เข้าสู่ระบบเฟิ่งเทียนหรี่ตามองชายฝั่งตรงข้าม “นายกำลังจะเสนออะไร?”
“เราต้องยุติความบาดหมางทั้งหมด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” หลงเจี้ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ถ้าเรายังมัวแต่แทงข้างหลังกันเอง เราจะไม่รอดทั้งคู่ วิธีเดียวที่จะรับมือกับไอ้คนในเงามืดนั่นได้ คือการรวมกำลังกัน รวมเงินทุน รวมเครือข่ายเส้นสาย และรวมธุรกิจของเราสองตระกูลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเกราะกำบังที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าเจาะเข้ามาได้”
“ควบรวมกิจการงั้นเหรอ?” เฟิ่งเทียนแค่นเสียงหัวเราะ “นายคิดว่ามันง่ายเหมือนบริษัทเอกชนรวมหุ้นกันหรือไงหลงเจี้ยน ลูกน้องของเราสองฝั่งเจอหน้ากันก็แทบจะชักปืนยิงกันแล้ว ความแค้นฝังลึกมาสามชั่วคน นายคิดว่าแค่กระดาษสัญญาแผ่นเดียวจะหยุดเลือดที่เคยไหลได้งั้นเหรอ ต่อให้เราสองคนตกลงกันได้ แต่ลูกน้องระดับล่างไม่มีทางยอมรับแน่ พวกมันจะเกิดความหวาดระแวง และสุดท้ายก็จะเป็นหนอนบ่อนไส้กันเอง”
“ฉันรู้ว่าแค่สัญญาทางธุรกิจมันไม่พอ” หลงเจี้ยนโน้มตัวไปข้างหน้า วางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว “มันต้องเป็นสัญญาสงบศึกที่มีเลือดและสายใยครอบครัวเป็นเครื่องค้ำประกัน... สัญญาที่ประกาศให้คนทั้งโลกใต้ดินและพวกที่ซ่อนอยู่ในเงามืดได้รับรู้ว่า ตระกูลหลงและตระกูลเฟิ่งได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วอย่างสมบูรณ์”
เฟิ่งเทียนชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เขาพอจะเดาออกแล้วว่าหลงเจี้ยนกำลังจะพูดอะไร และมันเป็นความคิดที่บ้าบิ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา
“นายอย่าบอกนะว่า...”
“ใช่” หลงเจี้ยนพยักหน้าช้าๆ “หลงเหว่ย กับ เฟิ่งชิง... ต้องแต่งงานกัน”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ จนได้ยินเสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องด้านนอกอย่างชัดเจน เฟิ่งเทียนเบิกตากว้าง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างฝืดเฝื่อน
“นายบ้าไปแล้วหลงเจี้ยน นายก็รู้ว่าลูกชายของนายกับลูกสาวของฉันเกลียดกันเข้าไส้ เจอหน้ากันทีไรคลับบาร์พังพินาศไปทุกที นายยังกล้าคิดจะจับพวกมันสองคนมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกเหรอ นายอยากให้พวกมันเอามีดแทงกันตายในห้องหอหรือไง!”
“แล้วนายมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ!” หลงเจี้ยนสวนกลับเสียงแข็ง “การแต่งงานของทายาทสายตรงคือวิธีเดียวที่จะผูกมัดสองตระกูลได้อย่างเบ็ดเสร็จ มันคือการส่งสัญญาณที่ทรงพลังที่สุด ว่าอำนาจ เงินทุน และกำลังคนของเราได้รวมเป็นหนึ่งเดียว ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายจะไม่มีข้อก้างขา ศัตรูที่กำลังจ้องเล่นงานเราก็จะต้องถอยร่นกลับไปประเมินสถานการณ์ใหม่ เพราะการเผชิญหน้ากับหลงและเฟิ่ง ที่รวมร่างกัน มันเท่ากับการรนหาที่ตาย!”
เฟิ่งเทียนลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ข้อเสนอของหลงเจี้ยนแม้จะฟังดูบ้าบอ แต่มันคือทางออกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในแง่ของธุรกิจและยุทธศาสตร์การรบในโลกมาเฟีย การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นวิธีคลาสสิกที่ถูกใช้มาตั้งแต่ยุคโบราณ และมันได้ผลเสมอ
“แล้วนายคิดว่าไอ้เด็กสองคนนั้นมันจะยอมง่ายๆ งั้นเหรอ?” เฟิ่งเทียนถามเสียงอ่อนลง บ่งบอกว่าเขาเริ่มคล้อยตาม “ลูกสาวฉันหัวรั้นยิ่งกว่าอะไรดี แถมยังมีข่าวคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ส่วนลูกชายนายน่ะ... ฉันได้ยินมาว่ามันหลงยัยเด็กผู้หญิงจืดชืดที่ชื่อเหม่ยหลินอะไรนั่นจนหัวปักหัวปำไม่ใช่หรือไง”
“เรื่องความรักไร้สาระของพวกเด็กๆ มันเทียบไม่ได้กับความอยู่รอดของตระกูล” หลงเจี้ยนตอบอย่างเย็นชา “พวกมันเกิดมาบนกองเงินกองทองที่ตระกูลสร้างไว้ให้ เสวยสุขกับอำนาจที่ได้มาตั้งแต่เกิด ถึงเวลาที่พวกมันจะต้องตอบแทนตระกูลบ้างแล้ว ถ้าพวกมันไม่ยอม เราก็แค่ต้องบีบ ให้พวกมันยอม”
“นายจะทำยังไง?” เฟิ่งเทียนเลิกคิ้ว
“ก็แค่ตัดหางปล่อยวัดชั่วคราว” หลงเจี้ยนแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับลูกชายของเขาไม่มีผิดเพี้ยน “อายัดบัตรเครดิตทุกใบ ระงับบัญชีธนาคาร ยึดรถสปอร์ต สั่งห้ามลูกน้องทุกคนให้ความช่วยเหลือหรือรับใช้พวกมัน ปล่อยให้พวกมันออกไปเผชิญโลกความจริงด้วยสองมือเปล่า ให้มันรู้ว่าถ้าไม่มีคำว่าตระกูลหลงหรือตระกูลเฟิ่งหนุนหลัง พวกมันก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีน้ำยาอะไรเลย... เมื่อถึงตอนที่พวกมันทนความลำบากไม่ไหว พวกมันก็จะซมซานกลับมาเซ็นสัญญาแต่งงานเอง”
เฟิ่งเทียนนิ่งคิดทบทวนแผนการอันแยบยลและโหดร้ายทารุณต่อจิตใจคนเป็นพ่อ แต่เพื่อรักษาอาณาจักรหมื่นล้านเอาไว้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น หากปล่อยให้ธุรกิจล่มสลาย ลูกสาวของเขาก็ต้องตกระกำลำบากอยู่ดี สู้จับแต่งงานเพื่อรวบอำนาจยังจะดีเสียกว่า
“ตกลง” ในที่สุดเฟิ่งเทียนก็พยักหน้า เขายกจอกชาขึ้นมาไว้ตรงหน้า “เราจะรวมกิจการกัน และให้ทายาทของเราแต่งงานกันเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหยุดวิกฤตครั้งนี้”
หลงเจี้ยนยกจอกชาของตนขึ้นมาชนกับจอกของเฟิ่งเทียนเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังกังวานใส เป็นอันเสร็จสิ้นสัญญาสงบศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกใต้ดิน
“เราจะให้เวลาพวกมันจัดการธุระส่วนตัวอีกสามวัน” หลงเจี้ยนเอ่ยขึ้นขณะวางจอกชาลง “วันศุกร์นี้ ตอนหกโมงเย็น ให้นายพาลูกสาวของนายไปที่คฤหาสน์หลักตระกูลหลง เราจะแจ้งเรื่องนี้ให้พวกมันทราบพร้อมกัน... เตรียมรับมือกับพายุทอร์นาโดในบ้านได้เลย เฟิ่งเทียน”
“หึ ฉันว่ามันน่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่สามเสียมากกว่า” เฟิ่งเทียนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อนึกถึงฤทธิ์เดชของลูกสาว
ทั้งสองประมุขลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้กันเล็กน้อยตามธรรมเนียม ก่อนจะแยกย้ายกันเดินออกจากห้องวีไอพีของโรงน้ำชา ทิ้งกลิ่นชาอู่หลงและแผนการสั่นสะเทือนวงการมาเฟียเอาไว้เบื้องหลัง
เสียงล้อรถเข็นฉุกเฉินบดเบียดกับพื้นกระเบื้องยาง ของโรงพยาบาลดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่สว่างไสว แข่งกับเสียงตะโกนสั่งการของทีมแพทย์และพยาบาล ที่วิ่งกรูมารับตัวผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวีไอพี หลงเหว่ยในสภาพชุ่มโชกไปด้วยเลือดทั้งของตนเองและของเฟิ่งชิง วิ่งขนาบข้างเตียงเข็น มือหนาที่เปื้อนเลือดสั่นระริกแต่ยังคงกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชิงชิง... อดทนไว้นะ เธอถึงมือหมอแล้ว... ลูกของเราต้องปลอดภัย... อดทนนะ...” หลงเหว่ยพร่ำกระซิบเสียงเครือ น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือด คนเคยเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต“กรุณารออยู่ด้านนอกค่ะคุณชายหลง ทีมแพทย์ของเราจะดูแลคุณผู้หญิงอย่างดีที่สุด!” พยาบาลหัวหน้าเวรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะดึงเตียงเข็นของเฟิ่งชิงผ่านประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินเข้าไป และประตูกระจกบานใหญ่ก็ปิดลง ปิดกั้นเขาออกจากโลกของเธอหลงเหว่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หน้าประตูห้องผ่าตัดราวกับคนหมดแรง สองมือกุมศีรษะที่ปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ร่างกายของเขาบาดเจ็บสาหัส จากการถูกขวดไวน์ฟาดและอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ แต่ความเจ็บปวดทางกา
เพล้ง!เสียงขวดแก้วหนาแตกกระจายดังกึกก้องไปทั่วโถงใหญ่ เฟิ่งชิงฟาดขวดไวน์ลงบนศีรษะของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงเกิด แรงฟาดมหาศาลบวกกับความแค้นที่อัดแน่น ทำเอาขวดไวน์แตกละเอียดคามือ น้ำไวน์สีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับเลือดสดๆที่พุ่งทะลักออกจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะของมังกรหนุ่ม“โอ๊ย!” หลงเหว่ยร้องเสียงหลง โลกทั้งใบหมุนคว้างอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นแปลบจากศีรษะลงมาถึงกระดูกสันหลัง ร่างสูงใหญ่เซถลา ขาที่เคยแข็งแกร่งหมดเรี่ยวแรง ทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างหมดสภาพ เลือดสีแดงข้นไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา หยดแหมะๆ ลงบนพื้น“กรี๊ดด! อาเหว่ย!” เหม่ยหลินกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความสยดสยองเมื่อเห็นเลือดอาบร่างคนรัก เธอรู้ตัวทันทีว่าสถานการณ์พลิกผันแล้ว ความตายกำลังมาเยือน หญิงสาวหันหลังเตรียมจะวิ่งหนีออกประตูคฤหาสน์“จับนังงูพิษนั่นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!” หลงเจี้ยนตวาดลั่น บอดี้การ์ดนับสิบคนพุ่งเข้าตะครุบตัวเหม่ยหลิน กดร่างของเธอลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนหมดทางหนีเฟิ่งชิงยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่เหนือร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของหลงเหว่ย มือที่กำคอขวดแก้วที่แตกเป็นปากฉลามสั่นระริก
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์บาดแผลภายนอกของเหม่ยหลินเริ่มสมานตัวและดีขึ้นมาก หลงเหว่ยตัดสินใจว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องโบยบินออกจากกรงทองที่แสนโสมมนี้เสียที ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดและหมวกแก๊ป ปิดบังใบหน้ามิดชิด พาเหม่ยหลินนั่งแท็กซี่ไปที่เอเจนซี่ทัวร์ส่วนตัวเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเหมาลำเดินทางออกนอกประเทศ“ผมต้องการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บินตรงไปปารีสคืนนี้เลย นี่แบล็กการ์ดของผม รูดได้ไม่จำกัดวงเงิน” หลงเหว่ยโยนบัตรเครดิตใบหรูลงบนเคาน์เตอร์ด้วยความมั่นใจพนักงานรับบัตรไปรูด ทว่า... เสียงสัญญาณเตือนสีแดงก็ดังขึ้น “เอ่อ... ขออภัยครับคุณลูกค้า บัตรใบนี้ถูกระงับการใช้งานครับ”“อะไรนะ เครื่องพังหรือเปล่า เอาใบนี้ไปรูด!” หลงเหว่ยหัวเสีย ควักบัตรอีกสามใบออกมาโยนให้ แต่ผลลัพธ์ก็คือ... ถูกระงับทุกใบ บัญชีธนาคารทุกบัญชีไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ ชื่อของหลงเหว่ยถูกอายัดทั้งหมด!“เวรเอ๊ย ป๊าสั่งอายัดบัตรฉัน!” หลงเหว่ยสบถลั่น ทุบเคาน์เตอร์จนพนักงานสะดุ้ง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า การเป็นทายาทมาเฟียนั้น หากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากตระกูล เขาก็ไม่ต่างอะไรจากหมาจนตรอกที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อตั๋วเครื่องบินขณะที่หลงเหว่ยกำ
รุ่งเช้าวันต่อมา ข่าวการหลบหนีของหลงเหว่ยและการแหกคุกพานักโทษกบฏอย่างเหม่ยหลินหนีไป กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำสมาพันธ์หลง-เฟิ่ง! ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง เฟิ่งชิงที่ยังคงมีอาการแพ้ท้องและร่างกายอ่อนเพลียจากความเครียดสะสม กำลังนั่งจิบซุปบำรุงครรภ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวลงไปมากตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ แต่เธอก็ยังพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกในท้อง“กริ๊ง!”เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าหลิวรีบรับสายก่อนจะหน้าถอดสี หญิงวัยกลางคนรีบเดินตัวสั่นเข้ามาหาเฟิ่งชิง “คะ... คุณผู้หญิงคะ อาเฉินโทรมาแจ้งข่าวจากคฤหาสน์หลักค่ะ...”“มีอะไร ป้าหลิว ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เฟิ่งชิงวางช้อนซุปลง ขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ“นะ... นายน้อยแหกคุกหนีออกไปแล้วค่ะ... แถมยัง... ยังลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ใต้ดิน พาตัวนังเหม่ยหลินหลบหนีไปด้วยกันแล้วค่ะ!”เพล้ง!!ชามซุปกระเบื้องเคลือบถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำซุปร้อนๆ หกเลอะเทอะ แต่เฟิ่งชิงไม่รู้สึกถึงความร้อนนั้นเลย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า โลกทั้งใบหมุนคว้างราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ด
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
เหม่ยหลินโผเข้ากอดหลงเหว่ยแน่น ซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้คราบน้ำตา “ฉันจะรอคุณค่ะอาเหว่ย นานแค่ไหนฉันก็จะรอ...”หลายวันต่อมา หลังจากความวุ่นวายเรื่องการเตรียมงานแต่งงานเริ่มซาลง บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของเฟิ่งชิงก็ถูกปลดล็อกอีกครั้งเพื่อใช้เตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าสาว ห
ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เฟิ่งชิงก็กำลังคุกเข่ากอดขาเฟิ่งเทียน น้ำตาร่วงเผาะเป็นสายน้ำ“ป๊าขา... หนูยอมป๊าทุกอย่างแล้ว ป๊าอย่าทำกับหนูแบบนี้เลยนะ บัตรหนูรูดไม่ได้สักใบ เพื่อนๆ นินทาหนูกันหมดแล้ว ป๊าคืนลูกน้องกับบัตรเครดิตให้หนูเถอะนะ แต่หนูไม่แต่งกับไอ้หมาบ้านั่นนะป๊า...”ทว่าคำตอบที่ทายาททั้ง
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ ของคฤหาสน์ตระกูลหลงเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานประสานกับแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องสว่างเจิดจ้า แต่กลับไม่อาจลบล้างรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากผู้นำสูงสุดของสองตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงเจี้ยนและเฟิ่งเทียนนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับด้วยท่า
หลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่







