LOGINอนวัตหัวเสียมากจนเผลอต่อว่าน้องสาวด้วยถ้อยคำรุนแรงไปเสียหลายคำ หากอัญรสเสียตัวให้คนอื่น เขาคงไม่โกรธจัดอย่างนี้ แต่นี่ดันยอมทอดกายให้อดีตเพื่อนรักที่กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจได้เชยชม คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก ทั้งมะปรางผู้หญิงที่เขารัก ทั้งน้องสาวคนเดียวอย่างอัญรส ต่างก็ตกเป็นสมบัติของชยุตม์ไปหมด
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกจะใจง่ายแบบนี้ เพิ่งเรียนจบก็ริอยากมีผัว!”
“เอมขอโทษค่ะ” อัญรสเคยเป็นคนที่พูดจาฉะฉานมั่นใจ แต่เรื่องนี้ตัวเองผิดจริงจึงสิ้นความกล้าที่จะอธิบาย
“ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ตบหน้าแกจนบวมแบบนี้แล้ว ฉันคงตบเรียกสติแกอีกสักที!” อนวัตกำหมัดแน่น หักห้ามตัวเองไม่ให้พุ่งตัวเข้าไปทำร้ายน้องสาว เขาเป็นคนโมโหร้าย โกรธยาก แต่เวลาโกรธแล้วมักจะขาดสติ เมื่อรู้ตัวเองดีอย่างนั้นจึงพยายามเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบสายตากับอัญรสอีก
“แม่จะรีบให้ยัยเอมแต่งงานกับคุณภูให้เร็วที่สุดเลย” วนิดาที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ใกล้ๆ เสริมขึ้น
“ถ้าคุณภูรู้ว่าเอมเสียตัวแล้ว เขาคงไม่อยากแต่งงานกับเอมหรอกค่ะ” อัญรสแสดงความเห็น
“ถ้าแกไม่พูด แล้วใครมันจะรู้ โดนไปทีเดียวไม่สึกหรอนักหรอก!”
“แต่แม่คะ...”
“ทำผิดแล้วก็อย่าพูดมาก แกต้องแต่งงานให้เร็วที่สุด เผื่อท้องไส้ขึ้นมาจะได้ไม่งามหน้า” อนวัตแทรกขึ้น
“ไม่ท้องหรอกอ้น แม่ให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินกินไปแล้ว ปลอดภัยแน่นอน” คนเป็นแม่ยืนยัน
“แล้วแม่จะเอายังไงกับไอ้ชินครับ จะให้มันฟันยัยเอมฟรีไม่ได้นะ”
“ไม่หรอกน่า แม่จะเรียกค่าเสียหายให้หนักๆ เลย ดูซิ... เศรษฐีใหม่อย่างพวกมันจะกล้าจ่ายไหม”
“ถ้ามันไม่จ่าย เราก็คงทำอะไรไม่ได้ มันต้องรู้แน่ว่าเราคงไม่แจ้งความ เพราะกลัวเรื่องฉาวจะทำให้น้องขายไม่ออก แล้วมันก็ต้องรู้ด้วยเหมือนกันว่าทางเราไม่มีวันยอมให้มันรับผิดชอบยัยเอมด้วยการแต่งงานแน่”
อนวัตบ่นด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
“อ้นไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องนี้แม่จะจัดการเอง ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ยัยเอมเสียตัวฟรีเด็ดขาด”
“ถ้าแม่ทำได้จริงก็เรียกเงินมันให้หนักเลย เอาให้คุ้มๆ เลยนะครับ”
อัญรสก้มหน้าลงมองพื้นแล้วยิ้มสมเพชตัวเอง ทั้งแม่และพี่ชายพูดคุยกันเหมือนเธอไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเงินทองเลย ไม่มีใครถามความเห็นเธอด้วยซ้ำว่าต้องการอย่างไร แม้ตอนนี้อายุจะล่วงเข้าสู่ยี่สิบสองปีแล้ว แต่ความต้องการของเธอก็ยังไม่เป็นที่สนใจของคนในครอบครัวอยู่ดี
หากบิดายังอยู่ ชีวิตของเธอคงไม่โดดเดี่ยวอย่างนี้...
หลังคุยกันจบ วนิดาก็ออกจากบ้านไปพบกับบรรดาขาไพ่เหมือนอย่างทุกที ส่วนอนวัตก็ออกไปทำงานที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในตำแหน่งผู้จัดการ เขากับชยุตม์เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์กันมาทั้งคู่ แต่ไม่ได้ทำงานตรงตามที่เรียนมานัก
อนวัตเข้าทำงานโรงแรมในตำแหน่งนี้ได้เพราะเส้นสายของบิดาที่จากไป ส่วนชยุตม์เองก็รับช่วงงานไร่งานสวนต่อจากบิดาและพัฒนาจนก้าวหน้าไปไกล รวมถึงการใช้ความรู้ที่มีในการควบคุมดูแลการปลูกสร้างบ้านเรือนและรีสอร์ตด้วย
เมื่อไม่มีใครอยู่ด่าทอใส่หูอีก อัญรสจึงกลับเข้าไปในห้องเพื่อหวังจะพักผ่อนให้หายอ่อนล้า แต่ยังไม่ทันที่ดวงตาจะได้ปิดลง แม่บ้านอย่างป้าสีดาก็มาเคาะประตูเรียกเสียก่อน นางแจ้งว่ามีคนมาขอพบด่วน ฟังจากน้ำเสียงและสีหน้าไม่สู้ดีของสีดา อัญรสก็รีบรุดออกไปยังห้องรับแขกทันที
ชยุตม์ยืนอยู่กลางบ้านด้วยสีหน้าเรียบขรึมเป็นที่สุด ต่างจากอัญรสที่ไม่ว่าจะได้มองหน้าเขาครั้งใดก็มักตื่นเต้นและหัวใจแรงผิดจังหวะทุกที ยิ่งวันนี้ชายหนุ่มมาในชุดเสื้อคอวีกับกางเกงยีนสีเข้ม ดูเท่ระเบิดจนแทบละสายตาไม่ได้ แต่พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างกัน เธอจึงก้มหน้าลงซ่อนความละอายใจในทันที
“ขอคุยด้วยหน่อย ไม่นานหรอก”
เขาบอกเสียงเรียบเช่นกันกับดวงตาที่มองมา
“ค่ะ เชิญค่ะ แม่กับพี่อ้นไม่อยู่พอดีเลย”
เธอเชื้อเชิญแขกหนุ่มอย่างโล่งใจอยู่ในที
“เธอต้องการให้ฉันเอายังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน”
ชยุตม์เข้าเรื่องโดยไม่สนใจนั่งลงก่อนด้วยซ้ำ แรกทีเดียวมารดาก็จะมาด้วยกัน แต่เขายืนยันว่าจะขอจัดการสิ่งที่ตัวเองเป็นคนก่อตามลำพัง ที่สำคัญคือกลัวว่ามาถึงแล้ว แม่จะต้องหัวเสียกับคำพูดเสียดสีมากมายของวนิดา ทว่าก็โชคดีไม่น้อยที่คนปากจัดไม่ได้อยู่ที่บ้านในเวลานี้
“ก็... พี่ชินคิดว่ายังไงล่ะคะ” อัญรสไม่ตอบ แต่ถามเขาแทน
“เธอเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่านะเอม พูดมาเลยเถอะว่าต้องการให้ฉันทำยังไง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนขึ้นกว่าเดิม
เขากดหัวคิ้วชนกัน หรี่ตามองสาวน้อยตรงหน้าอย่างชั่งใจ ไม่คิดจริงๆ ว่าตัวเองจะพลาดหลับนอนกับผู้หญิงที่คุ้นเคยมาตั้งแต่ตัวแค่นิดเดียว ชอบตามติดพี่ชายไปที่บ้านของเขา แล้วเอาแต่นั่งเขินแก้มแดงอยู่เป็นประจำ
แต่ตอนนี้อัญรสไม่มีตรงไหนที่ยังเด็กอีกต่อไปแล้ว...
“เอมอยากให้พี่ชิน...” เธอเงียบไป ดวงตาวูบไหวไม่มั่นใจนัก
“พูดมาเลย ฉันไม่อยากให้มีอะไรค้างคา”
คนรอฟังลุ้นจนกล้ามเนื้อไหล่เกร็งเครียดไปหมด
“เอมอยากให้พี่ชินแต่งงานกับเอมค่ะ...”
“แต่งงาน?” ชยุตม์ทวนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “ต้องถึงขั้นนั้นเลยเหรอ”
“ถ้าพี่ชินไม่สะดวก ไม่ต้องแต่งก็ได้ค่ะ แค่พาเอมไปอยู่ด้วยเฉยๆ ก็พอ เอมไม่อยากเป็นของคนอื่นอีก เอมอยากเป็นของพี่ชินคนเดียว พี่ชินก็ได้ยินที่แม่พูดแล้วนี่คะว่าจะจับเอมแต่งงานกับคุณภู เอมไม่อยากแต่งกับเขาค่ะ” น้ำเสียงและแววตาของอัญรสเต็มไปด้วยความเว้าวอน
ชยุตม์เป็นคนตรงและมีนิสัยกระด้างพอตัว แต่เมื่อได้ยินแบบนี้เขาก็แทบทำตัวไม่ถูก อัญรสเป็นสาวบริสุทธิ์ที่เพิ่งเสียตัวให้เขา ไม่แปลกเลยที่เธอจะเรียกร้องขอการรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน เพียงแต่... เขาคงให้อย่างที่เธอต้องการไม่ได้จริงๆ
หนึ่งปีต่อมา…นับตั้งแต่ชยุตม์กับอัญรสย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ดูรักใคร่และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น แน่นอนว่ามันก็ทำให้บุหลันผู้เป็นแม่ พลอยยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเวลาที่ลูกชายเอาอกเอาใจสะใภ้คนสวยจนออกนอกหน้าไม่ว่าอัญรสจะเดิน ยืน นั่งหรือนอน ชายหนุ่มก็คอยรุดเข้าไปช่วยจัดแจงอยู่เกือบตลอดเวลา เขาแทบไม่ยอมอยู่ห่างไกลจากตัวเธอเลย เรียกได้ว่าเห่อทั้งลูกทั้งเมียจนใคร ๆ เห็นก็อดอิจฉาไม่ได้แม้แต่ตอนที่ต้องออกไปทำงาน เขาก็จะเทียวไปเทียวมาอยู่เกือบทั้งวัน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เขาก็จะพูดอยู่เสมอว่าการได้เห็นหน้าอัญรสและได้จุมพิตลงบนท้องกลมกลึงที่ใหญ่โตขึ้นทุกวัน มันทำให้เขาหายเหนื่อยแทบเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียวอัญรสยิ้มกับตัวเอง พูดคุยกับลูกในท้องอยู่ทุกวันว่าเธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมใจอ่อนให้โอกาสชยุตม์และตามเขากลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาอีกครั้ง ชายหนุ่มดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเธอ เยียวยาบาดแผลทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจนมันสมานและหายดีในที่สุด อัญรสรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เลือกรักและได้เขามาเป็นสามีเวลาที่ผ่านล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งปีทำให้พยานรักตั
“พี่ชินแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้รักเอม เพราะเอมท้องลูกของพี่ แน่ใจใช่ไหมว่าพี่ลืมพี่มะปรางได้แล้วจริงๆ”อัญรสอยากร้องไห้ออกมาเต็มทีแล้ว แต่ยังพยายามสะกดกลั้นทำนบน้ำตาเอาไว้เต็มที่ เธอต้องการฟังคำยืนยันจากปากของเขาให้ชัดเจน เพราะเธอพร้อมแล้วที่จะกลับมาให้โอกาสและเชื่อใจในตัวผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง“แน่สิ ถ้าไม่รัก ไม่จริงใจ พี่จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วปักหลักรออยู่หน้าบ้านมานานเกือบเดือนแบบนี้เหรอ พี่บ้างานแค่ไหน เอมก็รู้ แต่เพื่อเอมแล้ว พี่ทิ้งได้ทุกอย่างเลยนะ ไม่มีอะไรสำคัญกับพี่ไปมากกว่าอัญรสคนนี้แน่นอน ที่สำคัญ… พี่บอกรักเอม เพราะพี่รักเอมจริงๆ ไม่ใช่เพราะเอมท้อง ส่วนมะปราง... พี่คงลบออกไปจากใจไม่ได้หรอก แต่พี่จะเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ลึกที่สุดเพื่อย้ำเตือนว่าที่ผ่านมา พี่มันโง่แค่ไหนที่หลงรักผู้หญิงร้ายกาจอย่างมะปราง ปล่อยให้เธอเหนี่ยวรั้งพี่เอาไว้จนพลาดไปทำร้ายคนที่รักพี่จริงๆ อย่างเอม ทำให้พี่ทำตัวร้ายกาจกับเอมจนไม่น่าให้อภัย”“ฮึก...” หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน ไหล่สั่นสะท้านและเม้มปากแน่นเมื่อน้ำตาไหลรินลงมา ปลายนิ้วอุ่นของสามีก็ช่วยเช็ดมันออกไปจากแก้ม เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กดริมฝ
“ขอบคุณนะที่ยอมให้พี่เข้ามาในบ้านสักที ไม่สิ... พี่งัดประตูหลังเข้ามาเองต่างหาก” ชยุตม์หัวเราะเบาๆ ในตอนที่บรรจงปลดกระดุมออกทีละเม็ด หญิงสาวแสร้งสนใจอยู่กับกล่องอุปกรณ์ทำแผล ไม่ยอมมองทรวงอกขาวโพลนบึกบึนกับแววตาเร่าร้อนของเขาให้รู้สึกประหม่า“เอมต้องขอบคุณมากกว่านะที่พี่ชินงัดประตูเข้ามา ไม่งั้นเอมคง...”เธอพูดไม่จบ เพราะเขาแทรกขึ้นเสียก่อน“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเอมทั้งนั้น พี่ไม่มีวันทอดทิ้งเอมหรอก พี่ขอโทษนะที่หายไปจนมืดค่ำแบบนี้”“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เอมทำให้พี่ชินทนไม่ไหวเอง”“ใช่ เอมทำให้พี่ทนไม่ไหวจริงๆ”ถ้อยคำนี้ทำให้อัญรสเงยหน้าขึ้นสบตาทันทีชยุตม์ไม่ลังเลเลยในตอนที่ดึงตัวเธอให้ขยับนั่งลงบนตัก มือใหญ่รั้งต้นคอเล็กระหงเอาไว้แน่น ก่อนจะโผเข้าไปบดจูบดูดดื่ม หญิงสาวจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง ส่งเสียงขัดขืนในลำคอ แต่เขาไม่ปล่อย ตะโบมหิวโหยจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิว“อื้อ” หญิงสาวครางประท้วง หากเขาไม่ยอมละริมฝีปากห่างออกไป เธอคงขาดใจตายแน่“นี่แหละที่เอมทำให้พี่ทนไม่ไหว พี่อยากจูบ อยากกอด อยาก...”ชายหนุ่มยอมปลดปล่อยเรียวปากอิ่มที่เห่อบวมขึ้นทันตาเห็นให้เป็นอิสระ เขาพึมพำชิดริมฝี
เสียงรถตำรวจแล่นมาออกันอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว อึดใจเดียวเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็กรูกันเข้ามาถึงสี่นาย ปืนที่จ่อเข้ามาภายในบ้านถูกลดลงไว้ข้างตัว แล้วเหน็บคืนไว้ตรงซองข้างเอว หลังจากเห็นเต็มสายตาว่าชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่กลางบ้านได้จัดการทุกอย่างเองเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้ายแต่ละคนต่างก็หมดสติและดูไม่ได้เอาเสียเลย“เอาไอ้พวกเหี้ยนี่ออกไปให้พ้นทีครับ มันบุกรุกเข้ามาเพราะเห็นว่าเมียผมอยู่บ้านคนเดียว โชคดีที่ผมกลับมาทัน ไม่งั้น...”ชยุตม์ไม่ได้ขยายความต่อ แต่ตำรวจก็พอเดาได้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกับผู้หญิง “ส่วนเรื่องให้ปากคำ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบที่โรงพักเอง ตอนนี้เมียผมคงเสียขวัญแย่ ผมไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่”“ได้ครับ ว่าแต่คุณต้องการให้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลสักหน่อยไหมครับ” ตำรวจนายหนึ่งเห็นเลือดที่ไหลจากต้นแขนยาวลงมาจนถึงปลายนิ้วก็รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่เฉียด ผมจัดการเองได้” ชายหนุ่มปฏิเสธจังหวะนั้นเองที่อัญรสรีบก้าวลงบันไดมาด้วยความเป็นห่วง เธอได้ยินเสียงร้องโวยวายดังขึ้นไปถึงชั้นบน เมื่อได้ยินเสียงรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ถึงได้ตัดสินใจคลานออกมาจากใต้เตีย
“ใครบอกล่ะว่าพี่ถอดใจ พี่ตะโกนบอกเอมแล้วว่ามีธุระด่วน แต่เอมไม่ตอบ พี่ก็คิดว่าเอมคงจะหลับหรือไม่ก็รำคาญ พี่ไม่อยากรบกวนก็เลยรีบกลับไปจัดการธุระสำคัญที่บ้าน งานก่อสร้างที่รีสอร์ตสาขาสองมีปัญหาน่ะ ไอ้เชิดมันจัดการเองไม่ได้ พี่ก็เลยต้องรีบกลับไปเคลียร์ กว่าจะเสร็จก็ค่ำ จะโทร. บอกเอม พี่ก็ไม่มีเบอร์ใหม่ของเอม พี่ห่วงเอมแทบตาย พอเสร็จธุระแล้วพี่ก็เลยรีบขับรถกลับมาที่นี่ แล้วรถก็ดันเสียอยู่ตรงปากทาง พี่ก็เลยทิ้งไว้นั่นแล้วเดินมาที่นี่ เห็นพวกเวรนั่นกำลังพยายามงัดประตูด้านหน้า พี่เลยปีนรั้วลัดเลาะผ่านโรงรถมาในครัวข้างล่าง แล้วก็งัดเข้ามาในตัวบ้านได้ก่อนพวกมันนี่แหละ” เขาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด ไม่ต้องการให้เธอคิดว่าถูกเขาทอดทิ้ง เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจอีกเด็ดขาด“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เอมเห็นพี่ชินเอากระเป๋าเสื้อผ้าโยนใส่รถไปด้วย แล้วในเต็นท์ก็ไม่มีข้าวของของพี่ชินเลย เป็นใครก็ต้องคิดว่าพี่ชินถอดใจ แล้วก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”เธอยังคงโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เงยหน้าขึ้นมองสบตากันผ่านความมืด ชยุตม์เลื่อนมือขึ้นมาประคองแก้มนุ่มเนียนทั้งสองข้างเอาไว้ ยามนี้มือของเขาเ
ปกติบ้านก็เงียบเหงาอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อชยุตม์ไม่อยู่ มันก็ยิ่งวังเวงและพาให้ห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า ตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่ข่มตาอย่างไรก็หลับไม่ลง หญิงสาวจึงตัดสินใจลงมาเดินรับลมอยู่หน้าบ้านว่าที่คุณแม่เอนกายลงบนเปลญวนที่สามีหนุ่มผูกทิ้งเอาไว้ แล้วแกว่งเบาๆ พลางจ้องมองดวงดาวพราวระยับที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าไปด้วย จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา เธอถึงได้ลุกขึ้นจากเปลอย่างระมัดระวังเสียงประตูรั้วกระทบกับบางอย่างจนเกิดเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงตุบหนักๆ ทำให้อัญรสนิ่วหน้า เมื่อก้าวตรงไปชะโงกมองก็พบชายสองคน ที่จำได้ดีว่าเพิ่งมาถามหาบ้านเช่ากับเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนหนึ่งกำลังปีนป่ายประตูรั้วผ่านเข้ามาข้างใน ส่วนอีกคนเข้ามาได้แล้ว กำลังพยายามช่วยรับเพื่อนของตัวเองอยู่ ทว่าเมื่อหันหลังมาเห็นเธอเข้า มันก็รีบถลันเข้ามาหาทันที“เฮ้ย! หยุดนะนังคนสวย!” มันตะโกนลั่น“ว้าย!”อัญรสกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกกระชากผมยาวสลวยเอาไว้จากทางด้านหลัง เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่กลับถูกรวบตัวเข้าไปกอด สายตามองไปยังคนร้ายอีกคนที่จวนจะข้ามรั้วเข้ามาได้สำเร็จอยู่ร่อมร่อ หากปล่อยให้พวกมันรุ







