LOGINเหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”
หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว หญิงสาวผู้หงุดหงิดกับการถูกบังคับฝืนใจ จึงตัดสินใจพาตัวเองออกมาเดินช็อปปิ้งเพื่อระบายความอัดอั้นที่ห้างสรรพสินค้าหรูระดับไฮเอนด์
ภายในโซนวีไอพีเลานจ์ของบูติกเสื้อผ้าแบรนด์ฝรั่งเศสชื่อดัง เฟิ่งชิงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปกำลังนั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์ ปล่อยให้พนักงานหอบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดมาให้เลือกชม หญิงสาวกวาดตามองด้วยความเบื่อหน่าย ทว่าอารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่แล้วกลับต้องเดือดปุดขึ้นไปอีก เมื่อหางตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างบอบบางในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่เดินกรีดกรายเข้ามาในร้าน
เหม่ยหลินนั่นเอง
เหม่ยหลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่ในเลานจ์ เธอปรายตามองพนักงานที่กำลังถอยฉากออกไปจัดเสื้อผ้า เมื่อเห็นว่าบริเวณนั้นไม่มีใครอื่นนอกจากเธอกับเฟิ่งชิง รอยยิ้มเยาะเย้ยหยิ่งผยองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มทันที หญิงสาวร่างเล็กเดินนวยนาดเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโซฟาที่เฟิ่งชิงนั่งอยู่
“แหม... โลกกลมจังเลยนะคะ ว่าที่เจ้าสาวของอาเหว่ย” เหม่ยหลินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงถากถาง แววตาใสซื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าหลงเหว่ยบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความร้ายกาจอย่างไม่ปิดบัง “มาเลือกชุดเตรียมแต่งงานเหรอคะ? น่าสงสารจังเลยนะคะ ที่ต้องมาเหนื่อยเตรียมงานแต่งงานใหญ่โต ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่า... เจ้าบ่าวเขาไม่ได้มีใจให้เลยสักนิด”
เฟิ่งชิงค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคมเฉี่ยวช้อนมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชา “ปากเหม็นเน่าจังนะ เพิ่งไปกินซากหมาตายที่ไหนมาล่ะ ถึงได้กล้ามาเห่าหอนต่อหน้าฉัน”
“นี่คุณ!” เหม่ยหลินหน้าตึง แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งดังเดิม “คุณจะด่าฉันยังไงก็เชิญค่ะ คุณหนูเฟิ่ง เพราะความจริงก็คือความจริง... คุณอาจจะได้ตัวอาเหว่ยไป ได้ทะเบียนสมรส ได้หน้าตาทางสังคม แต่คุณจะไม่มีวันได้หัวใจของเขา! อาเหว่ยเขารักฉัน เขาสัญญาแล้วว่าพอครบหนึ่งปี เขาจะหย่ากับคุณ แล้วมาแต่งงานกับคนที่เขารักจริงๆ อย่างฉัน! คุณมันก็แค่ตัวขัดตาทัพ เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกผู้ใหญ่จับวางก็เท่านั้นแหละค่ะ”
เฟิ่งชิงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประจันหน้ากับเหม่ยหลินจนอีกฝ่ายต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ฟังนะ นังเด็กเมื่อวานซืน” เฟิ่งชิงใช้นิ้วเรียวยาวที่เคลือบเล็บสีแดงสดจิ้มลงบนไหล่ของเหม่ยหลินอย่างแรง “ชิงชิงคนนี้... ไม่เคยต้องการหัวใจเน่าๆ ของไอ้หมาบ้านั่นเลยสักนิด! ความรักงี่เง่าปัญญาอ่อนของพวกเธอสองคน ฉันไม่เคยให้ราคา! เธออยากจะได้เศษขยะนั่นนักก็เอาไปกอดไว้ให้แน่นๆ เถอะ เพราะสำหรับฉัน หลงเหว่ยมันก็แค่สุนัขรับที่ฉันต้องยอมลดตัวให้มันเลียแข้งเลียขา เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเท่านั้นแหละ!”
จังหวะนั้นเอง หางตาของเหม่ยหลินเหลือบไปเห็นพนักงานร้านสองสามคน รวมถึงลูกค้าไฮโซคนอื่นๆ กำลังเดินเข้ามาในโซนวีไอพี ราวกับมีสวิตช์สั่งการอัตโนมัติ สีหน้าเย่อหยิ่งร้ายกาจของเหม่ยหลินอันตรธานหายไปในเสี้ยววินาที ร่างบอบบางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรม น้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นทะลักออกจากดวงตากลมโตอย่างรวดเร็วปานสั่งได้
“คุณหนูเฟิ่งคะ... ฮึก... ฉันขอโทษค่ะ ฉันผิดไปแล้วที่รักอาเหว่ย...” เหม่ยหลินปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น เอื้อมมือไปคว้าชายกระโปรงของเฟิ่งชิงมาจับไว้แน่น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน “ได้โปรดเถอะค่ะคุณหนูเฟิ่ง อย่าด่าทอ อย่าทำร้ายฉันเลยนะคะ ฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉันที่คุณต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ได้โปรดอย่าพรากอาเหว่ยไปจากฉันเลย... ฉันยอมแล้วค่ะ ฉันยอมเป็นแค่เมียน้อย ยอมอยู่ในมุมมืด ขอแค่คุณหนูอนุญาตให้ฉันได้อยู่เคียงข้างรับใช้อาเหว่ยต่อไป... ฮืออออ... ฉันกราบคุณหนูก็ได้ค่ะ!”
เหม่ยหลินก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับนางเอกผู้ถูกรังแกจนไร้ทางสู้ ลูกค้าในร้านต่างพากันหยุดชะงัก ยกมือขึ้นปิดปากซุบซิบนินทา พร้อมกับส่งสายตาประณามหยามเหยียดมาที่เฟิ่งชิง ราวกับว่าเธอคือนางมารร้ายที่กำลังเหยียบย่ำหัวใจอันบริสุทธิ์ เฟิ่งชิงมองภาพตรงหน้าด้วยความรังเกียจจนแทบจะอาเจียน หญิงสาวสะบัดชายกระโปรงออกจากการเกาะกุมของเหม่ยหลินอย่างแรง นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความสะอิดสะเอียนขั้นสุด
“โอ้โห... นี่มันนางเอกละครหลังข่าว หรือว่าชาเขียวเกรดพรีเมียมกันเนี่ย?” เฟิ่งชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน ไม่แคร์สายตาของใครทั้งสิ้น “ตีบทแตกกระจุยจนฉันอยากจะมอบรางวัลออสการ์สาขาตอแหลยอดเยี่ยมให้เธอเลยจริงๆ สตอเบอรี่ทั้งสวนยังไม่เท่าความดัดจริตของเธอเลยนะเหม่ยหลิน!”
“คุณหนูเฟิ่ง... ฮึก... ทำไมคุณถึงพูดจาใจร้ายแบบนี้คะ ฉันยอมคุณทุกอย่างแล้วนะ...” เหม่ยหลินยังคงบีบน้ำตาสะอื้นไห้ ช้อนตามองเฟิ่งชิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด (ที่เสแสร้งขึ้นมา)
“หยุดเล่นละครน้ำเน่าสักที! ฉันรำคาญ!” เฟิ่งชิงตวาดลั่นจนเหม่ยหลินสะดุ้งสุดตัว “ฉันจะบอกอะไรให้นะเหม่ยหลิน สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในโลก ไม่ใช่การถูกบังคับแต่งงาน แต่คือพวกดัดจริตหน้าไหว้หลังหลอกที่ชอบบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจแบบเธอนี่แหละ ในเมื่อเธออยากจะรับบทเป็นผู้หญิงน่าสงสารที่โดนรังแกนักล่ะก็... หนูก็จะสงเคราะห์เล่นบทนางร้ายให้สมใจอยากเอง!”
ขาดคำ เฟิ่งชิงก็เงื้อฝ่ามือขวาขึ้นสุดวงแขน รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แล้วฟาดลงบนใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตานั้นอย่างเต็มเหนี่ยว!
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เฟิ่งชิงก็กำลังคุกเข่ากอดขาเฟิ่งเทียน น้ำตาร่วงเผาะเป็นสายน้ำ“ป๊าขา... หนูยอมป๊าทุกอย่างแล้ว ป๊าอย่าทำกับหนูแบบนี้เลยนะ บัตรหนูรูดไม่ได้สักใบ เพื่อนๆ นินทาหนูกันหมดแล้ว ป๊าคืนลูกน้องกับบัตรเครดิตให้หนูเถอะนะ แต่หนูไม่แต่งกับไอ้หมาบ้านั่นนะป๊า...”ทว่าคำตอบที่ทายาททั้ง
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
เฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิ
หลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่







