LOGIN“อ๊ะ! ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ!” เฟิ่งชิงดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ระดมทุบตีลงบนบ่าและหน้าอกของเขาอย่างไม่ยั้งแรง เล็บแหลมคมข่วนเข้าที่ต้นคอของเขาจนได้เลือด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน เขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดึงร่างบางเข้ามาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
“ปล่อยเหรอ ฝันไปเถอะ ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอต้องเจอคนอย่างฉันนี่แหละ ถึงจะหลาบจำ!” หลงเหว่ยตวาดใส่หน้าเธอ เสียงของเขาดังแข่งกับเสียงของหล่นแตกรอบกาย กลิ่นวิสกี้ที่เปื้อนเสื้อของเขาผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอม Chanel สุดเย้ายวนของเธอ สร้างบรรยากาศที่ทั้งตึงเครียดและอันตรายจนน่าประหลาด
ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกัน จนเฟิ่งชิงสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ที่รัวเร็วและกล้ามเนื้อที่เกร็งเขม็งของชายหนุ่ม ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงบนหน้าผากของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนวิสกี้อยู่ ห่างจากใบหน้าเพียงคืบ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ คู่หนึ่งเต็มไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะทำลายล้าง อีกคู่หนึ่งก็ดื้อรั้นและเย่อหยิ่งเกินกว่าจะยอมก้มหัวให้
“นายมันก็แค่ไอ้คนชั้นต่ำ รังแกได้แต่ผู้หญิง!” เฟิ่งชิงเชิดหน้าขึ้นด่า ทนฝืนความเจ็บปวดที่ข้อมืออย่างถึงที่สุด เธอพยายามจะยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของเขา แต่หลงเหว่ยรู้ทัน เขาเบี่ยงตัวหลบและใช้ขาแกร่งของเขาแทรกเข้าไปหว่างขาของเธอเพื่อล็อกการเคลื่อนไหวทั้งหมดเอาไว้
ท่าทางของทั้งสองในตอนนี้ หากมองข้ามรังสีอำมหิตและการด่าทอไป มันกลับดูคล้ายกับคู่รักที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเร่าร้อนบนฟลอร์เต้นรำเสียมากกว่า ท่ามกลางลูกน้องที่กำลังต่อยตีกันเลือดสาด มาเฟียหนุ่มและหงส์สาวกลับล็อกตัวกันแน่นิ่งอยู่ในพายุแห่งความวุ่นวาย
“อาเหว่ย! ปล่อยคุณหนูเฟิ่งเถอะค่ะ! เดี๋ยวคุณก็เจ็บตัวหรอก!” เสียงแหลมปรี๊ดของเหม่ยหลินดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ เธอฝ่าดงตีนของลูกน้องเข้ามาดึงแขนเสื้อของหลงเหว่ยอย่างร้อนรน ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา “ผู้หญิงคนนี้เธอเป็นบ้าไปแล้ว คุณอย่าไปลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับเธอเลยนะคะ!”
“ปล่อยเธอนะไอ้สารเลว!” อี้เฉินที่เพิ่งตั้งสติได้จากการตกตะลึง คว้าขวดแชมเปญที่เหลือรอดอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเป็นอาวุธ เขาพุ่งตัวเข้ามาหมายจะฟาดเข้าที่หัวของหลงเหว่ยเพื่อช่วยเฟิ่งชิง
หลงเหว่ยเห็นหางตาว่ามีคนลอบโจมตี เขาจำต้องคลายอ้อมกอดและปล่อยข้อมือของเฟิ่งชิงออกอย่างฉุนเฉียว เพื่อเอี้ยวตัวหลบขวดแชมเปญที่ฟาดแหวกอากาศลงมา วินาทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ เฟิ่งชิงถอยร่นไปตั้งหลัก มือบางกุมข้อมือตัวเองที่ตอนนี้ขึ้นรอยนิ้วมือช้ำเลือดช้ำหนองอย่างชัดเจน ความโกรธแค้นทำให้ดวงตาของเธอวาวโรจน์ เหม่ยหลินเห็นจังหวะที่เฟิ่งชิงเสียหลัก เธอแสร้งทำเป็นถลาเข้าไปขวางหน้าหลงเหว่ยเพื่อปกป้อง แต่กลับจงใจใช้ไหล่กระแทกเข้าที่หน้าอกของเฟิ่งชิงอย่างแรง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันที่ได้ยินกันแค่สองคนว่า
“หน้าด้านนักนะ มาอ่อยผู้ชายของคนอื่น ร่านไม่เลิก!”
ฟางเส้นสุดท้ายที่เพิ่งต่อติดเมื่อครู่ ขาดสะบั้นลงอีกครั้งอย่างไม่มีชิ้นดี เฟิ่งชิงเบิกตากว้างด้วยความโทสะ เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งสิ้น หญิงสาวง้างมือขวาขึ้นสุดแขน รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าจิ้มลิ้มที่ชอบแสร้งทำเป็นใสซื่อของเหม่ยหลินอย่างเต็มแรง
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานยิ่งกว่าเสียงแก้วแตก รุนแรงถึงขั้นที่ทำให้ดนตรีที่เพิ่งเปิดขึ้นมาใหม่ต้องดับลงอีกครั้ง ใบหน้าของเหม่ยหลินหันสะบัดไปตามแรงตบ ร่างบอบบางในชุดสีขาวปลิวล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากทันที พร้อมกับรอยฝ่ามือสีแดงเถือกที่ประทับเด่นหราบนแก้มขาวซีด
“กรี๊ดด!” เหม่ยหลินกรีดร้องลั่น กุมแก้มตัวเองพลางร้องไห้โฮราวกับโลกจะแตกสลาย “อาเหว่ย ช่วยฉันด้วย! เธอตีฉัน!”
“เหม่ยหลิน!” หลงเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และโกรธจัดที่เห็นคนรักถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หันขวับมาจ้องเฟิ่งชิงด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ “เฟิ่งชิง! กล้าดียังไงมาตบผู้หญิงของฉัน!”
“ทำไมฉันจะกล้าไม่ได้ ก็นังนี่มันปากพล่อย!” เฟิ่งชิงเชิดหน้าขึ้นด่ากลับอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันตบสั่งสอนให้ก็บุญแค่ไหนแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นมันโดนตัดลิ้นไปแล้ว!”
อี้เฉินที่เห็นหลงเหว่ยกำลังจะพุ่งเข้าไปทำร้ายเฟิ่งชิงอีกครั้ง เขารีบก้าวเข้ามาขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้ ชูขวดแชมเปญในมือขึ้นขู่ “อย่าเข้ามานะโว้ย! ถ้าแกแตะต้องชิงชิงอีกแม้แต่ปลายก้อย ฉันเอาขวดนี้ฟาดหัวแกแบะแน่!”
คำขู่ของนายแบบหน้าหวานไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับไปกระตุกต่อมโทสะและต่อมหึงหวงที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวให้ระเบิดออก หลงเหว่ยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“อยากตายนักใช่ไหมไอ้หน้าจืด... ได้! กูจัดให้!”
หลงเหว่ยไม่รอให้อี้เฉินได้ตั้งตัว เขาเบี่ยงหลบขวดแชมเปญที่อี้เฉินหลับหูหลับตาฟาดลงมาได้อย่างง่ายดายดุจวิญญาณ มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของนายแบบหนุ่ม กระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนอี้เฉินเสียหลักถลาไปข้างหน้า ก่อนที่หลงเหว่ยจะง้างหมัดขวาที่อาบไปด้วยความโกรธแค้นและรังสีฆ่าฟัน ซัดเปรี้ยงเข้าที่ปลายคางของอี้เฉินอย่างจัง!
ผัวะ!
เสียงหมัดกระทบกระดูกกรามดังลั่นจนน่าขนลุก ร่างสูงโปร่งของอี้เฉินลอยละลิ่วตามแรงหมัด ก่อนจะร่วงลงไปฟาดกับโต๊ะกระจกที่เหลือรอดอยู่จนแตกกระจาย ชายหนุ่มสลบเหมือดคาที่ เลือดกลบปาก ไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต
“อี้เฉิน!” เฟิ่งชิงอุทานด้วยความตกใจ เธอไม่ได้ห่วงผู้ชายคนนี้มากมายหรอก แต่การที่หลงเหว่ยมาอัดคนของเธอจนสลบคาตีน มันคือการหยามเกียรติเธออย่างรุนแรงที่สุด!
“หลงเหว่ย! แกมันบ้าไปแล้ว! แกตาย!” เฟิ่งชิงคว้าเศษขวดแก้วปากฉลามที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา หมายจะพุ่งเข้าไปแทงไอ้ผู้ชายเฮงซวยตรงหน้าให้ตายตกไปตามกัน
“ก็เข้ามาสิ! คิดว่าฉันจะไม่กล้าอัดผู้หญิงหรือไง!” หลงเหว่ยคำรามกลับ ตั้งท่าเตรียมพร้อมปะทะ ร่างกายของเขาสูบฉีดไปด้วยอะดรีนาลีนและความเกลียดชัง
แต่ก่อนที่สงครามเลือดระหว่างมังกรและหงส์จะดำเนินไปถึงขั้นมีคนตาย เสียงไซเรนของรถตำรวจนับสิบคันก็ดังแว่วมาแต่ไกล ตามมาด้วยเสียงตะโกนของผู้จัดการร้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ
“คุณชายหลง! คุณหนูเฟิ่ง! หยุดก่อนครับ! ตำรวจกำลังมาล้อมร้านแล้วครับ! ถอยกันก่อนเถอะครับ ไม่งั้นได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่!”
เสียงเตือนนั้นดึงสติของทั้งสองคนให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง หลงเหว่ยและเฟิ่งชิงชะงักฝีเท้า ลูกน้องของทั้งสองฝั่งที่กำลังฟัดกันนัวเนียก็ค่อยๆ ผละออกจากกัน แต่ละคนสภาพสะบักสะบอม เลือดอาบหน้า เสื้อผ้าขาดวิ่น หลงเหว่ยหอบหายใจหนักหน่วง เขาสะบัดเสื้อสูทที่ยับย่นของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปตวัดสายตามองเฟิ่งชิงเป็นครั้งสุดท้าย สายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและคำมั่นสัญญาแห่งหายนะ
“ฝากไว้ก่อนเถอะเฟิ่งชิง... วันนี้เธอทำฉันไว้แสบมาก หนี้แค้นครั้งนี้ ฉันจะทบต้นทบดอก คืนให้เธอจนเธอต้องร้องขอชีวิตเลยคอยดู!” เขากัดฟันพูด ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง “พยุงเหม่ยหลินขึ้นมา แล้วถอย!”
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
เหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว ห
ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เฟิ่งชิงก็กำลังคุกเข่ากอดขาเฟิ่งเทียน น้ำตาร่วงเผาะเป็นสายน้ำ“ป๊าขา... หนูยอมป๊าทุกอย่างแล้ว ป๊าอย่าทำกับหนูแบบนี้เลยนะ บัตรหนูรูดไม่ได้สักใบ เพื่อนๆ นินทาหนูกันหมดแล้ว ป๊าคืนลูกน้องกับบัตรเครดิตให้หนูเถอะนะ แต่หนูไม่แต่งกับไอ้หมาบ้านั่นนะป๊า...”ทว่าคำตอบที่ทายาททั้ง
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
เฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิ







