พันธะลับ ฉบับเลขาฯ

พันธะลับ ฉบับเลขาฯ

last updateLast Updated : 2026-10-16
By:  พิมพ์ใจCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
25Chapters
9views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“นอกเวลางานเราไม่มีสถานะ” คือกฎที่เขาเป็นคนตั้ง แต่วันที่ผมยอมรับมันและเดินจากไป… ท่านประธานกลับเป็นฝ่ายแทบคลั่งตาย

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: หน้ากากมืออาชีพ

ตอนที่ 1: หน้ากากมืออาชีพ

เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันบนชั้นสี่สิบสองของ อัศว คอร์ปอเรชัน ดังสะท้อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางบรรยากาศเงียบกริบยามเช้าตรู่ ที่นี่คือศูนย์กลางบัญชาการของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ สถานที่ซึ่งไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาดแม้แต่เศษเสี้ยววินาที

ธันยกรยืนอยู่หลังโต๊ะกระจกนิรภัยหน้าห้องทำงานประธาน มือเรียวจัดเรียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสามแฟ้มแยกตามลำดับความสำคัญ เสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งเนี้ยบกลัดกระดุมถึงเม็ดบนสุด ผูกเนกไทสีกรมท่าเข้มเข้าคู่กับสูทพอดีตัว ใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาซ่อนอารมณ์ไว้ใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมมน ดวงตาคู่เรียวนิ่งสงบดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น เขาก้มมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือระบบเข็มที่กำลังขยับเข้าใกล้เวลาแปดโมงยี่สิบเก้านาที

ติ๊ง

สัญญาณลิฟต์ผู้บริหารดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ประตูกระจกเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสามชิ้นสีเทาชาร์โคลสั่งตัดพิเศษ เจตนิพัทธ์ก้าวออกมาด้วยจังหวะมั่นคง แผงไหล่กว้างเหยียดตรง ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินผาปราศจากรอยยิ้ม กลิ่นไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นน้ำหอมไม้สนซีดาร์เข้มข้นลอยนำมาก่อนตัว

ธันย์ขยับเท้าก้าวประกบด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลังครึ่งก้าวในทันทีโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายออกปาก จังหวะการเดินของเขาสอดรับกับช่วงขายาวของเจ้านายได้อย่างแม่นยำ

“กำหนดการเช้านี้ครับ” น้ำเสียงของธันย์ราบเรียบและชัดถ้อยชัดคำ “เก้าโมงตรง ประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการบริพัตรริเวอร์ไซด์ร่วมกับบอร์ดบริหารที่ห้องประชุมสิบสอง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เซ็นอนุมัติปรับลดงบประมาณการตลาดไตรมาสสี่ บ่ายสอง มีนัดตรวจไซต์งานกับตัวแทนกลุ่มทุนวรโภคินทร์ครับ”

เจตน์ไม่ชะลอฝีเท้า สายตาคมดุมองตรงไปยังบานประตูกระจกทึบของห้องทำงานส่วนตัว “รายงานของฝ่ายจัดซื้อส่งมาหรือยัง”

“ผมคัดแยกข้อเสนอที่มีส่วนต่างเกินสองเปอร์เซ็นต์ออกให้เรียบร้อยแล้วครับ เอกสารเปรียบเทียบซัพพลายเออร์สามเจ้าย่อยู่ในแฟ้มสีน้ำเงินบนโต๊ะ”

“ดี”

คำตอบรับสั้นห้วนในลำคอคือคำชมที่สูงที่สุดจากปากของประธานหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปี ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด บ้างาน และไม่เคยปล่อยให้ความอ่อนแอแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ธุรกิจ ธันย์ก้าวตามเข้าไปในห้องทำงานกว้างขวาง จัดการวางแก้วกาแฟอเมริกาโนร้อนเมล็ดคั่วเข้มอุณหภูมิหกสิบห้าองศาเซลเซียสลงบนจานรองไม้โอ๊กตรงตำแหน่งสี่สิบห้าองศาทางขวามือของแฟ้มงานอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะถอยหลังออกมาสองก้าว ประสานมือไว้ข้างหน้าด้วยท่าทีสำรวมตามกรอบหน้าที่เลขาฯ

ไม่มีการทักทายเรื่องส่วนตัว

ไม่มีสายตาที่ทอดมองเกินจำเป็น

ทุกอย่างดำเนินไปตามระบบที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

การประชุมบอร์ดบริหารตอนเก้าโมงเช้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด อุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ดูเหมือนจะลดต่ำลงทันทีที่เจตน์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังพนักสูงหัวโต๊ะ บรรดาผู้บริหารฝ่ายต่าง ๆ พากันก้มหน้าหลบสายตาดุดันที่กวาดมองไปรอบห้อง ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผมขณะยืนนำเสนอตัวเลขงบประมาณที่บานปลาย

“งบประมาณส่วนโครงสร้างเหล็กเพิ่มขึ้นสิบแปดเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีเอกสารชี้แจงความจำเป็นล่วงหน้า” เจตน์เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงไม่ได้ตวาดหรือเกรี้ยวกราด ทว่าระดับเสียงที่นิ่งเรียบและเย็นเยียบกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว “ถ้าคุณปราโมทย์คิดว่าบอร์ดชุดนี้มีหน้าที่แค่เซ็นชื่ออนุมัติเงินโดยไม่ต้องตรวจสอบ ผมคงต้องพิจารณาโครงสร้างฝ่ายจัดซื้อใหม่ยกชุด”

ความเงียบงันโรยตัวเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย เจตน์ยกมือขวาขึ้นขนานกับโต๊ะ ธันย์ที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังก้าวขยับเข้าหาทันที มือเรียวยื่นแท็บเล็ตและเอกสารหลักฐานสัญญาเดิมวางลงบนฝ่ามือหนาได้อย่างพอเหมาะพอดียิ่งกว่าการจับวาง

ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านของเจตน์ปัดผ่านหลังมือนุ่มของธันย์เพียงเสี้ยววินาที

สัมผัสที่บางเบาจนแทบไม่รู้สึกกลับทำให้กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าของธันย์เกร็งตัวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ชีพจรตรงซอกคอเต้นกระตุก ทว่าสีหน้าภายใต้กรอบแว่นสายตายังคงสงบไร้ร่องรอยความรู้สึก เจตน์เปิดพลิกเอกสารโดยไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามองคนส่ง ทิ้งให้ธันย์ถอยกลับมายืนก้มหน้าประสานมือในเงามืดด้านหลังเช่นเดิม

ตลอดหนึ่งปีเต็ม ทุกคนในอัศว คอร์ปอเรชัน ต่างยอมรับว่าธันยกรคือเลขาฯ คู่บุญ เป็นมือขวาที่รู้ใจและรองรับอารมณ์ร้ายกาจของท่านประธานได้ดีที่สุด ไม่มีใครเคยเห็นธันย์ทำเอกสารพลาด ไม่มีใครเคยเห็นธันย์มาทำงานสาย และที่สำคัญ… ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ท่าทางสุขุมและระยะห่างทางธุรกิจที่เคร่งครัด มีความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านบังตามานานเกือบสิบสองเดือน

แสงสีส้มทองของดวงอาทิตย์ยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่อย ๆ ถูกความมืดมิดของราตรีกลืนกิน แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสว่างพร่างพรายขึ้นมาแทนที่ การสะสางงานที่คั่งค้างดำเนินไปจนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านสองทุ่มเศษ พนักงานและผู้บริหารคนสุดท้ายออกจากชั้นสี่สิบสองไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบสงัดที่เข้ายึดครองทุกพื้นที่

ธันย์รวบรวมเอกสารชุดสุดท้ายบนโต๊ะประชุมเข้าแฟ้ม มือเรียวจัดมุมกระดาษเคาะเบา ๆ กับผิวโต๊ะจนเสมอกัน เขาขยับกรอบแว่นที่เริ่มเลื่อนลงเล็กน้อย ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า พลางหมุนตัวเพื่อเตรียมกล่าวลาเจ้านายตามมารยาท

กริ๊ก

เสียงระบบล็อกแม่เหล็กที่ประตูกระจกบานคู่ทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมกับแผ่นฟิล์มอัจฉริยะบนกระจกใสที่ปรับเปลี่ยนเป็นสีฝ้าทึบแสงในพริบตา ตัดขาดบรรยากาศภายในห้องออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ความอบอุ่นบางเบาที่ค้างอยู่ในอกของธันย์พลันเหือดแห้งไปในทันที

เขายังไม่ทันได้หันกลับไปเต็มตัว แผ่นหลังบางก็ถูกประกบชิดด้วยแผงอกกว้างที่ก้าวเข้ามารวดเร็วไร้เสียงฝีเท้า กลิ่นไม้สนซีดาร์ปนกลิ่นเหงื่อจาง ๆ โอบล้อมรอบกายจนแทบสำลัก ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดเข้าที่เอวคอด ดึงร่างของเลขาฯ คนเก่งเข้าไปปะทะกับลำตัวสูงใหญ่จนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับเรือนร่างกำยำ

“อึก…”

ธันย์หลุดเสียงครางเบาในลำคอ แฟ้มเอกสารในมือเกือบหลุดร่วง แต่สัญชาตญาณความรับผิดชอบทำให้เขายังคงกอดมันไว้แน่น ร่างทั้งร่างถูกดันถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวหนาอย่างจัง

เจตน์ถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดทิ้งไว้บนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มถูกปลดกระดุมคอออกสามเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและกล้ามเนื้อไหปลาร้าชัดเจน เนกไทถูกดึงให้คลายออกอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคมคู่เดิมที่เคยใช้มองผลประกอบการอย่างเย็นชา เวลานี้กลับวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาดิบเถื่อนที่ไม่มีใครเคยได้เห็น

มือหนาเอื้อมขึ้นมาดึงกรอบแว่นสายตาของธันย์ออกอย่างไม่ปรานี ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังจนน่ากลัวว่าเลนส์จะแตก

“วันนี้มองคุณปราโมทย์บ่อยไปหรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อนไหวจนธันย์ขนลุกชัน

ธันย์พยายามสูดลมหายใจเพื่อควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “ผมมองตามเอกสารที่ฝ่ายจัดซื้อกำลังอธิบายครับ ท่านประธาน”

“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว…” นิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้านกดลงบนริมฝีปากล่างของธันย์ บดขยี้จนเนื้ออ่อนเริ่มระบม ดวงตาคมดุหรี่ลงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวที่กำลังไหวระริก “เวลาที่ประตูนี่ล็อก คุณไม่มีสิทธิ์เรียกผมด้วยตำแหน่งบ้าบอนั่น”

ธันย์กลืนก้อนแข็ง ๆ ที่แล่นขึ้นมาจุกคอลงไปอย่างยากลำบาก “ครับ… คุณเจตน์”

สิ้นคำตอบรับ ริมฝีปากหยักหนาก็กดทับลงมาทันทีอย่างรวดเร็วและไร้ความอ่อนโยน มันไม่ใช่จูบของคนรักที่โหยหากันและกัน แต่เป็นการบดขยี้เพื่อช่วงชิงการควบคุม เจตน์สอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนอย่างเอาแต่ใจ ขบกัดริมฝีปากล่างของธันย์จนได้รสคาวปร่าของเลือดจาง ๆ ราวกับต้องการลงทัณฑ์ที่อีกฝ่ายกล้ามีข้ออ้าง

สองมือของธันย์ที่กำแฟ้มเอกสารไว้แน่นเริ่มสั่นระริก ปลายนิ้วเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก เขาไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งตรงหน้า ทำได้เพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้ร่างกายถูกอีกฝ่ายตักตวงความสุขตามอำเภอใจ

เจตน์ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ เลื่อนมือลงมาบีบปลายคางมน บังคับให้ธันย์เงยหน้าขึ้นสบตาในระยะประชิด แววตาของประธานหนุ่มเต็มไปด้วยความถือดี เย่อหยิ่ง และไร้ร่องรอยของความรู้สึกผูกพัน

“อย่าลืมกฎของเรา ธันยกร”

คำเตือนนั้นเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องประชุมตอนเช้า

“นอกเวลางาน เราไม่มีสถานะ คุณไม่มีสิทธิ์หึงหวง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง และที่สำคัญที่สุด… อย่าคิดล้ำเส้นความรู้สึกกับผมเด็ดขาด”

คำว่า ‘ไม่มีสถานะ’ กรีดลึกลงบนแผลเดิมในใจของธันย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนด้านชา

หนึ่งปีเต็มที่เขายอมเอาตัวเองเข้ามาขังไว้ในกรงที่มองไม่เห็น ยอมเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวที่ถูกหยิบใช้หลังประตูปิดลง เพียงเพราะความรู้สึกงี่เง่าที่เผลอยกหัวใจให้ผู้ชายคนนี้ไปตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาทำงาน

ธันย์ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ สลายระลอกคลื่นแห่งความสั่นไหวในแววตาให้กลับมานิ่งสนิท ใบหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ

“ทราบครับ” ธันย์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่สุด “ผมไม่เคยลืม”

เจตน์จ้องมองใบหน้าที่กลับมาสงบนิ่งนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความว่างเปล่าในแววตาของเลขาฯ คนสนิทจุดประกายความหงุดหงิดขึ้นในอกอย่างประหลาด ความรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมผุดวาบขึ้นมาในใจ แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปในทันที

คนอย่างเจตนิพัทธ์ควบคุมได้ทุกสิ่ง ทั้งบริษัทมูลค่าหมื่นล้าน… และคนตรงหน้านี้

“ดี” เจตน์กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสูท ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของธันย์ออกทีละเม็ดอย่างชำนาญ “ถ้างั้นคืนนี้… ทำหน้าที่ของคุณให้คุ้มกับเงินเดือนที่ผมจ่ายหน่อยแล้วกัน”

ธันย์หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ร่างสูงดันตัวเขาลงไปบนโซฟาหนังสีดำตัวยาว ยอมรับสัมผัสที่ไร้หัวใจนั้นด้วยความเงียบงัน ซ่อนความเจ็บปวดลึกสุดใจไว้ใต้หน้ากากของเลขาฯ ผู้ภักดีที่ไม่มีวันปริปากพูดความจริง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
ตอนที่ 1: หน้ากากมืออาชีพ
ตอนที่ 1: หน้ากากมืออาชีพเสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันบนชั้นสี่สิบสองของ อัศว คอร์ปอเรชัน ดังสะท้อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางบรรยากาศเงียบกริบยามเช้าตรู่ ที่นี่คือศูนย์กลางบัญชาการของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ สถานที่ซึ่งไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาดแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีธันยกรยืนอยู่หลังโต๊ะกระจกนิรภัยหน้าห้องทำงานประธาน มือเรียวจัดเรียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสามแฟ้มแยกตามลำดับความสำคัญ เสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งเนี้ยบกลัดกระดุมถึงเม็ดบนสุด ผูกเนกไทสีกรมท่าเข้มเข้าคู่กับสูทพอดีตัว ใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาซ่อนอารมณ์ไว้ใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมมน ดวงตาคู่เรียวนิ่งสงบดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น เขาก้มมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือระบบเข็มที่กำลังขยับเข้าใกล้เวลาแปดโมงยี่สิบเก้านาทีติ๊งสัญญาณลิฟต์ผู้บริหารดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ประตูกระจกเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสามชิ้นสีเทาชาร์โคลสั่งตัดพิเศษ เจตนิพัทธ์ก้าวออกมาด้วยจังหวะมั่นคง แผงไหล่กว้างเหยียดตรง ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินผาปราศจากรอยยิ้ม กลิ่นไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นน้ำหอมไม้สนซีดาร์เข้มข้นลอยนำ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 2: กติกาบนโซฟา
ตอนที่ 2: กติกาบนโซฟาแผ่นหลังของธันยกรจมลึกลงไปบนเบาะโซฟาหนังแท้สีดำสนิท ความเย็นเยียบของวัสดุราคาแพงซึมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกจนหมด กลิ่นหนังฟอกใหม่เจือกลิ่นน้ำหอมไม้สนซีดาร์เข้มข้นอบอวลอยู่ในโพรงจมูกจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทำงานตัวยาวเป็นเพียงจุดกำเนิดแสงเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้องกว้างขวาง ทอดเงาทะมึนของร่างสูงตระหง่านที่กำลังทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทางหนีเจตน์ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของธันย์รวบขึ้นไปกดตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบที่ข้อมือแน่นหนาจนกระดูกแทบเสียดสีกัน ขณะที่เข่าแกร่งแทรกเข้ามาระหว่างเรียวขา แยกช่วงล่างของเลขาฯ หนุ่มออกจากกันอย่างเอาแต่ใจ“อึก… คุณเจตน์”เสียงเรียกแผ่วพร่าสั่นระริก ธันย์พยายามหายใจเข้าลึกเพื่อข่มชีพจรที่เต้นระรัวอยู่ตรงซอกคอ ทว่าการขยับตัวเพียงเล็กน้อยกลับยิ่งทำให้ผิวเนื้อสัมผัสกับความร้อนจัดจากเรือนกายกำยำของคนด้านบน เจตน์โน้มใบหน้าลงมา ซุกไซ้จมูกโด่งคมเข้ากับซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นสบู่อ่อนจางที่คุ้นเคยราวกับคนกระหายน้ำ ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนรอยชีพจรที่กำลังเต้นกระตุ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 3: เส้นแบ่งที่เริ่มพร่าเลือน
ตอนที่ 3: เส้นแบ่งที่เริ่มพร่าเลือนอาการปวดหนึบตรงบั้นเอวและรอยเสียดสีแสบระบมตรงช่วงล่างคอยย้ำเตือนถึงเหตุการณ์บนโซฟาหนังสีดำตัวนั้นตลอดทั้งวัน ทุกจังหวะการก้าวเดินบนพื้นหินอ่อนขัดมันกลายเป็นความทรมานที่ต้องสะกดกลั้น ทว่าแผ่นหลังใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสั่งตัดพิเศษยังคงเหยียดตรงอย่างสง่างาม กระดุมคอเสื้อถูกกลัดปิดสนิทจนถึงเม็ดบนสุด ผูกเนกไทสีกรมท่าเข้มทับเพื่อซ่อนรอยฟกช้ำสีเข้มที่ถูกฟันคมขบกัดเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกสู่สายตาใครธันยกรส่งมอบรายงานวิเคราะห์งบประมาณฉบับแก้ไขวางไว้ตรงกึ่งกลางโต๊ะทำงานของประธานบริษัทตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงห้าสิบห้านาที เมื่อเจตนิพัทธ์ก้าวเข้าห้องมาในเวลาแปดโมงครึ่ง ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองเอกสาร รับมันไปเปิดดูผ่านๆ โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายหรือสบตากับคนที่ยืนคอยท่า ธันย์ก้มหน้ารับคำสั่งสั้นห้วนในลำคอแล้วถอยกลับออกมารับหน้าที่หน้าห้องทำงานตามเดิมหนึ่งวันดำเนินไปด้วยความราบรื่นภายใต้หน้ากากของระบบธุรกิจอันเคร่งครัด จนกระทั่งเข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังเคลื่อนผ่านเลขห้าในเวลาเย็น แสงแดดสีส้มจัดเริ่มทอดเงายาวพาดผ่านโถงทางเดินชั้นสี่สิบสอง พนักงานส่วนใหญ่ทยอยเก็บของกลับบ้าน
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 4: ตีตราใต้ร่มผ้า
ตอนที่ 4: ตีตราใต้ร่มผ้าแสงสีฟ้าอมขาวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนกับเลนส์แว่นสายตาของธันยกรจนดวงตาคู่เรียวเริ่มพร่ามัว ตัวเลขบนตารางคำนวณภาษีและอัตราผลตอบแทนโครงการบางนาถูกจัดเรียงใหม่จนครบถ้วนทุกจุด นาฬิกาตรงมุมขวาล่างของหน้าจอดิจิทัลบอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาที เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายหยุดลงพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนว่าไฟล์เอกสารฉบับสมบูรณ์ได้ถูกส่งตรงเข้าสู่อีเมลส่วนตัวของประธานบริษัทเรียบร้อยแล้วธันย์ถอดแว่นตาออก วางลงบนแฟ้มหนัง ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหัวคิ้วที่ปวดตึง เขาขยับลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บร้าวจากช่วงเอวและซอกขาด้านในที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคืนก่อนแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติ ทว่าแผ่นหลังยังคงเหยียดตรงตามความเคยชิน มือเรียวจัดเก็บแท็บเล็ตและเอกสารลงกระเป๋าหนังสีดำ เตรียมพร้อมที่จะก้าวออกจากห้องทำงานที่แสนอึดอัดนี้แต่คำสั่งห้วนสั้นจากคนที่นั่งจิบวิสกี้อยู่ตรงชุดโซฟากลับดับความหวังลงสนิท“เก็บของแล้วตามผมลงไปข้างล่าง”เจตน์ไม่รอฟังคำตอบ ร่างสูงลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทตัวนอกพาดบ่า ก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ธันย์ทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึก คว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินตามเงาร่างนั้นลงลิฟต์ส
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 5: ความหวาดระแวงของคนกลัวแพ้
ตอนที่ 5: ความหวาดระแวงของคนกลัวแพ้แสงทองของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านแนวกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ทอดเงายาวพาดผ่านเตียงคิงไซส์ที่ยับยู่ยี่และหลงเหลือกลิ่นไอความชื้นแฉะของค่ำคืนที่เพิ่งผ่านพ้นเจตนิพัทธ์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน สิ่งแรกที่กระทบความรู้สึกไม่ใช่แสงแดดแยงตา แต่เป็นความเย็นชืดของพื้นที่ว่างเปล่าข้างกาย ฟูกหนานุ่มฝั่งตรงข้ามไร้เงาของคนที่ควรจะนอนพักผ่อน มือหนายกขึ้นลูบผ่านผืนผ้าปูเตียง ความเย็นที่ซึมผ่านปลายนิ้วบอกชัดเจนว่าคนที่เคยนอนครางสะอื้นอยู่ใต้ร่างได้ลุกออกจากเตียงไปนานนับชั่วโมงแล้วเจตน์ยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นอกเปลือยเปล่ามีรอยข่วนตื้นๆ สองสามรอยที่แผ่นหลัง เขาสะบัดศีรษะไล่ความหนักอึ้ง พลางขมวดคิ้วแน่นเมื่อภาพความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ รอยช้ำใต้ร่มผ้า เสียงครางสั่นพร่าที่เขาบังคับให้เรียกชื่อ… และที่เลวร้ายที่สุด คือการที่เขาเป็นฝ่ายก้มลงไปบดจูบริมฝีปากคู่นั้นด้วยความกระหายชายหนุ่มบดขากรรไกรแน่นจนเป็นสันนูน สบถออกมาเบาๆ ในลำคออย่างหงุดหงิดกับความไร้การควบคุมของตัวเองเขาก้าวลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมผ้าซาตินสีเทาเข้มมาสวมอย่างลวกๆ แล้วเปิดประตูก้า
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 6: ค่ำคืนที่โรงแรมหรู
ตอนที่ 6: ค่ำคืนที่โรงแรมหรูบัตรจองโต๊ะอาหารและคีย์การ์ดห้องเพรสซิเดนเชียลสูทของโรงแรมแกรนด์ โอเชียน ที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานตั้งแต่เมื่อบ่าย คอยกวนตะกอนในใจของเจตนิพัทธ์ไม่หยุดหย่อน ลายมือเรียบร้อยบนซองเอกสารที่ระบุวันเวลาอย่างชัดเจนเป็นของธันยกร เลขาฯ คนเก่งจัดการตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่ถามเหตุผลแม้แต่คำเดียว ไม่มองหน้า ไม่แสดงความสงสัย มีเพียงแววตาราบเรียบใต้กรอบแว่นที่ส่งมอบเอกสารแล้วถอยออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อความนิ่งเฉยของธันย์ผลักให้เจตน์ต้องพาร่างกายตัวเองมานั่งอยู่ตรงนี้ห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นห้าสิบห้าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา แสงไฟสีอำพันนวลตาสะท้อนกับประกายระยับของแก้วคริสตัล ทัศนียภาพโค้งน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากเรือสำราญดูโอ่อ่าสมราคาอาหารคอร์สละหลายหมื่นบาท เพลงแจ๊สจังหวะเนิบช้าคลอเคลียไปกับเสียงหัวเราะสดใสของหญิงสาวตรงข้ามวริศราในชุดราตรีสั้นผ้าไหมซาตินสีเขียวมรกตขับผิวขาวผ่อง คอเสื้อเว้าลึกอวดสัดส่วนชัดเจน ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดกำลังขยับเล่าเรื่องงานสังคมและการเดินทางไปพักผ่อนที่มิลานอย่างออกรส“วิเวียนชอบคอร์สปลาจานนี้มากเลยค่ะคุณ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 7: กลิ่นแปลกปลอมและความบ้าคลั่ง
ตอนที่ 7: กลิ่นแปลกปลอมและความบ้าคลั่งเสียงสายฝนกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่บานเกล็ดกระจกห้องพักชั้นหกของคอนโดมิเนียมเก่าในซอยลึกย่านอารีย์ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟฟ้าข้างทางส่องสะท้อนม่านน้ำบนกระจกจนเกิดเงาวูบวาบพาดผ่านเพดานห้องปูนเปลือย ภายในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดมีเพียงเสียงหึ่งเบาๆ ของพัดลมตั้งโต๊ะที่ส่ายไปมา และความเงียบงันที่ทับถมจนรู้สึกอึดอัดธันยกรนอนตะแคงอยู่บนเตียงเดี่ยวขนาดสามฟุตครึ่ง เสื้อยืดคอกลมตัวบางกับกางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นเป็นชุดนอนเรียบง่ายที่เขาคุ้นเคย ร่างกายยังคงปวดร้าวสะสมจากงานเอกสารและแรงกระแทกกระทั้นบนเตียงหรูเมื่อสองคืนก่อน เปลือกตาคู่เรียวเพิ่งจะปิดลงได้ไม่ถึงชั่วโมง สมองที่พยายามกดทับภาพใบเสร็จโรงแรมแกรนด์ โอเชียน กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราปัง! ปัง! ปัง!เสียงกำปั้นทุบกระแทกบานประตูไม้หน้าห้องดังสนั่นทะลุเสียงฟ้าร้อง จนกลอนประตูด้านในสั่นสะเทือนธันย์สะดุ้งสุดตัว ลืมตาขึ้นในความมืดด้วยความตระหนก หัวใจกระตุกรัวเร็วอย่างคุมไม่อยู่ เขายันกายลุกขึ้นนั่ง มองตัวเลขเรืองแสงสีเขียวของนาฬิกาดิจิทัลข้างหัวเตียง… ตีหนึ่งสิบแปดนาที ในเวลานี้ไม่ควรจะมีใครสามารถก้าวผ่านประตูด้านล่างขึ้น
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 8: พยานในซองใบเสร็จ
ตอนที่ 8: พยานในซองใบเสร็จคราบเลือดแห้งกรังผสมคราบคาวบนผ้าปูที่นอนถูกถอดแยกใส่ถุงพลาสติกเตรียมนำไปทิ้งตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง ธันยกรยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาในห้องน้ำแคบๆ สายน้ำอุ่นจากฝักบัวชะล้างความเหนียวเหนอะหนะออกจากผิวกาย ทว่าไม่อาจลบล้างรอยฟกช้ำสีเข้มอมม่วงที่กระจายตัวอยู่ทั่วแผ่นอก ลำคอ และรอยฉีกขาดระบมตรงช่วงล่าง ทุกครั้งที่ขยับขาทิ้งน้ำหนัก ความเจ็บแปลบจะแล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังจนต้องกัดฟันสะกดกลั้นธันย์กลืนยาแก้ปวดลดอักเสบลงคอไปสองเม็ด รสขมปร่าของยาละลายติดโคนลิ้น มือเรียวแต้มคอนซีลเลอร์เนื้อหนาลงบนรอยฟันคมตรงซอกคอ เกลี่ยซ้ำหลายชั้นจนสีผิวกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งแข็งสั่งตัดพิเศษ ปกคอตั้งสูงและหนากว่าปกติเพื่อปิดบังรอยช้ำไม่ให้เล็ดลอดออกสู่สายตาใคร ผูกเนกไทสีกรมท่าเข้มด้วยเงื่อนดับเบิลวินด์เซอร์แน่นหนา สวมทับด้วยสูทสีเทาเข้มเข้ารูปเมื่อสวมแว่นสายตากรอบมนกลับเข้าที่ เงาสะท้อนในกระจกก็คือเลขานุการส่วนตัวผู้ไร้ที่ติคนเดิมคำพูดของเจตนิพัทธ์ก่อนก้าวออกจากห้องไปเมื่อคืนว่า ‘วันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัทเช้าก็ได้’ ไม่มีความหมายใดๆ ให้ต้องจดจำเวลาแปดโมง
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 9: กับดักการลองใจที่ว่างเปล่า
ตอนที่ 9: กับดักการลองใจที่ว่างเปล่าแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่มีสลิปใบเสร็จของโรงแรมแกรนด์ โอเชียน วางสงบนิ่งอยู่กึ่งกลางโต๊ะทำงานไม้โอ๊ก ลายเซ็นกำกับด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินตวัดอย่างประณีตตรงมุมขวาบนของเอกสาร ไม่มีรอยลบ ไม่มีรอยเปื้อน และไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของหยดน้ำตาที่อาจร่วงหล่นลงมาทำลายเนื้อกระดาษเจตนิพัทธ์นั่งจ้องลายมือที่เป็นระเบียบนั้นมานานกว่ายี่สิบนาที เถ้าบุหรี่ในจานแก้วข้างตัวมอดดับไปนานแล้ว ทว่าความขุ่นมัวในอกกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงช่วงบ่าย ธันยกรยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ ทุกจังหวะการเดิน การส่งแฟ้ม และการจัดคิวเข้าพบของผู้บริหารระดับสูงดำเนินไปตามตารางเวลาอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน ธันย์จะเว้นระยะห่างสามก้าวเสมอ สรรพนามที่หลุดออกจากปากมีเพียงคำว่า ‘ท่านประธาน’ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความสะเทือนใจไม่มีการตั้งคำถามไม่มีสายตาตัดพ้อไม่มีแม้กระทั่งความเงียบที่แฝงความประชดประชันความนิ่งสนิทที่สมบูรณ์แบบเกินไปกำลังปั่นประสาทของเจตน์จนนั่งไม่ติดเก้าอี้คนที่ยอมให้เขากดทับอยู่ใต้ร่างมาตลอดหนึ่งปี คนที่เ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 10: การสมยอมที่ไร้วิญญาณ
ตอนที่ 10: การสมยอมที่ไร้วิญญาณเข็มยาวของนาฬิกาแขวนผนังเหนือตู้เอกสารเคลื่อนผ่านเวลาสี่ทุ่มสี่สิบนาที ชั้นสี่สิบสองของ อัศว คอร์ปอเรชัน ตกอยู่ใต้ความเงียบสงัดและแสงสลัว แสงไฟสปอตไลต์หน้าโถงลิฟต์ผู้บริหารส่องสะท้อนพื้นหินอ่อนเป็นทางยาว บ่งบอกว่าผู้คนส่วนใหญ่เดินทางกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงแสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะทำงานหน้าห้องประธานที่ยังคงสว่างอยู่เจตนิพัทธ์ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวด้วยจังหวะเท้าที่รีบร้อน เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้บนท่อนแขนตั้งแต่ก้าวลงจากรถ คอเสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดจนเห็นแผงอก กลิ่นไวน์แดงและกลิ่นอายความเย็นจากชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูยังคงจางอยู่ในลมหายใจ ทว่าดวงตาคมกริบที่มักจะเยือกเย็นอยู่เสมอ เวลานี้กลับมีรอยคล้ำและแฝงความกระวนกระวายที่ข่มไม่มิดการทิ้งวริศราไว้กลางคันที่เดอะริทซ์การ์เดนไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ภาพธันยกรยืนจดออเดอร์ช่อดอกไม้ด้วยสีหน้าราบเรียบยังคงตามมาหลอกหลอนจนประสาทตึงเปรี๊ยะ และสิ่งที่ทำให้เจตน์ต้องเหยียบคันเร่งกลับมาที่นี่ ก็คือความกลัวที่ไร้ที่มาว่าคนตรงหน้าอาจจะหายไปและธันย์ก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นเลขาฯ หนุ่มสวมเสื้อเ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status