Mag-log inขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เฟิ่งชิงก็กำลังคุกเข่ากอดขาเฟิ่งเทียน น้ำตาร่วงเผาะเป็นสายน้ำ
“ป๊าขา... หนูยอมป๊าทุกอย่างแล้ว ป๊าอย่าทำกับหนูแบบนี้เลยนะ บัตรหนูรูดไม่ได้สักใบ เพื่อนๆ นินทาหนูกันหมดแล้ว ป๊าคืนลูกน้องกับบัตรเครดิตให้หนูเถอะนะ แต่หนูไม่แต่งกับไอ้หมาบ้านั่นนะป๊า...”
ทว่าคำตอบที่ทายาททั้งสองได้รับจากผู้เป็นพ่อกลับเยียบเย็นและไร้เยื่อใยประดุจน้ำแข็ง “ถ้าแกไม่เซ็นสัญญาแต่งงาน ก็ไสหัวออกไปจากตระกูล ฉันจะถือว่าไม่มีลูกอย่างพวกแก!”
การถูกตัดหางปล่อยวัดและการไร้ซึ่งอำนาจเงินตรา คือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของพวกเขาทั้งสอง ในที่สุด เมื่อทนความลำบากและแรงกดดันไม่ไหว ทั้งหลงเหว่ยและเฟิ่งชิงก็จำต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ซมซานกลับมานั่งร่วมโต๊ะกันอีกครั้งในอีกสามวันให้หลัง
บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ สัญญาการแต่งงานเพื่อควบรวมกิจการถูกวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า เฟิ่งชิงจับปากกาด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธแค้น เธอจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปพร้อมกับสบถด่าในใจ ขณะที่หลงเหว่ยก็กระแทกปากกาเซ็นชื่อตัวเองอย่างแรงจนกระดาษแทบทะลุ นัยน์ตาของทั้งสองประสานกันอย่างมาดร้ายราวกับจะฉีกเนื้อกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
“ดีมาก ในเมื่อพวกแกตกลงกันได้แล้ว ฉันกับเฟิ่งเทียนจะออกไปจัดการเรื่องประกาศข่าวแต่งงานให้สื่อมวลชนรู้ พวกแกก็นั่งทำความคุ้นเคยกันไปก่อนแล้วกัน” หลงเจี้ยนเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปพร้อมกับเฟิ่งเทียน ทิ้งให้คู่บ่าวสาวหมาดๆ อยู่ในห้องกันตามลำพัง
ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กปิดลง... สงครามขนาดย่อมก็ปะทุขึ้นทันที!
“นังตัวซวย! เพราะเธอคนเดียว ฉันถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพบัดซบแบบนี้!” หลงเหว่ยแผดเสียงลั่น คว้าถ้วยชาเซรามิกที่วางอยู่บนโต๊ะปาอัดกำแพงเฉียดหัวเฟิ่งชิงไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แตกกระจายเสียงดังเพล้ง
“ไอ้สวะตระกูลหลง! นายคิดว่าฉันคนนี้อยากจะใช้อากาศหายใจร่วมกับนายนักหรือไง!” เฟิ่งชิงไม่ยอมเป็นเป้านิ่ง เธอคว้าแจกันดอกไม้ใบใหญ่ที่ประดับอยู่มุมห้อง ทุ่มสุดแรงเกิดเข้าใส่หลงเหว่ย
หลงเหว่ยเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แจกันแตกกระจาย น้ำและดอกไม้สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียราคาแพง เขาพุ่งตัวข้ามโต๊ะกระจกเข้าไปคว้าคอเสื้อเดรสของเฟิ่งชิงอย่างแรงจนหญิงสาวเซถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง
“กล้าปาของใส่ฉันเหรอ นังงูพิษ! ฉันจะบีบคอเธอให้ตายคามือเดี๋ยวนี้แหละ!” หลงเหว่ยคำราม ง้างหมัดขึ้นหมายจะข่มขู่
“ก็เอาสิ! แน่จริงก็ฆ่าฉันเลย! ถ้าฉันตาย แกก็ไม่ได้มรดกเหมือนกัน ไอ้หมาลอบกัด!” เฟิ่งชิงกรีดร้อง สวนกลับด้วยการยกส้นเข็ม กระทืบลงบนหลังเท้าของหลงเหว่ยเต็มแรงจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ฝังเขี้ยวแหลมคมลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาสุดแรงเกิด
“โอ๊ย! นังบ้า เอากันแบบนี้ใช่ไหม!”
ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันล้มกลิ้งลงไปบนพื้นพรม ข้าวของในห้องพังพินาศระเนระนาด เสียงด่าทอ เสียงข้าวของแตกหัก และเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเล็ดลอดออกไปถึงด้านนอก ลูกน้องของทั้งสองตระกูลที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูได้ยินเสียงโครมครามก็สะดุ้งเฮือก พวกเขาขยับตัวทำท่าจะพุ่งเข้าไปช่วยเจ้านายของตน ทว่าเสียงทรงอำนาจของเฟิ่งเทียนและหลงเจี้ยนที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ไม่ไกลก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ พวกแกทุกคน!” เฟิ่งเทียนประกาศกร้าว “ถ้าพวกมันสองคนจะตีกันตายในนั้น ก็ปล่อยให้มันตีกันไป ห้ามใครหน้าไหนเปิดประตูเข้าไปช่วยเด็ดขาด! นี่คือคำสั่ง!”
บอดี้การ์ดกว่ายี่สิบชีวิตจำต้องถอยกลับมายืนก้มหน้าตัวสั่น ปล่อยให้มังกรและหงส์ฟัดกันในห้องปิดตายต่อไปโดยไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ายุ่ง
ข่าวการประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างตระกูลหลงและตระกูลเฟิ่งกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการธุรกิจและโลกมืด พาดหัวข่าวทุกสำนักตีพิมพ์ภาพของหลงเหว่ยและเฟิ่งชิงคู่กัน พร้อมบทวิเคราะห์ถึงผลประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวครั้งนี้
ทว่าสำหรับเหม่ยหลิน ข่าวนี้เปรียบเสมือนหอกแหลมที่ทิ่มแทงทะลุหัวใจของเธอ
ณ เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของหลงเหว่ย เหม่ยหลินกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนโซฟา น้ำตานองหน้าเปรอะเปื้อนเครื่องสำอางจนดูน่าสงสารจับใจ หลงเหว่ยนั่งอยู่เคียงข้าง วงแขนแกร่งโอบกอดร่างบอบบางที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
“อาเหว่ยคะ... ฮึก... ข่าวพวกนั้นมันหมายความว่ายังไง คุณกำลังจะทิ้งฉันไปแต่งงานกับคุณหนูเฟิ่งจริงๆ เหรอคะ...” เหม่ยหลินช้อนตามองชายหนุ่มด้วยแววตาตัดพ้อ น้ำเสียงสั่นเครือราวกับคนใจสลาย “ฉันรู้ตัวดีว่าฉันมันต่ำต้อย เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่มีหน้ามีตาอะไรไปเชิดชูคุณได้เหมือนผู้หญิงตระกูลมาเฟียคนนั้น... แต่ฉันรักคุณนะคะอาเหว่ย คุณจะทิ้งฉันไปจริงๆ เหรอ”
“โธ่ เหม่ยหลิน... อย่าร้องไห้สิ” หลงเหว่ยดึงร่างเล็กเข้ามากอดจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างอ่อนโยน ความเจ็บปวดที่เห็นน้ำตาของหญิงที่รักทำให้ความเกลียดชังที่เขามีต่อเฟิ่งชิงทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า “ฉันไม่ได้รักยัยแม่มดนั่นเลยสักนิด การแต่งงานบ้าบอนี่มันก็แค่ข้อตกลงทางธุรกิจ ป๊าบังคับให้ฉันแต่งเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเท่านั้น หัวใจของฉันมีแค่เธอคนเดียวนะเหม่ยหลิน”
“แต่... แต่คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับเธอ ต้องอยู่ร่วมบ้านกับเธอ แล้วฉันล่ะคะ... ฉันต้องกลายเป็นเมียน้อยที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อย่างนั้นเหรอ...” เหม่ยหลินสะอื้นหนักขึ้น ซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง
“ไม่มีทาง! ฉันจะไม่ยอมให้เธอต้องตกอยู่ในสถานะแบบนั้นเด็ดขาด” หลงเหว่ยเชยคางหญิงสาวขึ้นมาสบตา นัยน์ตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว “ฟังฉันนะเหม่ยหลิน ฉันจะร่างสัญญาลับขึ้นมาหนึ่งฉบับ... สัญญาว่าการแต่งงานครั้งนี้จะมีอายุแค่หนึ่งปีเท่านั้น พอครบหนึ่งปี ธุรกิจสองตระกูลเข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องหย่าขาดจากยัยเฟิ่งชิงทันที! ถึงตอนนั้น ฉันจะเอาแหวนวงใหญ่ที่สุดมาขอเธอแต่งงาน ทนรอฉันหน่อยนะเหม่ยหลิน ฉันสัญญาว่าจะชดใช้ให้เธอทุกอย่าง”
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
เหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว ห
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
เฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิ
หลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่







