LOGINเช้าวันต่อมาฉันรีบลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวเพื่อที่จะไปหาป๊าที่อยู่ที่ร้าน ป๊าฉันเคร่งเรื่องผิวพรรณเป็นอย่างมากเพราะท่านนั้นเปิดร้านบำรุงหน้าและดังมากๆอีกด้วย ป๊าจึงอยากให้ฉันนั้นสวยเปล่งปลั่งอยู่สมํ่าเสมอ
ฉันเลือกสวมใส่กระโปรงยีนสีดำและเสื้อครอปปาดไหล่สีขาวด้วยการแต่งหน้าทำผมที่ดูเป็นลูกคุณหนูตามที่ถูกสอนมาอย่างดี
ฉันเดินทางมาที่ห้างด้วยแท็กซี่และรีบขึ้นไปหาป๊าทันทีเพราะนี้ก็สายมากพอแล้ว พนักงานที่นี่ต้อนรับฉันดีมากพวกเขายิ้มแย้มแจ่มใสกันทั่วทุกคน
"ป๊าสวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลย สวัสดีค่ะอาภูมิ"อาภูมิสามีใหม่ของป๊า ป๊ามีผิวพรรณที่สวยงามเปล่งปลั่งมีออร่าแต่ยังคงอยู่ในร่างของเพศชายทุกประการเพราะท่านไม่อยากที่จะแปลงเพศสักเท่าไหร่ ขนาดฉันบอกให้ป๊าไปทำป๊ายังไม่ยอมทำเลยด้วยซํ้า
"วันนี้ไม่มีเรียนหรอลูก"
"ไม่มีค่ะอาภูมิ วันนี้เลยแวะมาหาป๊ากับอาภูมิสักหน่อยค่ะ"ฉันยืนกอดแขนป๊าอย่างเคยชินและยกยิ้มให้กับพวกเขาอย่างเป็นมิตร อาภูมิเอ็นดูฉันเหมือนลูกคนหนึ่งท่านไม่เคยคิดที่จะรังเกียจหรือทำอะไรฉันเลยแถมท่านยังบอกช่วยป๊าเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันเสียอีก
"วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะลูก ป๊ามีคนจะแนะนำ"พอได้ยินแบบนั้นฉันก็หน้ามุ่ยทันทีเพราะไม่ชอบเลยจะป๊าพูดแบบนี้ ผู้ชายแต่ละคนของป๊าดูไม่ค่อยโอเครสักเท่าไหร่เลย
"หน้ามุ่ยอีกแล้วนะเรา"
"แต่ละคนนะคะอาภูมิ เดมไม่ชอบเลยสักคนค่ะ"
"แล้วใครล่ะคะที่หนูจะชอบ หรือจะเป็นตาเวกัส"ฉันไม่ได้ตอบอาภูมิและเลือกที่จะส่งยิ้มไปแทน ป๊าถึงกับหัวเราะร่าออกมาจนฉันลืมตัวและต้องรีบแก้ต่างทันที
"ไม่ใช่นะคะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันค่ะ"
"ปะๆๆเรา ก่อนที่จะไปดูตัวไปทำสปาก่อนปะ ดูผิวเราสิลูก ไปเลยป๊าจะให้คนจัดให้"ฉันเดินเข้าไปห้องเปลี่ยนชุดทันทีและเดินออกไปที่ห้องทำสปาของvipของร้านฉันนั้นเอง
พนักงานที่จัดการดูแลฉันก็เยอะอยู่พอสมควรและดูแลฉันอย่างกับไข่ในหินเลยแหนะ ฉันไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานมากสักแค่ไหนพอเสร็จทุกอย่างแล้วจึงเดินไปชำระล้างร่างกายและไปแต่งตัวด้วยชุดเดิมก่อนที่จะมีช่างแต่งหน้ามาจัดการให้กับฉัน
พอเดินออกมาก็พบเข้ากับป๊าและอาภูมิที่นั่งคุยอยู่กับใครคนหนึ่งที่ใส่ช็อปหันหลังให้กับฉัน แต่ถ้าเดาเลยก็คงไม่ยากเพราะนั้นคือเวกัสเพื่อนของฉันนั้นเอง
"แกเลิกเรียนแล้วหรอ"แต่พอไปนั่งเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ข้างๆเขาก็กลับพบว่านั้นไม่ใช่เวกัสแต่เป็นใครสักคน เขาหล่อและดูดีมากแถมยังเรียนวิศวะอีกด้วย เขาจ้องมองฉันและยกยิ้มอย่างเป็นมิตร
"นี้พี่ทิวเขา เรียกว่าพี่ทิวก็ได้ลูก ไม่ใช่ตาเวกัสหรอกนะ"
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับน้องไมล์เดม"เขายังคงยกยิ้มให้ฉันแบบนั้นแต่มีเพียงฉันที่ไม่ได้สนใจและมองไปรอบๆก่อนที่จะพบเข้ากับเวกัสที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันในร้าน ฉันจึงรีบลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาเขาทันที
"เลิกเรียนแล้วหรอ เป็นไงบ้าง"
"นั่นใคร???"ยังไม่ทันที่จะได้เข้าร้านเวกัสก็เอ่ยถามฉันทันทีและมองร่างกายของฉันอย่างไม่สบอารมณ์ เขาถอดเสื้อของตัวเองออกและสวมใส่ให้กับฉันทันทีก่อนที่จะเดินโอบไหล่เข้าร้าน
"สวัสดีครับคุณอา"
"นี้ทิวเขาเป็นลูกเพื่อนป๊าเอง ส่วนนี้เวกัสเพื่อนสนิทของไมล์เดมลูก"
"สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ"เขาตอบกลับอย่างมีมารยาทแต่ก็ไม่ได้หันไปมองที่อื่นเลยนอกจากมองฉันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่แบบนั้น ยิ่งตอนนี้รู้ว่าชอบเขาเข้าเต็มๆฉันยิ่งชอบที่เขาทำแบบนี้เหมือนกับคนเป็นแฟนกันเลยทีเดียว
"ป๊าคะกัสมารับเดมแล้ว เดมกลับก่อนนะคะ"
"แล้วเรื่องทานข้าวกับพี่เค้าล่ะลูก"
"ไปทานข้าวด้วยกันก่อนก็ได้นะครับ ผมหิวอยู่พอดีเผลอๆอาจจะได้รู้จักกันเพิ่ม"ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมเวกัสถึงพูดแบบนี้ทั้งๆที่ท่าทางของเขามันกลับชัดเจนมาตลอดไม่ใช่หรอว่าหวงฉัน แต่ทำไมเขาถึงกลับให้ฉันอยู่ทานข้าวดูตัวกับพี่ทิวเขาแบบนี้
"งั้นไปกับเถอะครับคุณอา"
ฉันนิ่งเงียบไปทันทีและสลัดตัวออกจากเวกัสให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะเดินไปพร้อมๆกับทุกคน จนเดินพากันมาถึงที่ร้านอาหารภายในห้อง ฉันนั่งข้างพี่ทิวเขาและมีเวกัสที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่วนป๊ากับอาภูมิก็นั่งอยู่ฝ่ายตรงข้าม
พวกเราสั่งอาหารกันไปและพูดคุยกันไป ไอ้คนตัวดีที่นั่งข้างๆไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่เอาแต่เงียบอยู่แบบนั้นและเหมือนจะไม่ได้สนใจเขาเลย แต่ยิ่งคุยก็เหมือนจะยิ่งถูกคอกับพี่ทิวเขาเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันชอบเวกัสน้อยลงเลย
"นี้ครับน้องชอบ กินเยอะๆนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ"ฉันนั่งกินซูชิไปตั้งหลายคำแต่ก็ยังคงไม่ได้อิ่มอะไรมากก่อนที่จะสั่งก่อนของหวานตามปิดท้ายด้วย
ฉันนั่งตักของหวานเข้าปากจนสุดท้ายจู่ๆพี่ทิวเขาก็หยิบทิชชูมาเช็ดปากฉันทันที ทำเอาฉันตัวเกร็งแทบแย่แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่อย่างใด
"พี่ขอโทษนะครับ พอดีปากน้องเลอะพี่เลยเช็ดให้น่ะครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
"ก่อนจะกลับเราก็แลกไลน์กันไว้สิลูก เผื่อจะได้ติดต่อกัน"ฉันยังคงนิ่งและชำเลืองมองไปที่เวกัสและเขาก็ยังคงไม่ได้สนใจฉันเลยด้วยซํ้าจนฉันจำใจให้ไลน์พี่เวกัสไป
พวกเราแยกย้ายกันกลับ ฉันกลับกับเวกัสและตลอดทั้งทางเขาก็ยังคงเป็นเขาที่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมาจนทำเอาฉันอึดอัดแทบเป็นบ้าและโกรธเรื่องที่เขานิ่งไม่ยอมช่วยฉันแถมยังส่งเสริมให้ไปทานข้าวกับพี่ทิวเขาอีก
พอมาถึงที่คอนโดฉันก็ปิดประตูรถอย่างแรงและรีบมุ่งตรงไปที่ลิฟต์ทันทีเพราะไม่อยากจะขึ้นไปพร้อมกับเขาแต่ก็ไม่ทันเวกัสเลยแม้แต่น้อย
"เป็นอะไร"ฉันยังคงเงียบและไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะฉันโกรธเขาจริงๆนะที่ไม่ช่วยฉันแบบนี้เหมือนเขาผลักดันฉันให้ดันคนอื่นอย่างใดอย่างนั้น
"กัสถามว่าเดมเป็นอะไร!!"
"แล้วทำไมแกต้องให้เราไปกินข้าวกับพี่เขาด้วย ทำไมแกไม่พาเรากลับ"ฉันหันไปวีนใส่เขารอบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์มากสักเท่าไหร่
"คนนี้ดูแกถูกใจนะเดม ได้ไลน์กันด้วยเดี๋ยวก็คงคุยกันแล้วก็คบกันสินะ"
"อย่ามาพูดประชดใส่กันแบบนี้นะกัส เราไม่ชอบ"พอถึงทีโกรธแล้วประชดนี้พูดเยอะจัด แต่พอมีความสุขหรือเขาให้พูดกลับไม่พูดไอ้บ้ากัสนี้
เราสองคนจ้องมองกันอย่างนิ่งก่อนที่เสียงลิฟต์จะเปิดออกฉันจึงรีบถอดเสื้อให้กับเขาและเดินไปตามทางเพื่อที่จะเข้าห้องแต่ก็ไม่ได้มีใครตามมาเลยโดยเฉพาะเวกัส ไม่รู้ว่าเขาไปไหนต่อหรือลืมอะไรไว้ที่รถรึเปล่าแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจและอาบนํ้าแต่งตัวทำงานต่อ
จนตอนนี้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเวกัสก็ยังหายไปไม่ได้กลับห้องเลยด้วยซํ้าฉันจึงรีบเปิดแชททันทีเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไหมก่อนที่จะพบเข้ากับไลน์กลุ่มที่ตอนนี้พวกนั้นถ่ายรูปเข้ามาในกลุ่มเพื่ออวดฉันและฟ้าใสที่ไม่ได้ไปผับ
ภายในภาพทุกคนมีหญิงสาวอยู่ข้างกายโดยเฉพาะเวกัสที่โอบกอดสาวนมตู้มโดยมืออีกข้างเหมือนจะอยู่ภายในเสื้อของหญิงสาวอีกด้วย
ฉันรีบปิดโทรศัพท์ทันทีและเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ทุกอย่างในตอนนี้มันกลับวงจรเหมือนขาดอะไรไปบางอย่างจนกระทั่งจู่ๆนํ้าตาของฉันมันก็ไหลออกมาทันที
"นี้สินะนํ้าตาแห่งความเจ็บปวด ฉันชอบเขาฝ่ายเดียวสินะ"ฉันนอนร้องไห้อยู่แบบนั้นพร้อมกับไลน์ที่เด้งเข้ามาจากเพื่อนๆของฉันรวมถึงฟ้าใสที่ถามไถ่ฉันเข้ามาอีกด้วย
ทำไมยิ่งรู้ว่าฉันชอบจริงๆฉันถึงพยายามเข้าข้างตัวเองและปล่อยให้หัวใจมันเต้นกับเขาแบบนี้นะ ทำไมฉันไม่ตัดใจจากเขาซะนะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันคงไม่มีทางที่จะเป็นมากกว่าอย่างอื่นแน่นอน
ฉันนอนร้องไห้พรํ่าเพ้ออยู่กับตัวเองอยู่แบบนั้นก่อนที่จะพยายามข่มตาให้นอนหลับใหลไปในที่สุด
พอมาถึงผับฉันก็เดินเข้าไปตามพวกเพื่อนที่วันนี้จองโต๊ะอยู่ชั้นบนห้องvip ฉันสวมใส่ชุดเดรสสีดำสั้นสายเดี่ยวรัดรูปพอมาถึงที่ฉันก็สังเกตเห็นเวกัสที่จ้องมองมาและพยายามเรียกให้ฉันไปนั่งกับเขา เพื่อนๆ ของฉันที่รู้ก็แยกตัวฉันและเวกัสออกจากกันและฉันก็ได้มานั่งข้างดินที่ริมสุด"ทำไมใส่สั้นวะ เอาเสื้อกูไปคลุมไหม""ไม่เอา กูมาผับนะมึงไม่ได้ไปวัด"ทุกการกระทำของฉันเป็นที่จับจ้องโดยเวกัสทุกอย่างอย่างไม่คลาดสายตา แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่สนใจและดื่มเหล้าต่อไปก่อนที่ไลน์ของฉันจะเด้งเข้ามารัวๆLINE TKTK:น้องมาผับทำไมไม่บอกพี่TK:พี่จะได้ไปรับTK:แถมเรายังแต่งตัวสั้นมากเลยนะTK:พี่หวงได้ไหมคะเนี่ยTK:สะดวกไหม
"แกชอบมันงั้นหรอวะเดม"ฉันถึงกับเงียบในคำถามของดินจะปฏิเสธก็คงยากแถมเพื่อนก็คงดูออกเพราะการกระทำของพวกฉันมันย้อนแย้งมาตั้งนานแล้วกับคำว่าเพื่อนแต่แสดงอาการหึงหวงกันเหมือนกับแฟน"ว่าไง""ฉัน.....ไม่ได้ชอบเวกัสหรอก"เสียงถอนหายใจของคนข้างกายดังออกมาแต่ก็ยังคงจ้องมองหน้าฉันอย่างกดดันพร้อมกับมือที่กัดกันแน่นจนเลือดสีแดงเกือบไหลออกมาจนเป็นแผลมือหนาของคนข้างกายค่อยๆ ยื่นมาจับมือฉันให้ผ่อนคลายก่อนที่ฉันจะพุ่งเข้าไปสวมกอดดิน เพราะตอนนี้ไม่รู้เป็นบ้าอะไรฉันถึงได้ร้องไห้แบบนี้กัน".....""ฉันไม่รู้ว่ะดิน ฉันไม่รู้ว่าต้องทำไงดีอะ"ฉันเผลอร้องไห้ออกมาและสวมกอดคนตรงหน้าอย่างลืมตัว เพราะตอนนี้ความเสียใจมันครอบงำซะมากกว่า"ไม่เป็นไรนะ มีอะไรก็บอกฉันได้ เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ยเดม"แต่ในขณะนั้นเองเสียงเจื้อยแจ้วของใครคนหนึ่งก็พูดดังออกมาจนทำทั้งฉันและดิ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานพี่ทิวเขาก็ยังคงไม่ได้กลับบ้านเขาอาสาทำอาหารเย็นให้กับฉันได้ทานและฉันก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะเขาตั้งใจที่อยากจะทำจริงๆ"ให้เดมช่วยไหมคะ""เสร็จแล้วค่ะ พี่ทำข้าวผัดให้ทาน""พี่ทิวเขาก็เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนได้เหมือนกันนะคะเนี่ย ใครได้เป็นสามีคงโชคดีแย่"ฉันเผลอพูดออกมาตามความรู้สึกและไม่ได้คิดอะไร เขานั่งจ้องมองฉันนิ่งในขณะที่ฉันกำลังนั่งตักข้าวเข้าปาก"พี่จ้องเดมทำไหมคะ มีอะไรรึเปล่า""น้องเดมเปิดโอกาสให้พี่ได้จีบน้องเดมได้ไหมครับ ในเมื่อน้องก็ยังไม่มีใครแถมพ่อน้องเดมก็เปิดช่องให้เราแล้วพี่เลยอยากจะขอจีบน้องเดม....ได้ไหมครับ"ฉันไม่ได้ให้คำตอบเขาเลยและนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เขาเองจะเงียบลงไปและนั่งตักข้างเข้าปากต่อไป"พี่คิดว่าจะจีบเดมได้หรอคะ คงยากหน่อยนะคะถ้าจะจีบเดม""ยังไงหรอ
ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปดูในห้องและพบเข้ากับเสียงแปลกประหลาดที่ห้องของเวกัสฉันจึงเปิดเข้าไปดูและพบเข้ากับภาพที่ไม่ควรเห็นสิ่งที่ฉันเห็นคือภาพของเวกัสที่กำลังนัวเนียกับใครอยู่สักคนที่เตียงนอนของเขา ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะกำลังตกใจเป็นอย่างมากกับภาพที่เห็นหัวใจของฉันมันค่อยๆ แตกสลายไปทีละน้อยๆ กับการที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ไหนเขาสัญญาว่าจะไม่พาใครมาที่ห้องแต่นี้คืออะไร ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อจึงปิดประตูห้องเขาและพยายามจะเดินเข้าไปที่ห้องของตัวเองแต่ก็ไม่ทันเวกัสที่วิ่งออกมาหาฉันทันที"เดม""ไหนแกบอกจะไม่พาใครมาห้องไง แล้วนี่มันหมายความว่าไงวะกัส ทำไมแกตั้งกฎแล้วไม่ทำตามที่พูดวะ"ฉันเผลอร้องไห้ออกมากับการกระทำของเขา ฉันผิดหวังในตัวเวกัสมากๆ เลยจริงๆ"ขอโทษ""ขอโทษทำเชี้ยไร ไหนมึงตั้งกฎเองแล้วมาแหกกฎวะกัส"
เช้าวันต่อมาฉันตื่นเช้ามากเพื่อที่จะได้ออกจากห้องเร็วๆ เพื่อที่จะไม่ต้องได้ไปเจอเขาและจะพยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ฉันจะตัดใจจากเขาซะเพื่อที่ทุกอย่างมันจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คำว่าเพื่อนของเราจะได้คงไว้อยู่แบบนี้ตลอดไปฉันนั่งรถต่อไปที่มหาลัยทันทีและเดินไปนั่งที่ไกลๆ จากโต๊ะเดิมของพวกเรา ตอนนี้มันเช้ามากจริงๆ กว่าทุกคนจะมาก็อีกนานฉันจึงเปิดเกมเข้าโหลดเล่นเพื่อฆ่าเวลา ก่อนที่ฟ้าใสและพายุจะตามมาติดๆ"อ้าวววทำไมพวกแกมาเช้าจัง ฉันยังเล่นไม่ถึงไหนเลยเนี่ย""ฉันรู้หมดแล้วนะเดม"พอพายุพูดจบฉันก็ปิดหน้าจอลงทันทีและพยายามฝืนยิ้มให้กับพวกเพื่อนๆ เพราะไม่อยากให้เขาคิดมาก"แกชอบมันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ""ก็น่าจะนานแล้วอ่ะ แต่ฉันพึ่งรู้ว่าชอบมัน""ไม่เป็นไรนะ แกยังมีพวกฉันเดี๋ยวฉันทำ
เช้าวันต่อมาฉันรีบลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวเพื่อที่จะไปหาป๊าที่อยู่ที่ร้าน ป๊าฉันเคร่งเรื่องผิวพรรณเป็นอย่างมากเพราะท่านนั้นเปิดร้านบำรุงหน้าและดังมากๆอีกด้วย ป๊าจึงอยากให้ฉันนั้นสวยเปล่งปลั่งอยู่สมํ่าเสมอฉันเลือกสวมใส่กระโปรงยีนสีดำและเสื้อครอปปาดไหล่สีขาวด้วยการแต่งหน้าทำผมที่ดูเป็นลูกคุณหนูตามที่ถูกสอนมาอย่างดีฉันเดินทางมาที่ห้างด้วยแท็กซี่และรีบขึ้นไปหาป๊าทันทีเพราะนี้ก็สายมากพอแล้ว พนักงานที่นี่ต้อนรับฉันดีมากพวกเขายิ้มแย้มแจ่มใสกันทั่วทุกคน"ป๊าสวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลย สวัสดีค่ะอาภูมิ"อาภูมิสามีใหม่ของป๊า ป๊ามีผิวพรรณที่สวยงามเปล่งปลั่งมีออร่าแต่ยังคงอยู่ในร่างของเพศชายทุกประการเพราะท่านไม่อยากที่จะแปลงเพศสักเท่าไหร่ ขนาดฉันบอกให้ป๊าไปทำป๊ายังไม่ยอมทำเลยด้วยซํ้า"วันนี้ไม่มีเรียนหรอลูก""ไม่มีค่ะอาภูมิ วันนี้เลยแวะมาหาป๊ากับอาภูมิสักหน่อยค่ะ"ฉันยืนกอดแขนป๊าอย่างเคยชินและยกยิ้มให้กับพวกเขาอย่างเป็นมิตร อาภูมิเอ็นดูฉันเหมือนลูกคนหนึ่งท่านไม่เคยคิดที่จะรังเกียจหรือทำอะไรฉันเลยแถมท่านยังบอกช่วยป๊าเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันเสียอีก"วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะลูก ป๊ามีคนจะแนะนำ"พอได้ยินแบบนั้







