LOGINหึ!
รชฏ
ณดาไม่กล้ามองร่างเปลือยบุรุษตรงหน้า เธอมองเห็นเสื้อผ้าของเขาถอดกองรวมกับที่ข้างเท้าของเขา ณดาขยับมือขึ้นมาปลดยกทรงสีขาวที่ปิดบังอกอวบอูมตัวเองแล้วก็ก้มหน้าซ่อนความอายมองเท้าตัวเองแล้วเคลื่อนมือสั่นเทาถอดกางเกงชั้นในและกางเกงซับในสีเนื้อออกพร้อมกันไปกองรวมกับชุดแต่งงานลายลูกไม้ รชฏมองออกว่าหล่อนอาย ก็ตอนนี้หน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มนั้นแดงกว่าเดิมแดงลามไปถึงใบหู เท้าใหญ่ก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าร่างเปลือยแล้วก็ยกมือเชยคางมนเรียวให้แหงนเงยขึ้นสบตาตัวเองแล้วก็ยกยิ้ม “มองฉันสิ มองว่าผัวของเธอหุ่นดีแค่ไหนณดา” เขาสั่งเธอเสียงพร่าเมื่อได้มองเห็นเรือนร่างสวยงามน่าปรารถนาของหล่อน ณดายังคงเม้มปากแน่นเงียบไม่ปริปากเอ่ยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เหลือกันสองคนกับเจ้าบ่าวตัวเอง เธอกล้ำกลืนฝืนทนกับความจริงตรงหน้าและยอมรับทุกคำดูถูกของเจ้าบ่าวในคืนนี้ที่พูดตอกหน้าตนเอง “เป็นใบ้รึไง!” เห็นเธอเอาแต่เม้มปากเงียบไม่ตอบ
หึ! รชฏ มากบารมี วัย 31 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทายาทตระกูลมากบารมีมองดูเจ้าสาวของตัวเองแล้วก็อดแค่นขำไม่ได้ “น่าสมเพช! ขายตัวใช้หนี้ คิดว่าตัวเองมีราคาค่างวดมากถึงสี่สิบล้านรึไงกันแม่คุณถึงได้เอาตัวเองมาประเคนให้ฉัน...หึหึ” น้ำคำดูถูกดังลอดออกมาจากริมฝีปากหนาพร้อมกับเสียงขำในลำคอของเขา ณดา เครือทรัพย์ วัย 23 ปี คุณหนูผู้เพียบพร้อมมาทุกอย่างตั้งแต่เกิด แต่ตอนนี้กลับไม่เหลืออะไรสักอย่าง แม้แต่บ้านที่เคยอยู่ ตอนนี้ก็ถูกธนาคารยึดไปแล้ว พ่อที่เป็นครอบครัวคนเดียวก็มาล้มป่วยนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลจนตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ชีวิตของเธอมันน่าสมเพชอย่างที่เจ้าบ่าวของเธอพูดจริงๆ นั่นแหละ “ทำไมเงียบล่ะ แต่ก็อย่างว่าแหละ มันคือความจริงที่เธอต้องยอมรับว่าตัวเองไร้ราคาแค่ไหน ไม
“ป้อขา...ป้อขา...” เสียงเล็กหวานของเด็กหญิงพรกมล คึกคะนอง หรือน้องมล วัยห้าขวบของพ่อกับแม่กำลังเรียกพ่อของตัวเอง “ขา...คนสวยของพ่อสิงห์” สิงห์ขานรับแล้วรีบเดินก้าวขายาวๆ ไปหาลูกสาวตัวน้อยที่กำลังเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นมาหาตนเอง ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกวันหลังเลิกงาน เขาจะมีลูกสาวตัวน้อยออกมาต้อนรับประจำ “ดูสิ รองเท้าหลุดแล้วคนสวยของพ่อสิงห์” สิงห์เดินมาอุ้มลูกสาวแก้มยุ้ยขึ้นแนบอกแล้วเดินไปก้มหยิบรองเท้าที่หลุดเท้าลูกสาวขณะเดินมาหาตนเองขึ้นมาใส่ให้ “ป้อขา...ปู่ย่ารอใน” หนูน้อยจะบอกว่าคุณปู่คุณย่ารอพ่อในห้องนั่งเล่น “แล้วแม่พลอยกับน้องล่ะลูก” “ในๆ” สาวน้อยตอบอย่างไวและชี้มือไปในห้องนั่งเล่นบอกว่าแม่กับน้องก็อยู่ด้วยเช่นกัน &l
สิงห์เปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นภรรยาของตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียง พลอยใจยังไม่อาบน้ำเปลี่ยนชุด แต่เผลอหลับไปเสียแล้ว เข้าใจว่าเธอคงเพลีย เพราะวันนี้ตื่นทำบุญตักบาตรแต่เช้าและกว่างานจะเสร็จก็สองทุ่มครึ่ง “หลับซะแล้วเมียเรา” สิงห์เดินมานั่งบนเตียงมองจ้องหน้าหวานซึ้งของภรรยาแล้วก้มโน้มหน้าลงไปจุ๊บแก้ม “อือ...พะ...พี่สิงห์มาแล้วเหรอคะ” คนเผลอหลับตื่นทันทีเมื่อปากหนาสัมผัสแก้ม “มาแล้วครับ เหนื่อยก็นอนเถอะ พี่ไม่กวนเราแล้ว” “แต่วันนี้เข้าหอของเรานะคะ” “แต่พลอยเหนื่อย พี่ไม่ใจร้ายรังแกเราหรอกนะ” เขาบอกคนที่กำลังดันกายลุกขึ้นนั่งโดยมีตนช่วยประคอง “ขอโทษนะคะ พลอยง่วงและเพลียมากค่ะวันนี้” “ไม่เป็นไร
อคิน คเชนทร์และพิภพมองเพื่อนรักแล้วก็ยิ้มมีความสุขตาม ในที่สุดสิงห์ก็ยอมรับสักทีว่า ‘รัก’ พลอยใจ กว่าจะยอมรับได้ก็เสียเธอไปแล้ว แต่ยังดีที่พลอยใจยังให้โอกาสเพื่อนกลับมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง “ดื่มแก้วนี้พอนะเว้ย! กูต้องเข้าหอกับเมียคืนนี้” สิงห์ยกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นแล้วกระดกเข้าปากหมดแก้วรวดเดียว อ่า! “มึงจะรีบไปไหน เพิ่งสามทุ่มเองนะไอ้สิงห์” อคินเอ่ย “พวกมึงมีเมียเมื่อไหร่จะเข้าใจกูเองเว้ย!” สิงห์ตอบกลับเพื่อน “เอาอีกแก้วไอ้สิงห์” คเชนทร์รินบรั่นดีส่งให้เพื่อนอีกแก้ว “อะไรวะ! ไม่ไหวแล้วนะ ถ้าให้กูกินอีก กูได้หลับแน่คืนนี้ กูเข้าหอนะเว้ย!” สิงห์ดันแก้วบรั่นดีตรงหน้าออกห่าง&n
งานแต่งงานของสิงห์และพลอยถูกจัดขึ้นอีกครั้งที่บ้านสวน จังหวัดสุพรรณบุรีในเดือนต่อมาหลังจากที่ปรับความเข้าใจกัน งานแต่งงานถูกจัดขึ้นเป็นงานเล็กๆ และเชิญเฉพาะญาติสนิทและคนสนิทเท่านั้นมาร่วมงาน อคิน คเชนทร์ และพิภพเองก็ได้มาร่วมงานเป็นพยานรักให้เพื่อนรักในครั้งนี้ด้วย พลอยใจกอดช่อดอกกุหลาบในมือแน่นแล้วมองสาวๆ ทุกคนที่กำลังรอรับช่อดอกไม้เจ้าสาวจากตน เมื่อหลายเดือนก่อนเธอเป็น ‘เจ้าสาวไร้รัก’ แต่วันนี้เธอเป็น ‘เจ้าสาวไม่ไร้รัก’ เธอดีใจที่ได้มีโอกาสได้สวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งกับเจ้าบ่าวคนเดิม “ได้เวลาโยนช่อดอกไม้เจ้าสาวแล้วครับ” สิงห์ก้มหน้ามากระซิบข้างหูเจ้าสาวของตัวเองด้วยน้ำเสียงหวานอ่อนโยน “ค่ะ ทุกคนรอรับนะคะ” ส่วนมากเป็นคนงานสาวๆ ที่ทำงานที่สวนของบ้านมารอรับช่อดอกไม้เจ้าสาว ทุกคนต่างก็ส่งเสียงร้องเรี







