แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: ดอกมะลิ
แต่โจวจือเหยียนกลับเหมือนคนเสียสติ

เขาไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีก แต่ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ฉันก็มักจะเห็นเขาอยู่ในระยะไม่ไกลเสมอ

ฉันได้แต่ถอนหายใจ รู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฉันคงไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสงบแน่

ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจยุติการเดินทางท่องเที่ยวเร็วกว่ากำหนด แล้วกลับบ้าน

ตลอดทาง ฉันพยายามจะหนีให้พ้นสายตาของโจวจือเหยียน จนในที่สุดฉันก็กลับมาถึงบ้านใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างปลอดภัย

ฉันเปลี่ยนทั้งที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ แต่โจวจือเหยียนก็หาฉันจนเจออยู่ดี

เขายืนอยู่หน้าบ้านของฉัน ดูโทรมมาก

เมื่อเห็นฉัน สายตาของเขาก็มีประกายความดีใจ

“หรานหราน ในที่สุดคุณก็ยอมเจอผมแล้ว” เขาพูด “ผมตามหาเธอมาตลอด”

ฉันจ้องไปที่เขาด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่ได้พูดอะไร

“หรานหราน ผมสำนึกผิดแล้ว คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ”

โจวจือเหยียนพูดขอร้องอ้อนวอน “ลูกไม่ควรขาดพ่อ คุณอยากให้เขาเกิดมาก็ไม่มีพ่อเหรอ?”

ฉันก้มเอามือลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้น แล้วตอบอย่างหนักแน่นว่า “ถึงไม่มีคุณ ฉันก็จะเลี้ยงลูกจนโตได้”

“และเมื่อเขาเติบโตขึ้น ก็จะไม่มีวันยอมรับพ่อที่เคยนอกใจได้หรอก”

โจวจือเหยียนได้ยิ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 8

    แต่โจวจือเหยียนกลับเหมือนคนเสียสติเขาไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีก แต่ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ฉันก็มักจะเห็นเขาอยู่ในระยะไม่ไกลเสมอฉันได้แต่ถอนหายใจ รู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฉันคงไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสงบแน่ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจยุติการเดินทางท่องเที่ยวเร็วกว่ากำหนด แล้วกลับบ้านตลอดทาง ฉันพยายามจะหนีให้พ้นสายตาของโจวจือเหยียน จนในที่สุดฉันก็กลับมาถึงบ้านใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างปลอดภัยฉันเปลี่ยนทั้งที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ แต่โจวจือเหยียนก็หาฉันจนเจออยู่ดีเขายืนอยู่หน้าบ้านของฉัน ดูโทรมมากเมื่อเห็นฉัน สายตาของเขาก็มีประกายความดีใจ“หรานหราน ในที่สุดคุณก็ยอมเจอผมแล้ว” เขาพูด “ผมตามหาเธอมาตลอด”ฉันจ้องไปที่เขาด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่ได้พูดอะไร“หรานหราน ผมสำนึกผิดแล้ว คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ”โจวจือเหยียนพูดขอร้องอ้อนวอน “ลูกไม่ควรขาดพ่อ คุณอยากให้เขาเกิดมาก็ไม่มีพ่อเหรอ?”ฉันก้มเอามือลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้น แล้วตอบอย่างหนักแน่นว่า “ถึงไม่มีคุณ ฉันก็จะเลี้ยงลูกจนโตได้”“และเมื่อเขาเติบโตขึ้น ก็จะไม่มีวันยอมรับพ่อที่เคยนอกใจได้หรอก”โจวจือเหยียนได้ยิ

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 7

    หลังจากมาถึงสวิตเซอร์แลนด์ ฉันก็ปล่อยวางทุกอย่างลงเลิกคิดถึงโจวจือเหยียน เลิกจมอยู่กับอดีตฉันตั้งใจพักฟื้นร่างกาย และใช้เวลลาไปกับการท่องเที่ยวที่นี่มีทิวทัศน์งดงาม อากาศบริสุทธิ์ ทำให้จิตใจของฉันสงบและเบิกบานฉันได้ไปเที่ยวชมเทือกเขาแอลป์ สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะฉันเดินทอดน่องริมทะเลสาบลูเซิร์น มองผิวน้ำที่สงบจนรู้สึกผ่อนคลายฉันยังได้ไปเมืองซูริก สัมผัสเสน่ห์ของมหานครที่คึกคักระหว่างการเดินทาง ฉันได้เห็นความงดงามของโลกใบนี้ และเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้นที่แท้ ชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่โจวจือเหยียน โลกใบนี้กว้างใหญ่มากชีวิตของฉันเมื่อก่อน มันช่างจืดชืดและแคบเหลือเกินวันหนึ่ง ฉันเดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งบังเอิญเจอชาวเมืองกำลังจัดงานขบวนพาเหรดวันคริสต์มาสพอดีถนนทั้งสายประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ เต็มไปด้วยความครึกครื้นผู้คนแต่งกายในชุดเทศกาล เต้นรำ หัวเราะ และร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานบรรยากาศรื่นเริงนั้นทำให้หัวใจฉันอบอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฉันจึงร่วมเดินไปกับขบวนพาเหรดด้วยในขบวนพาเหรด มีคู่สามีภรรยาสูงวัยคู่หนึ่งพวกเขาจับมือกัน ใบห

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 6

    โจวจือเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนผลักประตูห้องเข้าไปเขาจ้องงซูหว่านฉิงด้วยสายตาเย็นยะเยือก แล้วถามว่า“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไร?”ซูหว่านฉิงมองไปที่เขา รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที“อาเหยียน คุณ... คุณฟังผิดแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”โจวจือเหยียนกลับบไม่หลงกลอีกต่อไป เขากวาดตามองไปรอบห้อง พบว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะยังสว่างอยู่เขาเดินเข้าไปดู บนหน้าจอ คือบทสนทนาในแชตระหว่างซูหว่านฉิงกับฉัน“เจียงอวี่หรานเธอมันนังผู้หญิงแพศยาทางที่ดีตายอยู่ข้างนอกนั่นแหละ อย่าได้กลับมาอีกเลย!”“เห็นแล้วใช่ไหม? ซุปนี่โจวจือเหยียนต้มให้ฉันเองเลยนะ! ชั่วชีวิตเธอคงไม่มีวันได้กินหรอกใช่ไหม?”“เจียงอวี่หราน เธอสมควรแล้วที่ต้องเป็นหม้ายตัวคนเดียว!”คำพูดดูถูกร้ายกาจ แต่ละคำมันทิ่งแทงหัวใจของเขาเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ซูหว่านฉิงจะเป็นคนแบบนี้ไฟโทสะของเขาลุกโชน เลยยกมือตบหน้าซูหว่านฉิงเต็มแรง“นังสารเลว! เธอกล้าทำแบบนี้กับหรานหรานได้ยังไง!”ซูหว่านฉิงถูกตบก็มึนงงไปหมด เธอยกมือขึ้นกุมแก้ม มองไปที่โจวจือเหยียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ“อาเหยียน คุณ... คุณตบฉันเพราะนังแพศยาคนนั้นเหรอ?”“อย่าลืม

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 5

    ฉันจากมาแล้วแต่โจวจือเหยียนกลับเริ่มเสียศูนย์ตอนที่เขาดูแลซูหว่านฉิงอยู่ที่โรงพยาบาล โจวจือเหยียนดูใจลอยอยู่ตลอดเวลาภาพแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของฉันเมื่อคืนยังคงผุดขึ้นมาในหัวของเขาสายตาแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นมาก่อนความรู้สึกไม่สบายใจแล่นขึ้นมาจนจุกอก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว คิดอยากจะติดต่อฉัน“อาเหยียน ฉันอยากกินแอปเปิ้ล คุณปอกให้ฉันหน่อยได้ไหม?”เสียงของซูหว่านฉิงดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดเขาเขามองโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง แล้วเหลือบมองซูหว่านฉิง สุดท้ายก็เก็บโทรศัพท์ไป“ได้สิ เดี๋ยวฉันปอกให้”คืนนั้น โจวจือเหยียนอยู่เฝ้าซูหว่านฉิงทั้งคืนเช้าวันต่อมา เขาถึงได้กลับบ้านแต่ทันทีที่เขาเปิดประตูบ้าน กลับพบว่าบ้านนั้นว่างเปล่าของของฉัน หายไปจนหมดเขายืนตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามหาไปทั่ว“หรานหราน! หรานหราน!”เขาตะโกนเรียกชื่อของฉัน แต่ไม่มีใครตอบรับเขาค้นทุกห้อง ทุกซอก ทุกมุม แต่ไม่เจอแม้แต่เงาของฉันเขาเริ่มร้อนรน รีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเริ่มโทรติดต่อฉันอย่างบ้าคลั่งแต่ โทรศัพท์ของฉันปิดเครื่อง และไม่มีการตอบกลับข้อความเขาเริ่มโทรหาญาติและ

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 4

    คืนนั้น โจวจือเหยียนพาซูหว่านฉิงกลับมาที่บ้าน เขายังลงมือทำอาหารด้วยตัวเองอีกระหว่างมื้อเย็น เขาคอยคีบกับข้าวและซุปให้เธอไม่ขาดมือ รู้ทุกอย่างว่าเธอชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร“หว่านฉิง ซุปนี่รสอ่อน น่าจะถูกปากเธอนะ”“นี่ ปลาที่เธอชอบ กินเยอะๆ หน่อยเถอะ จะได้บำรุงร่างกาย”ฉันนั่งมองท่าทีที่สนิทสนมของพวกเขา น้ำตาคลอเบ้า ฉันก้มหน้าลง กินข้าวเงียบๆฉันไม่สามารถแสดงอารมณ์รุนแรงใดๆ ออกมาได้ ไม่สามารถให้โจวจือเหยียนรู้ว่าฉันกำลังเปลี่ยนไปเพราะถ้าเขารู้ว่าฉันมีแผนจะไป เขาย่อมไม่มีวันปล่อยฉันไปแน่อีกทั้งตอนนี้ฉันยังมีลูกของเขาอยู่ในท้อง เรื่องนี้จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด...“อาเหยียน คุณดูแลฉันขนาดนี้ คุณเจียงจะไม่โกรธเอาเหรอ?”ซูหว่านฉิงมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนตั้งใจพูดขึ้นมาโจวจือเหยียนอึ้งไป ก่อนจะรีบตอบว่า“เธอไม่โกรธหรอก หว่านฉิง ตอนนี้เธอท้องอยู่นะ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์เยอะๆ”“หรานหรานเองก็เป็นผู้หญิง เธอเข้าใจดี”ฉันก้มหน้า ไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์หลังมื้อเย็น ฉันออกมาเดินเล่นคนเดียวในสวนพอเดินมาถึงศาลา ก็เห็นซูหว่านฉิงเดินมาทางนี้“คุณเจียง ออกมาเดินเล่นค

  • พาทายาทของเขาหนีไป   บทที่ 3

    โชคดีที่ซูหว่านฉิงไม่ได้ล้มแรงมาก หลังจากหมอตรวจอาการตามขั้นตอนทั่วไปเสร็จแล้ว โจวจือเหยียนก็พาเธอกลับเข้าห้องพักฟื้นทันทีฉันยืนอยู่หน้าประตู มองโจวจือเหยียนวุ่นวายดูแลเธอด้วยความใส่ใจ ฉันเหมือนมือที่สามที่เข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ของคนอื่น“อาเหยียน ให้คุณเจียงเข้ามาเถอะ”เสียงของซูหว่านฉิงดังแผ่วลอดออกมา น้ำเสียงดูอ่อนแรงมากโจวจือเหยียนเหลือบมองฉัน เขาหลบสายตาไม่กล้ามองฉันตรงๆฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย“คุณเจียง อย่าโทษอาเหยียนเลยนะคะ”ซูหว่านฉิงพิงอยู่กับพนักเตียง ใบหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาด“เป็นฉันเองที่ขอให้เขาเรียกคุณมา มีบางเรื่อง เราควรคุยกันให้เข้าใจ”ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่พูดอะไรเลยสักคำโจวจือเหยียนนั่งลงข้างฉัน เขาจับมือของฉันเอาไว้สีหน้าของเขาดูรู้สึกผิดเล็กน้อย ริมฝีปากเริ่มขยับ เหมือนอยากพูดแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง“หรานหราน มีบางเรื่อง ฉันอยากอธิบายให้เธอเข้าใจ”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า:“ฉันกับหว่านฉิง กลับมาเจอกันอีกครั้งในงานเลี้ยงสังสรรค์”“ตอนนั้นมีคนจงใจมอมเหล้าเธอ ฉันทนดูไม่ได้เลยเข้าไปช่วย”“คิดไม่ถึงเลยว่า พวกเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status