LOGIN“ฉันไม่เคยคิดให้ใครมาแทนที่มะปราง” เขาพูดโพล่งออกไป
“เอมรู้ค่ะ แต่อดีตก็คืออดีต พี่มะปรางตายไปแล้ว แต่เรา...”
“ไม่มีคำว่าเรา มีแค่ฉันกับเธอเท่านั้น แล้วฉันก็ยืนยันคำเดิมว่าฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้”
“งั้นพาเอมไปอยู่ด้วยก็พอ เอมกินน้อย ไม่เรื่องมาก เลี้ยงง่ายค่ะ”
“เธอเป็นคนนะ ไม่ใช่หมาพุดเดิล” เขาสวนเสียงดุ
“พี่ชินคงไม่รู้ว่าการเลี้ยงหมาสักตัวนี่ต้องเอาใจใส่มากเลยนะคะ แต่เอมไม่ต้องการแบบนั้น ขอแค่ให้เอมได้ไปอยู่ใกล้ๆ พี่ชิน ได้คอยดูแลพี่ชินก็พอ เอมจะไม่เรียกร้องสถานะอะไรเลย เอมสัญญา” หญิงสาวยังคงอ้อนวอนไม่เลิก นั่นยิ่งทำให้ชยุตม์ยิ่งหัวเสีย
“ไม่มีทางอื่นหรือไง ฉันไม่พร้อมให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งด้วยทั้งนั้น”
“เพราะพี่มะปรางอีกแล้วสินะ” อัญรสแค่นยิ้ม เจ็บปวดจนอดตัดพ้อไม่ได้
“ใช่ มะปรางตายไปยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ” ชยุตม์ไม่ปฏิเสธ
“เวลาไม่สำคัญสำหรับการมูฟออนหรอกค่ะ”
“แต่กับฉันมันสำคัญมาก ฉันไม่อยากให้เธอมาแทนที่มะปราง”
“พี่มะปรางรักพี่ชินอย่างที่พี่ชินรักเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ” อัญรสหลุดปากพูดออกไป
“หมายความว่ายังไง? นี่จะหาเรื่องออกรับแทนไอ้อ้นอีกใช่ไหม!”
“ไม่ใช่ค่ะ เอมแค่จะบอกว่าพี่มะปรางไม่ได้รัก ไม่ได้ซื่อสัตย์กับพี่ชินเลย การที่พี่เอาแต่ยึดตัวเองไว้กับอดีต ไม่ยอมเปิดใจรับเอม เพราะคิดว่ามันเป็นการทรยศต่อความรักของพี่มะปราง แต่เอมจะบอกอะไรให้นะคะ... ว่าพี่มะปรางไม่เคยซื่อสัตย์กับพี่ชินเลย ในขณะที่พี่ทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างหนัก เมียรักของพี่กลับ...”
“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ! เธอเป็นบ้าอะไรถึงมาพูดแบบนี้ ใส่ร้ายคนตายไม่กลัวบาปหรือไง!”
ชยุตม์ทนฟังไม่ไหว ปราดเข้าไปบีบต้นแขนทั้งสองข้างของอัญรสแน่น แทนที่เจ้าตัวจะตระหนักว่าพูดจาเกินเลย กลับเงยหน้าขึ้นมองเขาจนคอตั้งบ่า ไม่มีท่าทีเกรงกลัวใดๆ
“เอมพูดความจริง จะบาปได้ยังไง คนที่บาปเพราะหลอกลวงคือพี่มะปรางมากกว่า”
“เอม!” ชายหนุ่มตวาดแล้วขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
“ที่รับไม่ได้นี่เพราะรู้อยู่ก่อนแล้ว หรือแค่ไม่ยอมรับความจริงคะ” แต่เธอกลับยั่วโมโหต่อไปอีก
“ตอนแรกฉันมาเพื่อหวังจะเคลียร์เรื่องเมื่อคืนให้จบ แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว เธอรับผิดชอบตัวเองไปก็แล้วกัน! อยากใจง่ายนอนแบให้ฉันเอง โทษฉันคนเดียวไม่ได้หรอก ใครสั่งใครสอนให้หิ้วผู้ชายที่กำลังเมาไปที่ห้องตามลำพัง หรือเธอจงใจ อยากมีผัวจนตัวสั่นฮะ!” คนที่โทสะพุ่งพรวดเผลอพูดจาหยาบคาย
“พี่ชินไม่ได้ตั้งใจจะมาเคลียร์หรอกค่ะ พี่ชินมาเพื่อพยายามกำจัดเอมออกไปมากกว่า ไม่งั้นตอนที่เอมบอกว่าให้รับผิดชอบด้วยการแต่งงานหรือพาเอมไปอยู่ด้วย พี่คงไม่อ้างเรื่องพี่มะปรางหรอก ถ้าคิดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่ยอมรับผิดชอบเอม แล้วพี่ชินจะมาถามความเห็นของเอมทำบ้าอะไร!”
ถึงคราวที่อัญรสได้ระเบิดอารมณ์บ้าง เธอเองก็โกรธที่โดนเขาดูถูก แม้จะจริง แต่มันก็ไม่ควรหลุดออกมาจากปากลูกผู้ชายที่เธอทั้งรักและนับถือมาตลอด คำพูดของเธอทำเอาชยุตม์พูดไม่ออก รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะอัญรสพูดถูกแล้ว
ชยุตม์มาที่นี่แล้วถามว่าเธอต้องการให้รับผิดชอบอย่างไร เมื่อเธอบอกความปรารถนาของตัวเอง เขากลับหาข้ออ้างมาปฏิเสธว่าทำไม่ได้ แม้แต่มารดาและวาสิตาผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง ยังย้ำเตือนมาว่ามันคือทางออกเดียว แต่เขากลับแอบหวังว่าอัญรสจะไม่ต้องการการรับผิดชอบ
‘เอมผิดเองที่ใจง่าย พี่ชินไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเอมหรอกนะคะ’
ชยุตม์ภาวนาขอให้เธอพูดแบบนี้ แต่เปล่าเลย อัญรสไม่ได้คิดแบบนั้น เธอต้องการให้เขารับผิดชอบด้วยการแต่งงานหรือพาตัวเธอไปอยู่ด้วยกันที่บ้านของเขา ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากการขอให้เขารับเธอเป็นภรรยาเลยสักนิด
ชยุตม์ยังไม่พร้อมจริงๆ เขายังคงรักและคิดถึงมะปรางอยู่ทุกวัน เขาทำใจไม่ได้ที่จะให้อัญรสไปอยู่แทนที่เมียรัก ยิ่งได้ยินอัญรสพยายามใส่ร้ายมะปราง เขาก็ยิ่งโกรธเกลียดชิงชังคนบ้านนี้!
“ถ้าเธอไม่ใส่ร้ายเมียฉัน ฉันคงพอทำใจเจรจาต่อได้ แต่ในเมื่อ...”
“ออกไปค่ะ! กลับไปซะ ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรเอมทั้งนั้นแหละ เชิญกลับไปกอดวิญญาณเมียพี่ให้อิ่มหนำสำราญเถอะ เอมดูแลตัวเองได้” หญิงสาวไล่อย่างไม่สนใจ นั่นทำให้ชยุตม์นิ่งอึ้งไปอีกรอบ
“เธอพูดเองนะ” เขากระตุกยิ้มระหว่างรอเธอยืนยันอีกครั้ง
“ก็ใช่น่ะสิคะ เอมพูดเอง ไม่ได้มีวิญญาณของพี่มะปรางมาสิงให้พูดหรอก” อัญรสเสียดสีอีกรอบ
“เด็กปากเสีย! หยุดล่วงเกินมะปรางเสียที!” เขาตวาดอีกรอบ
“เชิญค่ะ กลับไปซะ” เธอพยักพเยิดไปที่ประตู สีหน้าอวดดีใช่เล่น
“เออ ไปก็ได้โว้ย!”
ชยุตม์ตะโกนเสียงดัง แล้วตั้งท่าจะหันหลังเดินจากไป
“ถ้าเอมท้อง เอมจะเอาเด็กออก!” อัญรสเอ่ยไล่หลังไป ทำให้เจ้าของร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรชะงักฝีเท้าทันที ที่เธอกล้าออกปากไล่เขา นั่นก็เพราะรู้จุดอ่อนของชยุตม์ดี
อัญรสรู้ด้วยว่าเมื่อกลับไปที่บ้านแล้วมารดาของเขารู้เรื่องเข้า เขาจะต้องถูกตำหนิ และต้องได้เจรจากับเธอใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน คนอย่างป้าบุหลัน ไม่มีวันยอมให้ลูกชายปล่อยปละละเลยทำเธอเสียตัวฟรีแน่
“เธอนี่มันคนบาปของแท้เลย อายุแค่นี้แต่เลือดเย็นชะมัด” สีหน้าของเขาดูผิดหวังไม่น้อย
“ก็ภาวนาขอให้ไม่ท้องก็แล้วกันค่ะ เอมจะได้ไม่ต้องกลายเป็นคนบาป” เธอตอบแล้วแค่นยิ้ม
“เอม...” ชายหนุ่มเรียกชื่อแล้วขยับจะพูดบางอย่างต่อ
“พี่ชินกลับไปได้แล้วค่ะ ในเมื่อเอมบอกสิ่งที่ต้องการไปแล้ว แต่พี่ชินทำไม่ได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องคุยกันอีก” อัญรสไม่เปิดโอกาสให้ชยุตม์ได้พูดอะไร เธอหันหลังเดินออกไปจากที่ตรงนั้นทันที
หญิงสาวรู้จักคนบ้านนั้นมานาน รู้นิสัยใจคอของป้าบุหลัน รู้มุมมองเรื่องลูกของชยุตม์ จึงเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะต้องกลับลำมารับผิดชอบแบบที่เธอต้องการแน่ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร เธอก็ยอม ขอแค่ให้ได้อยู่กับเขา ได้เคียงข้างเขาบ้างก็พอ
มะปรางมาทีหลัง แต่กลับได้เขาไปครอง เป็นต้นเหตุทำให้พี่ชายของเธอกับชยุตม์ต้องกลายเป็นศัตรูกัน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เธอจะทวงคนที่เป็นรักแรกและรักเดียวกลับคืนมา อัญรสรักชยุตม์มาก่อนใคร รักมากและไม่มีวันยอมปล่อยเขาไปไหนอีก ในอดีตเธอเคยพ่ายแพ้ให้แก่มะปรางทั้งด้วยอายุและความไร้เดียงสา
แต่จากนี้ไป... เธอจะต้องชนะเท่านั้น!
หนึ่งปีต่อมา…นับตั้งแต่ชยุตม์กับอัญรสย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ดูรักใคร่และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น แน่นอนว่ามันก็ทำให้บุหลันผู้เป็นแม่ พลอยยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเวลาที่ลูกชายเอาอกเอาใจสะใภ้คนสวยจนออกนอกหน้าไม่ว่าอัญรสจะเดิน ยืน นั่งหรือนอน ชายหนุ่มก็คอยรุดเข้าไปช่วยจัดแจงอยู่เกือบตลอดเวลา เขาแทบไม่ยอมอยู่ห่างไกลจากตัวเธอเลย เรียกได้ว่าเห่อทั้งลูกทั้งเมียจนใคร ๆ เห็นก็อดอิจฉาไม่ได้แม้แต่ตอนที่ต้องออกไปทำงาน เขาก็จะเทียวไปเทียวมาอยู่เกือบทั้งวัน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เขาก็จะพูดอยู่เสมอว่าการได้เห็นหน้าอัญรสและได้จุมพิตลงบนท้องกลมกลึงที่ใหญ่โตขึ้นทุกวัน มันทำให้เขาหายเหนื่อยแทบเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียวอัญรสยิ้มกับตัวเอง พูดคุยกับลูกในท้องอยู่ทุกวันว่าเธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมใจอ่อนให้โอกาสชยุตม์และตามเขากลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาอีกครั้ง ชายหนุ่มดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเธอ เยียวยาบาดแผลทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจนมันสมานและหายดีในที่สุด อัญรสรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เลือกรักและได้เขามาเป็นสามีเวลาที่ผ่านล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งปีทำให้พยานรักตั
“พี่ชินแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้รักเอม เพราะเอมท้องลูกของพี่ แน่ใจใช่ไหมว่าพี่ลืมพี่มะปรางได้แล้วจริงๆ”อัญรสอยากร้องไห้ออกมาเต็มทีแล้ว แต่ยังพยายามสะกดกลั้นทำนบน้ำตาเอาไว้เต็มที่ เธอต้องการฟังคำยืนยันจากปากของเขาให้ชัดเจน เพราะเธอพร้อมแล้วที่จะกลับมาให้โอกาสและเชื่อใจในตัวผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง“แน่สิ ถ้าไม่รัก ไม่จริงใจ พี่จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วปักหลักรออยู่หน้าบ้านมานานเกือบเดือนแบบนี้เหรอ พี่บ้างานแค่ไหน เอมก็รู้ แต่เพื่อเอมแล้ว พี่ทิ้งได้ทุกอย่างเลยนะ ไม่มีอะไรสำคัญกับพี่ไปมากกว่าอัญรสคนนี้แน่นอน ที่สำคัญ… พี่บอกรักเอม เพราะพี่รักเอมจริงๆ ไม่ใช่เพราะเอมท้อง ส่วนมะปราง... พี่คงลบออกไปจากใจไม่ได้หรอก แต่พี่จะเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ลึกที่สุดเพื่อย้ำเตือนว่าที่ผ่านมา พี่มันโง่แค่ไหนที่หลงรักผู้หญิงร้ายกาจอย่างมะปราง ปล่อยให้เธอเหนี่ยวรั้งพี่เอาไว้จนพลาดไปทำร้ายคนที่รักพี่จริงๆ อย่างเอม ทำให้พี่ทำตัวร้ายกาจกับเอมจนไม่น่าให้อภัย”“ฮึก...” หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน ไหล่สั่นสะท้านและเม้มปากแน่นเมื่อน้ำตาไหลรินลงมา ปลายนิ้วอุ่นของสามีก็ช่วยเช็ดมันออกไปจากแก้ม เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กดริมฝ
“ขอบคุณนะที่ยอมให้พี่เข้ามาในบ้านสักที ไม่สิ... พี่งัดประตูหลังเข้ามาเองต่างหาก” ชยุตม์หัวเราะเบาๆ ในตอนที่บรรจงปลดกระดุมออกทีละเม็ด หญิงสาวแสร้งสนใจอยู่กับกล่องอุปกรณ์ทำแผล ไม่ยอมมองทรวงอกขาวโพลนบึกบึนกับแววตาเร่าร้อนของเขาให้รู้สึกประหม่า“เอมต้องขอบคุณมากกว่านะที่พี่ชินงัดประตูเข้ามา ไม่งั้นเอมคง...”เธอพูดไม่จบ เพราะเขาแทรกขึ้นเสียก่อน“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเอมทั้งนั้น พี่ไม่มีวันทอดทิ้งเอมหรอก พี่ขอโทษนะที่หายไปจนมืดค่ำแบบนี้”“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เอมทำให้พี่ชินทนไม่ไหวเอง”“ใช่ เอมทำให้พี่ทนไม่ไหวจริงๆ”ถ้อยคำนี้ทำให้อัญรสเงยหน้าขึ้นสบตาทันทีชยุตม์ไม่ลังเลเลยในตอนที่ดึงตัวเธอให้ขยับนั่งลงบนตัก มือใหญ่รั้งต้นคอเล็กระหงเอาไว้แน่น ก่อนจะโผเข้าไปบดจูบดูดดื่ม หญิงสาวจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง ส่งเสียงขัดขืนในลำคอ แต่เขาไม่ปล่อย ตะโบมหิวโหยจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิว“อื้อ” หญิงสาวครางประท้วง หากเขาไม่ยอมละริมฝีปากห่างออกไป เธอคงขาดใจตายแน่“นี่แหละที่เอมทำให้พี่ทนไม่ไหว พี่อยากจูบ อยากกอด อยาก...”ชายหนุ่มยอมปลดปล่อยเรียวปากอิ่มที่เห่อบวมขึ้นทันตาเห็นให้เป็นอิสระ เขาพึมพำชิดริมฝี
เสียงรถตำรวจแล่นมาออกันอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว อึดใจเดียวเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็กรูกันเข้ามาถึงสี่นาย ปืนที่จ่อเข้ามาภายในบ้านถูกลดลงไว้ข้างตัว แล้วเหน็บคืนไว้ตรงซองข้างเอว หลังจากเห็นเต็มสายตาว่าชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่กลางบ้านได้จัดการทุกอย่างเองเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้ายแต่ละคนต่างก็หมดสติและดูไม่ได้เอาเสียเลย“เอาไอ้พวกเหี้ยนี่ออกไปให้พ้นทีครับ มันบุกรุกเข้ามาเพราะเห็นว่าเมียผมอยู่บ้านคนเดียว โชคดีที่ผมกลับมาทัน ไม่งั้น...”ชยุตม์ไม่ได้ขยายความต่อ แต่ตำรวจก็พอเดาได้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกับผู้หญิง “ส่วนเรื่องให้ปากคำ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบที่โรงพักเอง ตอนนี้เมียผมคงเสียขวัญแย่ ผมไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่”“ได้ครับ ว่าแต่คุณต้องการให้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลสักหน่อยไหมครับ” ตำรวจนายหนึ่งเห็นเลือดที่ไหลจากต้นแขนยาวลงมาจนถึงปลายนิ้วก็รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่เฉียด ผมจัดการเองได้” ชายหนุ่มปฏิเสธจังหวะนั้นเองที่อัญรสรีบก้าวลงบันไดมาด้วยความเป็นห่วง เธอได้ยินเสียงร้องโวยวายดังขึ้นไปถึงชั้นบน เมื่อได้ยินเสียงรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ถึงได้ตัดสินใจคลานออกมาจากใต้เตีย
“ใครบอกล่ะว่าพี่ถอดใจ พี่ตะโกนบอกเอมแล้วว่ามีธุระด่วน แต่เอมไม่ตอบ พี่ก็คิดว่าเอมคงจะหลับหรือไม่ก็รำคาญ พี่ไม่อยากรบกวนก็เลยรีบกลับไปจัดการธุระสำคัญที่บ้าน งานก่อสร้างที่รีสอร์ตสาขาสองมีปัญหาน่ะ ไอ้เชิดมันจัดการเองไม่ได้ พี่ก็เลยต้องรีบกลับไปเคลียร์ กว่าจะเสร็จก็ค่ำ จะโทร. บอกเอม พี่ก็ไม่มีเบอร์ใหม่ของเอม พี่ห่วงเอมแทบตาย พอเสร็จธุระแล้วพี่ก็เลยรีบขับรถกลับมาที่นี่ แล้วรถก็ดันเสียอยู่ตรงปากทาง พี่ก็เลยทิ้งไว้นั่นแล้วเดินมาที่นี่ เห็นพวกเวรนั่นกำลังพยายามงัดประตูด้านหน้า พี่เลยปีนรั้วลัดเลาะผ่านโรงรถมาในครัวข้างล่าง แล้วก็งัดเข้ามาในตัวบ้านได้ก่อนพวกมันนี่แหละ” เขาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด ไม่ต้องการให้เธอคิดว่าถูกเขาทอดทิ้ง เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจอีกเด็ดขาด“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เอมเห็นพี่ชินเอากระเป๋าเสื้อผ้าโยนใส่รถไปด้วย แล้วในเต็นท์ก็ไม่มีข้าวของของพี่ชินเลย เป็นใครก็ต้องคิดว่าพี่ชินถอดใจ แล้วก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”เธอยังคงโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เงยหน้าขึ้นมองสบตากันผ่านความมืด ชยุตม์เลื่อนมือขึ้นมาประคองแก้มนุ่มเนียนทั้งสองข้างเอาไว้ ยามนี้มือของเขาเ
ปกติบ้านก็เงียบเหงาอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อชยุตม์ไม่อยู่ มันก็ยิ่งวังเวงและพาให้ห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า ตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่ข่มตาอย่างไรก็หลับไม่ลง หญิงสาวจึงตัดสินใจลงมาเดินรับลมอยู่หน้าบ้านว่าที่คุณแม่เอนกายลงบนเปลญวนที่สามีหนุ่มผูกทิ้งเอาไว้ แล้วแกว่งเบาๆ พลางจ้องมองดวงดาวพราวระยับที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าไปด้วย จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา เธอถึงได้ลุกขึ้นจากเปลอย่างระมัดระวังเสียงประตูรั้วกระทบกับบางอย่างจนเกิดเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงตุบหนักๆ ทำให้อัญรสนิ่วหน้า เมื่อก้าวตรงไปชะโงกมองก็พบชายสองคน ที่จำได้ดีว่าเพิ่งมาถามหาบ้านเช่ากับเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนหนึ่งกำลังปีนป่ายประตูรั้วผ่านเข้ามาข้างใน ส่วนอีกคนเข้ามาได้แล้ว กำลังพยายามช่วยรับเพื่อนของตัวเองอยู่ ทว่าเมื่อหันหลังมาเห็นเธอเข้า มันก็รีบถลันเข้ามาหาทันที“เฮ้ย! หยุดนะนังคนสวย!” มันตะโกนลั่น“ว้าย!”อัญรสกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกกระชากผมยาวสลวยเอาไว้จากทางด้านหลัง เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่กลับถูกรวบตัวเข้าไปกอด สายตามองไปยังคนร้ายอีกคนที่จวนจะข้ามรั้วเข้ามาได้สำเร็จอยู่ร่อมร่อ หากปล่อยให้พวกมันรุ







