تسجيل الدخولธีร์ชะงักมือที่กำลังติดเทปพันแผล นัยน์ตาดุดันเงยขึ้นสบประสานกับดวงตาพราวระยับของยายหมอดูที่ควรจะเปลี่ยนอาชีพเป็นดาวยั่วแทน
เขาแสยะยิ้มร้ายกาจ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ
“แต่ดูท่าทางคุณจะยั่วผมชนิดที่ไม่กลัวแสบและเสียวเลยนะครับ” ไม่พูดเปล่าแต่ร่างใหญ่โน้มลงไปใกล้จนอีกคนต้องเอนตัวตามความยาวของโซฟา ทำให้ตอนนี้ทั้งสองร่างอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลม
แต่มิลินหรือจะยอมจนแต้ม เธอยกขาชันขึ้น ให้กระโปรงตัวเดิมที่มีรอยผ่าสูงแหวกออก เผยเรียวขานวลเนียนดุจน้ำนมอวดคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะปรายตาไปมองตรงเป้าของเขาแทน
“ก็ต้องดูว่าของสารวัตรมันใหญ่พอให้น่ากลัวไหม”
ธีรดาเชื่อแล้วว่ายายมิลินนี่คงอยากให้เขากลืนกินสินะ ถึงได้พยายามพูดยั่วให้เขาอยาก เธอหิวขนาดนั้นเลยหรือไง?
“ปากดีขนาดนี้ถ้าเห็นของจริงอย่าร้องก็แล้วกัน” เขากระซิบเสียงพร่า นัยน์ตากวาดมองต่ำลงไปที่เนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นรอยขาดของเดรสสีไวน์แดงด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงอันตราย
“ปากดีสารวัตรเห็นแล้ว...ของอย่างอื่นก็ดีนะคะสารวัตรอยากเห็นไหม”
“อย่ามาท้าทายผม...เพราะคนอย่างสารวัตรธีรดาไม่เคยกลัวอะไร”
คำขู่ที่มาพร้อมกับสายตาหิวกระหายทำเอามิลินเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ร่างกายร้อนวูบวาบราวกับถูกไฟลามเลีย เธอยอมรับเลยว่าสู้สายตาของผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ ยิ่งเห็นเขาหิวกระหายมันชวนให้ร่างกายเธออยากจะวูบ
ธีรดาเห็นคนปากเก่งเงียบไปก็หัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เขาผละตัวออก ยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของตัวเองที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้มาโยนใส่หน้าเธอพร้อมกับตัดใจไม่ทำอะไรเกินเลย
“ไปอาบน้ำซะ สภาพคุณตอนนี้ดูไม่ได้เลย” ต่อให้ปากบอกว่าดูไม่ได้ แต่สายตาไม่ได้ละจากร่างกายคนตรงหน้าสักนิด
ธีร์พยักพเยิดหน้าไปทางห้องน้ำ “เสื้อผ้าคุณมันขาดหมดแล้ว ใส่เสื้อผมไปก่อน แล้วอย่าคิดตุกติกคิดหนีล่ะ”
เขาไม่กลัวว่าเธอจะหนีหรอก เพราะมีบางคนน่าจะรอปิดปากเธออยู่แล้วล่ะ และอีกอย่างนี่คือชั้นสาม กระโดดลงไปไม่ตายก็พิการ
มิลินรับเสื้อเชิ้ตตัวนั้นมากอดไว้ กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเขาติดอยู่บนเนื้อผ้าอย่างชัดเจน หญิงสาวย่นจมูกใส่คนสั่งการ ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นเดินนวยนาดเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย เพราะสภาพเธอตอนนี้มันเหนอะหนะและต้องการชำระล้างจริงๆ
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง...
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง ธีรดาที่กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างสูบบุหรี่ดับความรุ่มร้อนในกาย หันกลับมามองเมื่อได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออก
และภาพตรงหน้า... ก็ทำให้สติสัมปชัญญะของสารวัตรขาดสะบั้นลงทันที!
มิลินก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่ชวนให้สติเตลิดเปิดเปิงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น! เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่เคยพอดีตัวบัดนี้กลายเป็นชุดเดรสสั้นจู๋เมื่ออยู่บนร่างอรชร ชายเสื้อยาวปิดลงมาแค่กึ่งกลางต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนละเอียดที่ทอดยาวอย่างอวดโฉม ด้านบนยังปลดกระดุมออกหนึ่งเม็ดเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่ม
ที่ร้ายกาจไปกว่านั้น... คือเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการที่เธอไม่ได้เช็ดตัวให้แห้งสนิท มันแนบลู่ไปกับทรวดทรงองค์เอวเอสเคิร์ฟ และเพราะเธอไม่มีบราเซียสวมอยู่ด้านใน ยอดอกชูชันจึงดันเนื้อผ้าออกมาให้เห็นเป็นรอยนูนเด่นชัด ต่อให้ไม่อยากยั่วก็เหมือนกำลังยั่วเขาทางอ้อม บอกเลยว่าเขาไม่เคยต้องอดทนอด กลั้นในการสอบสวนพยานมากเท่านี้มาก่อน
หยดน้ำเกาะพราวตามเรือนผมสีเข้มที่ปล่อยสยายคลอเคลียกรอบหน้าสวยเฉี่ยว กลิ่นสบู่เหลวอาบน้ำของเขา... กลิ่นที่เขาชอบ... บัดนี้มันลอยอวลออกมาจากเรือนร่างเย้ายวนของผู้หญิงตรงหน้า ชวนให้กระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นชายให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
“เสื้อสารวัตรตัวใหญ่ไปหน่อยนะคะ... แต่ก็พอใส่ได้” มิลินเอ่ยเสียงหวาน เธอรู้ตัวดีว่าสภาพของตัวเองตอนนี้มันชวนให้คนมองมีอารมณ์แค่ไหน และเธอก็จงใจใช้มัน!
หญิงสาวยกมือขึ้นเสยผมเปียกชื้นลวก ๆ ท่าทางเป็นธรรมชาติแต่โคตรเซ็กซี่นั้นทำเอาธีรดาต้องกำหมัดแน่น
“ผมบอกให้ไปอาบน้ำ... ไม่ได้บอกให้ออกมายั่ว” ธีร์กดเสียงต่ำจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ เขาสาวเท้าเข้าหาเธอช้า ๆ นัยน์ตาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่จ้องตะครุบเหยื่อตัวน้อยไร้เดียงสาที่ออกหากินตอนกลางคืน
แล้วอีกอย่างด้านนอกฟ้าฝนก็ดันเป็นใจให้ทำกิจกรรมเข้าจังหวะเสียเหลือเกิน
มิลินไม่ถอยหนี เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมดวงตากลมโตมองคนตัวใหญ่อย่างใสซื่อ ปล่อยให้ร่างสูงคุกคามเข้ามาจนแผงอกแกร่งเบียดชิดกับความนุ่มหยุ่นของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา ธีรดายกแขนทั้งสองข้างขึ้นกักขังเธอไว้กับกำแพงหน้าห้องน้ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหน้าผากมน
“สารวัตร... จะทำอะไรคะ?” มิลินแกล้งช้อนตากลมโตขึ้นมอง แต่ริมฝีปากกลับเผยออ้าเชิญชวน
“ทำโทษ...นักโทษที่ชอบท้าทาย”
ธีร์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม เขาหมดความอดทนที่จะเป็นสุภาพบุรุษอีกต่อไป มือหนาสอดเข้าที่ท้ายทอยของเธอ ลูบไล้เส้นผมเปียกชื้นอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะบดขยี้ริมฝีปากสีเชอร์รีที่มันล่อตาล่อใจเขามาตั้งแต่อยู่ที่คอนโดที่เกิดเหตุแล้ว
ระยะห่างของคนสองคนลดลงจนริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา ความร้อนรุ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากเล็กงับริมฝีปากนุ่มของเขาแผ่ว ๆ อย่างเชิญชวน ก่อนที่เขาจะดันร่างเล็กเข้ามาแนบลำกายแกร่งและทำให้ความแข็งขืนดันกางเกงชั้นในจนร่างกายปวดหนึบ
จุ๊บ! เสียงแลกลิ้นและลมหายใจดังขึ้นเมื่อร่างทั้งสองโผเข้าหากัน เขาจูบเธออย่างหิวกระหายจนทำให้ร่างกายของคนตัวเล็กกว่าระทดระทวย
มิลินแม้จะไม่ใช่คนไร้ประสบการณ์ แต่การจูบที่แสนจะช่ำชองและชวนให้วาบหวามนี้ทำให้เธอตามเขาไม่ทันเช่นกัน ลมหายใจที่คิดว่าควบคุมได้คงที่กลับถูกอีกคนสูบไปจนหมด เธอหายใจเข้าจนหน้าอกกระเพื่อมไหว และสองมือใหญ่สอดเข้ามาจากชายเสื้อกอบกุมหน้าอกนุ่มเอาไว้
ธีรดาไม่ใช่แค่สัมผัสแผ่วเบา แต่ทว่าเขาทั้งเคล้นทั้งคลึงและบีบคั้นจนรู้สึกมันมือ โดยที่ลำกายที่แข็งขืนดันตรงกลางกายเล็กที่ยามนี้ไร้สิ่งปิดบัง
สองร่างแนบชิดมีเพียงเสื้อผ้ากัน และนั่นทำให้คนตัวใหญ่รู้สึกหงุดหงิด
ธีรดาละมือลงจากเต้าอวบก่อนจะรูดรั้งซิปกางเกงลงปลดปล่อยความอึดอัด จนกางเกงตัวนอกร่วงไปถึงเข่า เขาสะบัดมันทิ้งออกไป และกำลังจะรูดปราการด่านสุดท้าย ทว่ามีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นขัดจังหวะ
ติ๊ง!
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความตายมาเยือน ในวินาทีที่ศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังเขากลับเป็นผู้ชายปากหมา กวนประสาท และเอาแต่ใจคนนี้ ที่เอาแผ่นหลังของตัวเองมารับกระสุนแทนเธอเขาไม่ได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนดีศรีสังคมเพื่อเธอ และเธอก็ไม่ได้ละทิ้งความร้ายกาจเพื่อเป็นผ้าพับไว้ให้เขา เรายังคงจิกกัดกัน ยังคงฟาดฟันกันด้วยคำพูด แต่ภายใต้ความหยาบกระด้างเหล่านั้น มันมีความเชื่อใจที่ลึกซึ้งจนไม่มีใครหน้าไหนมาพังมันลงได้ยิ่งมีโซ่ทองมาคล้องรักให้พวกเรายิ่งทำให้รักของเรายิ่งแนบสนิทมิลินลืมตาขึ้นอีกครั้งธีรดากำลังอุ้มสองแฝดขึ้นพาดบ่าคนละข้าง เดินย่ำเท้าหนัก ๆ ตรงมาที่ระเบียง สภาพเปียกปอนไปทั้งตัว น้ำหยดติ๋ง ๆ ลงบนพื้นไม้กระดาน“ดูลูกคุณสิ วันนี้ผมตายไปสามรอบแล้วนะ” เขาทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นระเบียงข้างเก้าอี้ของเธอ ปล่อยให้สองแฝดวิ่งตึงตังเข้าบ้านไปหาพี่เลี้ยง “สอนให้เป็นคนดีไม่ชอบ ชอบเป็นโจรกันนัก โตขึ้นผมจะจับขังเดี่ยวให้หมดเลยคอยดู”มิลินอมยิ้ม เอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ มาซับน้ำที่เกาะอยู่ตามโครงหน้าคมคายอย่างเบามือ“ก็เชื้อพ่อมันแรง จะให้ลูกเรียบร้อยได้ยังไงล่ะคะ”“เชื้
สนามหญ้าหน้าบ้านพักตากอากาศจังหวัดชัยภูมิในเช้าวันหยุด เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งย่ำไปบนพื้นหญ้ามิลินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายตัวโปรดริมระเบียง ในมือประคองแก้วชากรุ่นควัน นัยน์ตาเฉี่ยวคมทอดมองภาพความวุ่นวายเบื้องล่างด้วยรอยยิ้มขบขันที่พยายามกลั้นเอาไว้สุดความสามารถภาพของอดีตสารวัตรปราบปรามมือฉมัง ผู้เคยทำให้ผู้ร้ายหวาดกลัวจนหัวหด บัดนี้อยู่ในสภาพที่... ดูไม่จืดธีรดาสวมเสื้อยืดคอย้วยกับกางเกงขาสั้นระดับเข่า สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือเบ้าตาคล้ำลึกราวกับหมีแพนด้า ผลพวงจากการอดหลับอดนอนสู้รบกับปีศาจแฝดวัยสามขวบมาตลอดหลายคืนติด“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้โจรตัวแสบ! มอบตัวซะดี ๆ ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว!”เสียงทุ้มแหบพร่าตะโกนลั่นลานหญ้า ธีรดาวิ่งหอบแฮ่ก ถือปืนฉีดน้ำสีสะท้อนแสงเล็งไปที่ต้นไม้ใหญ่หลังพุ่มไม้ ปรากฏร่างป้อม ๆ ของเด็กชายฝาแฝดสองคน ‘เดย์’ และ ‘วิล’ (ชื่อที่คนเป็นพ่อดึงดันจะย่อมาจากเดวิลให้ได้) ทั้งคู่สวมชุดเอี๊ยมยีนเปื้อนโคลนมอมแมม ในมือถือปืนพลาสติกของเล่นคนละกระบอก ใบหน้าถอดแบบความหล่อเหลาดุดันของธีรดามาพิมพ์เดียวกัน แต่แววตาเจ้าเล่ห์
มิลินเบี่ยงตัวหลบมือที่เอื้อมมาคว้าผ้าห่ม เธอขยับเข้าไปประชิดขอบเตียง โน้มใบหน้าลงไปหาคนที่กำลังป่วยหนัก กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำเอาธีรดาลมหายใจสะดุดกึก เขากำลังจะอ้าปากบ่นเรื่องกลิ่น แต่สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่ลากผ่านแผงอกแกร่งก็ทำให้คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายลงคอ“สารวัตรอาจจะไม่เชื่อเรื่องดวง...” มิลินกระซิบชิดริมฝีปากเขา รอยยิ้มร้ายกาจแบบที่เคยใช้ปั่นหัวตำรวจทั้ง สน. ผุดขึ้นบนใบหน้าธีรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัวทันที‘เมียมาไม้ไหน?’มือเล็กสอดบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนไว้ในกำมือ ลงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตตรงหน้าอกซ้ายของเขา แล้วตบเบา ๆ สองที“แต่ผลลัพธ์อันนี้บอกว่า... ดวงของสารวัตรกำลังจะตกจริง ๆ นะคะ” เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ทอดสายตามองคนที่กำลังทำหน้าเหลอหลา “ตกมาเป็น... ทาสรักของฉันตลอดชีวิต”ธีรดาขมวดคิ้วมุ่น ล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบสิ่งที่เธอเพิ่งยัดใส่เข้ามาออกมาดูมันไม่ใช่ไพ่ทาโรต์รูปปีศาจแห่งตัณหาแต่มันคือแท่งพลาสติกสีขาว ที่มีขีดสีแดงโชว์หราอยู่สองขีด!ธีรดากะพริบตาถี่ ๆ สมองที่กำลังตื้อจากอาการอาหารเป็นพิษประมวลผลช้ากว่าปกติ เขาพลิกแท่งพล
เสียงโอ้กอ้ากดังสะท้านออกมาจากห้องน้ำเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้มิลินยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองอดีตหมาป่าจอมผยองที่ตอนนี้สิ้นสภาพ ชายหนุ่มร่างกำยำกำลังกอดโถชักโครกแน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดุดันบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลังกว้าง เขากำลังพ่นทุกสิ่งทุกอย่างที่กินเข้าไปเมื่อคืนออกมาจนหมดไส้หมดพุงพวกผู้ร้ายหรือแก๊งมาเฟียที่เคยโดนเขาไล่ยิงกะโหลกมาเห็นสภาพนี้เข้า คงได้หัวเราะเยาะจนฟันร่วงอดีตสารวัตรปราบปรามมือฉมัง... พ่ายแพ้ให้กับกลิ่นกระเทียมเจียวเมื่อเช้า!หญิงสาวยกมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดจิ้มพริกเกลือเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย รสชาติเปรี้ยวอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ในขณะที่คนในห้องน้ำโงหัวขึ้นมากดชักโครก แล้วพยุงร่างอันสั่นเทาไปเกาะอ่างล้างหน้า“เอาไอ้มะม่วงนั่น... ออกไปไกล ๆ ผมเลย” ธีรดากดเสียงต่ำผ่านไรฟัน บ้วนปากลวก ๆ แล้วปรายตาขวาง ๆ มาทางภรรยาคนสวย“นี่มะม่วงน้ำปลาหวาน ไม่ใช่ยาพิษ” มิลินกลอกตาบน จิ้มมะม่วงชิ้นใหม่เข้าปากจงใจยั่วประสาท “คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ยธีร์ สามวันมานี้เอะอะก็อ้วก เอะอะก็เหม็น กาแฟที่ชอบนักชอบหนาก็เททิ้งจนหมด”“ผมอาหารเป็นพิษ!” เขากระแทกเส
ลมเย็นยามค่ำคืนของชัยภูมิพัดผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ หอบเอากลิ่นดอกแก้วจากสวนหน้าบ้านเข้ามาเจือจางในห้องนอนกว้างมิลินนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นพรม ปลายเตียงมีลังกระดาษสองสามใบที่เพิ่งถูกส่งตามหลังมาจากกรุงเทพฯ หญิงสาวกำลังรื้อจัดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของธีรดาที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ส่วนเจ้าของนั้นกลับนอนเปลือยท่อนบน พิงพนักเตียงดูสารคดีสัตว์โลกบนจอทีวีอย่างสบายใจเฉิบและเขาดูสารคดีหมาป่าหิมะ!มือเรียวหยิบกล่องไม้สนใบเล็กขึ้นมาเปิดดู ข้างในมีตราแผ่นดินโลหะสีทองหม่นของตำรวจ เข็มกลัดชั้นยศ และ... กระดาษแข็งแผ่นเล็กที่ขอบเริ่มหลุดลุ่ยตามกาลเวลามิลินหยิบมันขึ้นมา พลิกดูรูปวาดปีศาจมีเขาที่กำลังถือคบเพลิง ด้านล่างมีตัวอักษรเขียนว่า ‘The Devil’รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว หญิงสาวลุกขึ้นยืน เดินถือไพ่ใบนั้นตรงไปหาคนที่กำลังนอนจ้องจอทีวีตาไม่กะพริบฟึ่บ!ไพ่ปีศาจถูกโยนแหมะลงบนแผงอกกว้าง ธีรดาละสายตาจากสารคดี หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วมองหน้าภรรยา“ยังเก็บไว้อีกเหรอคะ สารวัตร” เธอถามเสียงกลั้วหัวเราะ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างกายเขาคิดถึงวันแรกที่เราพบกัน“หลักฐานมัดตัวส
“คนบ้า... ไม่อายคนอื่นหรือไง” มิลินหยิกเข้าที่สีข้างของเขาเต็มแรง“จะอายทำไม จูบเมียตัวเองผิดกฎหมายข้อไหน” เขาไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น “เสร็จเรื่องแล้วก็กลับบ้านเรากันเถอะ... บ้านที่ไม่มีใครหน้าไหนมาขัดจังหวะผมได้อีก”...สองเดือนต่อมา...ลมเย็นพัดเอื่อยผ่านระเบียงไม้กว้างขวางของบ้านพักตากอากาศชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นคันทรี ตัวบ้านตั้งอยู่บนเนินเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบของจังหวัดชัยภูมิ ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง และห่างไกลจากสายตาผู้คนมิลินทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หวายบุนวม นัยน์ตาคู่สวยทอดมองออกไปยังผืนป่าสีเขียวขจีเบื้องหน้า ในมือประคองแก้วกาแฟอุ่น ๆ กลิ่นคั่วบดหอมกรุ่นลอยเตะจมูกเธอสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งของธีรดากับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง เส้นผมถูกรวบขึ้นลวก ๆ ด้วยกิ๊บหนีบผม... สภาพที่ถ้าพวกมาเฟียในมาเก๊ามาเห็นคงไม่มีใครเชื่อว่านี่คืออดีตผู้กุมบังเหียนกาสิโนระดับหมื่นล้าน‘ทำไมต้องชัยภูมิ?’เธอเคยถามคำถามนี้ตอนที่ธีรดาขับรถพาเธอมาที่นี่ครั้งแรก‘เพราะมันเงียบ’ เขาตอบหน้าตาย ‘ไม่มีผับ ไม่มีกาสิโน ไม่มีเพื่อนตำรวจ และไม่มีไอ้เซเดียน







