LOGINหลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ
“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่นมันกล้าเอาเหล้ามาสาดหน้าผมก่อน แถมยังตบหน้าเหม่ยหลินด้วย ป๊าจะให้ผมยืนมองเฉยๆ หรือไง!”
“แกควรจะรู้จักควบคุมอารมณ์ให้มันดีกว่านี้!” หลงเจี้ยนชี้หน้าลูกชาย “แกคิดว่าการตีกันแย่งผู้หญิงมันเท่นักหรือไง แกทำให้ตระกูลหลงดูเป็นแค่อันธพาลข้างถนน! แกรู้ไหมว่าเช้านี้บอร์ดบริหารของบริษัทขนส่งสินค้าของเรา โทรมาหาฉันกี่สาย หุ้นบริษัทร่วงระนาวเพราะข่าวฉาวของแก!”
“หุ้นมันก็ขึ้นๆ ลงๆ เป็นปกติแหละน่าป๊า เดี๋ยวผมให้คนไปปล่อยข่าวกลบก็จบแล้ว” หลงเหว่ยตอบส่งๆ
“ถ้าปัญหามันมีแค่นั้นฉันคงไม่เรียกแกมาด่าหรอก!” หลงเจี้ยนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างเหนื่อยล้า “แกไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลงเหว่ย... ตอนนี้ธุรกิจขนส่งทางเรือของเรากำลังถูกเล่นงาน ตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือถูกกักไว้ตรวจสอบอย่างไม่มีกำหนด เส้นทางเดินเรือที่เราคุมอยู่ก็ถูกแก๊งหน้าใหม่เข้ามาปล้นสินค้าไปถึงสองครั้งซ้อน... มีใครบางคนกำลังจงใจตัดท่อน้ำเลี้ยงของเรา”
หลงเหว่ยขมวดคิ้ว สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง “แก๊งไหนกล้าลองดีกับตระกูลหลง ไอ้พวกพยัคฆ์ขาวเหรอ หรือจะเป็นฝีมือของไอ้แก่เฟิ่งเทียน?”
“ฉันยังไม่แน่ใจ” หลงเจี้ยนส่ายหน้า “แต่รูปแบบการโจมตีมันแยบยลเกินไป มันไม่ได้ใช้กำลังเข้าหักหาญ แต่ใช้กฎหมายและช่องโหว่ทางธุรกิจมาเล่นงานเรา คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องมีเส้นสายระดับประเทศ และมีเงินทุนมหาศาล... ในขณะที่เรากำลังถูกโจมตี แกกลับไปก่อเรื่องสร้างความบาดหมางให้มันใหญ่โตขึ้นไปอีก แกกำลังทำให้ศัตรูที่อยู่ในเงามืดหัวเราะเยาะเราอยู่!”
“ผม...” หลงเหว่ยเถียงไม่ออก เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าสถานการณ์ของครอบครัวกำลังเข้าขั้นวิกฤต
“ช่วงนี้แกงดเที่ยว งดสร้างเรื่อง และห้ามไปมีเรื่องกับลูกสาวตระกูลเฟิ่งอีกเด็ดขาด ฉันต้องการความสงบเพื่อจัดการกับคลื่นใต้น้ำพวกนี้ เข้าใจที่ฉันพูดไหม!”
หลงเหว่ยพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แม้ในใจจะยังคุกรุ่นไปด้วยความแค้นที่มีต่อเฟิ่งชิงก็ตาม เขาเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้พ่อของเขานั่งจมอยู่กับกองเอกสารและปัญหาที่ถาโถมเข้ามา
สามวันต่อมา ณ โรงน้ำชาโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาชานเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนบุคคลที่ต้องจองล่วงหน้าและมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุด สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก สร้างบรรยากาศอึมครึมและเยียบเย็น ทว่าภายในห้องวีไอพีด้านในสุดของโรงน้ำชา ความกดดันกลับมีมากกว่าสภาพอากาศภายนอกหลายเท่าตัว บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนของสองตระกูลยืนคุมเชิงกันอยู่ด้านนอกห้องอย่างตึงเครียด มือของทุกคนวางอยู่ใกล้กับอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อสูท พร้อมจะชักออกมาสาดกระสุนใส่กันได้ทุกวินาที
ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยฉากกั้นไม้แกะสลักและกลิ่นหอมของชาอู่หลงชั้นเลิศ บุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดสองคนของโลกมืดกำลังนั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีเพียงโต๊ะไม้ชิงชันตัวเตี้ยกั้นกลาง
หลงเจี้ยน และ เฟิ่งเทียน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ที่ผู้นำของตระกูลหลงและตระกูลเฟิ่งยอมลดทิฐิ และมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกันโดยไม่มีการนองเลือด ทั้งสองครอบครัวเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ขัดผลประโยชน์กันในทุกวงการ ตั้งแต่บ่อนคาสิโนไปจนถึงการประมูลที่ดิน ไม่เคยมีใครยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในวันนี้ สถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก
ความเงียบครอบงำอยู่นานนับนาทีก่อนที่หลงเจี้ยนจะเป็นฝ่ายทำลายความอึดอัดนั้นลง เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกโยนลงบนโต๊ะ เลื่อนมันไปตรงหน้าเฟิ่งเทียน
“ฉันไม่ได้นัดนายมาเพื่อดื่มชาดมกลิ่นฝนหรอกนะ เฟิ่งเทียน” น้ำเสียงของหลงเจี้ยนราบเรียบแต่เด็ดขาด “ลองดูข้อมูลพวกนั้นสิ”
เฟิ่งเทียนไม่ได้แสดงอาการแปลกใจ เขาดึงเอกสารออกมาเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปาก “ข้อมูลการถูกยึดสินค้าของบริษัทขนส่งนาย... การถูกระงับบัญชีธนาคารบางส่วน... และการถูกแก๊งพยัคฆ์ขาวลอบโจมตีที่โกดังท้ายเมือง... หึ หนักเอาการนี่ ฉันก็นึกว่าตระกูลหลงจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าแตะเสียอีก”
“อย่ามาทำเป็นพูดดีไปเลยเฟิ่งเทียน” หลงเจี้ยนสวนกลับ “ฉันรู้ว่าคาสิโนของนายก็เพิ่งโดนตำรวจบุกทลายไปสามแห่งรวด สินค้าที่ท่าเรือก็โดนกัก และหุ้นของนายก็ดิ่งลงจนแทบจะกลายเป็นกระดาษเช็ดก้น... นายเองก็กำลังหลังชนฝาเหมือนกันนั่นแหละ”
เฟิ่งเทียนวางเอกสารลง สายตาคมกริบของทั้งคู่ประสานกันในอากาศ ไม่มีใครหลบตา ไม่มีใครยอมรับความอ่อนแอ แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดคือความจริง
“นายจะบอกว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลงและตระกูลเฟิ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญงั้นสิ?” เฟิ่งเทียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“มันจะบังเอิญได้ยังไง ที่สองตระกูลใหญ่ถูกโจมตีในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันและในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้” หลงเจี้ยนอธิบายพลางรินชาลงในจอกเคลือบศิลาดล “เรามัวแต่กัดกันเอง แย่งเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามี เสือตัวใหญ่กว่ากำลังหมอบซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มันกำลังใช้เส้นสายทางกฎหมายและอำนาจมืดแทรกซึมเข้ามาตัดกำลังเราทั้งคู่”
“ไอ้คนในเงามืดนั่น... มันต้องการให้เราอ่อนแอลง” เฟิ่งเทียนต่อประโยคให้จบ ความคิดของนักธุรกิจและมาเฟียผู้เจนจัดแล่นปรู๊ด “และเมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกสาวของฉันกับลูกชายของนายก็เพิ่งไปก่อเรื่องวิวาทกันจนเป็นข่าวใหญ่โต มันยิ่งเป็นการส่งสัญญาณบอกศัตรูว่า ตระกูลของเราสองคนกำลังแตกคอกันอย่างหนัก และพร้อมที่จะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ”
“ถูกต้อง” หลงเจี้ยนพยักหน้า “พวกเด็กๆ มันไม่รู้หรอกว่าการกระทำไร้สาระของพวกมันกำลังเป็นการเร่งให้ตระกูลของเราพังพินาศเร็วขึ้น ไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มันคงกำลังนั่งจิบไวน์หัวเราะเยาะพวกเราอยู่แน่ๆ มันไม่ต้องลงมือฆ่าเราด้วยซ้ำ แค่ยืมมือตำรวจกับกฎหมาย และปล่อยให้เราตีกันเองจนตายไปข้างหนึ่ง จากนั้นมันก็ค่อยเข้ามารวบกลืนกิจการและเขตอิทธิพลทั้งหมดของเราไปอย่างง่ายดาย”
เฟิ่งเทียนนิ่งเงียบไปพักใหญ่ สมองประมวลผลอย่างหนักหน่วง “นายสืบรู้หรือยังว่าใครอยู่เบื้องหลัง?”
“ยังไม่ได้ตัวการใหญ่ แต่เท่าที่สายของฉันรายงานมา แก๊งพยัคฆ์ขาวที่กำลังเหิมเกริมอยู่ในตอนนี้ ได้รับเงินทุนสนับสนุนก้อนใหญ่จากกลุ่มนักการเมืองและนายทุนข้ามชาติ พวกมันคือเบี้ยที่ถูกส่งมาเพื่อตอดเล็กตอดน้อยพวกเรา” หลงเจี้ยนตอบเสียงเครียด “เฟิ่งเทียน... นายกับฉันเกลียดขี้หน้ากันมาตั้งแต่จำความได้ ปู่ของนายเคยยิงขาปู่ของฉัน พ่อของฉันก็เคยวางระเบิดรถพ่อของนาย เราคือศัตรู... แต่ตอนนี้ กฎของการเอาชีวิตรอดในวงการนี้คือ ศัตรูของศัตรู คือมิตร”
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
เฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิ
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
ลูกน้องตระกูลหลงรีบเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของเหม่ยหลินขึ้นมา แล้วพาเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปทางประตูวีไอพีด้านหลังอย่างรวดเร็ว เฟิ่งชิงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโซนวีไอพี มือบางทิ้งเศษแก้วลงบนพื้น เธอกุมข้อมือที่บวมเป่งของตัวเองเอาไว้แน่น นัยน์ตาคมเฉี่ยวมองตามแผ่นหลังกว้างของหลงเหว่ยไปจน
“อ๊ะ! ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ!” เฟิ่งชิงดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ระดมทุบตีลงบนบ่าและหน้าอกของเขาอย่างไม่ยั้งแรง เล็บแหลมคมข่วนเข้าที่ต้นคอของเขาจนได้เลือด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน เขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดึงร่างบางเข้ามาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวม







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)