LOGIN‘T^T.แต่.ระ…รางสังหรณ์ของฉันมันบอกว่าไม่โอเคเลยอะแก’สิ่งที่พูดออกไปนั้นไม่ใช่แค่เธออยากหาข้ออ้าง..แต่มันคือความรู้สึกจริงๆที่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอมันกำลังร้องบอกแบบนั้น บวกกับเปลือกตาข้างขวาที่กระตุกยิบๆ..มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกหวาดหวั่นในตอนนี้เสียเหลือเกิน
ตึกๆๆๆๆ “>.<งื้ออออ~~~ พี่เฌอแตมขา~~~..พวกหนูขอถ่ายรูปกับพี่หน่อยได้ไหมคะ”และในขณะที่เธอรีบเร่งสับขาเดินตรงดิ่งไปยังลานจอดรถที่อยู่ใต้คณะนั้นเอง พลันเสียงตะโกนเรียกของกลุ่มรุ่นน้องทั้งในคณะและต่างคณะ..ก็พร้อมใจกันส่งเสียงเรียกเธออยู่บริเวณลานกิจกรรมข้างๆตัวตึก และแม้ว่าภายในใจตอนนี้เธออยากจะทำเป็นไม่ได้ยิน..แต่ด้วยภาพลักษณ์และสิ่งที่ต้องแบกอยู่บนบ่า มันสั่งการให้เธอหยุดปลายเท้าลงและหันไปฉีกยิ้มปานน้ำผึ้งเดือนห้าส่งให้ทุกคนอย่างใจดี “อร้ายยย~~ พี่เฌอแตม!!” และสิ่งที่เธอต้องได้เห็นเป็นประจำทุกวันจนเคยชิน..คือการที่กลุ่มแฟนคลับตัวยงของเธอพากันพุ่งเข้ามาขอถ่ายรูปและจับมือ ไม่ต่างจากเธอเป็นสัตว์หายากที่บังเอิญหลุดออกจากสวนสัตว์เขาเขียว! แซะ!!! แซะ!!! แซะ!!! แซะ!!! “^.^ได้กันครบหมดแล้วนะคะ วันนี้ขอโทษนร้า..พี่อยู่คุยนานไม่ได้ต้องรีบไปธุระค่ะ”เสียงหวานรื่นหูที่สามารถทำคนฟังเคลิบเคลิ้มได้อย่างง่ายดายดังขึ้น พร้อมกับที่เฌอแตมส่งโทรศัพท์กลับไปให้กับรุ่นน้องคนสุดท้าย..หลังจากยืนแจกยิ้มหวานถ่ายรูปกับทุกคนจบครบ “^0^พี่เฌอน่ารักที่สุดเลยค่ะ..ขอบคุณสำหรับรูปนะคะ รับรองคนต้องอิจฉาพวกหนูแน่ๆที่โชคดีได้ถ่ายรูปกับพี่ค่ะ”คำชมดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย..แต่กลับไม่สามารถทำให้เฌอแตมหลงลืมตัวเองในชีวิตจริงไปได้ นั่นเพราะเธอนั้นไม่ใช่ลูกหลานตระกูลร่ำรวยมาจากที่ไหน..ครอบครัวของเธอมีเพียงแค่มารดาที่เปิดร้านขายส้มตำอยู่หน้าบ้านก็เท่านั้น ส่วนตัวเธอเอง..ก็มีรับงานรีวิวบ้างตามสถานการณ์และโอกาสที่มีเข้ามาให้ไขว่คว้าเล็กๆน้อยๆ เพราะเธอไม่อยากให้กระทบต่อการเรียน..และหากมารดารู้เรื่องเข้าคงถูกบ่นหูชาอย่างแน่นอน “^.^งั้นอย่าลืมตั้งใจเรียนด้วยนะคะ”ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป..ไม่วายที่จะหันมาฝากฝังคำพูดนางงามทิ้งท้ายกับน้องๆเอาไว้ เสร็จแล้วก็กลับมาสวมวิญญาณนักวิ่งสี่คูณร้อยเมตร..สับขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังลานจอดรถของคณะแพทย์และพยาบาลทันที ตึกๆๆๆๆ “รับทราบค่ะ!..เพราะพวกเรามีพี่เฌอเป็นไอดอลค่ะ..!!!”แม้ไอดอลคนสวยขาของทุกคนจะจากไปแล้ว..แต่เสียงตะโกนของกลุ่มแฟนคลับตัวยงก็ยังคงดังไล่หลังมาติดๆ แต่เวลาตัดสินชีวิตเช่นนี้..จึงทำให้เฌอแตมทำได้เพียงแค่โบกไม้โบกมือส่งกลับไป จวบจนกระทั่งตัวเองหายลับเข้าไปยังลานจอดรถของคณะแพทย์ ปึกกกก!!! หมับบบบ!!! ด้วยความไม่ทันระวังจึงทำให้เธอที่รีบเร่งฝีเท้าอย่างสุดชีวิต..เผลอชนกับกำแพงมนุษย์เข้าอย่างจัง ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาฝังลงบนแผงอก..ที่รับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของร่างกายนี้คงจะหักโหมออกกำลังกายมาอย่างหนัก แต่วินาทีที่เร่งรีบนี้เธอคงไม่มีเวลามาวิเคราะห์ความสมบูรณ์แบบที่พระเจ้าประทานนี้หรอก เพราะความเป็นความตายของเธอ!..คือการต้องไปทันรายงานตัวก่อนเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติ! “อะ!!…เจ็บชะมัด!”แต่ความเจ็บที่แผ่กระจายไปทั่วใบหน้าของเธอในตอนนี้..ทำเฌอแตมอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็รีบยกมือขึ้นสำรวจบริเวณที่ได้รับการกระแทกเต็มกำลัง..โดยหลงลืมคู่กรณีของตัวเองไปชั่วขณะหนึ่ง “=*=ใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายพูด..ยัยเซ่อซ่าจากคณะพยาบาล”จนกระทั่งเจ้าของร่างสูงใหญ่ทนไม่ไหวที่จะออกปากเตือนสติผู้หญิงซุ่มซ่ามตรงหน้า ที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือทำเสื้อกาวน์ของเขาเปื้อนจนไม่สามารถเก็บขึ้นมาใส่ได้อีกแล้ว พรึบบบ!!! “0.0!”น้ำเสียงดุดันเอาเรื่อง..บวกกับรังสีดำมืดที่แผ่กระจายออกมาจากตัวคู่กรณีทำเฌอแตมลืมความเจ็บของตัวเองไปชั่วขณะ ก่อนจะฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นเสื้อกาวน์สีขาวที่ตกอยู่บนพื้น!..และที่สำคัญมันยังอยู่ใต้รองเท้าของเธออีกด้วย! ‘T^Tบ้าชะมัด!..อะไรจะซวยตั้งแต่เริ่มแบบนี้นะยัยเฌอ!!’เวลาต่อมาติ้ดๆๆๆ!!!“อื้อออ~~”เสียงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดังขึ้นใกล้ๆหู..ช่วยปลุกเธอให้ตื่นจากฝันร้ายที่กำลังจะถูกความดำมืดกลืนกิน เปลือกตาทั้งสองข้างขยับยุกยิกก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นเมื่อความอ่อนล้าที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย..ทำเธอเสมือนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีก ใบหน้าหวานที่ซีดเผือกค่อยๆกลับมามีสีสันก่อนเสียงหวานจะครางเบาๆในลำคอระหง ต่อสู้กับเปลือกตาที่หนักอึ้งจนกระทั่งสามารถดึงตัวเองกลับมายังโลกปัจจุบันได้ แสงไฟที่สว่างจ้าทำเฌอแตมต้องใช้เวลาปรับสายตาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนมองไปยังถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่บนเสาเหนือศีรษะ ริมฝีปากบางที่แห้งผากบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอนั้นสูญเสียเลือดไปมากแค่ไหน ภาพใบหน้าของคนที่รับเลือดจากเธอไปทำเฌอแตมรู้สึกเคืองโกรธจนน้ำตาถึงกับร่วง เพราะวินาทีที่ชีวิตเธอเกือบจะสูญสลายนั้น..พวกเขากลับไม่แม้จะเห็นค่าหรือหันมาสนใจเธอเลยด้วยซ้ำ!“ฟื้นแล้วหรอคะ”ในช่วงเวลาที่เธอกำลังดิ่งไปกับความคิดมากมายที่วุ่นวายอยู่ภายในหัวนั้น พลันน้ำเสียงไถ่ถามที่ดังขึ้นอย่างเป็นห่วงใยเป็นใยก็สามารถดึงเธอกลับมายังปัจจุบัน..และเริ่มเรียบเรียงสถานการณ์ตอนนี้ได้จนครบถ้วนสมบูรณ์ “เป็นเพ
เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น..มันเป็นอะไรที่เธอไม่สามารถประคับประคองสติสัมปชัญญะได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะหลังจากที่เธอบอกพวกเขาออกไปแบบนั้น..เธอก็ถูกบรรดาหมอและพยาบาลที่แทบจะยกเธอขึ้นเสลี่ยง พาตัวเข้ามาในห้องปลอดเชื้อเพื่อทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำร่างกายให้สะอาดที่สุด จนเธอถึงกับมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างมาก นึกอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้..เพื่อที่เธอจะได้เลือกเป็นคนใจร้ายไม่พาตัวเองเข้ามาอยู่ในความวุ่นวายนี้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้น..แต่เอาเข้าจริงเธอคงไม่สามารถทนใจดำ มองคนตายต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตัวเองช่วยเหลือเขาได้หรอก“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรานะ”ในขณะที่เธอถูกพาตัวออกมาจากห้องปลอดเชื้อ เสียงขอบคุณจากบรรดาหมอและพยาบาลนับสิบก็พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ..เสมือนคนที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดในตอนนี้มีอิทธิพลมากล้น แต่ก็คงจะไม่เกินจริงถ้าหากบุคคลระดับนั้นจะเลือกใช้บริการโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะที่นี่การันตีเรื่องความพร้อมและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน..จนทุกคนต่างยกให้เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของโลก“ไม่เป็นไรค่ะ..แค่บริจาคเลือดเอง”แม้ภายในใจจ
“อยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”และก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักชื่อของพี่สาวพยาบาลตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยู่ในภวังค์ความคิดได้ไม่นาน..หลังเสียงของพี่เอื้องดาวเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับสะกิดให้เธอได้สติ เพราะสายตาของชายฉกรรจ์มากมายที่มองมายังพวกเธอเป็นจุดเดียว..แทบจะไม่ต่างจากกระบอกปืนมัจจุราชนับร้อยที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของเธอออกจากร่างทันทีที่ลั่นไก ‘บ้าไปแล้ว!!..สาบานได้ไหมว่าเธออยู่โรงพยาบาลไม่ใช่ดงมาเฟีย!’“งั้นก็รีบเอาไปให้คุณหมอด่วน!..”คนที่ตามมาทวงเอกสารสำคัญพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ทำเอาเฌอแตมรีบดึงสายตาจากปลายกระบอกปืนนั้นแล้วเตรียมตัวรอรับสัญญาณจากพี่สาว ที่เธอดันหลวมตัวเข้ามาอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่ได้คายไม่ออกนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ‘T^Tงื้อออ~~~ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอขอทำเมินไม่สนใจ..แล้วไปเตรดเตร่ซื้อลูกชิ้นปิ้งนายกอไปฝากมารดาเสียจะดีกว่า!’“ค่ะๆๆ”และแล้วเสียงที่เธอรอคอยก็มาถึง..เฌอแตมรู้สึกเสมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะสิ้นคำพูดนั้น..เธอและพี่เอื้องดาวก็รีบสับขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพี่พยาบาลที่เข้ามาช่วยชีวิตอย่างไม่เสียเวลาคิดให้ยุ่งยาก เพราะการหนีจากกลุ่มชายหน้าโหดพวกนี้..ย่อมเป็นตัวเล
ตึกๆๆๆเพียงก้าวขาเดินผ่านประตูเข้ามาในตึกใหญ่ที่ว่า..เธอก็เหมือนจะหายใจไม่สะดวกขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความรู้สึกหนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกดำราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในขั้วโลกเหนือ ทำเฌอแตมแทบจะเตลิดวิ่งหนีออกไปจากตัวตึกยกเลิกการช่วยเหลือเสียนาทีนี้ ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ออกอาการเลิ่กลักหลังเห็นชายปริศนาชุดดำเดินกันให้ควักอยู่ทั่วตึกใหญ่ หัวใจดวงเล็กที่อยู่ภายใต้หน้าอกข้างซ้ายแทบจะหยุดเต้น..เมื่อหนึ่งในนั้นตวัดสายตาดุร้ายมองมาที่เธออย่างเอาเรื่อง“ก้มหน้าเข้าไว้”เหงื่อบริเวณขมับบางผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด..และก่อนที่เธอจะหัวใจวายตายก่อนได้เริ่มฝึกภาคปฏิบัตินั้น จู่ๆเสียงของพี่สาวพยาบาลที่เดินนำหน้าเธอเล็กน้อยก็เอ่ยขึ้น..เรียกสติสัมปชัญญะของเธอให้กลับเข้าร่าง ก่อนเฌอแตมจะรีบก้มหน้าชิดอกทำตามคำแนะนำของพี่พยาบาลสาวอย่างว่านอนสอนง่าย และเร่งสับขาเดินผ่านพวกเขาเหล่านั้นไปยังลิฟต์สำหรับบุคลากรภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ทันทีกึกกกก!!!“จะไปไหน..!!”แต่โล่งใจได้เพียงไม่กี่วิเท่านั้นเธอก็เหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากไปร่าง มือไม้ทั้งสองเย็นเยียบอย่างไม่ทราบสาเหตุ..หลังชายชุดดำที่ก่อนหน้านี้มองเธออย่างกับจะก
“ทุกคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ”บอดี้การ์ดชุดดำรายงานตามข้อมูลล่าสุดที่ได้รับต่อผู้เป็นนาย..พลางตวัดขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผู้เป็นนายเข้าไปในลิฟต์ โดยที่มีสายตางุนงงปนสงสัยของร่างบาง..มองตามหลังไปจนกระทั่งทั้งสองหายลับเข้าไปในลิฟต์“_~_ทำไมเหมือนอยู่ในพื้นที่อันตรายนะ”บุคคลที่สวมใส่ชุดดำให้ความรู้สึกหวาดหวั่นจนทำเฌอแตมเหงื่อแตกพลั่กๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกที่ยังคงกระจายตัวอยู่รอบๆ..ไม่วายที่เธอจะพูดไปตามความรู้สึกที่ได้รับในตอนนี้ น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงลำคอระหงอย่างยากลำบาก ก่อนเธอจะส่ายศีรษะเพื่อตั้งสติ แล้วหมุนตัวออกเดินไปยังตึกที่คุณหมอบอก..เพื่อไปรายงานตัวสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติของตัวเองทันทีครึ่งชั่วโมงต่อมาแกร๊กกก!!!เฌอแตมค่อยๆปิดบานประตูห้องที่เธอพึ่งจะเข้าไปรายงานตัวอย่างเบามือที่สุด นั่นเพราะสังเกตจากการชักประวัติและข้อมูลเบื้องต้นที่ละเอียดยิบยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานี เธอก็พอจะเดาได้ว่าแพทย์หญิงที่ต้องดูแลนักศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติรุ่นเธอนั้นระเบียบจัดและเคี่ยวมากแค่ไหน ‘เดาได้เลยว่าตลอดเวลาสองปีนี้เธอจะต้องกลายเป็นผีปอบไร้ที่อยู่อย่างแน่นอน!’พรึบพรับๆๆๆ!!!และในขณะที
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวรกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อนหรือยังไงกัน ถึงทำให้การเดินทางมายังโรงพยาบาลที่เธอต้องเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติสองปีเต็ม..ถึงได้ยากเย็นแสนเข็นแบบนี้ ซึ่งแม้ว่าเธอจะขับมอเตอร์ไซค์มาแต่กลับรู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาด..เพราะระหว่างการเดินทางมาที่นี่เธอพบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามจนเธอแทบจะท้อ! แต่เพราะหน้าของมารดาลอยเข้ามาในหัว..เธอถึงได้อดทนสู้ฝ่าฟันขวางหนามมากมาย จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลสุดหรูอันดับหนึ่งของโลกได้โดยสวัสดิภาพ“เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเนี่ยย~~”เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ..พร้อมกับทำการบิดกุญแจดับเครื่องรถจักรยานยนต์สีชมพูของตัวเองอย่างชำนาญ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะบิดคันเร่งเกือบมิดไมล์..ถูกหวีอย่างลวกๆ รวมไปถึงการแต่งกายของตัวเองที่ต้องเนี้ยบตามคำสั่งของอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและตรงเวลาเป็นที่สุด“นี่ถ้าไม่ได้ไอ้พู่คงมาไม่ทันแน่ๆ”หลังดูนาฬิกาบนข้อมือแล้วเฌอแตมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เสียงหวานใสสมกับเป็นนักรีวิวครีมชื่อดังส่งเสียงเจื้อยแจ้วน่าฟัง พลางลูบเบาะรถจักรยานยนต์คันสีชมพูลูกรักของตัวเอง