Accueil / วาย / พาลินโดรม / 12.ไม่อยากอยู่คนเดียว

Partager

12.ไม่อยากอยู่คนเดียว

last update Date de publication: 2024-11-12 14:41:52

“ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้” พาลินกล่าวขอบคุณเมื่อเขาขับรถมาจอดที่หน้าปากซอย

“แล้วไปดูหนังกันอีกนะ ครั้งหน้าพี่จะรีบมาให้ตรงเวลา”

“ครับ พี่อยากดูเรื่องอะไรนัดมาเลยครับ ช่วงนี้ผมว่าง”

“ไม่ไปทำงานเหรอ”

“ไม่ครับ สัปดาห์หน้าก็เปิดเทอมแล้วครับ เลยอยากพักสักหน่อย”

“งั้นค่อยนัดกันอีกทีละกันนะ”

“ครับ พี่โดมอย่าลืมไก่หลังรถนะ” พาลินรีบเตือนเพราะถ้าเขาลืมพรุ่งนี้มันคงได้กลายเป็นไก่เน่าแน่ๆ

“อือ”

พาลินลงจากรถแล้วเดินไปยังหอพักวันนี้มีหลายคนเริ่มกลับมากันบ้างแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอม บรรยากาศก็เลยดูครึกครื้นเป็นพิเศษ พอเขาเดินมาถึงก็โบกมือให้ดลธรรมเพื่อให้ชายหนุ่มจะได้กลับคอนโดของตัวเอง

“ลิน ไปไหนมา กลับดึกเชียวนะ” เจหรือเจษฎาเพื่อนร่วมหอพักที่นั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนทักทายขึ้น

“ไปดูหนังมา มึงล่ะ เพิ่งมาวันนี้เหรอ”

“อือ เพิ่งมาถึงขนของเพิ่งเสร็จกำลังจะขึ้นห้องก็เห็นมึงเดินมา พี่กันต์มาส่งเหรอ” เจษฎาเป็นรุ่นน้องคณะวิศวะจึงรู้จักกับกันต์ธีร์เป็นอย่างดี

“ไม่ใช่พี่กันต์หรอก กูเลิกกันแล้ว”

“งั้นแฟนใหม่เหรอหาได้เร็วดีนี่”

“แฟนใหม่ที่ไหนล่ะ เขาเป็นน้าชายของเด็กที่กูไปสอนพิเศษช่วงปิดเทอม ว่าแต่มึงเถอะยังไง ไหนว่าปิดเทอมจะกลับไปช่วยพ่อกับแม่ทำงาน กูเห็นนะว่ามึงอยู่กับแฟนตลอด”

“กูก็ช่วยพ่อกับแม่ไง แต่เป็นพ่อแม่แฟน”

“กตัญญูจริงๆ เพื่อนกู แล้วไปไหนแล้วล่ะแฟนมึงอะ”

“นู่นไง” เจษฎาชี้ที่หน้าปากซอยก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินถือถุงอะไรสักอย่างเข้ามา

“งั้นกูขอตัวก่อนนะ”

“อือ”

พาลินรีบเดินขึ้นไปยังห้องของตัวเองเพราะไม่อยากให้เจษฎากับแฟนมีปัญหา เนื่องจากครั้งหนึ่งมีข่าวลือว่าเจษฎาเคยคิดจะจีบพาลิน พอแฟนรู้ก็เลยไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่

“พี่เจ เมื่อกี้คุยกับใคร”

“ไอ้ลินไง”

“อะไร ยังไง ไหนว่าไม่ได้ชอบแล้ว หรือรู้ว่ามันโสดเลยคิดจะจีบอีกครั้ง”

“อ้าวนี่มะเหมี่ยวก็รู้เหรอว่ามันโสด”

“คนเขารู้กันทั้งนั้นแหละ ก็พี่เขาลบรูปคู่กับพี่กันต์ออกจนเกลี้ยงไอจีขนาดนั้น ตอบคำถามมะเหมี่ยวมาก่อนว่ายังไงจะจีบใช่ไหม”

“ไปกันใหญ่แล้วพี่ก็มีมะเหมี่ยวแล้วจะไปสนใจไอ้ลินมันทำไม มะเหมี่ยวก็รู้ว่าพี่ชอบกินนมกินหอย”

“พี่เจอย่ามาทะลึ่งนะ ขึ้นห้องได้แล้ว อย่าให้มะเหมี่ยวเห็นนะว่าแอบคุยกันอีก”

“จะบ้าเหรอ หึงไม่เข้าเรื่องเลย” เจษฎาส่ายหัว เขาไม่เคยคิดอะไรกับเพื่อนคนนี้เลยสักนิด แต่ที่ลือกันไปอย่างนั้นเพราะมีช่วงหนึ่งที่เขาสนิทกับพาลินมากกว่าใคร

ดลธรรมขับรถมาจอดที่หน้าคอนโดหยิบถุงไก่จากหลังรถ เดินมาจุดที่เคยเจอเจ้าสุนัขจรจัดเคยอยู่ ดีดนิ้วเรียกไม่กี่ครั้งเจ้าขนปุยก็วิ่งออกมาจากพุ่มไม้เตี้ยๆ

“ว่าไง จมูกไวเชียวนะขนุน อะพี่ซื้อมาฝาก” เขาเอากล่องไก่วางตรงพื้น แอบถ่ายรูปขณะที่มันกำลังดินอย่างเอร็ดอร่อย นั่งรอจนกระทั่งเจ้าขนุนกินจนเกลี้ยงจึงหยิบกล่องและถุงพลาสติกไปทิ้ง ดลธรรมรู้ว่ามันผิดที่แอบเอาอาหารให้กับสุนัขจรจัด แต่เขาก็อดสงสารไม่ได้

“พี่ไปก่อนนะ” เจ้าสุนัขกระดิกหางครางหงิงๆ ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในซอย

ดลธรรมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน เขาเพิ่งรู้ว่าปณิชญากับภูวินทร์กำลังจะเลิกกันแล้ว ตั้งแต่เพื่อนกับอดีตคนรักแต่งงานกันไป เขาก็ไม่ได้สนใจข่าวคราวของทั้งคู่อีกเลย

ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะจริงจังกับปณิชญาถึงขั้นแต่งงานเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองต้องฝืนใจมากแต่ไหน ทุกครั้งที่นอนกับเธอเขามีความสุขก็จริง แต่ในใจกลับไม่เคยอิ่มเอมเลยสักนิด

มีอยู่หลายครั้งที่แอบนอกกายเธอไปนอนกับคนอื่นที่เป็นชายแต่พอตัวเองถูกนอกกายบ้างกลับรับไม่ได้ ตอนนั้นเขาจมอยู่กับความทุกข์ถึงสามเดือนเต็ม ทุกข์เพราะไม่คิดว่าคนที่เธอเลือกจะเป็นเพื่อนสนิท แต่ถ้าลองกลับไปบทวนตัวเองอีกทีก็ถือว่าตัวเองมีส่วนผิดอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นคนไม่ซื่อสัตย์กับเธอก่อน

ดลธรรมคิดว่าตัวเองจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เมื่อคบกับปณิชญาแต่มันก็เป็นเรื่องยากและที่ไม่คิดจะเลิกกับเธอก็เพราะความเห็นแก่ตัวบวกกับกลัวว่าพี่ปรานต์จะไม่พอใจ

หลังจากที่ปณิชญาแต่งงานไปแล้วเขากลับมาเป็นตัวของตัวเองเต็มร้อยอีกครั้ง เขาไม่เคยคบหากับผู้หญิงคนไหนอีกเลย แต่ไม่จริงจังกับผู้ชายหรือคู่นอนคนไหน เพราะอยากใช้ชีวิตให้สนุกอย่างเต็มที่

แต่หลังจากได้เจอกับพาลินความรู้สึกก็เปลี่ยนไป เขาอยากจริงจัง อย่างอยู่ใกล้อยากใช้ชีวิตร่วมกัน เหมือนว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างในตัวพาลินที่ทำให้เสืออย่างเขาอยากหยุด

เขานั่งไถมือถือไปเรื่อย เข้าไปดูว่าพาลินอัพรูปอะไรบ้างในแต่ละวันส่องทั้งเฟซบุ๊กทั้งไอจี แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าพาลินอัพรูปตั๋วหนังที่ไปดูมาวันนี้

เห็นข้อความที่เพื่อนๆ ของพาลินมาเมนท์แล้วก็ยิ้มเพราะมีหลายคนยินดีที่พาลินมีคนรู้ใจคนใหม่ซึ่งเมื่อเจ้าตัวไม่ออกมาปฏิเสธต่างก็คิดว่ามันคือความจริง

ยิ่งเห็นแบบนั้นก็ยิ่งดีใจเพราะดูแล้วพาลินก็คงไม่ได้รังเกียจตนเอง แต่ที่ยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เพราะตัวเองไม่เคยบอกพาลินว่าเป็นเกย์และกำลังจีบอยู่ อีกคนก็เลยปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นพี่ชายเสียมากกว่า

ความสัมพันธ์ครั้งนี้เขาไม่อยากให้มันไปเร็วเพราะรู้ว่าอีกคนเพิ่งเจ็บมา จึงอยากให้พาลินพร้อมมากกว่านี้ แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย เขายังเหลือเวลาใกล้ชิดกับพาลินอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่จะเปิดเทอม

นาฬิกาที่ผนังบอกเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว แต่เห็นว่าพาลินยังออนไลน์อยู่จึงกดโทรศัพท์ไปหาอีกฝ่ายทันที

“สวัสดีครับพี่โดม โทรมาดึกมีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า ก็แค่อยากโทรมาคุยด้วย ง่วงหรือยัง”

“ง่วงแล้ว แต่ยังนอนไม่ได้ กินเยอะไปหน่อยอืดท้องมาก”

“อ้าว ในห้องมียาไหมล่ะ”

“ไม่ถึงขนาดต้องกินยาหรอก เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”

“เป็นบ่อยเหรอ” เมื่อเห็นว่าพาลินมาได้ทุกข์ร้อนอะไรกับอาการของตัวเองก็อดถามไม่ได้

“ไม่หรอกครับ วันนี้ผมกินเยอะกว่าทุกวันไง ว่าแต่พี่เอาไก่ไปให้น้องหมาไหม”

“ให้แล้ว กินเกลี้ยงเลยสงสัยหิวมาก เดี๋ยวส่งรูปในไลน์ให้ดูนะ”

“กินเกลี้ยงจริงๆ ด้วย พี่โดม แล้วปกติมันกินข้าวที่ไหนเหรอครับ” พาลินเห็นแล้วนึกสงสารและคิดถึงตัวเองที่ตอนนี้เหมือนอยู่ตัวคนเดียว

“พี่ก็ไม่รู้แต่ก็คงมีคนให้อาหารแหละ ถ้างั้นคงผอมกว่านี้”

“นั้นสิครับ ดูแล้วคงมีคงเอ็นดูเยอะเลย” เสียงพูดเบาลงเล็กน้อย

“เป็นอะไร สงสารขนุนเหรอ”

“สงสารตัวเองครับ ขนุนยังมีคนเอ็นดูให้อาหาร แต่ตอนนี้ผมไม่เหลือใครเลย” พาลินรู้สึกโดดเดี่ยว ตั้งแต่บิดามารดาจากไปเขาก็มีเพื่อนและกันต์ธีร์คอยอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้ทั้งปิดเทอมทั้งเลิกกับแฟนเขาก็เลยไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่

“เหลือสิ พาลินยังมีพี่นะ” ดลธรรมพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงจัง เขาอยากให้อีกคนรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิดเลย

“...” พาลินเงียบ คำพูดของอีกคนทำให้รู้สึกใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมเงียบครับ” เขาใจคอไม่ค่อยดี กลัวอีกคนจะคิดมากกับคำพูดของตัวเอง

“ผมไม่ทำให้พี่รำคาญใช่ไหมครับ”

พาลินรู้ว่าตัวเองเกาะติดชายหนุ่มมากเกินไป เขายอมรับว่าช่วงนี้กำลังอ่อนไหวและไม่อยากอยู่คนเดียว

“พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย”

“ถึงแม้ผมจะอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชอบอยู่คนเดียว”

“แสดงว่าที่ผ่านมาเหงามาตลอดเลยใช่ไหม”

“ก็เหงาบ้างครับ แต่เปิดเทอมก็ดีหน่อยทำงานกับเพื่อนอยู่กับเพื่อนจนดึกถึงกลับหอ”

“พี่นึกว่าอยู่กับแฟน ขอโทษที่ต้องพูดถึงเขา”

“ไม่เป็นไรครับ ถึงเป็นแฟนก็ไม่ค่อยตัวติดกันหรอกครับ เขาไม่ค่อยชอบให้ผมตามติดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ผมก็อยู่กับเพื่อน”

“แล้วไม่น้อยใจแย่เหรอ”

“ก็มีบ้างครับ แต่น้อยใจไปก็เท่านั้น”

ดลธรรมนึกเห็นใจชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย เพราะช่วงนี้ทั้งปิดเทอม ทั้งไม่ได้ไปสอนพิเศษพาลินคงเหงามากจริงๆ

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์ มาคอนโดไหม มาว่ายน้ำกัน”

“ผมไม่กวนพี่ใช่ไหม”

“ไม่หรอกมาเลย ให้ไปรับไหม”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมจะไปจะโทรบอกก่อนนะครับ” พาลินไม่อยากไปหาใครโดยไม่โทรนัดอีกแล้ว เพราะกลัวไปเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นอีกเป็นครั้งที่สอง ถึงแม้ว่าตัวเองกับดลธรรมไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ภาพแบบนั้นเห็นแค่ครั้งเดียวก็เกินพอ

“ถ้าโทรมาพี่ไม่รับก็มารอในห้องได้เลยเดี๋ยวจะส่งรหัสห้องให้นะ”

“ถ้าพี่ไม่รับผมก็ไม่กล้าไปหาหรอก”

“ไม่ต้องกลัวจะเจอใครหรือเห็นอะไรหรอกน่า” ดลธรรมรู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไร

“แน่นะครับ”

“แน่นอนสิ”

คุยกันอีกกว่าสิบนาทีทั้งสองก็แยกย้ายเข้านอน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พาลินโดรม   33.รักผมเพราะเซ็กซ์หรือเปล่า (จบ)

    สัมผัสที่เร่าร้อนของเรียวปากหยักจูบแลกลิ้นกันอยู่อย่างนั้น พาลินหลงใหลไปกับรสจูบที่คนรักมอบให้ สองมือดันผนังห้องน้ำเอี้ยวคอมาจูบ สะโพกกลมขาวกดแนบชิดกับท่อนเอ็นร้อนเสียงคนพี่ครางในลำคอ เขาอยากกลืนกินคนช่างยั่วตั้งแต่เห็นรูปที่ส่งไปให้ ดลธรรมไม่ลังเลเลยที่จะรีบขับรถกลับมาที่คอนโด แล้วเขาก็ไม่ผิดหวังเมื่อรู้ว่าพาลินกับเขาต่างมีความต้องการเหมือนกัน“พาลินยั่วพี่เองนะครับ”“ถ้าน้องยั่วแล้วพี่ไม่อยากพี่จะกลับมาเหรอ”“นั่นยั่วอีกแล้ว”“น้องยั่วแล้วพี่อยากไหม”“ไม่ยั่วก็อยากครับ ยันผนังไว้นะครับพี่จะลงโทษคนยั่วแล้ว”ดลธรรมจูบไซร้ไปตามท้ายทอยและซอกคอ กัดติ่งหูคนด้านหน้าเบาๆ เพราะเป็นจุดอ่อน แค่นั้นพาลินก็ร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัวฝ่ามือร้อนไล้ไปทั้งแผงอกบีบคลึงเบาๆ บนยอดสีสวย สะโพกก็กดลงไปยังบั้นท้าย เสียงหวานครางแผ่วเบา สะโพกแอ่นโค้งเด่นคนตัวโตกดครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยนลงบนปลายนิ้วกลางจากนั้นลากไปตามช่องทางสีสวยกดลงไปช้าๆ ค่อยเพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสองและสาม พาลินครางสะท้านรู้สึกถึงความคับแน่นที่กำลังนวดผนังด้านใน“อื้อ...พี่”เขาสะดุ้งเมื่อจุดอ่อนไหวด้านในถูกกระตุ้นเพียงแค่นั้นตัวตนของเขาก็ปวดหนึบ ม

  • พาลินโดรม   32.Peppa Pig

    หลังจากตรวจเสร็จและรับยาแล้วรถกระบะคันเดิมก็มาส่งดลธรรมและพาลินที่สนามบิน“พี่หน้าผมยังมีผื่นอยู่ไหม”“ยังมีอีกนิดหน่อย ใส่มาสก์ไปก่อน”“หมอบอกว่าเดี๋ยวมันก็หายไงครับ”“มันต้องใช้เวลาไง เดี๋ยวกลับถึงกรุงเทพถ้าผื่นยังไม่ยุบลงพี่จะพาไปหาหมออีกรอบ”“ไม่เอาแล้วไม่หาแล้ว ไปอีกก็โดนฉีดยาอีก”พาลินทานยาแก้แพ้ตั้งแต่อยู่บนเขาแต่พอมาถึงโรงพยาบาลผื่นก็ยังไม่หายและดูเหมือนจะขึ้นมากกว่าเดิมหมอเลยต้องฉีดยาเพราะมันได้ผลเร็วกว่า รวมถึงให้ยาทาแก้คันมาด้วยตอนนี้พาลินเลยสีชมพูไปทั้งตัว ยังดีที่เขามีเสื้อคลุมแขนยาวเลยไม่ค่อยอายคนเท่าไหร่แต่ที่ต้องอายก็คงจะเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างเพราะเขาเป็นคนทายาให้กับตนเองทั้งตัว“ยามันง่วงเดี๋ยวขึ้นเครื่องเราจะหลับเลยก็ได้ ถึงแล้วพี่จะปลุกเอง”“บินนานไหมครับ” เพราะขามาเขานั่งรถมาเพื่อนๆ เลยไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่“ไม่นานครับ ประมาณชั่วโมงหนึ่งครับ หลับแป๊บเดียวก็ถึงกรุงเทพแล้ว”“ผมหวังว่าถึงกรุงเทพแล้วผมจะหายนะ”“แต่พี่ว่าอย่าเพิ่งหายเลย ชมพูไปทั้งตัวแบบนี้ก็น่ารักดี”“ไม่ตลกนะครับพี่ มันคันไปทั้งตัวเลย”“อดทนอีกนิดนะครับ ถึงคอนโดจะเอาน้ำเย็นเช็ดให้”พอขึ้นเครื่อง

  • พาลินโดรม   31.ผมเอาอาหารมาส่ง

    ดลธรรมไม่อยากให้พาลินพลาดการเข้าค่ายอาสาซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชายหนุ่มทำมาทุกปีตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย และถ้าปีสุดท้ายมาได้เข้าร่วมคงจะเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากถึงแม้จะทั้งหวงทั้งห่วงแต่เขาก็ไม่อยากพรากความทรงจำในวัยเรียนของคนรัก และนั่นก็คือเหตุผลที่ตอนนี้เขามานั่งอยู่ข้างคนขับรถกระบะสีประตูขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่นักศึกษามาออกค่ายเดิมทีก็ตกลงจะมาด้วยกัน แต่เพราะเขามีงานที่ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยจึงต้องยอมปล่อยให้คนน้องมาเข้าค่ายกับเพื่อนพาลินงอนนิดหน่อยที่เขาไม่ทำตามที่พูด แต่ก็ตัดสินใจมากับเพื่อน เพราะอยากใช้ชีวิตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนตัวเขาก็รีบเคลียร์งานแล้วตามมาทีหลังโดยไม่ได้บอกพาลินแค่สองสามที่ต้องนอนอยู่คนเดียวเขาก็ทรมานเกินไปแล้ว“อันที่จริงมันก็ไม่ไกลหรอกนะครับ แต่ทางมันค่อนข้างลำบากมันเลยดูเหมือนไกล” เสียงคนขับรถกระบะทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์“ครับ”ดลธรรมให้ลูกน้องที่บริษัทซึ่งบังเอิญเป็นคนพื้นที่ช่วยติดต่อเช่ารถพร้อมคนขับไปส่งที่หมู่บ้านบนเขาชายหนุ่มนั่งเครื่องมาลงที่สนามบินพิษณุโลกตั้งแต่เช้าจากนั้นก็ให้คนขับรถพาไปซื้อไก่ทอด โด

  • พาลินโดรม   30.ไม่ต้องทุกครั้งก็ได้ nc

    ดลธรรมและพาลินย้ายกลับมาอยู่ที่คอนโดเพราะอยากให้มารดาได้ทำความรู้จักและปรับตัวกับเบจิงได้มากขึ้นแต่เขากับพาลินก็ยังแวะไปทานอาหารเย็นด้วยอยู่บ่อยๆ ดูเหมือนว่าเบจิงจะเข้ากันได้ดีกับคุณยายของตนเองแม้พาลินจะมีรถเป็นของตัวเองแล้ว แต่ดลธรรมก็ยังมารับส่งที่มหาวิทยาลัยเป็นบางวัน“พี่โดม ขอโทษทีครับคุยกับเพื่อนนานไปหน่อย”“ไม่เป็นไร แล้วตกลงเอาไงเราจะไปค่ายกับเพื่อนไหม” ช่วงวันหยุดยาวติดกันชมรมค่ายอาสาจะพากันไปออกค่ายที่พิษณุโลก“กำลังตัดสินใจอยู่ครับ”“ทำไมดูตัดสินใจยากจัง แต่ก่อนเห็นตื่นเต้นจะไป”“ก็ตอนนั้นยังไม่มีแฟน ตอนนี้มีแฟนแล้วติดแฟนครับ”“ฟังคำตอบแล้วชื่นใจจัง”“ถ้าผมไปพี่จะคิดถึงผมไหม”“ถ้าเราไปพี่ก็ไปด้วยครับ ไม่อยากนอนคนเดียว”“ถ้าผมไม่ไปก็เหมือนจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ที่ไม่ช่วยออกแรงอะไรเลย”“แต่พี่ก็ช่วยเรื่องคอมไปตั้ง 10 ชุดแล้วนะครับ”“นั้นมันส่วนของพี่ แต่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”“ถ้าอยากรู้สึกมีส่วนร่วมกับคอมห้าชุดนั่นก็แค่..”“แค่อะไรครับ” พาลินหันมามองคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย พอเห็นหน้าเขาก็เดาออกทันทีว่าตอนนี้สิ่งที่คนพี่ต้องการคืออะไร เพียงแค่คิดพาลินก็หน้าแดงขึ้นมาทันที“นานเ

  • พาลินโดรม   29.ย่ากับยาย

    คุณแพรเพ็ญและจอห์นสามีใหม่บินกลับมาทันทีหลังจากดลธรรมโทรไปบอกว่าย่าของเบจิงจะพาเบจิงไปอยู่ด้วยเธอเสียลูกสาวไปคนหนึ่งแล้วจึงไม่อยากจะเสียหลานชายไปอีกคน เพราะรู้ว่าที่ฝ่ายนั้นอยากพาเบจิงไปก็เพื่อต่อรองกับดลธรรมให้รับผิดชอบเด็กในท้องของปณิชญาเท่านั้น“คุณยายครับ ตาจอห์นบอกว่าที่บ้านตามีหิมะด้วยจริงไหมครับ”“จริงสิ เบจิงอยากไปดูหิมะไหม”“อยากไปครับ แต่เบจิงต้องไปโรงเรียนคงไปกับคุณยายไม่ได้”“ที่นั่นก็มีโรงเรียนครับ เดี๋ยวยายจะให้เบจิงดูนะครับว่าโรงเรียนที่นั่นเป็นยังไงบ้าง อยากดูไหมครับ”“อยากดูครับ พี่ลินมาดูด้วยกันไหม” เบจิงเรียกพาลินที่กำลังเดินถือผลไม้จานใหญ่ให้มาดูด้วยกันอีกคนแพรเพ็ญเปิดคลิปแนะนำโรงเรียนประถมในประเทศออสเตรียให้กับหลานชายดู เพราะเธอกับสามีคุยกันแล้วว่าจะรับเบจิงไปอยู่ที่นั่นในฐานะลูกชายของทั้งสองคนดลธรรมก็เห็นด้วยกันมารดาเพราะอยากให้เบจิงมีอนาคตที่ดี ลำพังเขากับพาลินคนดูแลเด็กชายได้ไม่ดีพอแต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเบจิงว่าอยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่นไหม ตอนนี้ทั้งมาลีและป้าสายก็เริ่มฝึกภาษาอังกฤษกับจอห์นเพราะแพรเพ็ญอยากให้สองนั้นย้ายไปอยู่ด้วยกันทุกคนที่นี่เตรียมวางแผนก

  • พาลินโดรม   28.ข้อแลกเปลี่ยน

    สามเดือนแล้วที่แพรรดาจากไปและเบจิงอยู่กับดลธรรมและพาลินในบ้านหลังใหญ่ ชีวิตของเด็กชายกลับมาสดใสอีกครั้ง เสียงหัวเราะดังออกมานอกบ้านจนคนที่เพิ่งมาถึงยิ้มอย่างพอใจ“สวัสดีครับคุณย่า” เบจิงยกมือทักทายผู้เป็นย่าที่เจอกันครั้งสุดท้ายในงานศพของผู้เป็นมารดา“น้าชายเราไปอยู่ไหนแล้วล่ะ”“มีธุระอะไรกับผมเหรอครับแม่” ดลธรรมยังเรียกเธอว่าแม่อย่างเดิมเพราะอยากให้เกียรติในฐานะที่เธอเป็นย่าของเบจิงเขาค่อนข้างแปลกใจที่คุณปราณีมาหาถึงที่บ้าน เพราะตลอดหลายเดือนมานี้ท่านไม่เคยแวะมาที่นี่เลยสักครั้ง“แม่เรากลับไปแล้วใช่ไหม” คุณปราณีถามถึงแพรเพ็ญ“เพิ่งบินกลับไปสองวันก่อนมีธุระอะไรกับท่านหรือเปล่าครับ”“เปล่า แม่แค่อยากคุยกับโดมสักหน่อย”“ได้ครับ เบจิงไปหาพี่ลินก่อนนะครับน้าขอไปคุยธุระกับคุณย่าก่อน”“ครับน้าโดม”ชายหนุ่มพาคุณปราณีมายังห้องทำงานของตนเองที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของพี่สาวและพี่เขย“โดม แม่จะคุยกับเราเรื่องเบจิง”“มีอะไรเหรอครับ“แม่จะพาเบจิงไปอยู่ด้วย”“แต่เบจิงอยู่กับผมก็มีความสุขดี แม่ก็เห็นว่าเขากลับมาร่าเริงแล้ว”“แต่แม่อยากให้หลานไปอยู่กับแม่”“ผมว่าแม่ไม่มีสิทธิ์จะทำแบบนั้นนะครับ“มีสิ

  • พาลินโดรม   4.เล็กน้อย

    ข้าวหมูทอดและข้าวผัดกะเพราหมูกรอบอย่างละจานหมดในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที พาลินเชื่อแล้วว่าที่พี่เขาบอกว่าหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวก็คงจะเป็นจริงตามนั้นเขานั่งมองคนตัวโตทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนตัวเองนั้นทานข้าวแล้วตั้งแต่ก่อนไปบ้านน้องเบจิง จึงสั่งแค่หมูสะเต๊ะมานั่งทานระหว่างรอ“อร่อยนะครับ พี่กินไห

  • พาลินโดรม   3.บังเอิญเกินไปหรือเปล่า

    พาลินมาทำงานตั้งแต่เช้ากว่าจะได้พักก็เที่ยงพอดี เขารีบโทรศัพท์ไปหากันต์ธีร์เพราะอยากชวนมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน บริษัทของแฟนหนุ่มอยู่ใกล้โรงเรียนสอนภาษาเพียงสองป้ายรถเมล์“พี่กันต์ให้ผมไปกินแถวบริษัทก็ได้”“จะกินอะไร พี่จะได้สั่งไว้รอ” อีกคนถามอย่างเอาใจเพราะเมื่อวานเขาไม่ได้ไปรับและยังปิดโทรศัพท์ท

  • พาลินโดรม   2.ท่องไว้เรามีแฟนแล้ว

    พาลินรีบเปิดประตูขึ้นมานั่งข้างคนขับ คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยเจ้าของรถถึงได้เหยียบคันเร่ง“หอพักอยู่ที่ไหน” คนตัวโตหันมาถาม“ส่งผมที่ป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับเองได้”“ลองบอกมาก่อนว่าหออยู่ที่ไหน เผื่อเป็นทางผ่านจะได้ไปส่ง” เขาตั้งใจว่าถึงแม้จะไม่ใช่ทางผ่านแต่ก็จะไปส่งคุณครูของหลานชายเพราะเว

  • พาลินโดรม   1.ตรงสเปก

    “ไม่กิ๊นนน!! เบจิงไม่กิ๊นน!! เบจิงจะรอพี่ลิน” เด็กชายวัย 5 ขวบ วิ่งไปทั่วบ้านขณะที่พี่เลี้ยงได้แต่มองตามแล้วส่ายหัว เกือบสิบนาทีแล้วที่เจ้านายตัวน้อยไม่ยอมมานั่งทานอาหาร เธอวิ่งตามจนเหนื่อยแต่อีกคนก็ยังไม่หมดแรงปึก!!เด็กชายวิ่งชนกับคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาอย่างจัง มือใหญ่คว้าร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ได้ทันก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status