Masukลูกน้องตระกูลหลงรีบเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของเหม่ยหลินขึ้นมา แล้วพาเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปทางประตูวีไอพีด้านหลังอย่างรวดเร็ว เฟิ่งชิงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโซนวีไอพี มือบางทิ้งเศษแก้วลงบนพื้น เธอกุมข้อมือที่บวมเป่งของตัวเองเอาไว้แน่น นัยน์ตาคมเฉี่ยวมองตามแผ่นหลังกว้างของหลงเหว่ยไปจนลับสายตา ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายกาจออกมา
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ไอ้หมาบ้าหลงเหว่ย... ฉันจะรอวันที่นายคุกเข่ากราบตีนฉัน!” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนหอบอยู่ข้างๆ “ลากตัวอี้เฉินกลับไป แล้วเตรียมรถให้พร้อม... คืนนี้คงมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว!”
สงครามในคืนนี้อาจจะจบลงด้วยการเสมอ แต่สำหรับหลงเหว่ยและเฟิ่งชิง พวกเขารู้ดีว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการนองเลือดและการจองเวรที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาล... โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในความเกลียดชังที่ลุกโชนนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่ากำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
หน้าจอโทรทัศน์แอลอีดีขนาดแปดสิบนิ้ว ที่ติดอยู่บนผนังห้องทำงานหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลเฟิ่ง กำลังฉายภาพความพินาศย่อยๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ภาพจากกล้องมือถือของนักท่องราตรีที่หนีตายออกมาได้ บันทึกเหตุการณ์ตะลุมบอนระหว่างชายชุดดำนับสิบคนในคลับ ‘The Obsidian’ เอาไว้ได้อย่างชัดเจน รวมถึงภาพที่สั่นไหวของทายาทมาเฟียสองตระกูลใหญ่ ที่กำลังสาดเหล้าและลงไม้ลงมือกันอย่างดุเดือด แถบอักษรวิ่งด้านล่างหน้าจอพาดหัวข่าวตัวโตด้วยสีแดงฉานว่า
‘ศึกเดือดกลางเมือง! ทายาทมังกรปะทะหงส์สวรรค์ ทำลายคลับหรูยับเยิน ตำรวจเร่งสอบสวนเบื้องหลังธุรกิจสีเทา!’
เฟิ่งเทียนประมุขแห่งตระกูลเฟิ่ง ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและดุดัน แม้จะมีรอยริ้วรอยตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงความน่าเกรงขาม เขากระแทกนิ้วลงบนรีโมทคอนโทรลเพื่อปิดโทรทัศน์อย่างแรงจนแทบจะพังคามือ ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลง ปกคลุมห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยไม้สักและเครื่องลายครามโบราณ เขายกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ ด้วยความเครียดจัด ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวมองไปยังร่างระหงของลูกสาวเพียงคนเดียวที่ยืนกอดอกอยู่กลางห้อง
“อธิบายมาสิ เฟิ่งชิง... ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร!” น้ำเสียงของเฟิ่งเทียนไม่ได้ตวาดกึกก้อง ทว่ามันเย็นเยียบและแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูยังต้องลอบกลืนน้ำลาย
เฟิ่งชิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบข้อมือเมื่อคืน ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแต่อย่างใด
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะป๊า ไอ้หมาบ้าหลงเหว่ยมันเดินเข้ามาหาเรื่องก่อน ป๊าก็เห็นในคลิปแล้วว่ามันพาผู้หญิงของมันมาเยาะเย้ย แล้วยังพูดจาหมาๆ ใส่อีก ใครจะไปทนได้”
“แล้วแกก็เลยสาดเหล้าใส่หน้ามัน จนลูกน้องสองฝั่งชักอาวุธตีกันกลางร้านจนยับเยินเนี่ยนะ!” เฟิ่งเทียนตบโต๊ะทำงานเสียงดังปัง “แกอายุเท่าไหร่แล้วเฟิ่งชิง! แกไม่ใช่เด็กอาชีวะที่ถูกใครเหยียบเท้าแล้วต้องชักมีดแทงกัน แกคือทายาทตระกูลเฟิ่ง การกระทำของแกเมื่อคืนมันลากเอาชื่อเสียงของตระกูลเราไปคลุกฝุ่น และที่แย่ไปกว่านั้น... แกดึงดูดสายตาของพวกตำรวจและสรรพากรให้หันมาจ้องจับผิดธุรกิจของเรา!”
“ก็แค่จ่ายเงินปิดข่าวเหมือนทุกทีสิคะป๊า คลับนั่นชิงก็ให้คนเอาเงินไปฟาดหัวผู้จัดการร้านเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องหรอก” เฟิ่งชิงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“แกคิดว่าเรื่องมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง!” เฟิ่งเทียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาลูกสาว แววตาของเขาฉายแววความกังวลอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก “ช่วงนี้สถานการณ์มันไม่ปกติ... แกไม่ได้เข้ามาดูบัญชีของคาสิโนและโรงแรมในเครือเลยใช่ไหม ถึงไม่รู้ว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา รายได้ของเราหดหายไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์”
เฟิ่งชิงชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วเข้าหากัน “เกิดอะไรขึ้นคะ มีใครกล้าเข้ามาป่วนถิ่นของเรางั้นเหรอ”
“ไม่ใช่แค่ป่วน แต่มีคนกำลังสกัดขาเราอยู่เบื้องหลัง” เฟิ่งเทียนหันไปมองออกนอกหน้าต่าง “สินค้าล็อตใหญ่ที่เราส่งออกถูกศุลกากรยึดอย่างไม่มีสาเหตุ คาสิโนใต้ดินสามแห่งถูกตำรวจบุกทลายในคืนเดียวราวกับมีคนชี้เป้า หุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เราใช้บังหน้าก็ถูกเทขายจนราคาดิ่งเหว... มีคนกำลังพยายามบีบให้ตระกูลเฟิ่งขาดอากาศหายใจ และการที่แกไปก่อเรื่องวิวาทกับไอ้เด็กตระกูลหลงเมื่อคืน มันก็ยิ่งทำให้พวกตำรวจมีข้ออ้างในการเข้ามาแทรกแซงธุรกิจของเราได้ง่ายขึ้น!”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินความจริง เธอไม่เคยรู้เลยว่าปัญหามันลุกลามใหญ่โตขนาดนี้
“ช่วงนี้แกเก็บตัวเงียบๆ ห้ามไปก่อเรื่องที่ไหนอีก และห้ามไปยุ่งกับไอ้เด็กหลงเหว่ยเด็ดขาด เข้าใจไหม!” เฟิ่งเทียนออกคำสั่งเด็ดขาด “ฉันมีเรื่องปวดหัวมากพอแล้ว ออกไปได้”
เฟิ่งชิงจำต้องกลืนคำเถียงลงคอ เธอโค้งศีรษะให้ผู้เป็นพ่อเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ประมุขตระกูลเฟิ่งยืนเหม่อมองออกไปเบื้องนอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจ
ในเวลาเดียวกัน ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนยอดตึกระฟ้าตึกหนึ่งซึ่งเป็นของตระกูลหลง บรรยากาศก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก
หลงเจี้ยนประมุขแห่งตระกูลหลง ชายวัยห้าสิบตอนปลายผู้มีแววตาดุดันและทรงอำนาจ กำลังโยนแฟ้มเอกสารปกแข็งใส่หน้าอกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างแรง จนแฟ้มร่วงลงไปกองกับพื้น แผ่นกระดาษรายงานข่าวและรูปถ่ายเหตุการณ์เมื่อคืนกระจายเกลื่อนพรม
“ผลงานชิ้นโบแดงของแกใช่ไหม หลงเหว่ย! ไปแย่งโต๊ะวีไอพีกับผู้หญิงในผับ จนเป็นข่าวหน้าหนึ่งไปทั่วประเทศ!” เสียงตวาดของหลงเจี้ยนดังกึกก้องไปทั่วห้องกระจกใส
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่วันใหม่ เฟิ่งชิงยังคงหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขยับเขยื้อน หลงเหว่ยเฝ้าดูอาการของเธอตลอดคืนไม่ยอมหลับยอมนอน จนกระทั่งรุ่งเช้า เมื่อหมอเข้ามาตรวจอาการและยืนยันว่าสภาวะครรภ์เริ่มคงที่ มังกรหนุ่มจึงยอมผละออกจากข้างเตียงมีหนี้แค้นอีกหนึ่งบัญชีที่เขายังไม่ได้สะสาง... หนี้เลือดที่ต้องชดใช้ด้วยเลือด!ณ คุกใต้ดินของคฤหาสน์หลักตระกูลหลงสถานที่แห่งนี้มืดมิด เย็นยะเยือก และอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ฝังแน่นอยู่ในกำแพงหิน เหม่ยหลินถูกจับโยนลงไปในห้องขังเดี่ยวที่ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวๆ ดวงเดียวที่ส่องสว่าง ร่างบอบบางที่เคยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดจากการถูกกระชากลากถู เธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัวสุดขีดแอ๊ดดด...เสียงประตูกรงเหล็กถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้า แต่เสียงนั้นกลับเสียดแทงแก้วหู และกระชากความหวาดกลัวของเหม่ยหลินให้พุ่งทะลุขีดสุด หญิงสาวถดตัวหนีไปจนชิดมุมห้อง กอดเข่าตัวเองแน่นร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องขัง หลงเหว
เสียงล้อรถเข็นฉุกเฉินบดเบียดกับพื้นกระเบื้องยาง ของโรงพยาบาลดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่สว่างไสว แข่งกับเสียงตะโกนสั่งการของทีมแพทย์และพยาบาล ที่วิ่งกรูมารับตัวผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวีไอพี หลงเหว่ยในสภาพชุ่มโชกไปด้วยเลือดทั้งของตนเองและของเฟิ่งชิง วิ่งขนาบข้างเตียงเข็น มือหนาที่เปื้อนเลือดสั่นระริกแต่ยังคงกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชิงชิง... อดทนไว้นะ เธอถึงมือหมอแล้ว... ลูกของเราต้องปลอดภัย... อดทนนะ...” หลงเหว่ยพร่ำกระซิบเสียงเครือ น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือด คนเคยเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต“กรุณารออยู่ด้านนอกค่ะคุณชายหลง ทีมแพทย์ของเราจะดูแลคุณผู้หญิงอย่างดีที่สุด!” พยาบาลหัวหน้าเวรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะดึงเตียงเข็นของเฟิ่งชิงผ่านประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินเข้าไป และประตูกระจกบานใหญ่ก็ปิดลง ปิดกั้นเขาออกจากโลกของเธอหลงเหว่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หน้าประตูห้องผ่าตัดราวกับคนหมดแรง สองมือกุมศีรษะที่ปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ร่างกายของเขาบาดเจ็บสาหัส จากการถูกขวดไวน์ฟาดและอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ แต่ความเจ็บปวดทางกา
เพล้ง!เสียงขวดแก้วหนาแตกกระจายดังกึกก้องไปทั่วโถงใหญ่ เฟิ่งชิงฟาดขวดไวน์ลงบนศีรษะของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงเกิด แรงฟาดมหาศาลบวกกับความแค้นที่อัดแน่น ทำเอาขวดไวน์แตกละเอียดคามือ น้ำไวน์สีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับเลือดสดๆที่พุ่งทะลักออกจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะของมังกรหนุ่ม“โอ๊ย!” หลงเหว่ยร้องเสียงหลง โลกทั้งใบหมุนคว้างอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นแปลบจากศีรษะลงมาถึงกระดูกสันหลัง ร่างสูงใหญ่เซถลา ขาที่เคยแข็งแกร่งหมดเรี่ยวแรง ทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างหมดสภาพ เลือดสีแดงข้นไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา หยดแหมะๆ ลงบนพื้น“กรี๊ดด! อาเหว่ย!” เหม่ยหลินกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความสยดสยองเมื่อเห็นเลือดอาบร่างคนรัก เธอรู้ตัวทันทีว่าสถานการณ์พลิกผันแล้ว ความตายกำลังมาเยือน หญิงสาวหันหลังเตรียมจะวิ่งหนีออกประตูคฤหาสน์“จับนังงูพิษนั่นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!” หลงเจี้ยนตวาดลั่น บอดี้การ์ดนับสิบคนพุ่งเข้าตะครุบตัวเหม่ยหลิน กดร่างของเธอลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนหมดทางหนีเฟิ่งชิงยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่เหนือร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของหลงเหว่ย มือที่กำคอขวดแก้วที่แตกเป็นปากฉลามสั่นระริก
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์บาดแผลภายนอกของเหม่ยหลินเริ่มสมานตัวและดีขึ้นมาก หลงเหว่ยตัดสินใจว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องโบยบินออกจากกรงทองที่แสนโสมมนี้เสียที ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดและหมวกแก๊ป ปิดบังใบหน้ามิดชิด พาเหม่ยหลินนั่งแท็กซี่ไปที่เอเจนซี่ทัวร์ส่วนตัวเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเหมาลำเดินทางออกนอกประเทศ“ผมต้องการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บินตรงไปปารีสคืนนี้เลย นี่แบล็กการ์ดของผม รูดได้ไม่จำกัดวงเงิน” หลงเหว่ยโยนบัตรเครดิตใบหรูลงบนเคาน์เตอร์ด้วยความมั่นใจพนักงานรับบัตรไปรูด ทว่า... เสียงสัญญาณเตือนสีแดงก็ดังขึ้น “เอ่อ... ขออภัยครับคุณลูกค้า บัตรใบนี้ถูกระงับการใช้งานครับ”“อะไรนะ เครื่องพังหรือเปล่า เอาใบนี้ไปรูด!” หลงเหว่ยหัวเสีย ควักบัตรอีกสามใบออกมาโยนให้ แต่ผลลัพธ์ก็คือ... ถูกระงับทุกใบ บัญชีธนาคารทุกบัญชีไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ ชื่อของหลงเหว่ยถูกอายัดทั้งหมด!“เวรเอ๊ย ป๊าสั่งอายัดบัตรฉัน!” หลงเหว่ยสบถลั่น ทุบเคาน์เตอร์จนพนักงานสะดุ้ง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า การเป็นทายาทมาเฟียนั้น หากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากตระกูล เขาก็ไม่ต่างอะไรจากหมาจนตรอกที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อตั๋วเครื่องบินขณะที่หลงเหว่ยกำ
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
เหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว ห
ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เฟิ่งชิงก็กำลังคุกเข่ากอดขาเฟิ่งเทียน น้ำตาร่วงเผาะเป็นสายน้ำ“ป๊าขา... หนูยอมป๊าทุกอย่างแล้ว ป๊าอย่าทำกับหนูแบบนี้เลยนะ บัตรหนูรูดไม่ได้สักใบ เพื่อนๆ นินทาหนูกันหมดแล้ว ป๊าคืนลูกน้องกับบัตรเครดิตให้หนูเถอะนะ แต่หนูไม่แต่งกับไอ้หมาบ้านั่นนะป๊า...”ทว่าคำตอบที่ทายาททั้ง
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
เฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิ







