LOGINตอนที่ 8: พยานในซองใบเสร็จ
คราบเลือดแห้งกรังผสมคราบคาวบนผ้าปูที่นอนถูกถอดแยกใส่ถุงพลาสติกเตรียมนำไปทิ้งตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง ธันยกรยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาในห้องน้ำแคบๆ สายน้ำอุ่นจากฝักบัวชะล้างความเหนียวเหนอะหนะออกจากผิวกาย ทว่าไม่อาจลบล้างรอยฟกช้ำสีเข้มอมม่วงที่กระจายตัวอยู่ทั่วแผ่นอก ลำคอ และรอยฉีกขาดระบมตรงช่วงล่าง ทุกครั้งที่ขยับขาทิ้งน้ำหนัก ความเจ็บแปลบจะแล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังจนต้องกัดฟันสะกดกลั้น ธันย์กลืนยาแก้ปวดลดอักเสบลงคอไปสองเม็ด รสขมปร่าของยาละลายติดโคนลิ้น มือเรียวแต้มคอนซีลเลอร์เนื้อหนาลงบนรอยฟันคมตรงซอกคอ เกลี่ยซ้ำหลายชั้นจนสีผิวกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งแข็งสั่งตัดพิเศษ ปกคอตั้งสูงและหนากว่าปกติเพื่อปิดบังรอยช้ำไม่ให้เล็ดลอดออกสู่สายตาใคร ผูกเนกไทสีกรมท่าเข้มด้วยเงื่อนดับเบิลวินด์เซอร์แน่นหนา สวมทับด้วยสูทสีเทาเข้มเข้ารูป เมื่อสวมแว่นสายตากรอบมนกลับเข้าที่ เงาสะท้อนในกระจกก็คือเลขานุการส่วนตัวผู้ไร้ที่ติคนเดิม คำพูดของเจตนิพัทธ์ก่อนก้าวออกจากห้องไปเมื่อคืนว่า ‘วันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัทเช้าก็ได้’ ไม่มีความหมายใดๆ ให้ต้องจดจำ เวลาแปดโมงตรง เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันบนชั้นสี่สิบสองดังขึ้นตรงเวลา ธันย์ก้าวออกจากลิฟต์ผู้บริหารด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แผ่นหลังเหยียดตรง สงบนิ่ง ไร้ร่องรอยของคนที่เพิ่งผ่านคืนอันบ้าคลั่งมาจนเกือบสว่าง “อ้าวคุณธันย์ วันนี้หน้าซีดจังเลยค่ะ ทานข้าวเช้ามาหรือยัง” เสียงทักทายดังขึ้นจากหน้าเคาน์เตอร์ธุรการกลาง ‘พี่มุก’ มุกดา ในชุดสูทกระโปรงสีสุภาพก้าวเข้ามาหาด้วยสายตาเป็นห่วง รุ่นพี่คนสนิทที่เห็นธันย์มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลประทับตราด่วนที่สุดส่งให้ “เมื่อกี้พี่เห็นเดินลงน้ำหนักแปลกๆ ขาไปโดนอะไรมาหรือเปล่าคะ” “สะดุดบันไดคอนโดนิดหน่อยครับพี่มุก ไม่ได้เป็นอะไรมาก” ธันย์ยกยิ้มบางเบาอย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มที่ฝึกฝนมาจนชำนาญเพื่อปกปิดทุกบาดแผล “เมื่อคืนผมนอนดึกไปหน่อยด้วยครับ โครงการบางนากำลังเร่งเคลียร์โมเดลการเงิน” “งานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักเลยนะเราน่ะ ท่านประธานก็ใช้งานไม่เกรงใจสังขารเลขาฯ เลยจริงๆ” มุกดาส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่ซองในมือธันย์ “ฝ่ายบัญชีเพิ่งส่งสรุปยอดใบเสร็จค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตนิติบุคคลของท่านประธานรอบเดือนนี้มาให้ค่ะ ต้องให้คุณธันย์ตรวจรับรองรายการก่อนนำเข้าแฟ้มเสนอเซ็น พี่เลยเอามาดักให้ก่อน เกรงว่าช่วงสายท่านประธานจะเรียกตรวจ” “ขอบคุณมากครับพี่มุก เดี๋ยวผมรีบจัดการให้เรียบร้อยครับ” ธันย์รับซองเอกสารมาถือไว้ เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานหน้าห้องประธาน จัดการเปิดระบบคอมพิวเตอร์ วางแฟ้มงานเรียงตามลำดับความสำคัญ จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ที่ยังคงว่างเปล่า จัดการชงกาแฟอเมริกาโนร้อนเมล็ดคั่วเข้มอุณหภูมิหกสิบห้าองศาเซลเซียส วางลงบนจานรองไม้โอ๊กตรงตำแหน่งสี่สิบห้าองศาทางขวามืออย่างแม่นยำตามเดิมทุกกระเบียดนิ้ว เวลาแปดโมงสามสิบนาที ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออกพร้อมร่างสูงสง่าของเจตนิพัทธ์ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในชุดสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้ม ทว่าใบหน้าคมคายกลับดูอิดโรย ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยบ่งบอกถึงการนอนไม่หลับ เมื่อสายตาคมกริบเหลือบมาเห็นเลขาฯ ส่วนตัวยืนประสานมือรออยู่หน้าโต๊ะทำงานในสภาพเรียบร้อยหมดจด เจตน์ก็ชะงักฝีเท้าไปทันที แววตาของเจตน์ไหววูบด้วยความตกใจปนความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ภาพรอยเลือดและคราบน้ำตาบนฟูกนอนเก่ายังคงติดตาเขาอยู่ตลอดทั้งคืน “คุณ…” เจตน์ขยับริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและลังเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ผมบอกว่าไม่ต้องรีบมา…” “อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน” ธันย์ก้มศีรษะลงในองศาที่ถูกต้องตามระเบียบบริษัท ตัดบทคำพูดของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลแต่น้ำเสียงกลับนิ่งเรียบ ไร้รอยสะดุด และปราศจากระลอกคลื่นแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ “กาแฟดำเตรียมไว้บนโต๊ะแล้วครับ กำหนดการวันนี้ไม่มีประชุมเช้า มีเพียงตรวจแฟ้มงบประมาณไตรมาสสุดท้าย และบ่ายสามโมงมีนัดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับที่ปรึกษาทางกฎหมายครับ” การรายงานที่ลื่นไหล รัดกุม และเว้นระยะห่างอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คำพูดที่เจตน์เตรียมจะเอ่ยถามอาการต้องกลืนกลับลงคอไปทั้งหมด เจตน์ยืนจ้องมองใบหน้าขาวสะอ้านที่นิ่งสนิท ดวงตาคู่เรียวหลังกรอบแว่นมองตรงมายังปมเนกไทของเขาอย่างสุภาพ ไม่สบสายตา ไม่หลบตา และไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้จับได้แม้แต่น้อย การถูกปฏิบัติตัวเหมือนเป็นเพียงเจ้านายในเวลางาน ทำให้เจตน์รู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปยืนอยู่นอกแนวกำแพงสูงตระหง่านที่ธันย์สร้างขึ้นมาขวางไว้ “อืม” เจตน์เค้นเสียงตอบรับในลำคอเพียงคำเดียว ชายหนุ่มดึงสีหน้าเคร่งขรึมกลับมาสวมทับเพื่อรักษาหน้า “ขอบใจ” ร่างสูงก้าวผ่านหน้าธันย์เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ประตูกระจกเลื่อนปิดสนิทลง ตัดขาดพื้นที่ของคนทั้งสองออกจากกันอีกครั้ง ธันย์ถอนหายใจยาวออกมาทางปากอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้ทำงานออกมาแล้วนั่งลงช้าๆ พยายามไม่ให้สะโพกกดทับลงบนเบาะแรงเกินไป มือเรียวหยิบมีดกรีดกระดาษสแตนเลสขึ้นมาตัดเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลที่รับมาจากมุกดา ภายในคือใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และสลิปการรูดบัตรเครดิตระดับแบล็กการ์ดสำหรับค่าใช้จ่ายรับรองทางธุรกิจของซีอีโอ ปลายนิ้วของธันย์เปิดพลิกเอกสารตรวจดูรายการทีละใบอย่างละเอียดตามหน้าที่ ค่าสมาชิกสนามกอล์ฟและมื้อกลางวันรับรองบอร์ดบริหารธนาคาร — ถูกต้อง ค่าน้ำมันยานพาหนะประจำตำแหน่ง — ถูกต้อง ค่าอาหารค่ำเพื่อเจรจาดีลที่ดินสุขุมวิท — ถูกต้อง กระทั่งสายตาหยุดลงที่เอกสารแผ่นที่สี่ ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้นฉบับ พิมพ์บนกระดาษเนื้อหนาอย่างดี มีตราสัญลักษณ์สีทองของโรงแรมแกรนด์ โอเชียน ประทับอยู่อย่างโดดเด่น ธันย์กวาดสายตามองรายละเอียดที่ระบุไว้ในตารางทีละบรรทัด ตัวอักษรและตัวเลขทุกตัวคมชัดจนไม่ต้องเสียเวลาเพ่งมอง ห้องเพรสซิเดนเชียลสูท ชั้น 55 เวลาเช็กอิน: 19:40 น. (คืนวันศุกร์) เวลาเช็กเอาต์: 12:00 น. (วันเสาร์ — ระบบอัตโนมัติ) รายการเพิ่มเติม: ชุดดินเนอร์พิเศษฝรั่งเศส 2 ที่นั่ง, แชมเปญดอมเปริยอง 1 ขวด, ไวน์แดงบอร์โดซ์กรังด์ครู 1 ขวด ยอดรวมสุทธิ: 185,400 บาท ธันย์นั่งมองตัวเลขและเวลาบนกระดาษแผ่นนั้นนิ่งงัน คืนวันศุกร์… หนึ่งทุ่มสี่สิบนาที เวลาเดียวกับที่เจตน์โทรศัพท์เข้ามาตวาดสั่งงานด่วนเพื่อขวางไม่ให้เขาออกไปกินข้าวกับกานต์ เวลาเดียวกับที่เจตน์กระชากแขนเขา ตอกย้ำว่าเงินเดือนที่จ่ายให้คือการซื้อเวลา ซื้อความสามารถ และซื้อร่างกายของเขาให้อยู่ใต้บัญชา และเวลาเดียวกับที่เจตน์อ้างว่าคำสั่งของประธานคืองานด่วนที่สุดเสมอ หลังจากกักขังเขาไว้กับกองเอกสารภาษีจนดึกดื่น เจตน์ก็แต่งตัวไปดินเนอร์หรู จิบไวน์ขวดละเกือบแสน และเปิดห้องเพรสซิเดนเชียลสูทกับวริศรา ดื่มด่ำกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและหน้าตาทางสังคม และหลังจากเสร็จสิ้นจากห้องสูทหรูหราแห่งนั้น… เวลาตีหนึ่งสิบแปดนาที เจตน์ก็ขับรถฝ่าสายฝนมาเคาะประตูห้องเช่าซอมซ่อของเขา พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมดอกซ่อนกลิ่นที่ฉุนกึก รอยลิปสติกสีแดงสดบนปกเสื้อเชิ้ต และความบ้าคลั่งที่ใช้ร่างกายของเขาเป็นที่ระบายความอัปยศและความสับสน ทุกเสี้ยวส่วนของความจริงวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้าอย่างไม่อาจบิดเบือน ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีความเข้าใจผิด และไม่มีภาพลวงตาใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป มือของธันย์ที่จับขอบกระดาษใบเสร็จนิ่งสนิท ไม่มีอาการสั่นเทา ไม่มีหยาดน้ำตาไหลรินลงมาเปรอะเปื้อนตัวเลขยอดเงินแสนแปด ไม่มีอาการขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น มีเพียงความว่างเปล่าอันลึกซึ้งที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ทุกความรู้สึกที่เคยมี ตลอดหนึ่งปีเต็มที่ผ่านมา เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าความใกล้ชิดหลังประตูปิดล็อกอาจทำให้หัวใจของอีกฝ่ายอ่อนลงได้บ้าง เขาเผลอคิดว่าการยอมเป็นของเล่นที่ไม่มีปากเสียง อาจทำให้เขาได้รับเศษเสี้ยวความเมตตากลับคืนมา แต่กระดาษแผ่นนี้คือหลักฐานพยานที่กระชากเขากลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างโหดร้ายที่สุด มันตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า สำหรับเจตนิพัทธ์… วริศราคือคนที่คู่ควรกับดินเนอร์หรูและห้องสูทชั้นห้าสิบห้า ส่วนธันยกรคือคนที่คู่ควรกับเตียงเก่าขนาดสามฟุตครึ่ง ความเจ็บปวดที่ไร้การเล้าโลม และคำสั่งห้ามไม่ให้ส่งเสียงร้อง ธันย์หยิบปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินขึ้นมา บรรจงเขียนรหัสงบประมาณและหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายลงบนมุมขวาบนของใบเสร็จโรงแรมด้วยลายมือที่ตรง เรียบ และมั่นคง ‘หมวดค่ารับรองพิเศษผู้บริหาร — ตรวจสอบแล้ว ถูกต้องตามระเบียบบริษัท’ เสียงแม็กเย็บกระดาษดัง แชะ เบาๆ สองครั้ง เมื่อธันย์เย็บสลิปใบเสร็จติดเข้ากับใบสรุปยอดรวม มือเรียวพับเอกสารใส่เข้าแฟ้มหนังสีดำอย่างประณีต ปิดฝาแฟ้มลง จัดวางให้อยู่ในแนวระนาบเดียวกับขอบโต๊ะทำงานเพื่อรอส่งเข้าห้องประธาน ประกายแห่งความหวังที่เคยหลงเหลืออยู่ในดวงตาคู่เรียวใต้กรอบแว่น บัดนี้ดับมืดลงอย่างสมบูรณ์ ผิวน้ำที่เคยไหวระริกแปรเปลี่ยนเป็นธารน้ำแข็งที่หนาทึบและเย็นชาจนไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนได้อีกต่อไป ธันย์เลื่อนเมาส์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เปิดเข้าไปในโฟลเดอร์ส่วนตัวที่ถูกเข้ารหัสลับไว้ สายตาของเขาทอดมองไฟล์เอกสารไฟล์หนึ่งที่ถูกพิมพ์ทิ้งไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน แต่ไม่เคยกล้าแม้แต่จะเปิดขึ้นมาดูซ้ำ ‘หนังสือขอลาออกจากการเป็นพนักงาน — ธันยกร ปิยวัฒนกุล.docx’ ปลายนิ้วเรียวกดดับเบิลคลิกเปิดไฟล์ขึ้นมาโดยปราศจากความลังเล เขาแก้ไขวันที่ยื่นเอกสารให้เป็นวันปัจจุบัน ระบุเหตุผลการลาออกสั้นๆ ตามมารยาททางธุรกิจว่า ‘เพื่อไปศึกษาต่อและดูแลกิจการของครอบครัว’ โดยระบุวันทำงานวันสุดท้ายคือสิ้นสุดเดือนนี้ เพื่อให้เวลาบริษัทตามระเบียบสามสิบวันในการจัดหาและส่งมอบงานให้เลขาฯ คนใหม่ ไม่มีความกลัว ไม่มีความเสียดาย มีเพียงความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาดที่ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เมื่อหัวใจหยุดเต้นเพื่อใครบางคน โซ่ตรวนที่เคยเหนี่ยวรั้งไว้ก็ไม่ต่างอะไรจากเส้นด้ายที่เปื่อยยุ่ย ธันย์กดสั่งพิมพ์เอกสารลงบนเครื่องพิมพ์เลเซอร์ข้างโต๊ะทำงาน เสียงกลไกเครื่องพิมพ์ทำงานดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะ กลิ่นผงหมึกร้อนจัดลอยแตะจมูกพร้อมกับกระดาษสีขาวสะอาดตาที่เลื่อนไหลออกมาสู่ถาดรับกระดาษ ธันย์หยิบมันขึ้นมา บรรจงจรดปลายปากกาลงชื่อตัวเองตรงช่องผู้ยื่นคำขออย่างหนักแน่น แล้วพับกระดาษแผ่นนั้นใส่ลงในซองจดหมายสีขาวสะอาด ซองจดหมายสีขาวถูกสอดเก็บไว้ใต้แฟ้มงานหลักอย่างเงียบเชียบ ธันย์เงยหน้าขึ้นมองบานประตูกระจกของห้องทำงานประธานที่ยังคงปิดสนิท ริมฝีปากที่ยังมีรอยแตกจางๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึกผูกพันใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป กติกานอกเวลางานที่ไม่มีสถานะ… กำลังจะสิ้นสุดลงตามความต้องการของคนที่ตั้งกฎ และบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตของเจตนิพัทธ์… กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้าตอนที่ 25 (ตอนจบ) : พันธะนิรันดร์ [20+]ลมทะเลสายัณห์พัดพากลิ่นไอเค็มจางๆ ผสมผสานกลิ่นหอมของดอกลั่นทมเข้ามาทางระเบียงไม้สักของบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมชายหาดปราณบุรี แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดลำแสงสีส้มทองอมชมพูพาดผ่านผืนน้ำระยิบระยับ เสียงเกลียวคลื่นซัดกระทบแนวสันทรายสม่ำเสมอ แผ่วเบาและเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองหลวงและชั้นสี่สิบสองของตึกอัศว คอร์ปอเรชัน อย่างสิ้นเชิงบนระเบียงกว้างที่ยื่นออกไปรับลมทะเล ธันยกรยืนเท้าแขนอยู่กับราวไม้สัก ร่างโปร่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวหลวมที่ปลดกระดุมคอลงมาสองเม็ด ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม กางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นสีเบจเผยให้เห็นเรียวขาขาวสะอาด สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำอยู่บนพื้นไม้ที่ยังคงอุ่นจากแดดบ่าย กรอบแว่นสายตาถูกถอดวางไว้บนโต๊ะข้างแก้วน้ำส้มคั้น ใบหน้าขาวสะอ้านผ่อนคลาย ดวงตาคู่เรียวทอดมองเส้นขอบฟ้าด้วยความสงบที่แท้จริงเสียงฝีเท้าก้าวเหยียบบนพื้นไม้อย่างเชื่องช้า ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งจะค่อยๆ สอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง แผ่นอกกว้างที่สวมเพียงเสื้อยืดคอกลมสีดำแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของธันย์อย่างนุ่มนวล กลิ่นสบู่อ่อนๆ และไออุ่นคุ้นเค
ตอนที่ 24: สอบสัมภาษณ์ตลอดชีวิตบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์และการเงินบนชั้นสี่สิบเอ็ดในบ่ายวันอังคาร ดำเนินไปด้วยความเคร่งเครียดตามปกติของการจัดสรรงบประมาณประจำไตรมาสใหม่ หลังจากการถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสริมแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านพ้นไป บริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างกระแสเงินสดและกระจายความเสี่ยงไปยังที่ดินแปลงอื่นในแถบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนรายย่อยหัวหน้าแผนกสี่ฝ่ายหลักนั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมกระจกรูปวงรี เอกสารตัวเลขงบดุลและแผนภูมิความเสี่ยงถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหน้า เจตนิพัทธ์นั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ชายหนุ่มสวมบทบาทประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้สุขุมและเด็ดขาด ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนแฟ้มหนังขณะรับฟังรายงานผลการดำเนินงานจากผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจข้างกายทางขวามือของเจตน์… คือตำแหน่งของธันยกรเลขาฯ หนุ่มอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มพอดีตัว คอเสื้อเชิ้ตกลัดกระดุมมิดชิด แว่นสายตากรอบบางรับกับใบหน้าขาวสะอ้าน นิ้วเรียวยาวขยับจดบันทึกสาระสำคัญของการประชุมลงในแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสงบและเปี่ยมไปด้วยความ
ตอนที่ 23: ใต้บัญชาการของเลขาฯ [20+]เวลาหนึ่งทุ่มสามสิบห้านาทีแสงไฟนีออนตามแนวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องล่าง ทว่าภายในห้องทำงานประธานกรรมการบริหารบนชั้นสี่สิบสอง ม่านม้วนไฟฟ้าสีเทาเข้มได้ถูกกดเลื่อนลงมาปิดทึบจนบดบังทัศนียภาพภายนอกไปจนหมดสิ้น แสงสลัวสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้นมุมห้องทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียว ขับเน้นบรรยากาศเงียบสงัดและเป็นส่วนตัวจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานแผ่วเบาเสียงระบบล็อกประตูดัง คลิก เมื่อธันยกรกดปุ่มล็อกอัตโนมัติจากรีโมตในมือร่างโปร่งหมุนตัวกลับมา ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปหยิบแฟ้มงาน และไม่ได้ยืนประสานมือรอรับคำสั่งเหมือนในเวลากลางวัน ทว่าธันย์กลับก้าวเท้าช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ ตรงเข้าไปยังเก้าอี้หนังพนักสูงของประธานบริษัทธันย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างผ่อนคลาย แผ่นหลังพิงพนักหนังแท้ที่โอบรับสรีระ ชายหนุ่มยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวยื่นไปปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทั้งสองข้าง พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก ก่อนจะดึงเนกไทให้คลายออกแล้วปลดกระดุมคอเสื้อสองเม็ดบน เผยให้เห็นแนวไหปลาร้าขาวเนีย
ตอนที่ 22: สลับขั้วอำนาจกลิ่นหอมสะอาดของชาขาวพีชที่คุ้นเคยกลับมาอบอวลอยู่บริเวณโถงทางเดินชั้นสี่สิบสองอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสบดีโต๊ะทำงานไม้สีอ่อนตัวเดิมหน้าห้องประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเคยว่างเปล่าและเย็นชืดมานานหลายสัปดาห์ บัดนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แฟ้มเอกสารประจำวันถูกคัดแยกตามลำดับความเร่งด่วนด้วยแถบสี ปากกาหมึกซึม แท็บเล็ตประจำตำแหน่ง และแก้วเซรามิกสีขาววางอยู่ในตำแหน่งองศาเดิมอย่างพอดิบพอดี ราวกับช่วงเวลาแห่งความบาดหมางและการแยกย้ายไม่เคยเกิดขึ้นจริงธันยกรนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงาน สวมเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบสีกรมท่าเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงกึ่งกลางปลายแขนอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าขาวสะอ้านใต้กรอบแว่นสายตามีชีวิตชีวา ผิวพรรณสดใส ปราศจากร่องรอยความหม่นหมองที่เคยแบกรับมาตลอดหนึ่งปีหลังจากค่ำคืนแห่งพายุฝนและการยอมจำนนที่คอนโดมิเนียม ธันย์ตัดสินใจกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิมตามเงื่อนไขใหม่ที่เขาเป็นคนร่างขึ้นมาเอง สัญญาที่ปรึกษาโครงการเก้าสิบวันถูกยกเลิกไปพร้อมกับดีลมิกซ์ยูสที่พับโต๊ะลง และถูกแทนที่ด้วยสัญญาจ้างงานเลขาธิการบริหารฉบับใหม่ที่ผ่านการปรับแก้เงื่อนไขโดยไ
ตอนที่ 21: คืนที่ไร้แผนการ & การคุกเข่า [20+]สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เม็ดฝนหนาทึบกระทบกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่นบนชั้นเจ็ดของคอนโดมิเนียมในซอยอารีย์สัมพันธ์จนเกิดเสียงเปาะแปะสะท้อนก้อง ลมกรรโชกแรงพัดกิ่งไม้ข้างรั้วด้านล่างไหวเอน ไอความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยต่อของหน้าต่างเข้ามาจนห้องพักเงียบสงัดธันยกรยืนกอดอกอยู่ริมกระจกบานใหญ่ในความมืด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟถนนเบื้องล่างส่องสะท้อนผิวน้ำที่เจิ่งนองเต็มพื้นถนนและตรงใต้เสาไฟริมรั้วหน้าทางเข้าโครงการ… เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมานานกว่าสองชั่วโมงเจตนิพัทธ์ไม่ได้นั่งหลบฝนอยู่ในรถเก๋งสีดำที่จอดดับเครื่องอยู่ข้างทาง ชายหนุ่มยืนตากฝนอยู่ริมทางเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ติดไปกับแผงอกกว้างและแผ่นหลังหนาจนเห็นรอยกล้ามเนื้อชัดเจน เนื้อผ้าเปียกชุ่มจนโปร่งแสง เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงมาปรกหน้าผากและข้างแก้ม หยาดน้ำฝนไหลรินผ่านสันกรามคมหยดลงบนพื้นซีเมนต์ไม่ขาดสาย ทว่าสองเท้าคู่นั้นกลับปักหลักนิ่ง ไม่ยอมขยับก้าวไปหลบใต้ชายคาของร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามแม้แต่ก้าวเดียวในมือข้างหนึ่งของเจตน์ มีถุงกระดาษที่ถูกห่อหุ้มด
ตอนที่ 20: “ไม่อยากเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว”พาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจและสื่อออนไลน์ด้านเศรษฐกิจประจำเช้าวันอังคาร กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนแวดวงการลงทุนระดับประเทศ‘สะบั้นดีลยักษ์ริมเจ้าพระยา อัศว คอร์ปอเรชัน ประกาศถอนตัวจากโครงการมิกซ์ยูสหมื่นล้าน ยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญาบอร์ดบริหาร’ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอแท็บเล็ตทำให้บรรยากาศภายในแผนกยุทธศาสตร์บนชั้นสี่สิบเอ็ดเงียบสงัดจนน่าอึดอัด พนักงานหลายคนจับกลุ่มส่งสายตาให้กันด้วยความตระหนก ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่คือโครงการเรือธงที่บริษัททุ่มเทสรรพกำลังมาตลอดทั้งปี และเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่คาดหมายว่าจะดันมูลค่าบริษัทให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดทว่าสำหรับธันยกร… ความเงียบสงัดนั้นกลับนำมาซึ่งคำถามที่ไร้คำตอบธันย์นั่งมองหนังสือแจ้งการใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงเบื้องต้นที่ส่งตรงมาจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบริหาร คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ในฐานะคนที่ลงมือร่างโมเดลทางการเงินและร่วมเจรจากับฝ่ายกฎหมายของกลุ่มทุนวรโภคินทร์มาตั้งแต่ต้น ธันย์รู้ดีที่สุดว่าโครงการนี้ไม่มีความเสี่ยงทางการเงินใดๆ ที่ร้ายแรงพอจะนำไปสู่การล้มโต๊ะเจรจาแบบกะทันหันเช่นนี้จนกร







