Home / วาย / พันธะลับ ฉบับเลขาฯ / ตอนที่ 4: ตีตราใต้ร่มผ้า

Share

ตอนที่ 4: ตีตราใต้ร่มผ้า

last update publish date: 2026-10-16 10:16:35

ตอนที่ 4: ตีตราใต้ร่มผ้า

แสงสีฟ้าอมขาวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนกับเลนส์แว่นสายตาของธันยกรจนดวงตาคู่เรียวเริ่มพร่ามัว ตัวเลขบนตารางคำนวณภาษีและอัตราผลตอบแทนโครงการบางนาถูกจัดเรียงใหม่จนครบถ้วนทุกจุด นาฬิกาตรงมุมขวาล่างของหน้าจอดิจิทัลบอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาที เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายหยุดลงพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนว่าไฟล์เอกสารฉบับสมบูรณ์ได้ถูกส่งตรงเข้าสู่อีเมลส่วนตัวของประธานบริษัทเรียบร้อยแล้ว

ธันย์ถอดแว่นตาออก วางลงบนแฟ้มหนัง ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหัวคิ้วที่ปวดตึง เขาขยับลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บร้าวจากช่วงเอวและซอกขาด้านในที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคืนก่อนแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติ ทว่าแผ่นหลังยังคงเหยียดตรงตามความเคยชิน มือเรียวจัดเก็บแท็บเล็ตและเอกสารลงกระเป๋าหนังสีดำ เตรียมพร้อมที่จะก้าวออกจากห้องทำงานที่แสนอึดอัดนี้

แต่คำสั่งห้วนสั้นจากคนที่นั่งจิบวิสกี้อยู่ตรงชุดโซฟากลับดับความหวังลงสนิท

“เก็บของแล้วตามผมลงไปข้างล่าง”

เจตน์ไม่รอฟังคำตอบ ร่างสูงลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทตัวนอกพาดบ่า ก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ธันย์ทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึก คว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินตามเงาร่างนั้นลงลิฟต์ส่วนตัว สู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินที่ร้างผู้คน

บรรยากาศภายในห้องโดยสารของรถซีดานยุโรปคันหรูมีเพียงความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องยนต์ดังครางแผ่วเบาตัดกับแสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนสุขุมวิทที่สาดผ่านเข้ามาเป็นจังหวะ เจตน์จับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังถนนเบื้องหน้า สันกรามได้รูปบดแน่นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อแก้มชัดเจน ขณะที่ธันย์นั่งชิดติดบานประตูอีกฝั่ง เบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว

รถเลี้ยวเข้าสู่ทางลาดของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่โถงเพนต์เฮาส์หรูหราที่ปกคลุมด้วยความมืดสลัว ผนังกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ระยิบระยับด้วยแสงไฟราวกับทะเลดาว ทว่าความงดงามนั้นกลับไม่เคยส่งผ่านความอบอุ่นมาถึงใจของธันย์ได้เลย

ธันย์วางกระเป๋าเอกสารและแท็บเล็ตลงบนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีดำอย่างระมัดระวัง เขาหันกลับมามองเจ้าของห้องที่เพิ่งเหวี่ยงกุญแจรถกระทบโต๊ะกระจกเสียงดัง

“งานแก้ไขเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน” ธันย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทางการ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยความล้า “ถ้าไม่มีอะไรให้ผมรับใช้ต่อ… ผมขอตัวเรียกแท็กซี่กลับห้องพัก”

“ดึกป่านนี้แล้ว คุณจะดันทุรังกลับไปเพื่ออะไร”

เจตน์ปลดเนกไทโยนทิ้งลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด มือหนาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด เผยให้เห็นรอยสักหมึกดำจางๆ บริเวณกระดูกไหปลาร้า ดวงตาคมดุหันมาจับจ้องใบหน้าขาวสะอ้านที่นิ่งเฉยจนน่าโมโห “หรือกลัวว่าจะตื่นไม่ทันไปกินมื้อเช้าแก้ตัวกับผู้จัดการฝ่ายการตลาด”

ธันย์ขมวดคิ้ว ลมหายใจสะดุดไปเล็กน้อยกับความพาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด “คุณกานต์เป็นเพื่อนร่วมงานครับ เราไม่มีเรื่องอะไรเกินเลยไปกว่านั้น และผมคิดว่าผมอธิบายชัดเจนแล้ว”

“ผมยังไม่ได้ระบุชื่อใครสักคำ” เจตน์แค่นยิ้มหยัน ก้าวเท้าเข้าหาธันย์อย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ตระหง่านกดดันจนธันย์ต้องถอยหลังหนี กระทั่งสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน “ร้อนตัวขนาดนี้ แปลว่าถ้าผมไม่สั่งงานด่วนขวางไว้ ป่านนี้คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วสินะ”

“คุณเจตน์!” ธันย์เชิดหน้าขึ้น แววตาหลังกรอบความอดทนเริ่มสั่นไหวด้วยความโกรธ “อย่าเอาความคิดต่ำๆ แบบนั้นมาตัดสินคนอื่น นอกเวลางานเราไม่มีสถานะต่อกัน คุณเป็นคนย้ำกฎนี้กรอกหูผมเองทุกครั้ง แล้วตอนนี้คุณจะมายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของผมทำไม!”

คำว่า ‘ไม่มีสถานะ’ และ ‘อย่ามายุ่ง’ ที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยว่าง่ายเสมอมา เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระหน่ำเปลวโทสะในอกของเจตน์จนลุกท่วม

มือหนาพุ่งเข้าคว้าหมับที่ต้นแขนเรียว ออกแรงกระชากอย่างแรงจนร่างของธันย์เซถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้าง เจตน์ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งหลัก ชายหนุ่มลากตัวเลขาฯ คนเก่งตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เหวี่ยงร่างโปร่งลงไปบนเตียงคิงไซส์กลางห้องอย่างไม่เบาแรง

“อึก!”

แผ่นหลังของธันย์กระแทกเข้ากับฟูกหนานุ่ม ยังไม่ทันที่เขาจะยันตัวลุกขึ้น ร่างกำยำก็โถมทาบทับลงมาทันที สองมือแกร่งกดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของธันย์ไว้กับผืนเตียงเหนือศีรษะอย่างแน่นหนา ขาทั้งสองข้างของเจตน์แทรกเข้ามาแยกเรียวขาของธันย์ออก กลิ่นไม้สนซีดาร์เข้มข้นปนกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกอณูอากาศ

“คุณไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่ผม ธันยกร” เจตน์กระซิบเสียงกร้าว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน “ผมจ่ายเงินเดือนคุณ จ่ายค่าห้อง จ่ายทุกอย่างในชีวิตคุณ ร่างกายนี้เป็นของผม จนกว่าผมจะสั่งให้คุณไสหัวไป ได้ยินไหม!”

แคว้ก!

เสียงกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางของธันย์หลุดกระเด็นตกกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ เมื่อมือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือมากระชากสาบเสื้อออกอย่างรุนแรง เผยให้เห็นแผ่นอกเนียนขาว ไหปลาร้าสวยได้รูป และรอยช้ำจางๆ จากค่ำคืนก่อน เจตน์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวทันที ปลายลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียผิวเนื้ออ่อนไหวอย่างหนักหน่วง ก่อนจะอ้าปากขบกัดลงบนเนื้อนุ่มตรงแนวไหปลาร้าอย่างแรงจนธันย์สะดุ้งสุดตัว

“อ๊า! เจ็บ… คุณเจตน์ อย่ากัด!”

ธันย์ส่งเสียงร้องห้ามในลำคอ พยายามบิดตัวหนี แต่กลับยิ่งทำให้ผิวเนื้อเสียดสีกับริมฝีปากและไรเคราสากของอีกฝ่าย เจตน์ไม่เพียงแต่ไม่ผ่อนแรง เขากลับยิ่งดูดดึงและขบกัดเนื้ออ่อนซ้ำๆ จงใจสร้างรอยจ้ำสีแดงเข้มอมม่วงกระจายตัวไปทั่วลำคอด้านล่าง ลามลงมาถึงเนินอก จุดที่หากสวมเสื้อเชิ้ตตามปกติจะถูกปกปิดไว้มิดชิด แต่ใต้ร่มผ้านั้นเต็มไปด้วยร่องรอยการตีตราความเป็นเจ้าของอย่างโหดร้าย

เจตน์เลื่อนริมฝีปากลงมาต่ำเรื่อยๆ ลิ้นร้อนลากผ่านร่องอก ชื้นแฉะและหนักหน่วง ก่อนจะครอบครองยอดอกสีระเรื่อข้างหนึ่งไว้ในโพรงปาก ดูดดึงและใช้ปลายลิ้นดุนสะกิดรัวจนมันแข็งชันสู้ลิ้น มือหนาอีกข้างเอื้อมมาบีบเค้นยอดอกอีกข้างอย่างรุนแรงจนธันย์ต้องแอ่นอกขึ้นอย่างลืมตัว

“อื้อ… ฮึก… อ๊า…”

เสียงครางระคนสะอื้นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ธันย์เกลียดร่างกายตัวเองที่ตอบสนองต่อสัมผัสป่าเถื่อนนี้อย่างน่าสมเพช ปลายนิ้วเรียวจิกเกร็งลงบนผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ยิ่งพยายามปฏิเสธ ร่างกายส่วนลึกกลับยิ่งร้อนรุ่มราวกับถูกจุดไฟ

เจตน์เงยหน้าขึ้นจากแผ่นอก ดวงตาคมดุจ้องมองใบหน้าขาวที่เวลานี้แดงซ่าน ริมฝีปากของธันย์เผยอออกเพื่อกอบโกยอากาศ แววตาเรียวสั่นระริกเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดระคนความทรมาน ทว่าสายตาคู่นั้นกลับมองข้ามไหล่เขาไป ราวกับไม่ต้องการรับรู้การมีอยู่ของเขา

ความเฉยชาที่ซ่อนอยู่ใต้ความทรมานนั้นทำให้เจตน์รู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุม

ชายหนุ่มขบกรามแน่น สติสัมปชัญญะและกฎเหล็กที่เคยตั้งไว้ว่า ‘ห้ามจูบ’ พังทลายลงในเสี้ยววินาที มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมน ออกแรงบังคับให้ธันย์หันกลับมาสบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มลงไปอย่างดุดันและบ้าคลั่ง

“อื้อ!”

ดวงตาของธันย์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ลิ้นร้อนของเจตน์สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากอย่างหิวกระหาย กวาดต้อนเกี่ยวรัดลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงและขบเม้มกลีบปากล่างจนได้รสคาวปร่าของเลือดจางๆ มันไม่ใช่จูบที่ห่างเหิน แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบ ความกระหาย และความต้องการครอบครองที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับของเล่น

สัมผัสที่ดูดดื่มทำให้หัวใจของธันย์เต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกจากอก ด้วยความลืมตัว สองแขนที่เคยพยายามผลักไสกลับค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบแผ่นหลังกว้าง ดึงร่างสูงเข้าหาตัว ยอมแลกลิ้นตอบรับจูบอันรุนแรงนั้นทั้งน้ำตาที่รินไหลลงมาอาบแก้ม

เจตน์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้น เส้นใยน้ำลายใสเชื่อมระหว่างริมฝีปากของคนทั้งคู่ แววตาของเจตน์ไหววูบด้วยความตกใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เพียงพริบตาเดียว กำแพงแห่งความถือดีก็ถูกสร้างขึ้นมาปิดบังความสับสนนั้นทันที

“ผมแค่เหนื่อย…” เจตน์เค้นเสียงแหบพร่าเอ่ยแก้ตัว สายตาเบือนหนีไปจากรอยแผลที่ริมฝีปากของธันย์ “อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าจูบนี้มันมีความหมาย”

คำพูดตัดรอนความรู้สึกที่เอ่ยออกมาหลังสัมผัสอันดูดดื่ม เปรียบเหมือนมีดกรีดลงบนแผลสด ธันย์ค่อยๆ คลายแขนที่โอบรอบคออีกฝ่ายลง แววตาที่เคยสั่นไหวกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็ง

“ครับ… ผมไม่เคยคิด”

น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นทำให้เจตน์รู้สึกขัดใจยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มไม่รอช้าอีกต่อไป มือแกร่งกระชากกางเกงสแล็กและชั้นในของธันย์ร่นลงไปจนหลุดพ้นปลายเท้า ขาเรียวขาวถูกแยกออกจากกันกว้างอย่างไร้ความปรานี

เจตน์คว้าหลอดเจลหล่อลื่นที่หัวเตียง บีบชโลมลงบนนิ้วมือยาวอย่างลวกๆ แล้วสอดแทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางด้านหลังรวดเดียวสองนิ้วโดยไม่รอให้ปรับตัว

“อึก! คุณเจตน์… ฮื่อ…”

ธันย์สะดุ้งสุดตัว ช่องทางคับแน่นตอดรัดสิ่งที่รุกล้ำเข้ามาอย่างรุนแรงจนเจตน์ต้องครางต่ำในคอ ชายหนุ่มขยับนิ้วเข้าออกอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วกดบี้ลงบนจุดกระสันด้านในอย่างจงใจจนเกิดเสียงเฉอะแฉะชวนให้หน้าร้อนผ่าว ร่างบางบิดส่ายสะโพกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยาน แต่เจตน์กลับใช้มืออีกข้างกดสะโพกของธันย์ไว้แน่นกับฟูก

เมื่อช่องทางเริ่มยอมรับการรุกล้ำ เจตน์ก็ถอนนิ้วออก รูดซิปกางเกงของตัวเองลง ปลดปล่อยแก่นกายร้อนผ่าวขนาดใหญ่โตที่ตื่นตัวจนปวดหนึบออกมา ปลายหัวมนฉ่ำน้ำจ่อลงตรงปากทางเข้าที่กำลังสั่นระริก

เจตน์จับขาข้างหนึ่งของธันย์ยกขึ้นพาดบ่ากว้าง ก่อนจะกดแทรกตัวตนเข้าไปจนสุดความยาวในคราวเดียว

“อ๊าห์! เจ็บ… อึก…”

ธันย์กรีดร้องออกมาเบาๆ ร่างกายถูกเติมเต็มจนแน่นตึงไปทั้งช่องท้อง ความรู้สึกจุกแน่นแล่นริ้วไปตามแนวกระดูกสันหลัง เจตน์กัดฟันแน่น สูดปากด้วยความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาจนแทบคลั่ง ชายหนุ่มแช่ค้างไว้เพียงอึดใจ ก่อนจะเริ่มขยับถอนกายออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างหนักหน่วงและป่าเถื่อน

พั่บ… พั่บ… พั่บ…

เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว ฟูกหนาสั่นสะเทือนตามจังหวะการโถมสะโพกที่หนักขึ้นเรื่อยๆ เจตน์โน้มตัวลงมาทับ บดเบียดหน้าอกแกร่งเข้ากับแผ่นอกเนียน ทุกจังหวะการสอดใส่ลึกซึ้งและรุนแรงจนร่างของธันย์โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน เสียงครวญครางสั่นเครือระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไม่ขาดสาย

“ฮึก… คุณเจตน์… เบาหน่อย… ผมจะ… ขาดใจแล้ว… อ๊า!”

“แน่นขนาดนี้… จะให้ผมเบาได้ยังไง” เจตน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามโครงหน้าคมคาย ชายหนุ่มใช้ลิ้นเลียซับคราบน้ำตาที่หางตาของธันย์ สัมผัสถึงความเปียกชื้นที่ตอกย้ำว่าคนใต้ร่างกำลังแตกสลาย แต่สะโพกสอบกลับยิ่งเร่งความเร็ว โหมกระแทกเน้นย้ำเข้าไปในจุดที่ลึกที่สุดซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ

เขาต้องการฝากรอย ต้องการตอกฝังความรู้สึกนี้ลงไปในกายของธันย์ ให้ธันย์จำได้แค่สัมผัสของเขา กลิ่นของเขา และไม่มีพื้นที่ว่างเหลือไว้ให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

“จำไว้… ว่าคุณเป็นของใคร” เจตน์กระแทกกายซอยถี่ เน้นย้ำส่วนลึกจนธันย์ตาพร่ามัว ร่างกายบิดเกร็งจนปลายเท้าจิกแน่นเข้ากับผืนเตียง

“อึก… ไม่ไหวแล้ว… อ๊า!”

ธันย์หวีดร้องเสียงหลงเมื่อแรงกระแทกกระทบเข้ากับจุดกระสันด้านในอย่างจัง คลื่นความสุขสมตีตื้นขึ้นมาจนเกินจะต้านทาน ร่างบางกระตุกระรัว ปลดปล่อยหยาดอารมณ์สีขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของตัวเองและหน้าอกของเจตน์จนเปียกชุ่ม

ช่องทางด้านหลังบีบรัดลำกายของเจตน์แน่นขนัดเป็นจังหวะกระชั้นถี่ ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน โถมสะโพกกระแทกเน้นย้ำเข้าไปอีกสามสี่ครั้งอย่างรุนแรง ก่อนจะเกร็งกระตุก ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าไปในกายของธันย์จนล้นปรี่

ความเงียบสงัดเข้ายึดครองห้องนอนอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจรุนแรงของคนทั้งคู่

เจตน์ทิ้งตัวลงนอนทับร่างบางอยู่ครู่ใหญ่ ซบหน้าลงกับซอกคอขาวที่มีรอยฟันและรอยช้ำสีเข้มประทับอยู่ สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของธันย์ที่เต้นช้าลงเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ ถอนตัวตนออก พลิกตัวลงนอนหงายข้างๆ ยกท่อนแขนขึ้นก่ายหน้าผากเพื่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติ

ธันย์นอนนิ่ง ตะแคงข้างหันหลังให้คนข้างกาย มือเรียวที่สั่นเทาเอื้อมมาลูบผ่านรอยช้ำและรอยกัดที่ไหปลาร้าและแผ่นอกของตัวเอง ความเจ็บแปลบใต้ร่มผ้าคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

เจตน์จูบเขา

เจตน์ฝากรอยตีตราไว้ทั่วร่างกาย

และเจตน์กำลังทำลายกฎเหล็กที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมาทีละข้อ

ทว่าคำพูดที่ว่า ‘อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันมีความหมาย’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัว กรีดลึกลงไปในความรู้สึกจนชาหนึบ

ธันย์ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายซึมลงสู่หมอนใบใหญ่ ตระหนักดีว่าความหวงแหนที่เจตน์แสดงออกมานั้นไม่ใช่ความรัก… แต่มันคือความเห็นแก่ตัวของคนที่คุ้นชินกับการเป็นเจ้าของ ที่ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องของเล่นชิ้นโปรดของตัวเองเท่านั้นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 25 (ตอนจบ) : พันธะนิรันดร์ [20+]

    ตอนที่ 25 (ตอนจบ) : พันธะนิรันดร์ [20+]ลมทะเลสายัณห์พัดพากลิ่นไอเค็มจางๆ ผสมผสานกลิ่นหอมของดอกลั่นทมเข้ามาทางระเบียงไม้สักของบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมชายหาดปราณบุรี แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดลำแสงสีส้มทองอมชมพูพาดผ่านผืนน้ำระยิบระยับ เสียงเกลียวคลื่นซัดกระทบแนวสันทรายสม่ำเสมอ แผ่วเบาและเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองหลวงและชั้นสี่สิบสองของตึกอัศว คอร์ปอเรชัน อย่างสิ้นเชิงบนระเบียงกว้างที่ยื่นออกไปรับลมทะเล ธันยกรยืนเท้าแขนอยู่กับราวไม้สัก ร่างโปร่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวหลวมที่ปลดกระดุมคอลงมาสองเม็ด ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม กางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นสีเบจเผยให้เห็นเรียวขาขาวสะอาด สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำอยู่บนพื้นไม้ที่ยังคงอุ่นจากแดดบ่าย กรอบแว่นสายตาถูกถอดวางไว้บนโต๊ะข้างแก้วน้ำส้มคั้น ใบหน้าขาวสะอ้านผ่อนคลาย ดวงตาคู่เรียวทอดมองเส้นขอบฟ้าด้วยความสงบที่แท้จริงเสียงฝีเท้าก้าวเหยียบบนพื้นไม้อย่างเชื่องช้า ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งจะค่อยๆ สอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง แผ่นอกกว้างที่สวมเพียงเสื้อยืดคอกลมสีดำแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของธันย์อย่างนุ่มนวล กลิ่นสบู่อ่อนๆ และไออุ่นคุ้นเค

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 24: สอบสัมภาษณ์ตลอดชีวิต

    ตอนที่ 24: สอบสัมภาษณ์ตลอดชีวิตบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์และการเงินบนชั้นสี่สิบเอ็ดในบ่ายวันอังคาร ดำเนินไปด้วยความเคร่งเครียดตามปกติของการจัดสรรงบประมาณประจำไตรมาสใหม่ หลังจากการถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสริมแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านพ้นไป บริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างกระแสเงินสดและกระจายความเสี่ยงไปยังที่ดินแปลงอื่นในแถบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนรายย่อยหัวหน้าแผนกสี่ฝ่ายหลักนั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมกระจกรูปวงรี เอกสารตัวเลขงบดุลและแผนภูมิความเสี่ยงถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหน้า เจตนิพัทธ์นั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ชายหนุ่มสวมบทบาทประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้สุขุมและเด็ดขาด ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนแฟ้มหนังขณะรับฟังรายงานผลการดำเนินงานจากผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจข้างกายทางขวามือของเจตน์… คือตำแหน่งของธันยกรเลขาฯ หนุ่มอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มพอดีตัว คอเสื้อเชิ้ตกลัดกระดุมมิดชิด แว่นสายตากรอบบางรับกับใบหน้าขาวสะอ้าน นิ้วเรียวยาวขยับจดบันทึกสาระสำคัญของการประชุมลงในแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสงบและเปี่ยมไปด้วยความ

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 23: ใต้บัญชาการของเลขาฯ [20+]

    ตอนที่ 23: ใต้บัญชาการของเลขาฯ [20+]เวลาหนึ่งทุ่มสามสิบห้านาทีแสงไฟนีออนตามแนวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องล่าง ทว่าภายในห้องทำงานประธานกรรมการบริหารบนชั้นสี่สิบสอง ม่านม้วนไฟฟ้าสีเทาเข้มได้ถูกกดเลื่อนลงมาปิดทึบจนบดบังทัศนียภาพภายนอกไปจนหมดสิ้น แสงสลัวสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้นมุมห้องทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียว ขับเน้นบรรยากาศเงียบสงัดและเป็นส่วนตัวจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานแผ่วเบาเสียงระบบล็อกประตูดัง คลิก เมื่อธันยกรกดปุ่มล็อกอัตโนมัติจากรีโมตในมือร่างโปร่งหมุนตัวกลับมา ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปหยิบแฟ้มงาน และไม่ได้ยืนประสานมือรอรับคำสั่งเหมือนในเวลากลางวัน ทว่าธันย์กลับก้าวเท้าช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ ตรงเข้าไปยังเก้าอี้หนังพนักสูงของประธานบริษัทธันย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างผ่อนคลาย แผ่นหลังพิงพนักหนังแท้ที่โอบรับสรีระ ชายหนุ่มยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวยื่นไปปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทั้งสองข้าง พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก ก่อนจะดึงเนกไทให้คลายออกแล้วปลดกระดุมคอเสื้อสองเม็ดบน เผยให้เห็นแนวไหปลาร้าขาวเนีย

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 22: สลับขั้วอำนาจ

    ตอนที่ 22: สลับขั้วอำนาจกลิ่นหอมสะอาดของชาขาวพีชที่คุ้นเคยกลับมาอบอวลอยู่บริเวณโถงทางเดินชั้นสี่สิบสองอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสบดีโต๊ะทำงานไม้สีอ่อนตัวเดิมหน้าห้องประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเคยว่างเปล่าและเย็นชืดมานานหลายสัปดาห์ บัดนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แฟ้มเอกสารประจำวันถูกคัดแยกตามลำดับความเร่งด่วนด้วยแถบสี ปากกาหมึกซึม แท็บเล็ตประจำตำแหน่ง และแก้วเซรามิกสีขาววางอยู่ในตำแหน่งองศาเดิมอย่างพอดิบพอดี ราวกับช่วงเวลาแห่งความบาดหมางและการแยกย้ายไม่เคยเกิดขึ้นจริงธันยกรนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงาน สวมเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบสีกรมท่าเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงกึ่งกลางปลายแขนอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าขาวสะอ้านใต้กรอบแว่นสายตามีชีวิตชีวา ผิวพรรณสดใส ปราศจากร่องรอยความหม่นหมองที่เคยแบกรับมาตลอดหนึ่งปีหลังจากค่ำคืนแห่งพายุฝนและการยอมจำนนที่คอนโดมิเนียม ธันย์ตัดสินใจกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิมตามเงื่อนไขใหม่ที่เขาเป็นคนร่างขึ้นมาเอง สัญญาที่ปรึกษาโครงการเก้าสิบวันถูกยกเลิกไปพร้อมกับดีลมิกซ์ยูสที่พับโต๊ะลง และถูกแทนที่ด้วยสัญญาจ้างงานเลขาธิการบริหารฉบับใหม่ที่ผ่านการปรับแก้เงื่อนไขโดยไ

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 21: คืนที่ไร้แผนการ & การคุกเข่า [20+]

    ตอนที่ 21: คืนที่ไร้แผนการ & การคุกเข่า [20+]สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เม็ดฝนหนาทึบกระทบกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่นบนชั้นเจ็ดของคอนโดมิเนียมในซอยอารีย์สัมพันธ์จนเกิดเสียงเปาะแปะสะท้อนก้อง ลมกรรโชกแรงพัดกิ่งไม้ข้างรั้วด้านล่างไหวเอน ไอความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยต่อของหน้าต่างเข้ามาจนห้องพักเงียบสงัดธันยกรยืนกอดอกอยู่ริมกระจกบานใหญ่ในความมืด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟถนนเบื้องล่างส่องสะท้อนผิวน้ำที่เจิ่งนองเต็มพื้นถนนและตรงใต้เสาไฟริมรั้วหน้าทางเข้าโครงการ… เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมานานกว่าสองชั่วโมงเจตนิพัทธ์ไม่ได้นั่งหลบฝนอยู่ในรถเก๋งสีดำที่จอดดับเครื่องอยู่ข้างทาง ชายหนุ่มยืนตากฝนอยู่ริมทางเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ติดไปกับแผงอกกว้างและแผ่นหลังหนาจนเห็นรอยกล้ามเนื้อชัดเจน เนื้อผ้าเปียกชุ่มจนโปร่งแสง เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงมาปรกหน้าผากและข้างแก้ม หยาดน้ำฝนไหลรินผ่านสันกรามคมหยดลงบนพื้นซีเมนต์ไม่ขาดสาย ทว่าสองเท้าคู่นั้นกลับปักหลักนิ่ง ไม่ยอมขยับก้าวไปหลบใต้ชายคาของร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามแม้แต่ก้าวเดียวในมือข้างหนึ่งของเจตน์ มีถุงกระดาษที่ถูกห่อหุ้มด

  • พันธะลับ ฉบับเลขาฯ   ตอนที่ 20: “ไม่อยากเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว”

    ตอนที่ 20: “ไม่อยากเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว”พาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจและสื่อออนไลน์ด้านเศรษฐกิจประจำเช้าวันอังคาร กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนแวดวงการลงทุนระดับประเทศ‘สะบั้นดีลยักษ์ริมเจ้าพระยา อัศว คอร์ปอเรชัน ประกาศถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสหมื่นล้าน ยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญาบอร์ดบริหาร’ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอแท็บเล็ตทำให้บรรยากาศภายในแผนกยุทธศาสตร์บนชั้นสี่สิบเอ็ดเงียบสงัดจนน่าอึดอัด พนักงานหลายคนจับกลุ่มส่งสายตาให้กันด้วยความตระหนก ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่คือโครงการเรือธงที่บริษัททุ่มเทสรรพกำลังมาตลอดทั้งปี และเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่คาดหมายว่าจะดันมูลค่าบริษัทให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดทว่าสำหรับธันยกร… ความเงียบสงัดนั้นกลับนำมาซึ่งคำถามที่ไร้คำตอบธันย์นั่งมองหนังสือแจ้งการใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงเบื้องต้นที่ส่งตรงมาจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบริหาร คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ในฐานะคนที่ลงมือร่างโมเดลทางการเงินและร่วมเจรจากับฝ่ายกฎหมายของกลุ่มทุนวรโภคินทร์มาตั้งแต่ต้น ธันย์รู้ดีที่สุดว่าโครงการนี้ไม่มีความเสี่ยงทางการเงินใดๆ ที่ร้ายแรงพอจะนำไปสู่การล้มโต๊ะเจรจาแบบกะทันหันเช่นนี้จนกร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status