึ้นมาอ่าน

"เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ ช่วยเลี้ยงดูเขาด้วยนะคะ เวลาเกิด 02.15 วันที่ 5/1/2569"

บนกระดาษมีรายละเอียดการเกิดเสร็จสรรพแสดงให้เห็นว่าทารกคลอดมาแล้วสามวันเพราะวันนี้เป็นวันที่แปด

คิ้วเข้มยิ่งขมวดหนักกว่าเดิมทั้งสงสัย ทั้งงง ลูกงั้นหรือ กับใคร ตอนไหน คำถามมากมายผุดขึ้นในสมอง

เขามั่นใจว่าชีวิตตัวเองไม่เคยมีพื้นที่ให้คำว่า "ครอบครัว" ยิ่งเด็กทารกที่ถูกทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์เช่นนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล 

แต่แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนก็ผุดขึ้นในสมองอย่างไม่อาจห้าม

หรือเด็กคนนี้จะเป็นลูกของผู้หญิงสารสารเลวคนนั้นเพราะนอกจากเธอเขาก็ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย

ความโกรธพลันแล่นวาบขึ้นในอก มือที่ถือกระดาษกำแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อสายตาคมกริบเลื่อนกลับมามองเด็กในตะกร้าที่กำลังขยับตัวเบา ๆ ร้องเสียงแผ่วราวกับจะหมดแรงหัวใจที่แข็งกระด้างก็ชะงัก

เด็กคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกใบนี้ต้อนรับเขาด้วยความเลวร้าย ความสับสน และอดีตอันสกปรกของผู้ใหญ่

เขาคลายมือช้า ๆ ปล่อยให้กระดาษยับยู่ยี่อยู่ในอุ้งมือ เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลังแล้วกันเพราะเด็กคนนี้ไม่ควรถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางอากาศเย็นเช่นนี้

เขาก้มลงยกตะกร้าใส่ทารกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะอุ้มเด็กน้อยเข้าไปในคฤหาสน์โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาแสนเจ็บปวดรวดร้าวเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ หลังพุ้มไม้ไกล ๆ

ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในตัวคฤหาสน์แม่บ้านต่างก็พากันชะงัก

"เด็ก!"

แม่บ้านวัยกลางคนอุทานเสียงแผ่ว ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นตะกร้าในอ้อมแขนเขา

และไม่นานนักพ่อและแม่ของเขาก็เดินลงมาจากชั้นสอง ทันทีที่สายตาเห็นเด็กทารกบรรยากาศก็เงียบงันลงอย่างประหลาด

“เด็กมาจากไหนกัน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามน้ำเสียงนิ่ง แต่แฝงความเคร่งเครียด

ภารัณวางตะกร้าลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นกระดาษยับยู่ยี่ที่อยู่ในมือให้ท่าน

“มีคนเอามาทิ้งไว้หน้ารั้วครับ” เสียงทุ้มตอบสั้น ๆ “เขียนว่าเป็นลูกผม”

ผู้เป็นแม่ก้าวเข้ามาใกล้ ก้มลงมองใบหน้าเด็กอย่างตั้งใจ ก่อนจะชะงัก 

“หน้าตาเหมือนลูกตอนเด็ก ๆ เลย” เอ่ยพลางมองหน้าเด็กสลับกับเขา “ดูจมูกสิ ดูคิ้วนั่น”

พ่อของเขาขมวดคิ้วมองเขาสลับกับเด็กในตะกร้า อีกคน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “เหมือนจริง ๆ”

คำพูดนั้นทำให้เขากำมือแน่น สายตาคมแข็งกร้าวขึ้นทันที 

“แค่หน้าตาเหมือน ไม่ได้แปลว่าเป็นลูกผม” พูดเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด “ผมไม่ปักใจเชื่ออะไรทั้งนั้น”

สิ้นเสียงเขาเด็กทารกก็ขยับตัวร้องงอแงขึ้นมาเล็กน้อย 

"เอามานี่แม่อุ้มเอง" ผู้เป็นแม่รีบแย่งตะกร้าจากมือเขาไปถือเอง และมิวายส่งสายตาดุเขาไปหนึ่งที “เด็กไม่ผิดอะไรเลยนะ”

 ภารัณหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมขึ้นมาอีกครั้งด้วยแววตาเรียบนิ่ง

ห้องทั้งห้องเงียบลงชั่วครู่ ก่อนพิมพ์ผกาจะเอ่ยต่อ

"แล้วแม่เด็กล่ะเป็นใคร แล้วลูกไปคบไปมีความสัมพันธ์กับเธอตอนไหนทำไมจู่ ๆ ถึงได้มีลูกโผล่มา"

เธอยังงง ๆ อยู่เลยเพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นบุตรชายจะคุย หรือยุ่งกับผู้หญิงคนไหนเลย ขนาดเธอพยายามจับคู่ให้หลายต่อหลายครั้งบุตรชายก็เอาแต่ปฏิเสธ และหนีตลอด

"ก็แค่ผู้หญิงไม่ดีคนหนึ่งครับ อย่าไปสนใจ" ภารัณเลือกไม่ตอบทั้งที่รู้ประวัติเธอดีทุกอย่าง

หลายเดือนก่อนหลังตื่นมาในช่วงเช้าอีกวันแล้วพบว่าเธอหายไปทิ้งแค่รอยเลือดไว้บนที่นอนเขาก็สั่งให้ทางโรงแรมเรียกตัวเธอมาหา 

ทางโรงแรมบอกว่าเธอไม่ได้มาทำงาน เขาจึงให้ลูกน้องเอาประวัติกับที่อยู่ของเธอมาเพื่อตามไปจัดการ 

เธอชื่อ ณัฐนรี ธาดาเวศน์ อายุ 24ปี เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับน้องสาวที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง

แต่พอตามไปถึงที่อยู่กลับพบว่าเธอย้ายออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เธอคงจะหนีความผิดที่ตัวเองทำไว้เขาเลยเลือกจะให้หมดจบลงตรงนั้นไม่คิดตามต่อกับเรื่องไร้สาระพันนี้ 

ทว่าหากวันไหนได้บังเอิญเจอเธอเขาก็พร้อมที่จะจัดการกับเธอเสมอเช่นกัน

เขาถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยต่อ "อีกอย่างเด็กคนนี้ไม่รู้จะใช่ลูกผมจริง ๆ รึเปล่า บางทีเธออาจไปนอนกับคนอื่นด้วยก็ได้ ผมจะตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกผมจริง ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง"

จู่ ๆ ผู้หญิงที่กล้าวางยาปลุกเซ็กซ์ และพร้อมปีนขึ้นเตียงผู้ชายได้ทุกเมื่อแบบนั้นโผล่มาบอกว่าเด็กเป็นลูกเขาแล้วจะให้เชื่อลงได้ยังไง

เขาปรายตามองทารกที่ตอนนี้ถูกผู้เป็นแม่ยกออกจากตะกร้ามาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง เสียงร้องของทารกค่อย ๆ แผ่วลง เมื่อได้รับไออุ่นและการโยกเบา ๆ อย่างชำนาญ

“ไม่ต้องห่วงนะคนดี” ผู้เป็นแม่กระซิบกับเด็ก รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนใบหน้า “คุณย่าอยู่ตรงนี้แล้ว”

ทว่าคำว่าคุณย่าจากปากท่านกลับทำเขารู้สึกอึดอัดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าเด็กคนนี้เป็นหลานจริง ๆ หรือไม่ ท่านกลับเรียกแทนตัวเองว่าย่าแล้ว เขาได้แต่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

“ระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอ…” พิม์ผกาเงยหน้ามองลูกชาย “แม่ขอเลี้ยงเด็กคนนี้เอง”

ภารัณไม่ได้ตอบเพียงพยักหน้าเบา ๆ อย่างน้อยเด็กก็ควรได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

แต่เรื่องผู้หญิงคนนั้นเขาจะไม่ปล่อยเธอไปแน่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ ก่อนหันไปสั่งลูกน้อง 

“เอาภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้ารั้วมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้”

"ครับ" สิ้นคำเขาลูกน้องก็เดินออกไป และไม่นานนักก็กลับมาพร้อมด้วยไอแพด

"นี่ครับนาย" ลูกน้องเปิดวีดีโอขึ้นมา ภาพขาวดำปรากฏขึ้นพร้อมตัวเลขเวลาที่มุมจอเวลาประมาณตีห้า

เงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นหน้ารั้วคฤหาสน์เธอสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มิดชิดจนแทบไม่เห็นรูปร่าง หมวกแก๊ปถูกกดต่ำ หน้าปิดด้วยหน้ากากอนามัย ในมือถือตะกร้าเด็ก

เธอวางตะกร้าลงอย่างลังเล แล้วยืนมองอยู่ครู่หนึ่งง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว และภาพก็หยุดลงตรงนั้น

แต่ภารัณกลับรู้สึกแน่ใจแม้จะไม่เห็นหน้า

"เป็นเธอ.." เสียงทุ้มพึมพำต่ำ เธอคือผู้หญิงคนเดียวกับคืนนั้นเมื่อหลายเดือนก่อนไม่มีทางผิด

“ไล่ดูกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางจากคฤหาสน์นี้ ทุกซอย ทุกแยก ฉันอยากรู้ว่าเธอไปทางไหน และหายไปที่ไหน”

"ครับ" ลูกน้องพยักหน้ารับคำสั่งแล้วเดินออกไปทันที เขาจึงหันกลับไปมองหน้าเด็กน้อยอีกครั้ง สองมือพลันกำหมัดแน่น ใบหน้าเกรี้ยวกราด สายตาแข็งกร้าว

พอมองหน้าเด็กน้อยคนนี้แล้วทำให้เขายิ่งนึกโกรธผู้หญิงคนนั้นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่เธอทำกับเขาในตอนนั้นว่าชั่วร้ายแล้ว แต่การที่เธอกล้าทิ้งลูกตัวเองได้ลงคอยิ่งชั่วช้ากว่าอีก

ครั้งนั้นเขายอมปล่อยเธอไป แต่ในเมื่อเธอกล้าย้อนกลับมาอีกครั้งเขาจะตามล่าหาตัวเธอกลับมารับผิดชอบให้ได้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
73 Bab
บทนำ
อุแว้ อุแว้~เสียงเด็กร้องแผ่วเบาดังแทรกผ่านความเงียบของยามเช้ามืดทำให้ร่างสูงในชุดวิ่งสีเข้มที่กำลังก้าวเท้าวิ่งเหยาะ ๆ บนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์หยุดชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนใบหน้าคมเข้มจะหันไปตามทิ้งทางของเสียงเสียงนั้นเหมือนดังมาจากหน้ารั้ว ภารัณรีบเดินตามเสียงไปจนถึงรั้วที่สูงตระหง่าน แล้วรีบเปิดช่องประตูเล็กออกไปดู ที่ประตูรั้วด้านข้างมีตะกร้าสานใบเล็กวางอยู่ ภายในตะกร้ามีเด็กทารกคนหนึ่งผิวขาวซีดเพราะอากาศเย็น ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาปิดสนิททั้งที่เสียงร้องไห้ยังไม่ขาดช่วง ที่ขอบตะกร้ามีกระดาษโน๊ตแปะอยู่เขาจึงหยิบมันขึ้นมาอ่าน"เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ ช่วยเลี้ยงดูเขาด้วยนะคะ เวลาเกิด 02.15 วันที่ 5/1/2569"บนกระดาษมีรายละเอียดการเกิดเสร็จสรรพแสดงให้เห็นว่าทารกคลอดมาแล้วสามวันเพราะวันนี้เป็นวันที่แปดคิ้วเข้มยิ่งขมวดหนักกว่าเดิมทั้งสงสัย ทั้งงง ลูกงั้นหรือ กับใคร ตอนไหน คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองเขามั่นใจว่าชีวิตตัวเองไม่เคยมีพื้นที่ให้คำว่า "ครอบครัว" ยิ่งเด็กทารกที่ถูกทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์เช่นนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล แต่แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนก็ผุดขึ้นในสมองอย
Baca selengkapnya
บทที่ 1 โรคทางพันธุกรรม
วันต่อมาภายในห้องทำงานบนตึกสูงระฟ้า ม่านสีเข้มปิดบังแสงภายนอกเหลือเพียงแสงจากหน้าจอหลายจอที่สว่างอยู่บนโต๊ะยาวภารัณนั่งนิ่งสายตาคมจับจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดที่ลูกน้องนำมาเปิดให้ดูทีละจุด ตั้งแต่ถนนหน้าโครงการ แยกเล็ก ๆ ป้ายรถเมล์ ทุกภาพมีเงาผู้หญิงคนนั้นในชุดมิดชิด สวมหมวก สวมหน้ากากปรากฏอยู่เพียงเสี้ยววินาที และทุกครั้งภาพก็ขาดหายราวกับเธอรู้ล่วงหน้าว่าควรหลบตรงไหน ควรหายไปเมื่อไร"ตรงนี้ครับนาย" ลูกน้องหยุดภาพ "หลังจากกล้องตัวนี้ก็ไม่พบเธออีกเลยครับ"ภาพสุดท้ายคือเงาร่างที่เลี้ยวเข้าไปในซอยแคบ มุมกล้องอับ และไม่มีต่อหายไปเฉย ๆ เหมือนไม่เคยมีตัวตนภารัณกำหมัดแน่น กรามขบเข้าหากันจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ความโกรธแล่นพล่านจนลมหายใจหนักขึ้น"เธอเตรียมตัวมาแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเย็นเฉียบ "รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะไม่ถูกตามเจอ"เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่ไม่มีอารมณ์ขันแม้แต่น้อย ฝ่ามือทุบลงบนโต๊ะดังปึงทำให้ลูกน้องยืนหลังตรงทันที "คิดว่าหนีผมพ้นงั้นเหรอ"ดวงตาแข็งกร้าวหันไปจ้องตาลูกน้องอย่างกดดันจนคนถูกจ้องไม่กล้าหายใจ"กระจายคนออกไป ไล่หาทุกทาง ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน ฉันต้องได้ตัวผู้หญิงคนนั้นมา""ครั
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ดรัณภพ
ระหว่างรอผลดีเอ็นเอออกภารัณก็มาหาทารกน้อยที่โรงพยาบาลทุกวัน เขามาไม่ใช่เพราะมีใครบังคับ ไม่ใช่เพราะคำสั่งของหมอ แต่เพราะเขาอยากมาเองบางวันเขายืนอยู่หลังประตูกระจกมองร่างเล็กในตู้อบโดยไม่เข้าไปใกล้ บางวันนั่งเงียบ ๆ ข้างเตียงฟังเสียงเครื่องมือแพทย์ดังสม่ำเสมอเด็กทารกค่อย ๆ คุ้นเคยกับการมีอยู่ของเขา เสียงร้องแผ่วลงเมื่อเขาอยู่ใกล้ ยามที่เขายื่นนิ้วไปแตะอุ้งมือนุ่มนิ่ม มือเล็ก ๆ ของทารกน้อยก็กำปลายนิ้วเขาไว้แน่นอย่างไร้เดียงสาย ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้นหัวใจที่แข็งกระด้างก็สั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เขาก็ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าพ่อไม่กล้ารู้สึกรัก ทว่าแค่คำว่าสงสารเริ่มไม่พอจะอธิบายความรู้สึกนี้อีกต่อไป "ถ้าผลออกมาว่ายัยหนูไม่ใช่ลูก ลูกจะเอายังไงกับเด็กคนนี้ตาภัทร"เสียงผู้เป็นแม่ที่ยืนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นภารัณจึงละสายตาจากทารกน้อยมองหน้าท่านแทน"ไม่รู้สิครับ" หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงตอบโดยไม่ลังเลว่าส่งคืนให้แม่ หรือไม่ก็ส่งสถานเลี้ยงเด็ก แต่มาตอนนี้เขากลับคิดหนัก"งั้นถ้าแม่จะรับเลี้ยงเด็กคนนี้ต่อลูกคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม" พิมพ์ผกากลับเอ็นดู และตกหลุมรักเด็กคนนี้เต็ม ๆ จึงไม่ลังเลเลยที่จะรั
Baca selengkapnya
บทที่ 3 แผนล่อเหยื่อ
จากวันนั้นเวลาล่วงเลยมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ แต่การตามหาผู้หญิงคนนั้นยังคงไร้ผลทุกวันภารัณจะได้ยินลูกน้องรายงานซ้ำ ๆ ด้วยสีหน้าอึดอัดว่าไม่มีเบาะแสใหม่ ไม่มีร่องรอย ไม่มีผู้หญิงคนนั้นในระบบใด ๆ นอกจากข้อมูลการคลอดลูกของเธอที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพรเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเท่านั้น แต่พอลูกน้องออกตามหาจนแทบจะพลิกจังหวัดชุมพรกลับไร้เงาของเธอภารัณยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงเด็กมองใบหน้าเล็กที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว หัวใจแน่นอึ้งด้วยความหงุดหงิดและความหวังที่แสนริบหรี่ สมองคิดไม่ตกว่าควรจะทำยังไงดีเพราะเวลาดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่เคยคอยท่า จะทำยังไงถึงหาผู้หญิงคนนั้นเจอโดยเร็วที่สุดในเมื่อตอนนี้เขาก็ทำทุกทางแล้วไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขายืนมองหน้าลูกพร้อมกับจมอยู่ในความคิดมากมาย กระทั่งคิดอะไรได้ เกือบหนึ่งปีเต็มที่ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้วจู่ ๆ ก็โผล่มา เอาลูกมาทิ้งไว้หน้าบ้านของเขา"มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เขาพึมพำกับตัวเองถ้าเธอไม่รู้อะไรเลย ถ้าเธอไม่ติดตามความเคลื่อนไหวของเขาเธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเอาเด็กมาทิ้งให้เขาแล้วจะปลอดภัยแววตาคมวาบขึ้นเมื่อความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองอย่างเฉียบขาด บางที
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ข่าวร้าย
จังหวัดน่านไร่ชาบนไหล่เขาในจังหวัดน่านที่ห่างไกลจากตัวเมือง บรรยากาศแสนเงียบสงบเหมาะแก่การหลบหนีผู้คนมาอยู่ ณัฐนรีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงน้องสาวที่สติไม่สมประกอบเพียงคนเดียวจึงหอบน้องสาวหลบหนีเจ้าหนี้ และอดีตอันแสนเจ็บปวดมาพักพิงที่นี่ หลังจากที่ต้องพาน้องระหอกระเหินมาหลายจังหวัดทั้งชุมพร สมุทรปราการ และอีกหลายจังหวัดสายลมยามเย็นพัดเอากลิ่นใบชาสดโชยปะปนกับกลิ่นดินหลังฝน ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ทิ้งแสงสีส้มอ่อนพาดผ่านแนวเขาสลับซับซ้อน ณัฐนรีนั่งลงบนขอนไม้เก่าใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากเก็บใบชามาทั้งวัน ไม่ไกลจากเธอน้องสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนผืนหญ้า สายตามองเหม่อไปยังท้องฟ้า แรงขับเคลื่อนเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงลุกขึ้นสู้ในทุก ๆ วันเธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ มือที่ด้านสากจากการทำงานหนักล้วงไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาจากกระเป๋า หน้าจอมีรอยร้าวมุมหนึ่ง แบตเหลือน้อย สัญญาณอินเทอร์เน็ตกระตุกเป็นช่วง ๆ เธอกดเข้าเฟซบุ๊กซึ่งเป็นบัญชีปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อส่องดูความเคลื่อนไหวของผู้ชายคนนั้นผ่านโซเชียลเงียบ ๆ ไม่กล้าแสดงตัวตน หรือติดตามอย่างเปิดเผย นิ้วเรียวจิ้มลงที่ช่องค้นหา ชื่อภารัณ ไก
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ติดกับดัก
ภารัณเห็นว่าเหยื่อติดกับดักแล้ว แต่เลือกจะไม่เข้าไปหาเธอทันทีแม้อยากดูการแสดงของเธอเสียหน่อย และเธอแสดงได้เนียนทีเดียวทั้งท่าทีเจ็บปวดเจียนตาย ทั้งการร้องไห้ที่ดูเหมือนจะขาดใจ น่าเสียดายที่เขาไม่อินเพราะรู้ถึงสันดานของเธออย่างถ่องแท้"ผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว นายให้จับตัวเธอเลยไหมครับ" เสียงลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดังขึ้น"ไม่ต้องแค่สั่งให้คนของเราถอยออกไป เคลียร์คนที่อยู่บริเวณนี้ออกไปให้หมด เปิดพื้นที่ เปิดทางให้เธอเข้าไปในศาลาแล้วค่อยล้อมเอาไว้" เขาเอ่ยทั้งที่สายตายังจับจ้องร่างบอบบางที่หลบข้างอาคาร เขาไม่ต้องการเหลือช่องทางให้เธอหลบหนี ไม่อยากให้ทุกอย่างผิดพลาดเพราะถ้าเธอหนีไปได้การจะหาตัวเธอพบอีกครั้งคงยาก"ได้ครับ" ลูกน้องรับคำสั่งแล้วเดินเลี่ยงออกไปเงียบ ๆ เพียงไม่กี่นาทีผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นก็ทยอยกลับ ในศาลาตลอดจนบริเวณนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า และเงียบงันจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ ทว่าณัฐนรีกลับมองไม่เห็นถึงความผิดปกติสักนิดเพราะสมอง และจิตใจของเธอไปอยู่ที่ลูกทั้งหมด เมื่อเห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีผู้คนแล้วจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกพยายามกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในศ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ชนวนเหตุ
แต่หากย้อนเวลากลับไปได้เธอก็ยังทำเช่นเดิม ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงจิตใจโหดร้ายดีกว่าต้องให้ลูกมาลำบากตากตำกับตัวเองที่แม้กระทั่งบ้านอยู่ยังไม่มี ต้องอดมื้อกินมื้อ และยังต้องระหกระเหินหนีเจ้าหนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไร หรือต้องหนีตลอดชีวิตหากลูกอยู่กับเธออนาคตแทบจะไม่มีเลย เธอไม่สามารถเลี้ยงดูเขาให้ดีได้ ดีไม่ดีเธอพลอยทำให้ลูกมีอันตรายไปด้วย แต่ว่าพ่อของลูกสามารถทำได้เพราะเขามีพร้อมทุกอย่าง เธอมั่นใจว่าเขาจะรักและเลี้ยงดูลูกได้ดีเพราะก่อนตัดสินใจจะเอาลูกมาทิ้งให้เธอแอบติดตามชีวิตและหาข้อมูลของเขาจนค่อนข้างมั่นใจว่าเขาเป็นคนดี มีเมตตา จิตใจอ่อนโยนแน่ ๆ ไม่อย่างเขาคงไม่รับอุปการะ และส่งเสียเด็กกำพร้าหลายสิบคนไว้เธอก้มหน้าลงกลืนน้ำลายฝืนความเจ็บที่จุกอยู่ในอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"แล้วลูกล่ะคะ เขาเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม" แม้จะคิดถึงลูกมากขนาดไหนเธอก็ไม่มีหน้าไปขอเจอ ขอกอด หรือขออุ้มเพียงแค่ได้รู้ว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ และสบายดีก็มากพอแล้วชายหนุ่มนิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินคำถาม สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความโกรธ ไม่มีความเมตตา ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของค
Baca selengkapnya
บทที่ 7 แผนหลบหนี
เรื่องราวในอดีตที่ไหลย้อนกลับไปไม่รู้จบค่อย ๆ ดูดพลังของณัฐนรีทีละนิดจนเปลือกตาหนักอึ้ง บวกกับร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอผล็อยบนโซฟาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งตื่นในช่วงกลางดึก "เฮ้อ.." เธอถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา มือยกขึ้นประสานเหนือหัวแล้วบิดตัวไปมาไล่อาการเมื่อยขบ จากนั้นก็เดินไปเลิกผ้าม่านหน้าต่างเล็กน้อย ใบหน้าขาวซีดแสดงอาการเซ้งออกมาเมื่อเห็นผู้ชายร่างบึกบึนนั่งเล่นมือถืออยู่ด้านนอก คิดว่าดึก ๆ แบบนี้คนเหล่านี้จะหลับนอน หรือเลิกเฝ้าแล้วเธอจะได้หนี เธอเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาเหมือนเดิม สมองพยายามคิดหาหนทางออกไปจากที่นี่ เธอยังมีน้องสาวที่ต้องดูแล และยังอยากเฝ้าดูการเติบโตของลูกชีวิตจะมาจบลงที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด เธอนั่งจมอยู่กับความคิดมากมายที่หาทางออกไม่เจอจนผล็อยหลับไปอีกครั้ง แกร็ก~ เสียงของลูกบิดประตูดังขึ้นปลุกให้เธอสะดุ้งตื่นอีกครั้งในช่วงเช้าของวันใหม่ เธอหยัดกายลุกขึ้นพลางใช้มือลูบหน้าไล่อาการงัวเงียแล้วมองไปยังประตู เห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในมือถุงพลาสติกใส่กล่องข้าวกับขวดน้ำ เขาเดินมาวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอโดยไม่พูดอะไร ไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินออกไป "เดี๋ยวก่อนสิคะค
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เลือกงูดีกว่าเลือกคุณ
ณัฐนรีเงยหน้าขึ้น ลมหายใจหอบกระชั้น หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะสิ่งที่เธอชนเข้าไปไม่ใช่ต้นไม้ ไม่ใช่หิน แต่เป็นแผ่นอกแข็งแรงของใครบางคนมือใหญ่คว้าแขนเธอไว้ทันทีก่อนที่เธอจะตั้งตัวได้"คิดว่าจะหนีพ้นเหรอณัฐนรี" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้เลือดในกายเย็นวาบ เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมพลันเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต"คุณ!"หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก ความตกใจผสมความกลัวทำให้เธอรีบสะบัดอย่างแรงไม่ทันได้คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากต้องหนี เมื่อหลุดพ้นขาก็พาเธอวิ่งทันทีวิ่งย้อนกลับไปทางเดิม ทางเดียวกับที่เธอเพิ่งหนีงูเห่ามาสำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้น่ากลัวกว่างูเสียอีกเมื่อเทียบกัน ถ้าให้เลือกว่าจะวิ่งเข้าหาเขาหรือวิ่งเข้าหางู เธอตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าวิ่งเข้าหางูดีกว่าอย่างน้อยก็ยังเหลือทางรอดให้เธอบ้าง แต่กับผู้ชายคนนี้ท่าทางของเขาพร้อมจะฉีกเนื้อเธอได้ทุกเวลา"อ๊ะ..."ทว่าวิ่งได้ไม่ถึงสามก้าวแรงกระชากจากด้านหลังก็ดึงร่างเธอจนตัวเซลมหายใจขาดห้วง ยังไม่ทันได้ร้องร่างก็ลอยขึ้นจากพื้น โลกทั้งใบกลับหัว เขาจับเธอฟาดขึ้นบ่าตัวเองอย่างไม่ปรานี หัวเธอห้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ฝืนใจไม่ลง
ปัง!ประตูห้องชั้นสองถูกเปิดออกอย่างแรงจนผนังสะเทือนทำณัฐนรีที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นปลายเตียงสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าแตกตื่นเงยขึ้นมองประตูด้วยความตกใจ ร่างกายผุดลุกขึ้นยืนในทันทีเมื่อเห็นสีหน้าแข็งกร้าว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ของร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า"เธอนี่มันสารเลวจริง ๆ" เสียงเย็นเยียบตวาดใส่ดังกร้าวทำเธอสะดุ้งอีกรอบ นี่เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธอีกหรือทำไมมาถึงก็ด่ากราดกันเลย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูด หรือถามอะไรเขาก็พุ่งเข้ามาจนเธอต้องถอยหลังหนีหัวใจพลันกระตุกเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังชนกับผนังแข็งและเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงยังพุ่งตรงเข้ามาราวกับจะฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้น ๆ เขาคงไม่คิดฆ่าเธอหรอกใช่ไหมเธอรีบหลับตาปี๋ในตอนที่ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัว ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงกับผนังข้างศีรษะเสียงดังสนั่นทำเธอถึงกับสะดุ้ง เนื้อตัวสั่นเทาคิดว่าเขาต้องฆ่าเธอแน่ ๆ"อ๊ะ.."เสี้ยวนาทีต่อมาเธอก็ต้องเบิกตาโพลงเพราะมือแข็งราวกับคีบเหล็กจับหมับเข้าที่รอบคอ แม้เขาจะจับไม่แน่นแต่ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดเหมือนกันจึงพยายามใช้มือทั้งสองดึงแขนเขาออก"ปะ...ปล่อยฉัน" "ลูกของฉันไม่น่าเกิดมาจา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status