ログイン“ขะ..ขอโทษด้วยค่ะ..เฌอรีบไปหน่อยค่ะ”ปลายเท้าเล็กรีบชักกลับเป็นอันดับแรก ก่อนจะก้มลงไปหยิบเสื้อกาวน์ของคณะแพทย์ขึ้นมาปัดทำความสะอาด..แล้วรีบก้มหน้าชิดอกสำนึกผิด หลับหูหลับตายื่นเสื้อกาวน์ออกไป..พร้อมกับตะกุกตะกักขอโทษขอโพยอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง
“รีบก็ควรดูทางด้วย..รู้ไหมว่าเธอทำเสื้อฉันเปื้อน?”เสียงเข้มดุเธออย่างโมโห..และไม่ยอมรับเสื้อกาวน์ของตัวเองกลับไป มิหนำซ้ำยังขยี้การกระทำที่ซุ่มซ่ามของเธอจนต่อมน้ำตาแทบจะทำงาน “0.“เธอจะชดใช้ยังไงไม่ทราบ..ยัยเซ่อซ่า?”แม้ว่าเขาจะหล่อรวยเพอร์เฟคสักแค่ไหน..แต่พอถูกด่าว่ายัยเซ่อซ่าก็ทำให้เธอหน้าม้านได้เช่นกัน “เฌอ…เออ..ดะ..เดี๋ยวเฌอซักแล้วจะกลับเอามาคืนให้นะคะ แต่ตอนนี้เฌอต้องรีบไปรายงานตัว พะ..พรุ่งนี้เฌอจะเอามาคืนพี่แน่นอนค่ะ”ตกตะลึงพึงเพิดกับคำพูดห่ามๆของเขาได้ไม่นาน..เธอก็ต้องรีบตั้งสติและแก้ปัญหาเฉพาะกิจโดยด่วน นั่นเพราะเวลายังคงเดิน..และเธอที่ต้องทำเวลาจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาคับขันนี้ให้แก่เขาไป และได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยดลบันดาลให้เขาเมตตาเธอสักนิด เพราะถ้าหากเธอไปไม่ทันรายงานตัวตามเวลา..มีหวังเธอชื่อเสียงที่สั่งสมมาคงได้ด่างพร้อยและผู้ให้ทุนการศึกษาคงได้ยกเลิกเป็นแน่ แค่นึกถึงความพังพินาศที่อาจจะเกิดขึ้น..ต่อมน้ำตาของเธอก็เริ่มทำงานในทันที “…ซักให้สะอาด..เพราะฉันไม่ชอบสกปรก”ความเงียบเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมได้ไม่นาน ก่อนเสียงทุ้มต่ำปนแหบพล่าเล็กน้อยจะเอ่ยขึ้น..โดยที่อีกฝ่ายไม่เสียเวลามองหน้าเธอด้วยซ้ำ! “ได้ค่ะ!..เฌอจะกลับไปซักให้เหมือนใหม่เลย”ได้ยินคำพูดนั้นเสมือนต้นไม้ฟื้นกลับคืนชีพอีกครั้ง เสียงใสรีบตอบรับอย่างแข็งขัน..พร้อมกับให้คำมั่นว่าเสื้อกาวน์ของเขาจะต้องกลับมาสะอาดใหม่เอียมราวกับพึ่งถอยออกจากช้อป! เพราะเธอมั่นใจในฝีมือการซักผ้าของเธอมากกอไก่ล้านตัวไปเลย! “-_-รีบไปสิ..”ไม่นานเสียงเข้มดุดันที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายก็ดังแทรกอากาศ ทำเอาคนมั่นใจในความสามารถพิเศษแทบหัวใจฝ่อ..แต่พอตีความหมายคำพูดของร่างสูงตรงหน้าได้ พลันรอยยิ้มแห่งความโล่งใจก็ปรากฏขึ้นในทันที “^-^ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องเฌอค่ะ”ก่อนจะจากไปไม่วายที่เฌอแตมจะค้อมศีรษะกล่าวคำขอบคุณร่างสูงผู้มีอิทธิพลแห่งคณะแพทย์ศาสตร์อีกครั้ง จากนั้นก็สวมวิญญาณนักวิ่งหอบเสื้อกาวน์และกระเป๋า..กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังโซนสำหรับจอดมอเตอร์ไซค์และจักรยานทันที! พรึบบบบ!!! พรึบบบบ!!! วิชากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาเร่งรีบ จนในที่สุดเฌอแตมก็มายืนหอบหายใจจนตัวโยนอยู่หน้ามอเตอร์ไซค์คันสีชมพูของตัวเอง..พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบริเวณขมับออกจากลวกๆ และใช่!..เน็ตไอดอลกระเป๋าแบนไม่มีแฟนอย่างเธอขับแต่แมงกะไซค่ะ! ไม่ใช่บรรดาซุปเปอร์คาร์หลักหลายสิบล้านที่เธอวิ่งผ่านมาก่อนหน้านี้ แต่ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะไม่ใช่ตระกูลผู้ดีรวยล้ำฟ้า..แต่เธอก็ภาคภูมิใจและโชคดีที่มีแต่คนที่รักและเอ็นดูเธอ กึกกกก!!! แต่ดูเหมือนความซวยของเธอในวันนี้จะยังไม่หมดไป เพราะในขณะที่เธอทำการพับเสื้อกาวน์ของพี่นักรบลงไปเก็บในกระเป๋าผ้าของเธออยู่นั้น ก็มีไอ้นกบ้าที่ไหนไม่รู้บินมาเทของเสียลงบนเบาะรถของเธอต่อหน้าต่อหน้า! ไม่พอเจ้านกนั่นยังหันมาส่งเสียงร้องเยาะเย้ย..ก่อนจะบินโฉบจากไปอย่างรวดเร็ว! “T^Tอะ!..ไอ้นกบ้า!!”วินาทีนี้เธอแทบร้องไห้เป็นสายเลือด อยากจะตะโกนด่าไอ้นกบ้าตัวนั้นให้มันตกใจตาย! แต่ความเป็นจริงแล้วเธอก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันด่ามันเบาๆ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดึงกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดอึของไอ้นกบ้านั้น..อย่างผู้ที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาแสนอาภัพของตัวเอง..!! พรึบบบ!!! “=*=ฉันจำแกไว้แล้ว!..เจออีกทีจะจับถอนขนเสียให้เกลี้ยง!” …………………………………………………. 🤣 โอ้ยยย!! เขียนไปขำไปจนคนข้างๆตกใจนึกว่าเป็นบ้าค่ะ555+++🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀 [ระหว่างรอเรื่องนี้กลับไปอ่านคนอื่นๆในกลุ่มได้นะคะ“เฌอคงไม่โง่ฆ่าคุณอัชเชอร์ต่อหน้าลูกน้องนับร้อยหรอกค่ะ”ซึ่งเฌอแตมก็ยังคงยืนยันคำพูดเดิม…พร้อมกับดันปืนที่ไม่มีลูกส่งคืนให้คนตรงหน้า พร้อมกับอธิบายกับเขาอย่างตรงไปตรงมา..เพราะถ้าหากเธอบ้าจี้ทำมันจริงๆขึ้นมา ไม่แคล้วที่ชีวิตของเธอก็คงจะหายลับไปกับเขาด้วย นั่นเพราะบอดี้การ์ดชุดดำนับร้อยพวกนั้น..คงไม่ปล่อยให้เธอกรีดกรายเดินออกไปจากโกดังแห่งนี้อย่างแน่นอน“หึ..ตอนอยู่บนเตียง..ปากดีให้ได้ครึ่งของตอนนี้ก็คงจะดี”คำตอบที่แสนอวดดีนั่นเรียกเสียงแค่นหัวเราะภายในลำคอหนาให้ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนเก่งเริ่มอกสั่นขวัญแขวน ซึ่งแน่นอนว่าอัชเชอร์ย่อมไม่ปล่อยให้กระต่ายตื่นตูมได้ตั้งตัว..ปลายกระบอกปืนในมือจัดการช้อนปลายคางบุ๋มขึ้นมาเผชิญหน้า ก่อนน้ำเสียงทุ้มแหบพล่าจะลั่นวาจาร้ายกาจออกมา..โดยไม่สนใจว่าบอดี้การ์ดที่อยู่เป็นสักขีพยานจะได้ยินบทสนทนานี้ด้วย“0////0!..คุณอัชเชอร์!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว สายตาที่ฉายชัดถึงความต้องการนั้นกำลังแผดเผาร่างกายเธอให้กลายเป็นเถ้าธุลี เฌอแตมพยายามข่มความอับอายเอาไว้แล้วกัดฟันเรียกชื่อเขาอย่างขึงขัง..เพราะการที่เขาพูดบ้าๆแบบนี้ออกมามันกำลังทำให้คนอื่นๆเข้
“นายครับ..”เพียงเธอและเขาก้าวเท้าเข้ามาภายในโกดังขนาดใหญ่..เสียงทักทายของบอดี้การ์ดคนสนิทของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องละสายตาจากสินค้ามากมายที่ตั้งตระหง่านเรียบเป็นตับอยู่เต็มโกดัง..ที่เขาบอกเธอว่าแค่ชั่วคราวเท่านั้น ก่อนเธอจะกระพริบตาปริบๆหรี่ตามองบอดี้การ์ดคนที่ขับรถไปส่งเธอที่ห้างสรรพสินค้า และหายหน้าหายตาเข้ากลีบเมฆ..ปล่อยให้เธอถูกเจ้านายอำมหิตของเขารังแกจนเกือบชั่วโมง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกว่ายืนอวยชัยให้เขาอยู่ภายในใจเท่านั้น“สินค้าล็อตนี้มีปัญหารึเปล่า”เฌอแตมอดที่จะเป๊ะปากส่งให้แคสเปอร์ไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำแสบๆของเธอย่อมไม่อาจเล็ดลอดผ่านสายตาเฉียบแหลมของอัชเชอร์ไปได้ ฝ่ามือหนาเพิ่มน้ำหนักบีบข้อมือเล็กเป็นการปราม..ก่อนจะหันไปเอ่ยถามสินค้าภายในโกดังกับแคสเปอร์ต่อ“ไม่ครับนาย..ทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมส่งต่อในคืนนี้”ไม่ต่างจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่จำต้องเก็บงำความสงสัย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกับเด็กสาวที่เปลี่ยนไปแทบจะหน้ามือเป็นหลังตีนชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าสู่เรื่องหลัก…เอ่ยรายงานผลการตรวจเช็คสินค้าล็อตนี้ให้กับผู้เป็นนายทราบ“เอามาให้กู..”แต่มีหรือที่อัชเชอร์จะยอมเชื่อง่ายๆหาก
พรึบพรับ!!!“0/////0!…เฌอ..”ไม่ต่างจากเฌอแตมที่พึ่งจะได้สติ..และรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขานั้นมันอันตรายมากแต่ไหน ไม่ต้องรอให้คนข้างนอกเข้ามาเป็นสักขีพยานความน่าอายเพิ่ม..เฌอแตมก็ไม่รอช้าที่จะขยับตัวออกห่างพลางละล่ำละลักกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่หมับบบบบ!!! “ทำต่อให้เสร็จสิ..”แต่ยังไม่ทันได้ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาแก้ต่างให้ตัวเองไร้มลทิน..เธอก็ถูกซาตานจอมเจ้าเล่ห์ดึงตัวกลับ พร้อมกับคำพูดกำกวมที่มันสามารถทำให้คนที่ได้ยินเข้าใจผิดได้โดยง่าย และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเธอก็บังเอิญได้เห็นสายตาแพรวพราวดังราชสีห์ร้าย..บ่งบอกว่าเขานั้นสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งเธอมากแค่ไหนซ่าาาาาา!!!“0////0..คะ..คุณอัชเชอร์พูดเรื่องอะไรคะ!!”ใบหน้าหวานถึงคราวต้องร้อนผะผ่าวเป็นเตาผิง ดวงตากลมโตเกิดอาการเลิ่กลั่ก..พลางพูดตะกุกตะกักโวยวายคนน่าไม่อายยกใหญ่“ก็ตรวจต่อให้เสร็จสิ..คิดบ้าอะไรของเธอ!”แต่แล้วก็ต้องรู้สึกเสมือนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เมื่อคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าไหวไหล่กว้าง..พร้อมกับขยายคำพูดก่อนหน้าให้มันครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่พอรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นมานั้นก็หมายถึงชัยชนะ..ที่เธอไม่มี
แม้สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกตินานแล้ว..แต่อาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นก็ยังคงฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของเธอ และมีแต่จะเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ..จนเธอถึงกับเป็นกังวลว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเธอในอนาคตอันใกล้นี้ ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อขบเม้มจนกลายเป็นเส้นตรง พยายามข่มอาการวุ่นวายทั้งหมดนี้เอาไว้..รวมไปถึงจังหวะหัวใจดวงเล็ก ที่กระหน่ำเต้นรัวแรงจนกลัวว่าคนข้างๆจะพลอยได้ยินมันเข้าไปด้วย“เอ่อ..คือว่า..”เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงเลือกตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง..เพียงเพื่อต้องการทำลายความเงียบที่ตลบอบอวลภายในห้องโดยสารนี้ลง ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างพลันชื้นแฉะเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ..บ่งบอกว่าเธอนั้นกำลังประหม่าที่จะเผชิญหน้ากับคนข้างๆมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็รวบรวมความกล้าหาญที่มีทั้งหมด..ค่อยๆหันไปเปิดบทสนทนากับคนข้างๆด้วยสภาวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นกระส่ำ เพราะเขาในตอนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกที่วุ่นวายของเธอเสียเหลือเกิน!“มีอะไรติดอยู่ที่หน้าของฉัน?”แต่แล้วก็ต้องรีบดึงสายตาหลบสายตามีอำนาจพลังอำนาจคู่นั้นอย่างรีบร้อน เมื่อถูกคนที่คิดว่ากำลังยุ่งอยู่กับรายงานในโทรศัพท์..หันขวับมาเลิก
“=*=”บรืนนนนน~~~ บรืนนนนน~~~ปังงงงงงงงงงง!!!แต่แล้วการพักผ่อนที่แสนจะหาได้ยากของเฌอแตมก็มีอันต้องพังลง เมื่อมีเสียงคล้ายกับวัตถุของแข็งกระแทกเข้ากับตัวรถอย่างจัง!..ปลุกเธอให้ตื่นจากห้วงนิทรา!เฮือกกกกก!!!“0.0!…อะ..อะไร!..เกิดอะไรขึ้น!”เฌอแตมเสมือนถูกกระชากขึ้นเหนือน้ำในช่วงสุดท้ายของชีวิต! ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน..พลางตะกุกตะกักพูดแทบไม่เป็นภาษามนุษย์ เมื่อสติสัมปชัญญะของเธอได้กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง..และคงยากที่จะตามกลับเข้าร่างในตอนนี้!หมับบบบบ!!! พรึบบบบบ!!!แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ผงกศีรษะขึ้นมองหาความผิดปกตินั้น เจ้าของต้นแขนล่ำที่เธอใช้หนุนแทนหมอรั้งศีรษะทุยของเธอให้มุดลงบนแผงอกแกร่ง สัมผัสที่ยังคงวางอยู่บนศีรษะ..ช่างอ่อนโยนจนความตกใจของเธอค่อยๆสงบลง แต่ก็ยังคงมีความกลัวหลงเหลืออยู่เมื่อความเร็วของรถค่อยๆไต่ระดับขึ้นบรืนนนนน~~~ บรืนนนนน~~~“นิ่งไว้..”เป็นครั้งแรกที่อัชเชอร์ใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำปลอบประโลมร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาอย่างหนัก ความใจเย็นที่แสดงออกมาช่างตรงข้ามกับตัวตนที่ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล..หลังถูกเห็บหมัดลอบกัดไม่รู้จักเวล่ำเวลา แม้ตอนนี้อ
อัชเชอร์พึ่งค้นพบในวันนี้ว่าการกินข้าวในสนามบินของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไรเลย ออกจะปลอดภัยจากศัตรูในเงามืดเสียด้วยซ้ำ..นั่นเพราะว่ามันอยู่ในพื้นที่ของเขา และแน่นอนว่าพวกมันคงไม่โง่ที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงในที่ๆของเขาอย่างแน่นอน ‘เพราะถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงเขาคงไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดกลับไป!..แม้กระทั่งร่างกายที่ไร้วิญญาณของมัน!’“เราจะกลับเพ้นท์เฮ้าส์เลยไหมครับนาย?”และในขณะเดียวกันนั้นเอง..คำถามจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดังขึ้นก็ดึงอัชเชอร์ให้กลับมาจดจ่ออยู่ปัจจุบัน ที่เขาและยัยเด็กขี้เหร่ได้เดินมาถึงขบวนรถหรูที่จอดเทียบฟุตบาทรออย่างเป็นระเบียบ..โดยมีบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งคอยคุ้มกันความปลอดภัยตามหน้าที่ แม้มันจะเป็นภาพที่วุ่นวายแต่ชีวิตที่ไม่ได้เรียบง่ายอย่างคนปกติทั่วไป..อัชเชอร์จึงทำได้เพียงแต่ทำใจให้ชิน“ยัง..แวะไปโกดังก่อน กูอยากเช็คของด้วยตัวเอง”อัชเชอร์หยุดในความคิดตรึกตรองเพียงไม่นาน..ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธที่จะกลับเพ้นท์เฮ้าส์ในตอนนี้ แล้วเปลี่ยนเป็นออกคำสั่งสายฟ้าแลบ..ทำเอาเฌอแตมที่ดันตกมาอยู่ที่นั่งลำบากถึงคราวต้องกระพริบตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพาเธอติดสอยห้อยตามไปในโลกที่แท้จริง







